ผู้เขียน: lalika69_admin

ไทย-แคนาดาฉลองครบรอบ 65 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต

ไทย-แคนาดาฉลองครบรอบ 65 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้เรามีเรื่องดีๆ มาอัปเดตกันแบบเป็นกันเอง สำหรับคนที่ชอบติดตามข่าวบันเทิงและเทคโนโลยีอย่างเราๆ ไทย-แคนาดาฉลองครบรอบ 65 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต ไปแล้วนะ โดยสถานเอกอัครราชทูตแคนาดาประจำประเทศไทย ร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศไทย จัดงานเลี้ยงรับรองสุดอบอุ่นที่วิเทศสโมสร กระทรวงการต่างประเทศไทย งานนี้ไม่ใช่แค่งานทางการธรรมดา แต่เต็มไปด้วยสีสันวัฒนธรรมและวิสัยทัศน์อนาคตที่เราสนใจ โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่กำลังมาแรง!

ไทย-แคนาดาฉลองครบรอบ 65 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต ด้วยตราสัญลักษณ์สุดครีเอทีฟ

ไฮไลต์ของงานคือการเปิดตัวตราสัญลักษณ์เฉลิมฉลองครบรอบ 65 ปี ซึ่งคัดเลือกจากประกวดทั่วประเทศ ผู้ชนะคือคุณกรกต ชัยยนต์ ที่ออกแบบผสานภาพช้างไทยกับใบเมเปิลแคนาดาได้อย่างลงตัว สะท้อนมิตรภาพยั่งยืนกว่า 6 ทศวรรษ ผมชอบตรงที่มันเรียบง่ายแต่ทรงพลัง เหมือนโลโก้แบรนด์ดังๆ ที่ผสมวัฒนธรรมเข้าไว้ด้วยกัน ถ้าเป็นสายดีไซน์หรือกราฟิกต้องชอบแน่ๆ

การแสดงสุดตื่นตา ผสมผสานบันเทิงไทย-แคนาดา

บรรยากาศงานคึกคักมาก มีแขกวีไอพีกว่า 100 คน ทั้งทูตานุทูต ผู้บริหารรัฐ-เอกชน สื่อมวลชน มาพร้อมการแสดงโขนแบบดั้งเดิมของไทยที่อลังการสุดๆ ตามด้วยศิลปินแคนาดา เบนจามิน ทาร์ดิฟ์ ที่นำศิลปะร่วมสมัยผสมเพลงบาโรกมาโชว์ ฟังดูเหมือนคอนเสิร์ตครอสโอเวอร์เลยนะ เหมาะกับคนชอบ entertainment ที่หลากหลายแบบนี้

คำกล่าวจากทูตแคนาดาและเลขาฯ กระทรวงต่างไทย

ปิง กิดนิกร เอกอัครราชทูตแคนาดา ประจำไทย กล่าวอย่างอบอุ่นว่า ‘ไทย-แคนาดาฉลองครบรอบ 65 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต บนพื้นฐานมิตรภาพ ความเคารพ และความมุ่งมั่นสร้างเสถียรภาพ ท่ามกลางโลกที่ท้าทาย’ ท่านยังเน้นการผลักดัน FTA (ความตกลงการค้าเสรี) เพื่อขยายธุรกิจ ห่วงโซ่อุปทาน โดยเฉพาะเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่แคนาดาเก่งมาก

ด้านศรัณย์ เจริญสุวรรณ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทย ย้ำว่าความสัมพันธ์เริ่มตั้งแต่ 8 พฤศจิกายน 2504 ราบรื่นมาตลอด ครอบคลุมการเมือง ความมั่นคง การค้า การศึกษา วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และคนถึงคน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญ

แผนกิจกรรมปี 2569: โอกาสใหม่สำหรับเทคโนโลยีและบันเทิง

ตลอดปีหน้า ทั้งสองประเทศจะจัดกิจกรรมต่อเนื่องด้านวัฒนธรรม เศรษฐกิจ การศึกษา ผมมองว่านี่คือโอกาสทองสำหรับ startup ไทยที่อยากจับคู่กับแคนาดา โดยเฉพาะ AI, biotech และ green tech ที่แคนาดานำหน้า หรือแม้แต่ content creator ที่อาจコラボโขนกับดนตรีแคนาดา สร้างคอนเทนต์ไวรัลได้เลย!

  • เศรษฐกิจ: ขยายการค้าผ่าน FTA สร้างห่วงโซ่อุปทานใหม่
  • เทคโนโลยี: ร่วมมือด้านนวัตกรรม สนับสนุน startup
  • บันเทิง-วัฒนธรรม: กิจกรรมแลกเปลี่ยนศิลปะ เพิ่มคนไทยรู้จักแคนาดามากขึ้น
  • คนถึงคน: โครงการศึกษาแลกเปลี่ยน เสริม soft power

จากมุมมองของผมที่ติดตามข่าวเทคโนโลยีมานาน ความสัมพันธ์ไทย-แคนาดานี้จะเป็นตัวเร่งสำคัญในยุคดิจิทัล โดยเฉพาะเมื่อแคนาดามีจุดแข็งเรื่อง AI และ quantum computing ที่ไทยกำลังเร่งพัฒนา ถ้าผนึกกำลังกัน จะเกิดนวัตกรรมเจ๋งๆ แน่นอน

สุดท้าย ผมคิดว่าการฉลองครบรอบนี้ไม่ใช่แค่พิธี แต่เป็นจุดเริ่มต้นเทรนด์ใหม่ของความร่วมมือข้ามทวีป ลองนึกภาพ startup ไทยขายแอป AI ไปแคนาดา หรือ influencer ไทยทำคอนเทนต์โขนเวอร์ชัน VR ร่วมกับแคนาดา สุดยอดไปเลย! ชวนทุกคนติดตามกิจกรรมปี 2569 กันนะ อาจมีโอกาสร่วมสนุกแบบเราๆ ด้วย

ที่มา – ไทย-แคนาดาฉลองครบรอบ 65 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต

ซ้อมแผนเผชิญเหตุกราดยิง ยกระดับความสามารถชุดปฏิบัติการพิเศษระดับสถานี มุ่งสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยสูงสุด

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! ในยุคที่ชีวิตเราอยู่ในเมืองใหญ่แบบกรุงเทพฯ ไปไหนมาก็ห้างสรรพสินค้า คอนโดหรู หรืออีเวนต์บันเทิงต่างๆ พี่เชื่อว่าทุกคนคงอยากรู้สึกปลอดภัยสุดๆ ใช่มั้ยล่ะ วันนี้พี่มีข่าวดีจากวงการรักษาความปลอดภัยมาอัปเดตให้ฟัง นั่นคือการ ซ้อมแผนเผชิญเหตุกราดยิง ที่โครงการ One Bangkok เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา โดยมี พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เป็นประธานเอง เหตุการณ์นี้ไม่ใช่แค่ซ้อมเล่นๆ แต่เป็นการยกระดับความพร้อมจริงจัง เพื่อให้เราอยู่ในเมืองหลวงได้อย่างสบายใจ

