ผู้เขียน: lalika69_admin

ป.ป.ส. จับกุมเครือข่ายชาวเวียดนามลักลอบผลิตยาอีสูตรใหม่

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ร่วมกับ ปฤณ เมฆานันท์ ผู้อำนวยการสำนักปราบปรามยาเสพติด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แถลงข่าวการจับกุมกลุ่มผู้ผลิตและค้ายาเสพติดชาวเวียดนามที่ลักลอบผลิต ยาอีสูตรใหม่ ออกมาจำหน่ายในสถานบันเทิง ในพื้นที่กรุงเทพฯ พร้อมของกลางสำคัญ เช่น เคตามีน 5.2 กิโลกรัม, ยาอีแบบเม็ด, ผงยา และอุปกรณ์ผลิตยาครบชุด

ป.ป.ส. จับกุมเครือข่ายชาวเวียดนามลักลอบผลิตยาอีสูตรใหม่

จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ พบว่าการจับกุมครั้งนี้เกิดจากการเฝ้าระวังกลุ่มนักค้ายาเสพติดชาวเวียดนามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากหลังจากการประชุมความร่วมมือระหว่างไทย-เวียดนาม พบว่ามีการปราบปรามกลุ่มผู้ผลิตยาเสพติดอย่างหนักในเวียดนาม ส่งผลให้กลุ่มผู้ค้ายานี้อาจย้ายฐานการผลิตมายังประเทศไทย ซึ่งถือเป็นช่องโหว่ของระบบที่ต้องเร่งแก้ไขอย่างทันท่วงที

รายละเอียดการจับกุม

เหตุการณ์เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ร่วมกับกรมศุลกากร ตรวจพบเคตามีน 5.2 กิโลกรัมซ่อนอยู่ในพัสดุจากเนเธอร์แลนด์ โดยทำ伪装เป็นถุงขนม หลังได้รับข้อมูล หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ติดตามพฤติกรรมของผู้รับพัสดุอย่างใกล้ชิด และสามารถเข้าจับกุมผู้ต้องหาชาวเวียดนามได้ 2 คน เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม

  • ตรวจยึดเคตามีน 5.2 กก.
  • จับกุมผู้ต้องหาชาวเวียดนาม 4 คน
  • ย seized ยาอี 514 เม็ด และผงยา
  • อุปกรณ์ผลิตยาอัตโนมัติ สามารถผลิตยาได้มากกว่า 1 แสนเม็ดต่อวัน

เมื่อทำการตรวจค้นที่บ้านเช่าในเขตลาดพร้าว หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายยังพบเครื่องจักรอัดเม็ดยา รวมถึงหัวตอกโลโก้หลายยี่ห้อ ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญว่ากลุ่มผู้ต้องหาเตรียมผลิตยาอีใหม่โดยใช้สูตรผสมระหว่าง MDMA และ Ketamine เพื่อให้มีผลแรงขึ้น ทำให้เสพได้รู้สึกตื่นเต้นและมึนเมาอย่างรุนแรง

จากการสอบสวน ผู้ต้องหาสารภาพว่าเตรียมนำ ยาอีสูตรใหม่ ไปวางจำหน่ายในสถานบันเทิงจำพวกบาร์และผับ เพื่อขายนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยเฉพาะ ซึ่งพ.ต.ต.ภาณุรัตน์ ย้ำว่า หากผู้บริโภคเสพ ยาอีสูตรใหม่ ร่วมกับแอลกอฮอล์อาจส่งผลให้หัวใจวายเฉียบพลัน ถึงขั้นเสียชีวิตได้ อย่างไรก็ตาม มีการคาดการณ์ว่าทางกลุ่มนี้อาจเคยลักลอบนำยาฝาหาไปแสวงตลาดในเวียดนามก่อนหน้านี้แล้ว

ร่วมมือระดับนานาชาติป้องกันอาชญากรรม

กรณีนี้แสดงถึงความพยายามของไทยในการร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในเรื่องการป้องกันและปราบปรามอาชญากรข้ามชาติที่เลือกใช้ดินแดนไทยเป็นฐานรองรับหรือทางผ่านอย่างต่อเนื่อง

ในแง่ของนโยบาย สำนักงาน ป.ป.ส. ได้เตรียมแผนการตรวจสอบกว้างขวาง และกำชับหน่วยงานย่อยให้เข้มงวดและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งในด้านการควบคุมอาวุธ การจัดซื้อวัตถุดิบ และการติดตามพฤติกรรมของบุคคลต่างด้าวที่เข้า-ออกเมือง ย่อมเป็นบทเรียนที่สำคัญยิ่งอย่างยิ่ง

สุดท้ายขอเตือนว่า ยาเสพติดไม่ว่าจะรูปแบบใดล้วนมีความอันตรายสูง ผู้บริโภคควรระมัดระวัง และหากพบพฤติกรรมผิดปรกติในตอนแวดล้อม รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที เพราะการป้องกันตั้งแต่ต้นทาง ย่อมปลอดภัยมากกว่าการรักษาภายหลัง

อย่าเสพยาเถื่อน และร่วมเฝ้าระวังเพื่ออนาคตที่ปลอดภัย!

ที่มา – ป.ป.ส. จับกุมเครือข่ายยาเสพติดชาวเวียดนาม ลักลอบผลิตยาอีสูตรใหม่เพื่อจำหน่ายในสถานบันเทิง

2 ปี ทักษิณ “ดีลกลับบ้าน” การเมืองไทยเข้าสู่ภาวะ Deep Freeze

เมื่อ 22 สิงหาคม 2566 ทักษิณ ชินวัตร เจ้าบ้านตัวจริงของการเมืองไทยในยุคหลังประชาธิปไตยใหม่ ได้เดินทางกลับประเทศไทยหลังจากใช้เวลาในต่างประเทศมากว่า 17 ปี จากการที่เคยต้องหนีออกจากบ้านเมืองเพื่อหลีกเลี่ยงคดีความต่าง ๆ ที่ติดตัวมา คำว่า “ขออนุญาตกลับบ้าน” ของทักษิณกลายเป็นประเด็นร้อนระอุ เพราะดูเหมือนจะมี “ดีล” ทางการเมืองบางอย่างเกี่ยวข้องอยู่เบื้องหลัง การเดินทางกลับบ้านของเขาถูกตีความหลากหลายทั้งในแง่การเมือง กฎหมาย และความเป็นธรรมของสังคม

2 ปี ทักษิณ “ดีลกลับบ้าน” การเมืองไทยเข้าสู่ภาวะ Deep Freeze

แม้จะออกมายืนยันอย่างชัดเจนว่าไม่มี ดีลการเมือง ใด ๆ แต่ “การกลับบ้าน” ของทักษิณถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่กระตุ้นให้การเมืองไทยเข้าสู่ “ภาวะ Deep Freeze” หรือการแช่แข็งอย่างลึกซึ้ง หลายฝ่ายมองว่า การที่เขาเยือนไทยในครั้งนี้ ไม่เพียงกระทบกับพลังการเมืองของพรรคเพื่อไทย แต่ยังกระทบต่อภาพรวมของระบอบอำนาจในบ้านเมืองด้วย

ห้วงเวลาแห่งความต้องการกลับบ้าน

ภายหลังถูกพิพากษาจำคุกในหลายคดี ทักษิณยอมรับข้อผิด และใช้สิทธิ์ในการถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ 人社局กต้องยอมรับว่า การกลับมานั้น เป็น “สิ่งที่ต้องแลกกับอนาคตของครอบครัว” โดยเฉพาะลูกสาวที่เพิ่งเข้าสู่เส้นทางการเมืองอย่างเต็มตัว คือ แพทองธาร ที่ตอนนี้ก็เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 31 ของประเทศไทย

  • การถ่ายทอดหมายความถึงการสืบทอดอำนาจ
  • การรักษาภาพลักษณ์ในสายตาประชาชน
  • การต่อสู้กับคดีความที่ยังคงเคียงข้าง

อย่างไรก็ตาม ดีลที่ทักษิณต้องผ่านก่อนจะได้กลับบ้านนั้นกลับไม่โปร่งใส ซึ่งนำไปสู่ความสงสัยในวงกว้างว่า เขาแลกชีวิตที่เหลืออยู่กับ “ใคร” และ “แลกกับอะไร”

การเมืองแช่แข็ง (Deep Freeze) อย่างแท้จริง

หลายคนเห็นว่า ปัจจุบันการเมืองไทยนั้นเข้าสู่ภาวะ “Deep Freeze” อย่างแท้จริง โดยเฉพาะหลังการตัดสินคดีสำคัญที่เกี่ยวข้องกับครอบครัวตระกูลชินวัตรอย่าง “คลิปเสียง” และ “คดีชั้น 14” ต่างมีผลกระทบต่อภาพลักษณ์ความชอบธรรมของรัฐบาลปัจจุบัน และบีบให้การเมืองต้อง “หยุดนิ่ง” ไปพักใหญ่

  • รัฐธรรมนูญ 2560 ที่ยังไม่ได้ถูกพิจารณาแก้ไข
  • ไม่มีความเคลื่อนไหวรุนแรง แต่ทุกอย่างถูก “ควบคุม”
  • ประชาชนสูญเสียความเชื่อมั่นในระบบอย่างช้า ๆ

ข้อสังเกตอย่างหนึ่งคือ ถึงแม้พรรคก้าวไกลจะคว้าชัยชนะในสนามเลือกตั้ง แต่ระบบราชการ การเงิน และอำนาจยังถูกควบคุมอยู่ในวงแคบ ซึ่งเหมือนกับการ “แช่แข็ง” ไว้เพื่อไม่ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง

ข้อคิดจาก 2 ปีการเดินทางกลับบ้าน

ทักษิณกลับมาด้วยการยอมรับผิด ขอโทษ และเข้าสู่ระบบที่เคยหักหลังเขา หลายคนเชื่อว่าการกลับบ้านนี้เป็นเพียง “กลับชั่วคราว” แต่ความจริงแล้ว สิ่งที่เขาได้รับ หรือสูญเสีย อาจมากกว่าที่คาดหมาย ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์กับพรรคเพื่อไทยที่เยือกเย็นลง การไม่เข้าไปมีบทบาทในการเมืองอย่างเต็มตัว หรือแม้แต่ความนับถือจากฐานเสียงเดิม

เมื่อพิจารณาให้ลึก ภาวะ Deep Freeze ของสังคมไทย ไม่ได้มาจากความสงบ แต่มาจากความไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ ความนิ่งเฉย จึงเป็นสิ่งที่ดูเหมือนสงบ แต่กลับเป็นภัยเงียบที่ลุกลามเข้าไปในหัวใจของประชาชน

การเมืองไทยยังคงค้างคาอยู่กับอดีต ไม่สามารถก้าวไปข้างหน้าได้ เพราะไม่มีใครกล้า “ละลาย” ความเยือกเย็นนี้ทั้งสิ้น จนกว่าจะมีผู้กล้าที่จะนำทางใหม่ และเสนอ “ความหวัง” ที่แท้จริงให้กับประชาชน

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นภายใน 2 ปีที่ผ่านมา แสดงให้เห็นชัดว่าผู้นำซึ่งเคยเคยแป้งมีน้ำหนักในสายตาสาธารณะ ต้องมีความรับผิดชอบสูงขึ้น ไม่ว่าจะในด้านกฎหมาย จริยธรรม หรือการถ่วงดุลของระบบประชาธิปไตย

หากท่านเป็นหนึ่งในผู้ติดตามความเคลื่อนไหวการเมืองไทย ลองทบทวนการเดินทางของ “ทักษิณ-แพทองธาร” และฟังเสียงของคนรุ่นใหม่ที่กำลังหาทาง “ละลาย” ความตึงเครียดทางการเมือง ซึ่งอาจเป็นกุญแจสู่อนาคตที่ยั่งยืนของประเทศได้

ติดตามข่าวสารล่าสุดได้ที่: 2 ปี ทักษิณ “ดีลกลับบ้าน” การเมืองไทยเข้าสู่ภาวะ Deep Freeze

โทนี่ กิลรอยเศร้าใจกับความสมจริงของ Andor

เมื่อโทนี่ กิลรอย เริ่มต้นการเดินทางของเขาใน Andor แนวคิดดั้งเดิมของเขาถูกมองว่า “บ้าและทำไม่ได้” โดยแคธลีน เคนเนดี หัวหน้า Lucasfilm ในการสัมภาษณ์ใหม่กับ The Hollywood Reporter ผู้จัดรายการได้เปิดเผยว่าแนวทางเริ่มต้นนั้นจะได้รับการพิจารณาใหม่ในภายหลังหลังจาก Lucasfilm ได้พิจารณาแล้ว

“พวกเขากลับมาหาผมและบอกว่า ‘เราดูบันทึกจากปีครึ่งที่แล้ว และมันสมเหตุสมผลมากขึ้นสำหรับเราในตอนนี้’” เขากล่าว นั่นนำไปสู่ซีรีส์ที่ขยายรากฐานที่จอร์จ ลูคัส ผู้สร้าง Star Wars ตั้งใจไว้เมื่อเขาเริ่มต้นเทพนิยายอันเป็นที่รัก: พวกนาซีอวกาศเป็นสิ่งที่ไม่ดี และการกบฏกำลังจะเกิดขึ้น

ในช่วงเวลาที่ประกาศรายชื่อผู้ได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลสำหรับซีซันที่สองซึ่งได้รับการยกย่องอย่างมากของรายการ ข่าวพาดหัวในโลกแห่งความเป็นจริงสะท้อนเหตุการณ์ที่เห็นใน Andor อย่างน่าขนลุก โดยเฉพาะอย่างยิ่งฉากในตอนที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลเอ็มมี “Welcome to the Rebellion” ซึ่งแสดงให้เห็นวุฒิสมาชิก Ghorman ถูกทหารสตอร์มทรูปเปอร์ลากตัวไปขณะที่เขากล่าวว่า “วันนี้คนของฉันและพรุ่งนี้คนของคุณ จำ Ghorman ไว้!” สร้างความสะเทือนใจอย่างทันท่วงที

เหตุการณ์ร้ายแรงเหล่านี้ไม่ได้หายไปจากกิลรอย “เมื่อฉันเริ่มทำรายการนี้ ความคล้ายคลึงกันระหว่างสิ่งที่เกิดขึ้นในโลกกับสิ่งที่เกิดขึ้นในกาแล็กซีและจักรวรรดินั้นชัดเจนอยู่แล้ว” เขาอธิบายว่าแรงบันดาลใจของเขามาจากการรักประวัติศาสตร์ และใช้สิ่งนั้นในการฝังเมล็ดพันธุ์ของวิธีการที่เผด็จการเบ็ดเสร็จหยั่งรากใน Star Wars

“แต่ในช่วงหกปีที่เราทำรายการนี้ เจ้าปีศาจน้อยตัวนั้นก็ลุกขึ้นยืนและเรียนรู้วิธีวิ่ง” เขากล่าว “เมื่อ [วุฒิสมาชิกสหรัฐฯ ประจำรัฐแคลิฟอร์เนีย อเล็กซ์ ปาดิลลา] ถูกดึงตัวออกจากการประชุม ICE เหมือนกับในตอนที่วุฒิสมาชิก Ghorman ถูกดึงตัวออกมา มีข้อความขนาดใหญ่อยู่ในกลุ่มของเราว่า ‘โอ้พระเจ้า มันเหมือนรายการเลย’ มันน่าเศร้ามากสำหรับเราที่มันคล้องจองกันมากขนาดไหน”