ซ้อมแผนเผชิญเหตุกราดยิง ยกระดับความสามารถชุดปฏิบัติการพิเศษระดับสถานี มุ่งสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยสูงสุด

การซ้อมครั้งนี้จัดขึ้นที่ One Bangkok ซึ่งเป็นแลนด์มาร์กใหม่สุดหรูใจกลางเมือง โดยมีผู้ใหญ่ระดับสูงมาร่วมเพียบ เช่น พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. และผู้บังคับการสถานีต่างๆ รวมถึงชุดปฏิบัติการพิเศษ MPB SWAT ที่เพิ่งฝึกมา 2 รุ่น กว่า 1,000 นาย! นอกจากนี้ยังมีผู้สังเกตการณ์จาก World Bank/IMF และกระทรวงการคลังมาดูด้วย เพราะพื้นที่นี้สำคัญมากสำหรับงานใหญ่ๆ ในอนาคต

ตามนโยบายแผนรักษาความสงบ (กรกฎ/67) ตำรวจโฟกัส 2 มิติหลักเลยครับ:

  • มิติประชาชน: สอนหลัก Run Hide Fight (หนี ซ่อน สู้) ในโรงเรียนและบริษัทต่างๆ ให้ทุกคนรู้วิธีเอาตัวรอด เช่น ถ้าได้ยินเสียงปืน วิ่งหนีไปให้พ้น ถ้าติดกับดักก็ซ่อนตัวเงียบๆ หรือถ้าจำเป็นต้องสู้เพื่อปกป้องตัวเอง พี่ว่ามันเท่เหมือนในหนังแอคชั่นเลย แต่ใช้ได้จริงนะ!
  • มิติตำรวจ: ยกระดับชุด MPB SWAT ระดับสถานี ให้เป็น First Responder เข้าไประงับเหตุได้ทันที ไม่ต้องรอหน่วยกลาง ลดความสูญเสียได้เยอะมาก

ในวันซ้อม จำลองสถานการณ์กราดยิงในห้างและที่พักอาศัยหนาแน่น ชุดจาก สน.ลุมพินี, สน.ทุ่งมหาเมฆ, สน.บางโพงพาง และ บก.น.5 ร่วมกัน โดยใช้ Command Room ควบคุม ประสานงานอพยพประชาชนแบบเป็นระบบ พี่ที่เคยติดตามข่าวต่างประเทศอย่างเหตุกราดยิงในสหรัฐฯ บอกเลยว่าการมีเทคโนโลยีช่วยแบบนี้สำคัญมาก เหมือนระบบ AI ตรวจจับภัยในสมาร์ทซิตี้เลยครับ

บทเรียนจากอดีต สู่ความพร้อมอนาคต

ผบ.ตร. กิตติ์รัฐ เน้นย้ำว่าการฝึกซ้ำๆ คือหัวใจของความปลอดภัย ผู้บังคับบัญชาต้องกำหนดแผนฝึกทุกชั้น ตำรวจต้องมีสติ เสียสละตามอุดมคติ “รักษาความไม่ประมาทเสมอชีวิต” พี่เห็นด้วยสุดๆ เพราะในยุค entertainment-tech อย่างเรา ที่ไปคอนเสิร์ตหรือช็อปปิ้ง ห้างใหญ่ๆ เต็มไปด้วยคน การมี SWAT ระดับสถานีพร้อมรบแบบนี้ มันสร้างความเชื่อมั่นได้จริง

พี่วิเคราะห์ให้ฟังเพิ่ม: เหตุกราดยิงทั่วโลกเพิ่มขึ้น แต่ไทยเราก้าวหน้าเพราะถอดบทเรียนเก่า ใช้ tech อย่างห้องควบคุมและยุทธวิธีใหม่ๆ ถ้าประชาชนเราก็ฝึก Run Hide Fight ตาม มันจะยิ่งเพอร์เฟกต์! Trend สุดฮิตตอนนี้คือ smart safety ในเมืองใหญ่ เหมือนสิงคโปร์หรือดูไบเลยครับ

สรุปแล้ว การ ซ้อมแผนเผชิญเหตุกราดยิง ยกระดับความสามารถชุดปฏิบัติการพิเศษระดับสถานี มุ่งสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยสูงสุด ครั้งนี้ ไม่ใช่แค่ข่าว แต่เป็นสัญญาณดีว่ากรุงเทพฯ ปลอดภัยขึ้นแน่นอน พี่แนะนำทุกคน ลองหาคลิปสอน Run Hide Fight มาดู ฝึกกับครอบครัวดูสิ สนุกและอุ่นใจด้วย! คุณล่ะ พร้อมมั้ยสำหรับชีวิตเมืองหลวง?

ที่มา – ซ้อมแผนเผชิญเหตุกราดยิง ยกระดับความสามารถชุดปฏิบัติการพิเศษระดับสถานี มุ่งสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยสูงสุด

ไฟป่าแม่ออนลุกลามหนัก เจ้าหน้าที่เดินเท้าเข้าคุมเพลิงกลางดึก พื้นที่หน้าผาสูงชันเตรียมประเมินใช้อากาศยาน

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนที่กำลังเป็นห่วงใจคนทั้งประเทศกันดีกว่าครับ นั่นคือ ไฟป่าแม่ออนลุกลามหนัก เจ้าหน้าที่เดินเท้าเข้าคุมเพลิงกลางดึก พื้นที่หน้าผาสูงชันเตรียมประเมินใช้อากาศยาน สถานการณ์ในอำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ กำลังตึงเครียดมาก หลังจากเพลิงไหม้ลุกลามตั้งแต่ค่ำวันที่ 19 กุมภาพันธ์ บริเวณรอยต่อดอยผาม่านและดอยผาแดง พื้นที่ป่าที่เข้าถึงยากสุดๆ

ไฟป่าแม่ออนลุกลามหนัก เจ้าหน้าที่เดินเท้าเข้าคุมเพลิงกลางดึก พื้นที่หน้าผาสูงชันเตรียมประเมินใช้อากาศยาน

จากที่ทีมข่าว THE STANDARD ลงพื้นที่มากับตา เปลวเพลิงลามเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะแนวหน้าผาลาดชันสูง เจ้าหน้าที่ต้องระดมกำลังเดินเท้าเข้าไปสกัดดาวไฟ ท่ามกลางความมืดมิดและภูมิประเทศสุดโหด วิโรจน์ ดวงสุวรรณ์ นายอำเภอแม่ออน นำทีมร้อย อส.แม่ออน, เจ้าหน้าที่ป้องกันภัยจาก อบต.ออนกลาง และอาสาสมัครดับไฟป่าภาคประชาชน ใช้โดรนตรวจจับจุดร้อนก่อน แล้วค่อยบุกเข้าไปพร้อมอุปกรณ์ดับเพลิง