ในขณะที่เรายังคงอยู่ในช่วงเวลาที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ผู้สร้างภาพยนตร์สังเกตว่า Andor ให้ความรู้สึกเหมือนสิ่งที่เขาไม่เห็นตัวเองทำอีกครั้ง มันน่าผิดหวัง แต่เมื่อสถานะของอุตสาหกรรมบันเทิงยังคงพัฒนาต่อไป มันก็สมเหตุสมผล

“เป็นเวลาห้าปีครึ่ง ทุกวันในชีวิตของฉัน ฉันมีส่วนร่วมในจินตนาการอย่างเต็มที่ซึ่งไม่เคยสมบูรณ์แบบ—การเขียน การออกแบบ ดนตรี การคัดเลือกนักแสดง ทั้งหมดนี้” กิลรอยกล่าวถึงการผลิตที่เกิดในยุคโรคระบาด “ทุกความต้องการในจินตนาการของคุณที่เคยถูกร้องขอได้กรีดร้องขอความสนใจของคุณ นั่นเป็นสถานที่ที่น่าหวาดเสียวมากที่จะอยู่ ฉันเติบโตขึ้นมาเพื่อรักมัน แต่ฉันไม่สามารถจินตนาการได้ว่าฉันจะกลับมามีส่วนร่วมอย่างเต็มที่อีกครั้ง” เขากล่าวสรุป แต่เรายังคงหวังว่ากาแล็กซีอันกว้างใหญ่จะเปิดที่ว่างให้เขากลับมา เราต้องการเรื่องราวเหล่านี้ในตอนนี้มากกว่าที่เคย

อยากได้ข่าว io9 เพิ่มเติมไหม? ตรวจสอบว่าเมื่อไหร่จะได้ชม Marvel Marvel ใหม่ล่าสุด, Star Wars, และ Star Trek, สิ่งต่อไปสำหรับ DC Universe บนภาพยนตร์และทีวี, และทุกสิ่งที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับอนาคตของ Doctor Who.

โทนี่ กิลรอยเศร้าใจกับความสมจริงของ Andor

ความสำเร็จของซีรีส์ Andor บน Disney+ นั้นปฏิเสธไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแง่ของความเกี่ยวข้องกับสถานการณ์โลกในปัจจุบัน โทนี่ กิลรอย ผู้สร้างซีรีส์ ได้แสดงความรู้สึกเศร้าใจเมื่อเห็นว่าเรื่องราวที่เขาสร้างขึ้นสะท้อนความเป็นจริงมากเพียงใด

ทำไมความสมจริงของ Andor ถึงน่าเศร้า?

กิลรอยเน้นย้ำว่าความคล้ายคลึงกันระหว่างจักรวรรดิใน Star Wars และระบอบเผด็จการในโลกแห่งความเป็นจริงนั้นมีมาตั้งแต่เริ่มต้นการสร้างซีรีส์ แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ความคล้ายคลึงกันเหล่านั้นกลับชัดเจนยิ่งขึ้นจนน่าตกใจ สถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในซีรีส์ เริ่มสะท้อนเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้น ทำให้กิลรอยและทีมงานรู้สึกไม่สบายใจ

ความสำเร็จของ โทนี่ กิลรอยเศร้าใจกับความสมจริงของ Andor ไม่ได้มาจากความบังเอิญ แต่มาจากการศึกษาประวัติศาสตร์และการพยายามสร้างเรื่องราวที่สะท้อนถึงกลไกการทำงานของระบอบเผด็จการ การที่ซีรีส์มีความเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ปัจจุบันมากขนาดนี้ แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจอย่างลึกซึ้งของผู้สร้างที่มีต่อประวัติศาสตร์และการเมือง

โทนี่ กิลรอยเศร้าใจกับความสมจริงของ Andor เพราะมันเป็นเครื่องเตือนใจว่าปัญหาที่ซีรีส์นำเสนอไม่ได้เป็นเพียงเรื่องแต่ง แต่เป็นปัญหาที่ยังคงมีอยู่จริงในโลกของเรา การที่ซีรีส์ประสบความสำเร็จในแง่ของการสะท้อนความเป็นจริง ก็เป็นสิ่งที่น่าเศร้าในตัวมันเอง

อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของซีรีส์ยังแสดงให้เห็นถึงพลังของการเล่าเรื่องในการกระตุ้นให้เกิดการตระหนักรู้และความเข้าใจในปัญหาที่สังคมกำลังเผชิญอยู่ การที่ โทนี่ กิลรอยเศร้าใจกับความสมจริงของ Andor ก็อาจเป็นแรงผลักดันให้เขาและทีมงานสร้างสรรค์ผลงานที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในสังคมต่อไป

โทนี่ กิลรอยเศร้าใจกับความสมจริงของ Andor เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ แต่ในขณะเดียวกัน มันก็เป็นเครื่องยืนยันถึงความสำคัญของเรื่องราวที่เขาสร้างขึ้น เรื่องราวที่สามารถสะท้อนความเป็นจริงและกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลง

ที่มา – Tony Gilroy Is Very Sad at How Relevant ‘Andor’ Has BecomeThe ‘Star Wars’ series reflects the real world in ways that cannot be ignored.

เลขาฯ รมว.มหาดไทย ยืนยันรัฐบาลงดเก็บค่าน้ำ-ค่าไฟ พื้นที่อพยพ 2 เดือน ด้าน กฟภ. ขออภัยในความคลาดเคลื่อน

เมื่อวานนี้ (20 สิงหาคม) ชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาชี้แจงกรณีที่มีประชาชนร้องเรียนผ่านสื่อออนไลน์ว่าถูกเรียกเก็บค่าไฟฟ้า หลังจากที่ได้เดินทางกลับมาจากศูนย์อพยพ ทั้งที่รัฐบาลได้มีมาตรการเยียวยาในการงดเก็บค่าไฟฟ้าและค่าน้ำในพื้นที่ที่ประสบภัยเป็นเวลา 2 เดือน

เลขาฯ รมว.มหาดไทย ยืนยันรัฐบาลงดเก็บค่าน้ำ-ค่าไฟ พื้นที่อพยพ 2 เดือน

ชนินทร์ระบุอย่างชัดเจนว่า รัฐบาลได้มีข้อสั่งการอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการงดเว้นการเก็บค่าไฟฟ้าและค่าน้ำในพื้นที่ที่ถูกประกาศให้อพยพแล้ว ดังนั้น ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวจะไม่ต้องจ่ายค่าใช้จ่ายใดๆ ในช่วงเดือน กรกฎาคมถึงสิงหาคม แม้จะมีความคลาดเคลื่อนในขั้นตอนการปฏิบัติ ทางกระทรวงก็ต้องขออภัยจากประชาชนที่ได้รับผลกระทบ และยืนยันว่าการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ได้มีการออกเอกสารชี้แจงเพื่อให้ประชาชนได้เข้าใจและมั่นใจมากยิ่งขึ้น

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง

จากข้อมูลที่ทาง กฟภ. ได้ตรวจสอบแล้วนั้น ระบุว่าค่าไฟฟ้าที่ปรากฏในข่าวดังกล่าวเป็นค่าไฟฟ้าในช่วงเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคม พ.ศ. 2568 ซึ่งการจดหน่วยและการแจ้งค่าไฟฟ้าเกิดขึ้นในวันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2568 จึงทำให้เกิดความสับสนในการปฏิบัติตามมาตรการเยียวยา

  • ค่าไฟฟ้าในช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม 2568 นั้น เป็นค่าไฟฟ้าที่เกิดขึ้นก่อนมาตรการเยียวยา
  • มาตรการช่วยเหลือค่าไฟฟ้าฟรี ครอบคลุมเฉพาะเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม 2568 เท่านั้น

ประชาชนในพื้นที่อพยพที่ได้ชำระค่าไฟฟ้าไปแล้วในช่วงดังกล่าว ทาง กฟภ. จะดำเนินการคืนเงินให้โดยนำยอดเงินไปลดค่าไฟฟ้าในเดือนถัดไป ทำให้ประชาชนสามารถมั่นใจได้ว่าผลประโยชน์จะได้รับการคุ้มครองอย่างเต็มที่

ข้อมูลการติดต่อเพิ่มเติม

หากมีข้อสงสัยหรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ 1129 PEA Contact Center ซึ่งเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ทาง กฟภ. ยืนยันว่าจะดำเนินการอย่างโปร่งใสและเป็นธรรมเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

จากเหตุการณ์ในครั้งนี้ เป็นบทเรียนที่สำคัญให้หน่วยงานต่างๆ ต้องมีการประสานงานและทำงานร่วมกันอย่างเข้มแข็ง เพื่อหลีกเลี่ยงความสับสนในอนาคต และทำให้มั่นใจว่าประชาชนผู้ประสบภัยได้รับความช่วยเหลือที่เหมาะสมตามนโยบายของรัฐบาล

หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ อย่าลังเลที่จะติดต่อสอบถามข้อมูลกับทาง กฟภ. เพื่อให้ได้รับความชัดเจนและวางใจในมาตรการเยียวยาได้มากยิ่งขึ้น

ที่มา – เลขาฯ รมว.มหาดไทย ยืนยันรัฐบาลงดเก็บค่าน้ำ-ค่าไฟ พื้นที่อพยพ 2 เดือน ด้าน กฟภ. ขออภัยในความคลาดเคลื่อน

Spirit ทำแว่น Jurassic Park ราคาดี!

ฉาก T. rex หลุดออกมาอันโด่งดังฝังแน่นอยู่ในความทรงจำร่วมกันของแฟน ๆ Jurassic Park แฟรนไชส์เรื่องดังของ Steven Spielberg เต็มไปด้วยช่วงเวลาที่น่าจดจำมากมาย ตั้งแต่น้ำกระเพื่อม ไปจนถึงทนายความที่วิ่งเข้าห้องน้ำ แต่ถ้าคุณเหมือนกับฉันที่มีภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นหนึ่งในประสบการณ์การชมภาพยนตร์ครั้งแรก ๆ ที่เปลี่ยนแปลงชีวิตมากที่สุด ก็จะไม่มีรายละเอียดใดถูกลืม โดยเฉพาะอย่างยิ่งแว่นตา คุณรู้ไหมว่าอันที่ Tim หยิบมา และทนายความบอกให้เขาวางกลับ เพราะถ้ามันหนัก “มันก็แพง”

และนั่นเป็นเรื่องจริงสำหรับแฟน ๆ Jurassic ที่ปรารถนาจะมีแว่นตาอันเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง: แบบจำลองที่มีอยู่ทั้งหมดมีราคาแพง จนกระทั่งถึงตอนนี้

กว่า 30 ปีต่อมา การรอคอยสิ้นสุดลงแล้ว เนื่องจาก Spirit Halloween ได้เปิดตัวแว่นตาที่เป็นที่ต้องการอย่างมากในวัยเด็กของเรา ซึ่งมีจำหน่ายที่ร้านค้าป๊อปอัพตามฤดูกาลใกล้บ้านคุณและ ทางออนไลน์ อุปกรณ์ประกอบฉากเครื่องแต่งกายที่ได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการมีราคา $149.99 ซึ่งเป็นราคาที่สมเหตุสมผลมากกว่าแบบจำลองอุปกรณ์ประกอบฉากแบบกำหนดเองหรือของสะสม 1:1 เช่น Chronicle Collectibles ที่วางจำหน่ายในปี 2018 สิ่งเหล่านี้คงช่วยให้ฉันนอนหลับสบายในวัยเด็กได้มาก ถ้ามันอยู่ในมือ นอกเหนือจากน้ำหนึ่งแก้วบนโต๊ะข้างเตียง ซึ่งฉันจะมองเพื่อให้แน่ใจว่ามันยังคงนิ่ง

ข้อแม้เดียว? พวกเขาไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับความสามารถในการมองเห็นในเวลากลางคืน แต่เดี๋ยวก่อน มันมีไว้สำหรับแต่งตัวและไม่ได้มีไว้สำหรับตรวจจับ Rexy จากระยะไกลจริงๆ ลองดูแว่นตา Jurassic Park ที่ได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการจาก Universal Pictures ซึ่งจนถึงตอนนี้เป็นสิ่งที่ใกล้เคียงที่สุดที่เราจะได้รับของจริง และเราจะเอามัน!

Spirit Halloween ได้สร้าง แว่น Jurassic Park ที่ราคาเข้าถึงได้มากที่สุดเท่าที่เราเคยเห็นมา! ใครที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ Jurassic Park ห้ามพลาดไอเทมนี้เด็ดขาด

แว่น Jurassic Park จาก Spirit Halloween ไม่ได้มีดีแค่ราคา แต่ยังมาพร้อมรายละเอียดที่สวยงาม สมจริง เหมาะสำหรับใส่ไปงานปาร์ตี้ฮาโลวีน หรือจะเก็บสะสมไว้ก็คุ้มค่า

สำหรับแฟนๆ Jurassic Park ที่กำลังมองหาของสะสมราคาไม่แพง ต้องห้ามพลาด แว่น Jurassic Park จาก Spirit Halloween!

Spirit Halloween สร้าง แว่น Jurassic Park ราคาดี ที่สุดที่เราเคยเห็น!

ทำไมต้องมี แว่น Jurassic Park จาก Spirit Halloween?

  • ราคาเข้าถึงได้
  • รายละเอียดสมจริง
  • เหมาะสำหรับเป็นของสะสม
  • ใส่ไปงานปาร์ตี้ได้

ถึงแม้ว่าแว่นตาจาก Spirit Halloween จะไม่ได้มีฟังก์ชันการใช้งานจริง แต่ก็ถือว่าเป็นของเล่นและของสะสมที่คุ้มค่าสำหรับแฟนๆ Jurassic Park อย่างแน่นอน ด้วยราคาที่ไม่แพงทำให้ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของแว่นตาอันเป็นเอกลักษณ์จากภาพยนตร์เรื่องดังได้

โดยรวมแล้ว Spirit Halloween ได้มอบของขวัญสุดพิเศษให้กับแฟนๆ Jurassic Park ด้วยการสร้าง แว่น Jurassic Park ที่ราคาดีที่สุดเท่าที่เราเคยเห็นมา ใครที่กำลังมองหาของสะสม Jurassic Park อยู่ บอกเลยว่าห้ามพลาด!

อย่ารอช้า! รีบไปจับจองเป็นเจ้าของ แว่น Jurassic Park จาก Spirit Halloween ก่อนสินค้าจะหมด!

ที่มา – Spirit Halloween Has Made the Most Affordable ‘Jurassic Park’ Goggles Replica We’ve SeenThe spooky season retailer’s new costume accessory makes dinosaur fans’ dreams come true.