ปฏิบัติการต่อเนื่องยาวนานจนถึงตี 00.10 น. ของวัน 20 กุมภาพันธ์ ก่อนถอนกำลังชั่วคราวเพราะมืดและอันตราย แต่บางจุดบนหน้าผายังดับไม่ได้เลยครับ เพราะเสี่ยงตกสูงและลื่นมาก

เทคโนโลยีช่วยเหลือ: โดรนและอากาศยานในอนาคต

ในฐานะคนที่ติดตามเรื่องภัยพิบัติมาหลายปี ผมชื่นชมการใช้โดรนตรวจความร้อนมากเลยครับ มันช่วยประเมินสถานการณ์ได้แม่นยำ ลดความเสี่ยงให้เจ้าหน้าที่ ตอนนี้กำลังประเมินใช้เครื่องบินหรือเฮลิคอปเตอร์โปรยน้ำทางอากาศ ถ้าจำเป็นต้องขอสนับสนุนเพิ่มเพื่อไม่ให้ไฟลามใหญ่กว่านี้

ไฟป่าแบบนี้เกิดจากอะไรบ้าง? มักมาจากการเผาป่าเกษตรที่ลาม, ฟ้าผ่า หรือบุคคลตั้งใจ ในฤดูแล้งแบบนี้เชียงใหม่เจอหนักทุกปี ส่งผลกระทบอากาศ PM2.5 พุ่ง ลูกหมากเด็กและผู้สูงอายุเสี่ยงสุขภาพ แถมสูญเสียระบบนิเวศป่าไม้ที่เป็นปอดของไทย

  • ความท้าทาย: หน้าผาสูงชัน เข้าถึงยาก กลางคืนมองไม่เห็น
  • มาตรการ: เดินเท้าสกัด + โดรนสำรวจ + เตรียมอากาศยาน
  • บทเรียน: ต้องป้องกันล่วงหน้า เช่น สายตรวจป่าและรณรงค์ไม่เผา

แนวโน้มไฟป่าและบทบาทเทคโนโลยี

จากประสบการณ์ ปีหลังๆ ไฟป่าลุกลามบ่อยขึ้นเพราะ climate change ทำให้แล้งนานขึ้น เทคโนโลยีอย่าง AI วิเคราะห์จุดเสี่ยงจากดาวเทียม หรือโดรนอัตโนมัติกำลังมาแรงในอนาคต ช่วยดับไฟได้เร็วขึ้น 20-30% เลยทีเดียว เพื่อนๆ ที่สนใจ tech ตาม dõiได้นะครับ จะเปลี่ยนเกมการดับไฟป่าได้มาก

สุดท้าย ผมคิดว่าเราทุกคนช่วยได้ โดยไม่จุดไฟในป่า, รายงานจุดสงสัยทันทีทางสายด่วน 199 หรือแอป gForest มาแชร์กันในคอมเมนต์ว่าคุณทำอะไรบ้างเพื่อป่าบ้างครับ! สนับสนุนเจ้าหน้าที่ด้วยการแชร์ข่าวนี้ให้โลกรู้กันเถอะ

ที่มา – ไฟป่าแม่ออนลุกลามหนัก เจ้าหน้าที่เดินเท้าเข้าคุมเพลิงกลางดึก พื้นที่หน้าผาสูงชันเตรียมประเมินใช้อากาศยาน

งานวิจัยใหม่เผย AI Agents วิ่งวุ่นออนไลน์ไร้คุม

ในปีที่ผ่านมา AI Agents กลายเป็นที่ฮือฮาไปทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น OpenAI, Google หรือ Anthropic ที่เปิดตัวเอเจนต์สาธารณะสำหรับจัดการงานหลายขั้นตอนแทนมนุษย์ ล่าสุดเดือนที่แล้ว OpenClaw เอเจนต์โอเพ่นซอร์ส ดังกระฉ่อน ด้วยความสามารถอัตโนมัติสุดล้ำ แต่ก็มาพร้อมความกังวลด้านความปลอดภัยมหาศาล อย่างไรก็ตาม เรายังไม่รู้ขนาดการใช้งานจริงๆ ว่าพูดกันมากขนาดนี้ มี deploy จริงแค่ไหน MIT Computer Science and Artificial Intelligence Laboratory (CSAIL) จึงออก งานวิจัยใหม่เผย AI Agents กำลังวิ่งวุ่นออนไลน์ไร้การควบคุม หรือ 2025 AI Agent Index ที่ให้ภาพรวมครั้งแรกของการทำงานจริงในโลกออนไลน์

งานวิจัยใหม่เผย AI Agents กำลังวิ่งวุ่นออนไลน์ไร้การควบคุม

นักวิจัยพบว่าความสนใจใน AI Agents พุ่งสูงในปีนี้ งานวิจัยที่พูดถึง “AI Agent” หรือ “Agentic AI” ในปี 2025 เพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่าจากปี 2020-2024 รวมกัน และผลสำรวจ McKinsey ชี้ว่า 62% ของบริษัทกำลังทดลองใช้ AI Agents อย่างน้อยบ้าง

ด้วยกระแสแรงขนาดนี้ นักวิจัยจึงสำรวจ 30 AI Agents ชั้นนำใน 3 หมวด: แชทเบสอย่าง ChatGPT Agent และ Claude Code; บราวเซอร์เบสอย่าง Perplexity Comet และ ChatGPT Atlas; และเอ็นเตอร์ไพรส์อย่าง Microsoft 365 Copilot กับ ServiceNow Agent แม้ไม่บอกตัวเลข deploy ชัดๆ แต่ให้ข้อมูลลึกๆ ว่าพวกมันทำงานอย่างไร ซึ่งส่วนใหญ่ไร้ระบบป้องกัน!

กรอบความปลอดภัยมีน้อยนิด

แค่ครึ่งหนึ่งจาก 30 เอเจนต์ที่มีกรอบความปลอดภัยหรือความน่าเชื่อถือตีพิมพ์ เช่น Anthropic’s Responsible Scaling Policy, OpenAI’s Preparedness Framework หรือ Microsoft’s Responsible AI Standard หนึ่งในสามไม่มีเอกสารเลย และ 5 จาก 30 ไม่มีมาตรฐานปฏิบัติใดๆ น่ากลัวเพราะ 13 จาก 30 มีระดับ agency สูงสุด สามารถทำงานยาวๆ โดยไม่ต้องมนุษย์คุม โดยเฉพาะบราวเซอร์เอเจนต์อย่าง Google’s AI Autobrowse ที่ล็อกอินเว็บแทนเราได้

ปัญหาคือ การให้เอเจนต์ท่องเว็บอิสระไร้รั้วเกราะ ทำให้พฤติกรรมเหมือนมนุษย์สุดๆ และไม่แจ้งให้ชัด 21 จาก 30 ไม่บอกผู้ใช้หรือบุคคลที่สามว่ามันคือ AI ไม่ใช่คน ทำให้ traffic ถูกเข้าใจผิด MIT พบแค่ 7 เอเจนต์ที่มี User-Agent (UA) strings และ IP ranges คงที่ บางตัวใช้ UA แบบ Chrome และ IP บ้านๆ เพื่อปลอมตัว!