Guillermo del Toro เผยทำไมสัตว์ประหลาดแฟรงเกนสไตน์ถึงไม่เหมือนใคร

แน่นอนว่าพวกเราตื่นเต้นกันมากๆ กับ Frankenstein ของ Guillermo del Toro ซึ่งจะ เข้าฉายในโรงภาพยนตร์วันที่ 17 ตุลาคม ก่อนจะมาลง Netflix ในวันที่ 7 พฤศจิกายน นั่นก็เพราะว่าเป็นผลงานของ del Toro หนึ่งในผู้กำกับที่เราชื่นชอบที่สุด นักแสดงของเขาก็น่าทึ่ง และแทบจะไม่มีการจับคู่ผู้กำกับกับเนื้อหาใดที่ดีไปกว่านี้อีกแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้เราตื่นเต้นก็คือ สัตว์ประหลาดแฟรงเกนสไตน์ Del Toro รักสัตว์ประหลาด และในการสัมภาษณ์ใหม่ เขาได้พูดถึงวิธีการที่เขาเข้าหาสัตว์ประหลาดของเขาที่แตกต่างออกไป ทั้งในด้านภาพและในการสร้างสรรค์บนหน้าจอ

“ตั้งแต่ฉันเริ่มวาดภาพสิ่งมีชีวิตในช่วงปลายทศวรรษ 70 และต้นทศวรรษ 80 ฉันรู้ว่าฉันไม่ต้องการรอยแผลเป็นแบบสมมาตร และฉันไม่ต้องการรอยเย็บหรือแคลมป์” del Toro กล่าวกับ Variety “สิ่งที่ฉันคิดว่าน่าสนใจมากคือการทำให้เขาเหมือนจิ๊กซอว์ ฉันอยากให้เขาดูสวยงาม เหมือนสิ่งมีชีวิตแรกเกิด เพราะหลายครั้งที่แฟรงเกนสไตน์ก้าวเข้ามาในเฟรม เขาก็ดูเหมือนเหยื่ออุบัติเหตุ แต่ Victor ก็เป็นศิลปินพอๆ กับที่เป็นศัลยแพทย์ ดังนั้นรอยตัดจึงต้องสมเหตุสมผลทางสุนทรียศาสตร์ ฉันคิดถึงเขาเสมอว่าทำจากหินอ่อน ฉันไม่เคยเข้าใจอะไรบางอย่างเกี่ยวกับเวอร์ชันอื่นๆ: ทำไม Victor ถึงใช้ชิ้นส่วนมากมายจากร่างกายมากมาย? ทำไมเขาไม่เพียงแค่คืนชีพคนที่หัวใจวาย? และคำตอบสำหรับฉันคือ จะเกิดอะไรขึ้นถ้าร่างกายมาจากสนามรบ? จากนั้นเขาต้องหาวิธีที่จะนำศพมารวมกันอย่างกลมกลืน”

ทั้งหมดนั้นหมายความว่าอย่างไร? เราไม่แน่ใจ แต่ฟังดูน่าสนใจอย่างยิ่ง สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือการที่ del Toro พูดถึงทางเลือกของเขาที่จะแสดงให้ Dr. Frankenstein สร้างสิ่งมีชีวิตขึ้นมาจริงๆ “แทบจะไม่มีใครแสดงให้เห็นถึงการสร้างสัตว์ประหลาดเลย” เขากล่าว “ทุกคนแสดงให้เห็นถึงฟ้าร้อง และสัตว์ประหลาดก็ถูกประกอบขึ้นมาแล้ว และฉันคิดว่า ถ้าคุณกำลังติดตามร็อคสตาร์ คุณก็อยากจะถ่ายทำคอนเสิร์ต ดังนั้นแทนที่จะทำให้มันน่ากลัวที่เขากำลังรวบรวมสิ่งต่างๆ เหล่านี้จากร่างกาย ฉันก็ทำให้มันกลายเป็นเพลงวอลซ์ ฉันทำให้มันเป็นคอนเสิร์ตที่สนุกสนานครื้นเครง เขาจะวิ่งไปรอบๆ ห้องปฏิบัติการ ประกอบร่างกายนี้เข้าด้วยกัน คว้าส่วนนี้และวางไว้ที่นี่หรือที่นั่น”

ลองนึกภาพ Oscar Isaac ในชุดเสื้อผ้าสไตล์วิคตอเรียนสุดหรู เต้นรำไปรอบๆ ห้องปฏิบัติการ สร้างสัตว์ประหลาดหินอ่อนจากศพ ถ้าสิ่งนั้นไม่ดึงดูดคุณ แล้วคุณกำลังอ่านเว็บไซต์นี้ทำไม?

Frankenstein จะมีการ “ฉายในโรงภาพยนตร์ที่ใหญ่ที่สุดที่ Netflix มอบให้กับภาพยนตร์ของตน” ตามคำกล่าวของ del Toro โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 17 ตุลาคม จะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์อย่างน้อยสามสัปดาห์ และในที่สุด จะมีการวางจำหน่ายสื่อจริงด้วยซ้ำ แต่สำหรับคนส่วนใหญ่ พวกเขาจะได้ดูบน Netflix ตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน อ่านเพิ่มเติมจากผู้สร้างภาพยนตร์เกี่ยวกับความรักในเนื้อหาต้นฉบับ แผนสำรองสำหรับภาพยนตร์ และอื่นๆ ได้ที่ Variety

ต้องการข่าว io9 เพิ่มเติมหรือไม่? ตรวจสอบว่าเมื่อใดควรคาดหวัง Marvel, Star Wars, และ Star Trek จะออกเมื่อใด สิ่งต่อไปสำหรับ DC Universe บนภาพยนตร์และทีวี คืออะไร และทุกสิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับอนาคตของ Doctor Who

Guillermo del Toro เผยทำไมสัตว์ประหลาดแฟรงเกนสไตน์ถึงไม่เหมือนใคร

Guillermo del Toro ผู้กำกับมากวิสัยทัศน์ ได้ออกมาเปิดเผยเบื้องหลังการออกแบบสัตว์ประหลาดแฟรงเกนสไตน์ (Frankenstein) ในภาพยนตร์เรื่องใหม่ของเขา ซึ่งนำแสดงโดย Oscar Isaac ในบทแฟรงเกนสไตน์ และ Jacob Elordi ในบทสัตว์ประหลาด โดยภาพยนตร์เรื่องนี้มีกำหนดฉายในโรงภาพยนตร์วันที่ 17 ตุลาคม ก่อนที่จะลงสตรีมมิ่งบน Netflix ในวันที่ 7 พฤศจิกายน Guillermo del Toro ตั้งใจที่จะสร้างสัตว์ประหลาดที่มีรูปลักษณ์แตกต่างจากที่เราเคยเห็นมา

ทำไมสัตว์ประหลาดแฟรงเกนสไตน์เวอร์ชัน Guillermo del Toro ถึงพิเศษ?

Del Toro อธิบายว่า เขาต้องการให้สัตว์ประหลาดดูเหมือนจิ๊กซอว์ที่ประกอบขึ้นมาอย่างสวยงาม แทนที่จะเป็นเหยื่อจากอุบัติเหตุ เขามองว่า Victor Frankenstein เป็นศิลปินพอๆ กับที่เป็นศัลยแพทย์ ดังนั้นรอยตัดและการประกอบร่างกายจึงต้องมีความสมเหตุสมผลในเชิงสุนทรียะ นอกจากนี้ เขายังตั้งคำถามว่าทำไม Victor ต้องใช้ชิ้นส่วนจากร่างกายมากมาย แทนที่จะใช้ร่างกายของคนที่เพิ่งเสียชีวิตจากอาการหัวใจวาย ซึ่งคำตอบของเขาคือ ร่างกายเหล่านั้นอาจมาจากสนามรบ ทำให้เขาต้องหาวิธีที่จะนำชิ้นส่วนต่างๆ มารวมกันอย่างกลมกลืน นี่คือวิสัยทัศน์ที่น่าสนใจของ Guillermo del Toro เผยทำไมสัตว์ประหลาดแฟรงเกนสไตน์ถึงไม่เหมือนใคร

การที่ Guillermo del Toro ตั้งใจนำเสนอขั้นตอนการสร้างสัตว์ประหลาดอย่างละเอียด ก็เป็นอีกสิ่งที่น่าสนใจ เพราะโดยปกติแล้ว ภาพยนตร์มักจะข้ามไปที่ฉากฟ้าผ่าและสัตว์ประหลาดที่ประกอบร่างเสร็จสมบูรณ์แล้ว แต่ del Toro ต้องการให้ผู้ชมได้เห็นกระบวนการที่ Victor Frankenstein ทุ่มเทให้กับการสร้างสรรค์สิ่งมีชีวิตใหม่ ซึ่งเขาเปรียบเทียบกับการชมคอนเสิร์ตของร็อคสตาร์