หลบเลี่ยงระบบป้องกันและเสี่ยงถูกโจมตี

บางเอเจนต์อย่าง BrowserUse ยังขายจุดเด่นว่าบายพาส anti-bot เพื่อท่อง “เหมือนมนุษย์” กว่า半 ไม่มีเอกสารจัดการ robots.txt, CAPTCHA หรือ API Perplexity ยังโต้แย้งว่าเอเจนต์แทนผู้ใช้ ไม่ควรถูกลด scraping เพราะเหมือนมนุษย์ช่วยเหลือ

ไร้การป้องกันแบบนี้ เสี่ยง exploit สูง ขาดมาตรฐานทดสอบความปลอดภัย 9 จาก 30 ไม่มี guardrails ต้านอันตรายเกือบทั้งหมดไม่เปิดผลทดสอบภายใน และ 23 ไม่มี third-party test แค่ 4 ตัวอย่าง ChatGPT Agent, OpenAI Codex, Claude Code, Gemini 2.5 ที่มี system cards เฉพาะเอเจนต์ แม้ lab ใหญ่ๆ อย่าง OpenAI, Google จะมีเอกสาร alignment risks แต่ขาดรายละเอียด vulnerability วันต่อวัน นักวิจัยเรียก “safety washing” – โพสกรอบจริยธรรมสูงๆ แต่เปิดข้อมูลจริงน้อย

มีแนวโน้มดีบ้าง เดือนธันวาคม OpenAI, Anthropic ร่วมตั้ง มูลนิธิมาตรฐาน AI Agents แต่ งานวิจัยใหม่เผย AI Agents กำลังวิ่งวุ่นออนไลน์ไร้การควบคุม ชี้ชัดช่องว่าง transparency เอเจนต์ทะลักเว็บและที่ทำงาน อิสระสูงสุด ไร้ oversight ดูท่าความปลอดภัยจะตามไม่ทันเร็วๆ นี้

มุมมองผู้เขียน: เราต้องเร่งผลักดันมาตรฐานสากลเพื่อป้องกันความเสี่ยงก่อนที่ AI Agents จะสร้างปัญหาใหญ่ ติดตามข่าว AI ล่าสุดกับเราเพื่อไม่พลาด!

ที่มา – New Research Shows AI Agents Are Running Wild Online, With Few Guardrails in Place

บรรยากาศวันแรกของ ‘รอมฎอน 2569’ ที่ มัสยิดฮารูณ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้เรามาพูดถึงเรื่องที่น่าสนใจและอบอุ่นใจกันบ้างนะครับ สำหรับ บรรยากาศวันแรกของ ‘รอมฎอน 2569’ ที่ มัสยิดฮารูณ ย่านบางรัก ที่เป็นหนึ่งในมัสยิดเก่าแก่ชื่อดังของกรุงเทพฯ โดยเฉพาะช่วงเดือนรอมฎอนที่ทุกปีจะคึกคักสุดๆ ผมเองเคยไปสัมผัสบรรยากาศตรงนั้นมาหลายครั้ง รู้สึกได้ถึงความศรัทธาและความสามัคคีของพี่น้องมุสลิมที่รวมตัวกันอย่างอบอุ่น เหมือนเป็นคอมมิวนิตี้ที่แข็งแกร่งในย่านใจกลางเมืองเลยครับ

บรรยากาศวันแรกของ ‘รอมฎอน 2569’ ที่ มัสยิดฮารูณ

เช้าวันพฤหัสบดีที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 ตรงกับวันแรกของเดือนรอมฎอนฮิจเราะห์ศักราช 1447 ตามประกาศจาก สำนักจุฬาราชมนตรี ที่ดูดวงจันทร์อย่างเป็นทางการ พี่น้องชาวมุสลิมทั่วประเทศ โดยเฉพาะย่านบางรัก เริ่มต้นถือศีลอดกันอย่างพร้อมเพรียง บรรยากาศรอบมัสยิดฮารูณเต็มไปด้วยผู้คนที่แต่งกายเรียบร้อย สวมเสื้อผ้าสีขาวสะอาด มุ่งหน้ามละหมาดญุฮริและเตรียมตัวสำหรับการอดอาหารตลอดวัน

จากภาพที่ช่างภาพข่าว THE STANDARD ถ่ายทอดมา เห็นได้ชัดถึงความคึกคัก มีทั้งเด็กๆ วัยรุ่น ผู้ใหญ่ และผู้สูงอายุ มาร่วมกัน บางคนนำอาหารมาจัดเตรียมสำหรับวันแรก บางคนนั่งคุยกันอย่างสนุกสนาน แบ่งปันเคล็ดลับการถือศีลอดให้แข็งแรง เช่น ดื่มน้ำเกลือแร่เยอะๆ หรือกินอาหารที่มีไฟเบอร์สูงตอนสอะหูรฺ (มื้อก่อนรุ่งสาง) มันเป็นภาพที่ชวนให้รู้สึกสงบและมีพลังในเวลาเดียวกันเลยครับ

มัสยิดฮารูณ: มากกว่าแค่สถานที่ประกอบพิธี

มัสยิดฮารูณไม่ได้เป็นแค่ที่ละหมาดนะครับ แต่เป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชนมุสลิมย่านบางรักมานานหลายสิบปี สถาปัตยกรรมเก่าแก่ผสมผสานระหว่างไทยและอิสลาม ภายในมีลานกว้างที่รองรับผู้คนได้มากมาย ในช่วงรอมฎอนแบบนี้ จะมีกิจกรรมพิเศษ เช่น การฟังบรรยายธรรมะ ไทตัร (เลิกอด) ร่วมกัน และแจกอาหารฟรีให้ผู้ยากไร้ ผมมองว่ามันเป็นตัวอย่างของ ‘community building’ ที่สมบูรณ์แบบ ในยุคที่ทุกคนติดโซเชียลมีเดีย การมารวมตัวแบบนี้ช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์จริงๆ ครับ

  • กิจกรรมเด่นในวันแรก: มละหมาดญุฮริคึกคัก, เตรียมอาหารไทตัร, แบ่งปันประสบการณ์ถือศีลอด
  • เคล็ดลับจากผู้เชี่ยวชาญ: หลีกเลี่ยงคาเฟอีนตอนสอะหูรฺ, ออกกำลังกายเบาๆ เพื่อสุขภาพ
  • ประโยชน์ของรอมฎอน: ฝึกวินัย, ลดน้ำหนัก, เสริมภูมิคุ้มกันจิตใจ

ถ้าคุณเคยสงสัยว่ารอมฎอนคืออะไร มันคือเดือนศักดิ์สิทธิ์ที่มุสลิมอดอาหารจากเช้าถึงเย็น เพื่อฝึกตนให้อดทน รู้จักความหิวของผู้อื่น และใกล้ชิดพระเจ้าอย่างเต็มที่ ปีนี้ 2569 คาดว่าจะยาวนานประมาณ 29-30 วัน ขึ้นกับดวงจันทร์อีกครั้ง

มุมมองจากสายตาผู้สังเกตการณ์

ในฐานะคนที่ติดตามวัฒนธรรมหลากหลายมาหลายปี ผมเห็นว่า บรรยากาศวันแรกของ ‘รอมฎอน 2569’ ที่ มัสยิดฮารูณ สะท้อนถึงความยืดหยุ่นของชุมชนไทยมุสลิมท่ามกลางวิถีชีวิตเร่งรีบ พวกเขายังคงรักษาขนบธรรมเนียมเก่าแก่ แต่ปรับตัวเข้ากับยุคดิจิทัล เช่น ถ่ายรูปเช็คอินแชร์ TikTok หรือ IG Live การไลฟ์สตรีมมละหมาด ทำให้คนนอกชุมชนอย่างเราได้เห็นและเข้าใจมากขึ้น เหมือนเป็น entertainment ที่ให้ insight ลึกซึ้งเลยครับ

สำหรับเพื่อนๆ ที่สนใจ tech ลองนึกภาพ drone ถ่ายบรรยากาศมัสยิด หรือ app เตือนเวลาละหมาดที่ใช้ AI คำนวณตามตำแหน่ง GPS มัน blend ศาสนากับเทคโนโลยีได้ลงตัวมาก! ถ้าคุณอยู่ใกล้ๆ แนะนำให้แวะไปสัมผัสเองนะครับ จะได้ความรู้สึก peaceful ที่หาไม่ได้จากหน้าจอ

สรุปแล้ว รอมฎอนปีนี้เริ่มต้นด้วยพลังบวกเต็มเปี่ยม หวังว่าทุกคนจะได้รับพรจากเดือนอันประเสริฐนี้ ไม่ว่าจะศาสนาไหน ลองนำหลักอดทนมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันดูสิครับ จะช่วยให้ชีวิต balanced ขึ้นเยอะ! ถ้าชอบบทความนี้ แชร์ต่อและคอมเมนต์ประสบการณ์ของคุณด้านล่างเลยนะ

ที่มา – บรรยากาศวันแรกของ ‘รอมฎอน 2569’ ที่ มัสยิดฮารูณ

ดู Phil Lord และ Chris Miller ถูกเขย่าใน Project Hail Mary

ไรอัน คูเกลอร์ เดินทางนำร่องให้ฟิล ลอร์ด และคริส มิลเลอร์ได้… ถูกเขย่าไปมาและฉีดน้ำใส่ นั่นแหละ! ปีที่แล้ว ผู้กำกับ Sinners ทำวิดีโอสุดเจ๋งอธิบายรูปแบบฉายหนังหลากหลายของเขา ตอนนี้ ลอร์ดและมิลเลอร์ก็ทำแบบเดียวกันสำหรับภาพยนตร์เรื่องใหม่ Project Hail Mary แต่เพิ่มความมันส์เข้าไปอีก!

ดู Phil Lord และ Chris Miller ถูกเขย่าใน Project Hail Mary

ผู้กำกับคู่นี้ที่เคยสร้างสรรค์ The Lego Movie และ 21 Jump Street สุดฮา ได้ออกเดินทางรอบลอสแองเจลิสเพื่อทดลองดูหนังของตัวเองในรูปแบบฉายต่างๆ เกือบโหลเลยทีเดียว จริงๆ แล้วหนังเรื่องนี้จะฉายใน 12 รูปแบบ รวมกัน แม้บางรูปแบบจะไม่ได้อยู่ในวิดีโอนี้ก็ตาม เช่น 4DX ที่นั่งขยับได้ มีเอฟเฟกต์ควัน น้ำ และลมพัดในโรงภาพยนตร์ มาดูการผจญภัยของพวกเขากันเลย!

วิดีโอนี้สนุกมาก ลอร์ดและมิลเลอร์ดูเพลินสุดๆ กับการโปรโมทแบบนี้ ถ้าไม่อยากดูทั้งคลิป เรามาสรุป 12 รูปแบบฉาย ที่ครอบคลุมเกือบ 9 รูปแบบในวิดีโอให้ฟัง:

  • IMAX 70mm
  • IMAX with Laser
  • IMAX 1:43
  • Dolby Cinema
  • 4DX
  • ScreenX
  • RealD 3D
  • Standard
  • Plus อีก 3 รูปแบบที่ไม่ได้กล่าวถึงในวิดีโอ เช่น HDR by Barco และ MX4D

ความแตกต่างของแต่ละรูปแบบจากการดู Phil Lord และ Chris Miller ถูกเขย่าใน Project Hail Mary

วิดีโออธิบายชัดเจนว่าทำไมรูปแบบเหล่านี้ถึงต่างกัน จอต่างกัน ระบบฉายต่างกัน เสียงต่างกัน สองรูปแบบที่ไม่ได้พูดถึงคือ HDR by Barco ที่คล้าย Dolby Cinema แต่โปรเจกเตอร์และเสียงดีกว่า และ MX4D ที่คล้าย 4DX แบบอัปเกรด พวกคุณสามารถดูหนังเรื่องนี้ได้ถึง 12 ครั้ง แล้วได้ประสบการณ์ใหม่ทุกครั้งเลยนะ!

ทำไมถึงเป็นแบบนี้? วิดีโอไม่ได้บอกตรงๆ แต่ Project Hail Mary มีการเปลี่ยน อัตราส่วนภาพ (aspect ratio) ตลอดทั้งเรื่อง ฉากในอวกาศซึ่งเป็น 2/3 ของหนัง จะใหญ่กว่าฉากบนโลกมาก และขนาดเหล่านี้จะเปลี่ยนไปตามรูปแบบฉาย ลอร์ดและมิลเลอร์แนะนำ IMAX 70mm หรือ IMAX 1:43 เพื่อสัมผัสเต็มๆ แต่รูปแบบอื่นๆ ก็มีการเปลี่ยนแปลงนี้ด้วย

เราชอบมากที่ผู้กำกับอย่างไรอัน คูเกลอร์ หรือลอร์ด-มิลเลอร์ ออกมาอธิบายให้คนดูเข้าใจ มันดูเนิร์ดๆ แต่สำคัญมาก โดยเฉพาะตอนตัดสินใจจ่ายเงินดูหนังราคาแพง เราคิดว่า Project Hail Mary น่าจะคุ้มทุกบาททุกสตางค์แน่นอน รอติดตามเร็วๆ นี้

นำแสดงโดยไรอัน กอสลิง จากนิยายของแอนดี้ วีร์ หนังเข้าฉายในโรง 20 มีนาคม และตั๋ววางขาย 20 กุมภาพันธ์ อย่าพลาด!