ภาพยนตร์ Frankenstein ของ Guillermo del Toro มีกำหนดฉายในโรงภาพยนตร์วันที่ 17 ตุลาคม และจะลงสตรีมมิ่งบน Netflix ในวันที่ 7 พฤศจิกายน แฟนๆ ของ del Toro และภาพยนตร์สยองขวัญไม่ควรพลาดเรื่องนี้ เพราะ Guillermo del Toro เผยทำไมสัตว์ประหลาดแฟรงเกนสไตน์ถึงไม่เหมือนใคร อย่างแท้จริง

การตีความ Frankenstein ของ Guillermo del Toro นั้นน่าสนใจและแตกต่างอย่างมากจากเวอร์ชันอื่นๆ ที่เคยมีมา การที่เขาเน้นย้ำถึงความงามและความเป็นศิลปะในการสร้างสัตว์ประหลาด รวมถึงการนำเสนอขั้นตอนการสร้างอย่างละเอียด ทำให้ Frankenstein เวอร์ชันนี้มีความพิเศษและน่าติดตามเป็นอย่างยิ่ง

ที่มา – Guillermo del Toro Explains Why His Frankenstein’s Monster Looks So UniqueOscar Isaac plays Frankenstein, and Jacob Elordi his monster, in the upcoming Netflix horror film.

John Cena เจาะลึก Peacemaker สังหาร Suicide Squad

ซีซั่นสองของ Peacemaker จะมี Rick Flag Sr. (Frank Grillo) มาเพื่อล้างแค้น Chris Smith (John Cena) จากการตายของลูกชาย การฆ่า Rick Flag (Joel Kinnaman) หัวหน้าทีมของเขาใน The Suicide Squad ของ James Gunn เป็นช่วงเวลาที่ทำให้ Peacemaker ดูไม่น่าไถ่โทษ ก่อนที่จะถูกเปิดเผยอย่างขบขันในซีซั่นแรกของรายการ HBO Max ซึ่งเน้นย้ำความผิดพลาดของฮีโร่ต่อต้าน ว่าเป็นสิ่งที่ทำให้เขาแตกสลาย ทั้งหมดนั้นและกระสุนที่ Bloodsport (Idris Elba) ยิงทะลุคอของเขา

ในการสัมภาษณ์กับ GQ นักแสดงนำ Peacemaker อย่าง John Cena ได้พูดคุยเกี่ยวกับมุมมองของ Smith ต่อการกระทำของเขาในขณะนั้น: “การที่รู้ว่า Peacemaker พร้อมที่จะฆ่าเพื่อสันติภาพเป็นสิ่งสำคัญ เพราะเขาทำเช่นนั้น และเขาฆ่าคนที่เขาเคารพและคนที่เขาสร้างมิตรภาพด้วย สิ่งที่เรารู้เกี่ยวกับ Chris Smith ผ่านทางภาพยนตร์คือ เขาไม่มีเพื่อนมากมาย และเมื่อเขาตกลงไปในกลุ่มคนที่ไม่ลงรอยกันนี้ มีฉากหนึ่งที่โรงอาหารที่ทุกคนกำลังดื่มและแบ่งปันและเข้ากันได้ดี และคุณจะเห็นเขาพยายามมีเพื่อนเป็นครั้งแรก”

Cena กล่าวต่อว่า “เราไม่รู้อดีตใด ๆ จากซีซั่นแรก เราไม่รู้ว่าเขาเติบโตมาอย่างไร เราไม่รู้เกี่ยวกับพี่ชายของเขา เราไม่รู้อะไรเลย” นี่คือเรื่องราวเบื้องหลังที่ผู้ชมได้รับรู้เมื่อพวกเขาเห็นความหลากหลายใน Chris ที่เขาไม่รู้ตัวด้วยซ้ำใน Peacemaker แต่การฆ่าใน Suicide Squad ทำให้ยากที่จะเอาชนะจากสิ่งที่ได้รับ

“คุณสามารถให้ข้อสังเกตเกี่ยวกับ [วิธีการ] ที่ผู้ชายคนนี้เป็นเหมือนคนนอกสังคม และสิ่งนั้นสามารถติดอยู่ได้ เขาพบใครบางคนที่มีความคิดเหมือนกันอย่าง Rick Flag ที่เขาชื่นชมบุคคลนี้ มันคือทุกสิ่งที่เขาอยากจะเป็น และเมื่อ Flag ได้มุมมองที่แตกต่างออกไปเกี่ยวกับความจริงคืออะไรและคุณธรรมคืออะไร Peacemaker ก็ทำในสิ่งที่เขาทำเป็นประจำ นั่นคือฆ่าเพื่อสันติภาพ และนี่เป็นครั้งแรกที่คุณอาจเห็นเกราะนั้นบางลง” การสมควรได้รับการไถ่บาปใด ๆ เป็นสิ่งสุดท้ายในใจของทุกคนเมื่อเขาฆ่า Flag

ในซีซั่นแรกของ Peacemaker เราเริ่มเห็นว่าเขาอาจสมควรได้รับการอภัยแม้จะมีรอยแดงในบัญชีของเขา เพราะคำพูดสุดท้ายของ Flag ที่มีต่อเขาสั่นสะเทือน: “Peacemaker…ช่างเป็นเรื่องตลกอะไรเช่นนี้”

ความบอบช้ำจากความผิดพลาดทำให้เกิดวิกฤตอัตลักษณ์ที่เป็นหัวใจสำคัญของรายการ เมื่อคุณเห็นว่าเขากลัวที่จะฆ่า Cena อธิบายช่วงเวลาที่ Murn (Chukwudi Iwuji) เรียกเขาออกมาว่า “เป็นโอกาสแรกของ Peacemaker ที่จะกลับมาขึ้นขี่ม้าอีกครั้งหลังจากความบอบช้ำจาก Rick Flag และคุณจะเห็นว่าเขายังไม่หายดี”

เขาถูกมองโดยเด็ก ๆ ใน 11th Street ว่าอ่อนแอ: “นักฆ่าที่แข็งกร้าวที่พูดคุยกันในหมู่เพื่อนร่วมงานของเขาเหมือนเป็นคนเลวที่สุด เมื่อเขาต้องเผชิญกับช่วงเวลาแห่งความจริงที่จะทำในสิ่งที่เขาจะไม่คิดถึงสองครั้ง เขาก็เริ่มตั้งคำถามว่าสิ่งที่เขากำลังทำนั้นถูกต้องหรือไม่”

ในที่สุด Peacemaker ก็มีความก้าวหน้าด้วยการฆ่าพ่อที่คลั่งไคล้ลัทธิฟาสซิสต์ของเขา แต่ตอนนี้แน่นอนว่าในซีซั่นสอง พ่ออีกคนกำลังจะมาเพื่อแก้แค้น เขากล่าวต่อไปว่าวิวัฒนาการของ Chris อาจเปลี่ยนแปลงการชดใช้ที่สมควรได้รับเมื่อ Flag Sr. ปรากฏตัว: “[คุณ] ต้องการที่จะเอาใจช่วยตัวละครที่มีข้อบกพร่อง และฉันคิดว่านั่นคือสิ่งที่สำคัญเกี่ยวกับตัวละครทั้งหมดใน Peacemaker พวกเขาทั้งหมดมีอุปสรรคและข้อบกพร่องของตัวเอง แต่คุณทุกคนต้องการที่จะเอาใจช่วยพวกเขา เพราะพวกเขาทั้งหมดพยายามที่จะทำให้ดีขึ้น”

รับชมการสัมภาษณ์ GQ ฉบับเต็มด้านล่าง:

John Cena เจาะลึก Peacemaker สังหาร Suicide Squad

Peacemaker ซีซั่นแรกกำลัง สตรีมบน HBO Max; ซีซั่นสองจะเปิดตัวในวันที่ 21 สิงหาคม

ต้องการข่าว io9 เพิ่มเติมหรือไม่? ตรวจสอบว่าเมื่อไหร่จะคาดหวัง Marvel ล่าสุด, Star Wars, และ Star Trek ที่จะปล่อยออกมา, อะไรต่อไปสำหรับ DC Universe on film and TV, และทุกสิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับอนาคตของ Doctor Who

John Cena เจาะลึก Peacemaker สังหาร Suicide Squad

ผลกระทบต่อ Peacemaker จากการสังหาร Rick Flag Jr.