อยากได้ข่าว io9 เพิ่ม? เช็คตาราง Marvel, Star Wars, Star Trek, DC Universe และ Doctor Who ล่าสุดได้เลย

รีบจองตั๋ว Project Hail Mary แล้วไปลองรูปแบบโปรดของคุณเอง รับรองสนุกไม่แพ้ฟิลและคริสแน่นอน!

ที่มา – Watch Phil Lord and Chris Miller Get Shaken About for ‘Project Hail Mary’

หัวหน้าฯนาซ่าคนใหม่โทษผู้นำเก่า ภารกิจ Starliner

สวัสดีเพื่อนๆ ชาวอวกาศ! วันนี้เรามาคุยกันเรื่องดราม่าร้อนๆ จากนาซ่าเลยนะ หัวหน้าฯนาซ่าคนใหม่โทษผู้นำเก่า ภารกิจ Starliner ล้มเหลวแบบสุดๆ จนลูกเรือติดอยู่ในอวกาศนาน 9 เดือน หลังสอบสวนเรียบร้อย นาซ่ายอมรับว่าผู้นำตัวเองนี่แหละที่ต้องรับผิดชอบหลัก โดยเฉพาะการตัดสินใจที่ผิดพลาดในช่วงวิกฤต

ในงานแถลงข่าววันพฤหัส Jared Isaacman ผู้บริหารนาซ่าคนใหม่ บอกตรงๆ ว่าตอนที่ Sunita Williams กับ Barry Wilmore ติดอยู่ใน ISS แล้วกำลังตัดสินใจทางเลือก ผู้นำกลับยึดติดกับเป้าหมายใหญ่ของโปรแกรม คือการมีระบบขนส่งลูกเรือหลายตัว แม้จะเสี่ยงต่อความปลอดภัยของภารกิจและลูกเรือก็ตาม

หัวหน้าฯนาซ่าคนใหม่โทษผู้นำเก่า ภารกิจ Starliner สร้างปัญหาอะไรบ้าง

ทุกคนรู้ดีว่ามียานอวกาศอีกตัวพร้อมรับลูกเรือกลับบ้าน แต่หัวหน้าฯนาซ่าคนใหม่โทษผู้นำเก่า ภารกิจ Starliner ที่เสียเวลาเกือบ 3 เดือนไปไล่แก้ปัญหาทางเทคนิคของ Starliner แทน สุดท้ายยานก็บินกลับโลกแบบไร้คน ในเดือนกันยายน 2024 ลูกเรือเลยต้องรออีก 6 เดือน ก่อนจะได้กลับด้วย SpaceX Crew Dragon

เหตุการณ์นี้ไม่ใช่แค่ล้มเหลว แต่ยังสร้าง “ปัญหาความเชื่อใจ” และ “การแตกหักของวัฒนธรรมองค์กร” ที่ผู้นำไม่สามารถแก้ไขได้ Isaacman ชี้ว่าปัญหาแผ่ขยายไปทุกชั้น ตั้งแต่ระดับล่างยันผู้บริหารสูงสุดอย่าง Bill Nelson อดีตผู้บริหารนาซ่า “ผมไม่เข้าใจเลยว่าทำไมในสถานการณ์แบบนี้ ไม่มีการเข้าแทรกแซงโดยตรงเพื่อช่วยลูกเรือและหาทางออกที่ถูกต้อง” เขากล่าว

ปัญหาทางเทคนิคที่หัวหน้าฯนาซ่าคนใหม่โทษผู้นำเก่า ภารกิจ Starliner

Starliner ปัญหาเพียบตั้งแต่ก่อนบิน ระหว่างบิน และหลังบิน โดยเฉพาะการรั่วไหลของฮีเลียมและปัญหาเครื่องยนต์จรวด ยานกลับโลกไร้ลูกเรือ นาซ่าปล่อยรายงานสอบสวนในวันแถลง ชี้ปัจจัยหลายอย่าง เช่น ความล้มเหลวของฮาร์ดแวร์ ช่องโหว่การรับรอง ผิดพลาดของผู้นำ และปัญหาวัฒนธรรม ที่ขัดกับมาตรฐานความปลอดภัยการบินอวกาศของมนุษย์

  • การประนีประนอมการออกแบบ: ระหว่างพัฒนา ทำให้ฮาร์ดแวร์ไม่ผ่านการรับรองเต็มที่
  • การตัดสินใจผิด: นาซ่ารับยาน ปล่อยลูกเรือ แล้วจัดการตั้งแต่จอดยันหลังภารกิจ
  • วัฒนธรรมองค์กร: ขาดการแก้ไขปัญหาความเชื่อถือ

Isaacman ย้ำว่า “เราจัดการสัญญา รับยาน ปล่อยลูกเรือ ตัดสินใจทุกขั้นตอน ความรับผิดชอบหลักอยู่ที่นาซ่า” ยังไม่ชัดว่าจะลงโทษใครในนาซ่าหรือ Boeing

การหาสาเหตุตรงๆ ของปัญหาเครื่องยนต์ยังดำเนินต่อไป นาซ่าจะร่วมกับ Boeing แก้ Starliner ให้พร้อมบินลูกเรือไป-กลับวงโคจรต่ำโลก (LEO) แต่ ISS จะเกษียณปี 2030 แล้ว?

Isaacman ตอบว่าประเด็นสำคัญคือ “จุดประกายเศรษฐกิจวงโคจร” ที่จะมีสถานีอวกาศเชิงพาณิชย์หลายแห่ง ดังนั้นยานขนส่งหลายตัวยังจำเป็นต่อไป “เราหวังและตั้งใจทำงานกับ Boeing เพื่อหาสาเหตุเครื่องยนต์ ทำตามคำแนะนำ และกลับสู่การบินลูกเรือ” มีแผนส่งสินค้าด้วย Starliner ไม่เกินเมษายน ตามด้วยหมุนเวียนลูกเรือ 3 ครั้ง

ทั้งนาซ่าและ Boeing ยังมีงานอีกเยอะ Starliner จะพร้อมใน 2 เดือนเหรอ? ยากล่ะ ชะตากรรมโปรแกรมนี้ขึ้นกับการแก้เทคนิคและการฟื้นฟูความเชื่อถือระหว่างผู้นำ พนักงาน และลูกเรือ

ในมุมมองผม การบินอวกาศต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัยลูกเรือเหนือทุกอย่าง บทเรียนจากหัวหน้าฯนาซ่าคนใหม่โทษผู้นำเก่า ภารกิจ Starliner จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ ติดตามข่าวอวกาศอัปเดตได้ที่บล็อกเราเลยนะ!

ที่มา – New NASA Chief Blames Prior Leadership for Botched Starliner Mission

ราคาบิตคอยน์ร่วง บริษัทเพิ่มสต็อกคริปโต 47 พันล้าน

บริษัท Strategy (เดิมชื่อ MicroStrategy) คือบริษัทที่รู้จักในฐานะ “bitcoin treasury company” เดิมทีบริษัทนี้เน้นบริการที่ปรึกษาด้านไอที แต่ตั้งแต่ปี 2020 ก็หันมาโฟกัสการสะสมบิตคอยน์ให้ได้มากที่สุดและเร็วที่สุด นั่นเพราะประธานบริหาร Michael Saylor มองว่าบิตคอยน์คือฐานเงินตราระดับโลกที่จะทำให้ระบบการเงินใหม่เบ่งบาน

ราคาบิตคอยน์ร่วง บริษัทเพิ่มสต็อกคริปโต 47 พันล้าน

ปัจจุบัน Strategy ถือบิตคอยน์มูลค่าประมาณ 47 พันล้านดอลลาร์ แม้ราคาบิตคอยน์จะร่วงจากราว 125,000 ดอลลาร์ในเดือนตุลาคม ลงมาที่ 60,000 ดอลลาร์เมื่อสัปดาห์ก่อน แต่บริษัทก็ไม่ยอมหยุดซื้อ ต้นสัปดาห์นี้ Strategy ประกาศ ซื้อบิตคอยน์เพิ่มอีก 168.4 ล้านดอลลาร์ โดยระดมทุนจากการออกหุ้นใหม่ ซึ่งเป็นวิธีหลักที่บริษัทใช้สะสมสต็อกใหญ่โต พร้อมกับการกู้ยืมในอดีต

Strategy ซื้อบิตคอยน์ 2,486 BTC มูลค่า 168.4 ล้านดอลลาร์ ที่ราคาเฉลี่ย 67,710 ดอลลาร์ต่อเหรียญ ณ วันที่ 16 ก.พ. 2026 บริษัทถือ 717,131 BTC มูลค่ารวม 54.52 พันล้านดอลลาร์ ที่ราคาเฉลี่ย 76,027 ดอลลาร์ต่อเหรียญ #BTC #MSTR #STRC

— Michael Saylor (@saylor) 17 กุมภาพันธ์ 2026

ข้อมูลจาก BitcoinTreasuries.NET ชี้ว่าสต็อกบิตคอยน์ของ Strategy พีคที่ 90 พันล้านดอลลาร์ตอนต้นตุลาคม ขณะที่หุ้น Strategy ร่วง 76.5% จากจุดสูงสุด 543 ดอลลาร์ในพฤศจิกายน 2024

กลยุทธ์ที่ทนทานแม้ราคาบิตคอยน์ร่วง

แม้สื่อจะพูดเกินจริง แต่ Strategy ขาดทุนจากราคาซื้อเฉลี่ยแค่ 10% บริษัทยังอ้างว่าสามารถรับมือราคาบิตคอยน์ตกถึง 8,000 ดอลลาร์ได้ สถาบันวอลล์สตรีทอย่าง Bernstein และ TD Cowen ก็เห็นตรงกันว่าบริษัทยังไม่เจอปัญหาใหญ่

ด้วยแนวทางนี้ Strategy จึงเป็นการลงทุนแบบเลเวอเรจบนราคาบิตคอยน์ เป้าหมายคือเพิ่มปริมาณบิตคอยน์ต่อหุ้น ทำให้หุ้นบริษัทโตเร็วกว่าบิตคอยน์ในตลาดกระทิง และตกหนักกว่าในตลาดหมี แน่นอนว่าถ้าบิตคอยน์ล้มเหลวในการเป็นสินทรัพย์สำรองโลก งบดุลบริษัทอาจพังได้ แต่ถ้าสำเร็จ หุ้นก็จะ outperform บิตคอยน์ชัดเจน

การเดิมพันแบบไม่สมมาตรนี้คล้ายบิตคอยน์เอง ดังที่ Satoshi Nakamoto ผู้สร้างเคยบอก “ใน 20 ปีข้างหน้า จะมีธุรกรรมมหาศาลหรือไม่มีเลย”

Strategy มีคู่แข่งที่เรียกมันว่า Ponzi scheme แต่บิตคอยน์เอง也被กล่าวหามา 15 ปีแล้ว อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงของ Strategy แตกต่างจากการถือบิตคอยน์ตรงๆ

นัก Bitcoin พิวริสต์วิจารณ์ Strategy ว่าห่างจากวิสัยทัศน์ peer-to-peer digital cash มีความกังวลเรื่องการกระจุกตัวของบิตคอยน์ในมือบริษัทอย่าง Strategy, exchange อย่าง Coinbase, ETF อย่าง BlackRock Saylor ยังถูก批評จากคอมเมนต์เรื่อง privacy และ ปฏิเสธ proof-of-reserves ซึ่งขัด cypherpunk ethos

วงการคริปโตมี tension ระหว่าง cypherpunks กับ entrepreneurs โดยเฉพาะ stablecoins และโครงสร้าง centralized ที่ซ่อนอยู่ นักพัฒนาจะสร้าง infrastructure ผู้ใช้-friendly บน Bitcoin protocol ต่อไป ไม่มีทางห้ามได้ แม้คนทั่วไปไม่สน financial sovereignty (เพราะเสี่ยงถูกโจมตี) แต่ใครอยาก self-custody ก็ทำได้ รัน node เอง

Hal Finney อาจพูดถูกตั้งแต่ 2010 ว่า Bitcoin จะกลายเป็น digital banking แต่คนอยากเป็น bank ตัวเองยังทำได้ บางทีอาจย้ายไป layer 2 สำหรับตอนนี้ สต็อกบิตคอยน์ของ Strategy และ Tether อาจเป็นจุดเริ่มของ bitcoin banking system แต่ยังไม่แน่นอน เพราะ Tether ซื้อทอง 24 พันล้าน

กลยุทธ์ของ Strategy แสดงถึงความเชื่อมั่นในบิตคอยน์แม้ราคาร่วง คุณลองคิดดู ถ้าคุณเป็นนักลงทุน จะกล้าเลเวอเรจแบบนี้ไหม? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย!