การสังหาร Rick Flag Jr. ส่งผลกระทบอย่างมากต่อ Peacemaker ในซีซั่นแรก และดูเหมือนว่าผลกระทบนั้นจะยังคงอยู่ต่อไปในซีซั่นที่สอง การที่ John Cena ออกมาเปิดเผยถึงความรู้สึกของตัวละคร Peacemaker ต่อการกระทำครั้งนั้น ทำให้เราเข้าใจถึงความซับซ้อนของตัวละครนี้มากยิ่งขึ้น Peacemaker ไม่ใช่แค่ฮีโร่จอมปลอมที่พร้อมจะฆ่าเพื่อสันติภาพเท่านั้น แต่เขายังเป็นคนที่ต้องเผชิญกับความผิดพลาดและการตัดสินใจที่ยากลำบากเช่นกัน แฟนๆ คงต้องติดตามกันต่อไปว่าเรื่องราวของ John Cena เจาะลึก Peacemaker สังหาร Suicide Squad จะเป็นอย่างไรต่อไปในซีซั่นที่สอง

ที่มา – John Cena Digs Into Peacemaker’s Big ‘Suicide Squad’ KillThe ‘Peacemaker’ star opens up on where Chris stands after killing Rick Flag Jr. and how it impacts season two.

Tramell Tillman ร่วม ‘Spider-Man: Brand New Day’

ผู้จัดการจากซีรีส์ Severance กำลังจะมีบทบาทใหม่: ปะทะกับ Spider-Man! ถึงแม้ว่าเรา (แน่นอน) จะไม่รู้ว่าเขาจะรับบทเป็นตัวละครตัวไหน แต่ Tramell Tillman นักแสดงมากฝีมือจาก Severance จะเข้าร่วมจักรวาล Marvel ใน Spider-Man: Brand New Day

ข่าวอัปเดตเกี่ยวกับภาพยนตร์ Spider-Man ภาคที่สี่ที่ทุกคนรอคอย นำแสดงโดย Tom Holland, Zendaya และ Jacob Batalon กลับมาอีกครั้ง—รวมถึง Jon Bernthal ในบท Punisher และ Mark Ruffalo ในบท Hulk มาจาก Variety Tillman จะร่วมงานกับ Sadie Sink (Stranger Things) และ Liza Colón-Zayas (The Bear) ในรายชื่อ “นักแสดงใหม่จากผลงานที่เราชื่นชอบ แม้ว่าเราจะไม่รู้ว่าพวกเขาจะเล่นเป็นใคร”

ในบทบาท Mr. Milchick จาก Severance (หรือ “Seth” ขึ้นอยู่กับว่าคุณอยู่สูงแค่ไหนใน Lumon) Tillman ได้รับความโดดเด่นอย่างมากในซีซั่นที่สองของปีนี้ จนได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Emmy จากการแสดงเป็นผู้คลั่งไคล้ในองค์กรที่เริ่มแสดงรอยร้าวในความเชื่อมั่นของเขา เขาไม่ได้เป็นหนึ่งในตัวละครที่ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก แต่ผู้ชมก็ได้เห็นชีวิตอีกด้านของเขาอย่างชัดเจน โดยปฏิบัติตามกฎหมายในที่ทำงาน ในขณะเดียวกันก็รู้สึกขัดแย้งกับการตัดสินใจที่เกิดขึ้นเหนือหัวของเขา

และไม่ต้องสงสัยเลยว่า ถ้า Brand New Day มีฉากเต้นรำ Holland ก็มีคู่เต้นที่ยอดเยี่ยมพร้อมที่จะร่วมแสดงอย่างแน่นอน

Spider-Man: Brand New Day เข้าฉายในโรงภาพยนตร์วันที่ 31 กรกฎาคม 2026 กำกับโดย Destin Daniel Cretton ผู้คร่ำหวอดใน Marvel (Shang-Chi and the Legend of the Ten Rings)

Tramell Tillman นักแสดงจากซีรีส์ยอดฮิต Severance เตรียมเข้าร่วมจักรวาลมาร์เวลในภาพยนตร์เรื่อง Spider-Man: Brand New Day ถึงแม้ว่ายังไม่มีการเปิดเผยว่าเขาจะรับบทเป็นใคร แต่แฟนๆ ต่างตื่นเต้นที่จะได้เห็นเขาในบทบาทใหม่นี้

Tramell Tillman ร่วม ‘Spider-Man: Brand New Day’

การปรากฏตัวของ Tramell Tillman ใน Spider-Man: Brand New Day สร้างความคาดหวังให้กับผู้ชมเป็นอย่างมาก ด้วยฝีมือการแสดงที่ยอดเยี่ยมของเขาจาก Severance ทำให้หลายคนเชื่อว่าเขาจะสามารถถ่ายทอดบทบาทที่ได้รับได้อย่างน่าประทับใจ

ทำไมการมาของ Tramell Tillman ถึงน่าสนใจ?

  • Tramell Tillman เป็นนักแสดงที่มีความสามารถหลากหลาย
  • บทบาท Mr. Milchick ใน Severance ได้รับคำชมอย่างล้นหลาม
  • การเข้าร่วมจักรวาลมาร์เวลเป็นโอกาสครั้งสำคัญในอาชีพของเขา

Tramell Tillman ร่วม ‘Spider-Man: Brand New Day’

การคัดเลือกนักแสดงที่มีความสามารถอย่าง Tramell Tillman มาเสริมทัพใน Spider-Man: Brand New Day แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของ Marvel Studios ที่จะสร้างภาพยนตร์ที่มีคุณภาพและน่าติดตาม การรอคอยที่จะได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้จึงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

การที่ Tramell Tillman มาร่วมแสดงใน Spider-Man: Brand New Day นั้น ถือเป็นข่าวดีสำหรับแฟนๆ ของทั้ง Severance และ Spider-Man อย่างแน่นอน เพราะเป็นการผสมผสานความสามารถของนักแสดงคุณภาพเข้ากับจักรวาลซูเปอร์ฮีโร่ที่ยิ่งใหญ่

อยากรู้ข่าวสาร io9 เพิ่มเติมไหม? ตรวจสอบกำหนดการฉายล่าสุดของ Marvel, Star Wars, และ Star Trek, สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปสำหรับ DC Universe บนภาพยนตร์และทีวี, และทุกสิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับอนาคตของ Doctor Who

การมาของ Tramell Tillman ใน Spider-Man: Brand New Day ไม่เพียงแต่เติมเต็มความน่าสนใจให้กับภาพยนตร์เท่านั้น แต่ยังเป็นการเปิดโอกาสให้เขาได้แสดงความสามารถในเวทีที่กว้างขึ้น และสร้างความประทับใจให้กับผู้ชมทั่วโลก

ที่มา – ‘Severance’ Standout Tramell Tillman Joins ‘Spider-Man: Brand New Day’No word on who he’ll be playing, but we’ll happily follow Mr. Milchick into the Marvel Cinematic Universe.

Google แปลภาษาเรียลไทม์ด้วย AI ล้ำยุค!

นับครั้งไม่ถ้วนที่ฉันได้รับการสัญญาว่าจะได้พบกับสิ่งที่ยิ่งใหญ่ต่อไปในการแปลภาษาด้วยแอป ตั้งแต่ยุคเริ่มต้นของ Google Translate รู้สึกเหมือนบริษัทเทคโนโลยี (ไม่ใช่แค่ Google แต่รวมถึง Samsung และ Apple ด้วย) ต่างก็โปรยข่าวถึงอนาคตที่คำพูดจะถูกแปลภาษาแบบเรียลไทม์ได้ทันที ทำให้เกิดการสื่อสารที่แทบจะไร้รอยต่อระหว่างผู้คนจากทั่วโลก แต่ความจริงก็คือ อนาคตนั้น ถึงแม้จะดูน่าดึงดูดบนกระดาษ แต่ก็ไม่ได้เกิดขึ้นจริงอย่างที่คิด

แม้ว่าแอปจะมีความสามารถในการแปลคำพูดและข้อความได้อย่างแม่นยำ แต่ก็ยังไม่สามารถเทียบเท่าความเร็วและจังหวะของการสนทนาในชีวิตจริง การออกแบบเครื่องมือแปลภาษาให้ทันกับการพูดของเรา (เช่น การพูดจริงๆ) ไม่ใช่เรื่องง่าย เราพูดเร็ว และเราคาดหวังการตอบสนองที่เร็วยิ่งกว่า ทำให้การแปลสดไม่ใช่การวิ่งมาราธอน แต่เป็นการวิ่งระยะสั้น หรือพูดให้ถูกคือ เป็นการวิ่งระยะสั้นที่อาจยาวเท่ากับการวิ่งมาราธอนก็ได้

ด้วยคำมั่นสัญญาที่ยาวนานว่าจะได้พบกับการแปลภาษาแบบเรียลไทม์ที่รวดเร็ว มีประโยชน์ และใช้งานได้จริง ฉันจึงเคยชินกับการกลอกตาเล็กน้อยเมื่อการแปลสดถูกนำเสนอในงานเปิดตัว ซึ่งเป็นสิ่งที่ฉันทำในระหว่างงาน Pixel hardware ประจำปีของ Google แต่ในปีนี้ การกลอกตานั้นอาจไม่สมเหตุสมผล ในงาน Made by Google keynote Google ได้แสดงให้เห็นถึงฟีเจอร์ที่ไม่เพียงแต่แปลคำพูดของคุณในแบบเรียลไทม์เท่านั้น แต่ยัง deepfake เสียงจริงของคุณ (ในแบบเรียลไทม์ด้วยเช่นกัน) เพื่อให้คนที่อยู่อีกฝั่งได้ยินคุณพูดในภาษาแม่ของพวกเขา และใช่ มันใช้งานได้ในทางกลับกันด้วย นั่นคือ deepfake สองคนกำลังคุยกัน ไม่มีอะไรให้ดูหรอกทุกคน

และสิ่งที่น่าทึ่งยิ่งกว่าคือ Google มั่นใจในฟีเจอร์แปลสดใหม่ของพวกเขามาก จนถึงกับเสนอการสาธิตสด ซึ่งฉันจะไม่โกหก… มันทำออกมาได้ดีมาก Raymond Wong บรรณาธิการอาวุโสฝ่าย Consumer Tech ของ Gizmodo ได้บันทึกภาพเหตุการณ์ทั้งหมดไว้ในงาน Google เพื่อความบันเทิงของคุณ นี่คือเสียงของ Jimmy Fallon ที่ถูก deepfake เป็นภาษาสเปน:

Wow, Jimmy Fallon’s voice was translated—deepfaked—into Spanish on Pixel 10… and it worked fast and accurately. Even getting inflections correct. This is the quiet game-changing AI feature… translations pic.twitter.com/SAXeowCXpE

— Ray Wong (@raywongy) August 20, 2025

ฉันก็ดูอยู่จากที่บ้านเช่นกันในช่วงนี้ และคู่ของฉันซึ่งเป็นคนสเปนและพูดได้สองภาษา ยืนยันว่าฟีเจอร์แปลภาษาแบบเรียลไทม์ใหม่ของ Google ดูเหมือนจะทำได้ดีมาก ทั้งน้ำเสียงและทุกอย่าง อย่าเข้าใจผิด ฉันยังต้องการทดสอบฟีเจอร์การแปลเหล่านั้นด้วยตัวเอง แต่จากที่เห็น Google ก็เริ่มต้นได้อย่างน่าทึ่ง

สิ่งที่ขับเคลื่อนความสามารถในการแปลเหล่านั้นคือ Gemini Nano ซึ่งเป็นเวอร์ชันขนาดกะทัดรัดของโมเดลภาษาขนาดใหญ่ที่ Google พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ และชิป Tensor G5 ของ Pixel 10 Google กล่าวว่าโมเดล Nano และฟีเจอร์การแปลทำงานบนอุปกรณ์ในกรณีนี้ ซึ่งหมายความว่าไม่มีอะไร รวมถึงการโทรของคุณ ถูกส่งไปยังคลาวด์ขณะที่คุณกำลังแปล นั่นทำให้ฟีเจอร์ใหม่นี้ดูไม่น่าขนลุกเท่าไหร่ และฉันพูดว่า “ไม่น่า” ในกรณีนี้ เพราะเอาจริงๆ แล้ว สิ่งนี้ก็ยัง deepfake เสียงของคุณอยู่ดี

จริงๆ แล้ว ถ้าฟีเจอร์การแปลใหม่ของ Google ไม่ได้เกิดขึ้นบนอุปกรณ์ ฉันอาจจะกังวลเล็กน้อย ถึงแม้ว่ามันจะเจ๋งแค่ไหนก็ตาม การที่สำเนาเสียงของคุณถูกเก็บไว้บนเซิร์ฟเวอร์ที่ไหนสักแห่งเป็นเรื่องที่ไม่ดี เพราะผู้คนใช้ไบโอเมตริกซ์สำหรับการรักษาความปลอดภัยทางดิจิทัลที่สำคัญทุกประเภท รวมถึงการธนาคารด้วย และในทางหนึ่ง ไม่ว่าฟีเจอร์นี้จะอยู่บนอุปกรณ์หรือไม่ก็ตาม มันก็ยังน่าขนลุกอยู่ดี เห็นได้ชัดว่าเราอยู่ในขั้นตอนของ deepfake เสียงแบบทันที ลองจินตนาการดูว่า AI จะทำอะไรได้บ้างเมื่อมีเวลาและการฝึกฝนเล็กน้อย

แต่เหนือสิ่งอื่นใด ฉันรู้สึกประทับใจกับสิ่งที่ Google แสดงให้เห็นในวันนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฐานะคนที่ได้เห็นบริษัทเทคโนโลยีให้สัญญาเกินจริงเกี่ยวกับฟีเจอร์การแปลมาหลายปีแล้ว ยังเร็วเกินไปที่จะบอกว่า Google ได้ค้นพบจอกศักดิ์สิทธิ์แห่งการแปลภาษาแบบเรียลไทม์แล้ว แต่สำหรับครั้งหนึ่ง ฉันก็คิดว่าแนวคิดของการแปลภาษาผ่านโทรศัพท์ที่ไร้รอยต่อได้ก้าวกระโดดไปข้างหน้าอย่างมาก ดังนั้น ถือว่าฉันยกเลิกการกลอกตาอย่างเป็นทางการนะ Google

แปลภาษาแบบเรียลไทม์: ก้าวกระโดดครั้งใหญ่ของ Google

อนาคตของการแปลภาษาแบบเรียลไทม์

Google ได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่น่าทึ่งของ AI ในการแปลภาษาแบบเรียลไทม์ สิ่งนี้อาจเปลี่ยนแปลงวิธีการสื่อสารของผู้คนทั่วโลก และเปิดโอกาสใหม่ๆ ในด้านธุรกิจ การศึกษา และความสัมพันธ์ส่วนตัว เราต้องติดตามดูกันต่อไปว่าเทคโนโลยีนี้จะพัฒนาไปในทิศทางใด และจะมีผลกระทบต่อสังคมอย่างไรบ้าง

ที่มา – Google’s Big Leap Forward for Real-Time Translations Is Deepfaking Your VoiceThe Pixel 10 makes Gemini-enabled deepfakes a pivotal feature of its new real-time translation features.