ที่มา – Bitcoin’s Price Crash Hasn’t Stopped One Company From Adding to Its $47 Billion Crypto Stash

มาร์เวลฉลอง 10 ปี Rogue One ด้วยคอมิกส์ใหม่

ปี 2026 จะเป็นปีที่ยิ่งใหญ่สำหรับแฟน Star Wars ไม่ใช่แค่ภาพยนตร์ใหม่และอนิเมชั่นซีรีส์เท่านั้น แต่ยังเป็นวาระครบรอบ 10 ปีของ Rogue One: A Star Wars Story ภาพยนตร์ที่เล่าเรื่องทีมนักรบกบฏผู้กล้าหาญที่ขโมยแผนที่ Death Star มาให้เราได้รู้จัก ตั้งแต่นั้นมา เรามีหนังสือและคอมิกส์มากมายที่สืบทอดมรดกของจักรวาล Star Wars ในแบบ gritty ของ Rogue One (รวมถึง Andor ด้วย!) และตอนนี้ มาร์เวลฉลอง 10 ปี Rogue One ด้วยคอมิกส์ก่อนเหตุการณ์ใหม่ ชุดพิเศษที่จะพาเราไปสำรวจช่วงเวลาก่อนเหตุการณ์ในหนัง

มาร์เวลฉลอง 10 ปี Rogue One ด้วยคอมิกส์ก่อนเหตุการณ์ใหม่

io9 ได้เปิดเผยแบบเอ็กซ์คลูซีฟว่า มาร์เวลจะฉลองครบรอบ 10 ปี Rogue One ด้วยคอมิกส์ one-shot 5 เรื่อง ที่เกิดขึ้นก่อนเหตุการณ์ในหนัง โดยโฟกัสตัวละครหลักอย่าง Jyn Erso, Saw Gerrera, Chirrut Îmwe, Baze Malbus, Darth Vader และ Cassian Andor แต่ละคนจะมีเล่มพิเศษของตัวเอง เล่าเรื่องราวช่วงเวลาสำคัญก่อนที่พวกเขาจะมาบรรจบกันใน Rogue One

Robert Simpson บรรณาธิการอาวุโสจาก Lucasfilm กล่าวว่า “ตั้งแต่ภาพแรกของ Cassian, Jyn, Saw, Baze และ Chirrut ถูกเปิดเผย แฟน ๆ ก็อยากรู้เรื่องราวของเหล่าผู้กล้าหาญที่เสี่ยงทุกอย่างต่อสู้กับจักรวรรดิกาแล็กติกและอาวุธสุดน่ากลัวอย่าง Death Star รวมถึงสิ่งที่ Vader ทำก่อน A New Hope เรารู้ดีว่าจุดจบของ Rogue One ไม่ใช่จุดสิ้นสุดของเรื่องราวพวกเขา และเราตื่นเต้นที่แฟน ๆ จะได้เห็นภาพย้อนอดีตเหล่านี้”

คอมิกส์ Jyn Erso บนดาว Wobani

เรื่องของ Jyn Erso โดย Ethan Sacks และ Ramon Rosanas จะเกิดขึ้นบนดาว Wobani ที่เธอถูกจองจำในหนัง ก่อนที่กบฏจะช่วยเธอหลุดพ้น ส่วนเรื่อง Cassian Andor โดย Ben Percy และ Luke Ross จะแทรกตัวเข้าไปในช่องว่างเล็ก ๆ ระหว่างตอนจบ Andor ซีซั่น 2 กับจุดที่เราเจอเขาใน Rogue One โดยเล่าเรื่องการมาถึงของเขาที่อาณานิคมเหมือง Kafrene

Ben Percy กล่าวกับ io9 ว่า “Rogue One เปลี่ยน Star Wars ด้วยโทนที่ดิบเถื่อน ความกล้าหาญที่สิ้นหวัง และตัวละครที่แตกสลายโดยไร้เจได ผมรักไตรภาคดั้งเดิม แต่ Rogue One กลายเป็นหนังโปรดของผม ผมดีใจที่ได้ร่วมฉลอง 10 ปีนี้” เขายังทีสเรื่อง Cassian ว่า “ตอนเราเจอ Cassian ครั้งแรก เขาฆ่า Tivik ผู้ให้ข้อมูลกบฏด้วยความเย็นชา ผมอยากเล่าเรื่องนำไปสู่โมเมนต์นั้น มีนักล่าเงินรางวัล สตอร์มทรูเปอร์ Krennic K2SO และเดิมพันสูงสำหรับทั้งกบฏและจักรวรรดิ”

รายละเอียดคอมิกส์แต่ละเล่ม

  • Cassian Andor #1 (Ben Percy, Luke Ross, David Marquez) วางขาย 6 พ.ค. 2026: ภารกิจสุดท้ายของ Cassian ก่อนชะตากรรมอันยิ่งใหญ่ แฝงตัวใน Kafrene ไล่ล่ากับทหาร นักล่า และเวลา
  • Jyn Erso (Ethan Sacks, Ramon Rosanas, David Marquez) วางขาย 3 มิ.ย. 2026: นักโทษบน Wobani ช่วยทีมหลบหนีจากหุ่นยนต์ปืนใหญ่ และเผาหมด ต้องช่วยเด็กนักโทษ และเผชิญบาดแผลเก่าจาก Galen, Lyra, Saw
  • Saw Gerrera (Marc Bernardin, Gabriel Guzman, David Marquez) วางขาย ก.ค. 2026: การปฏิวัติที่กบฏยังรับไม่ได้ Saw นำทีมบุกดินแดนจักรวรรดิเพื่อข้อมูลที่พลิกเกม แต่ราคาแพงเกินไป?
  • Baze Malbus & Chirrut Îmwe (Stephanie Phillips, Kieran McKeown, David Marquez) วางขาย ส.ค. 2026: ภารกิจลับทำลายเหมือง kyber ที่จักรวรรดิยึด แต่สิ่งไม่คาดฝันทำให้ซับซ้อน ทดสอบศรัทธาและทางเลือกระหว่าง
  • Darth Vader (Chris Condon, Luke Ross, David Marquez, Variant โดย Walt Simonson) วางขาย ก.ย. 2026: Krennic ล้มเหลวในการเจรจากับดาว Harreld เรื่อง kyber Emperor ส่ง Vader ไปบังคับโดยวิธีไหนก็ได้

แต่ละเล่มมีปกหลักโดย David Marquez และ variant จากศิลปินดัง รวม Walt Simonson กลับมาวาด Vader! คอลเลกชัน Rogue One one-shots เริ่มวางขายพ.ค. ด้วย Star Wars: Rogue One – Cassian Andor #1

นี่คือโอกาสทองสำหรับแฟน Rogue One ที่อยากดำดิ่งลึกยิ่งขึ้นในจักรวาล Star Wars แบบดิบเถื่อน อย่าพลาดเก็บสะสมทุกเล่ม แล้วคุณจะเห็นว่าทำไม มาร์เวลฉลอง 10 ปี Rogue One ด้วยคอมิกส์ก่อนเหตุการณ์ใหม่ ถึงน่าตื่นเต้นขนาดนี้ หากชอบข่าว Star Wars ติดตามเพิ่มเติมได้ที่ลิงก์ Marvel, Star Wars และอื่น ๆ ด้านล่าง

คุณคิดว่าคอมิกส์เรื่องไหนน่าอ่านที่สุด? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์เลย!

ที่มา – Marvel Is Celebrating 10 Years of ‘Rogue One’ With Some New Prequel Adventures (Exclusive)