ผู้เขียน: lalika69_admin

สีหศักดิ์เร่งอพยพคนไทยจากอิหร่านไปตุรกี ก่อนจัดเที่ยวบินกลับ สถานทูตไทยปลอดภัย แม้อยู่ในพื้นที่เสี่ยงโจมตี

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกที่ชอบติดตามข่าวร้อนๆ ทั้งบันเทิงและเทคโนโลยีวันนี้เรามาคุยเรื่องสถานการณ์ดราม่าตะวันออกกลางกันหน่อยนะครับ สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทยเคลื่อนไหวใหญ่แล้วล่ะ! สีหศักดิ์เร่งอพยพคนไทยจากอิหร่านไปตุรกี ก่อนจัดเที่ยวบินกลับ สถานทูตไทยปลอดภัย แม้อยู่ในพื้นที่เสี่ยงโจมตี นี่คือหัวใจสำคัญที่ทุกคนต้องรู้ โดยเฉพาะถ้ามีญาติเพื่อนอยู่แถวนั้น

สีหศักดิ์เร่งอพยพคนไทยจากอิหร่านไปตุรกี ก่อนจัดเที่ยวบินกลับ สถานทูตไทยปลอดภัย แม้อยู่ในพื้นที่เสี่ยงโจมตี

วันที่ 3 มีนาคม ที่กระทรวงการต่างประเทศ สีหศักดิ์ได้อัปเดตสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางแบบเรียลไทม์เลยครับ สถานเอกอัครราชทูตไทยในแต่ละประเทศกำลังประสานงานกับรัฐบาลเจ้าถิ่นเพื่อหาพื้นที่ปลอดภัยให้คนไทยของเรา รัฐบาลย้ำชัด ต้องติดตามใกล้ชิดที่สุด!

สำหรับคนไทยในอิหร่าน รัฐบาลประกาศชัด จะเร่งนำกลับไทยก่อน ถ้าอยากกลับรีบแจ้งเลยนะครับ จะหาเส้นทางดีๆ เช่น ผ่านสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ที่ยังเปิดน่านฟ้า บาห์เรน หรืออื่นๆ ที่มีสายการบินบินได้ โดยเฉพาะหลีกเลี่ยงพื้นที่ใกล้ฐานทัพสหรัฐฯ ที่เสี่ยงสูง

แผนอพยพแบบละเอียดยิบ

  • เบื้องต้น ส่งคนไทยไปตุรกีก่อน เพื่อรอเที่ยวบินกลับไทย หรือเช่าเหมาลำจากอียิปต์เข้าไปรับ
  • อิหร่านคือลำดับแรก เพราะสถานการณ์รุนแรงสุด
  • ประเทศอื่นๆ มีแผนสำรองแล้ว ไม่ต้องตื่นตระหนก

เปรียบเทียบกับวิกฤตอิสราเอลปี 2567 ครั้งนี้กว้างกว่ามาก! ครอบคลุมอิหร่าน อิสราเอล UAE บาห์เรน กาตาร์ คูเวต จอร์แดน ไปจนถึงไซปรัส คนไทยจากเดิม 40,000 คน ครั้งนี้พุ่งหลักแสนเลยครับ ในอิสราเอลมีคนไทย 65,000 คน ส่วนใหญ่เลือกอยู่ต่อเพราะเชื่อมั่นมาตรการรักษาความปลอดภัย

สถานทูตไทยในอิหร่าน: ปลอดภัยแต่ระวังสุดๆ

สถานทูตไทยในอิหร่านมีเจ้าหน้าที่แค่ 10 คน แต่อยู่ในโซนเสี่ยงโจมตีชัดๆ สีหศักดิ์ยืนยัน ยังปลอดภัย 100% เพราะระมัดระวังสูงมาก จะประเมินอพยพเจ้าหน้าที่หลังช่วยคนไทยเสร็จ สำหรับพื้นที่อื่นๆ เป็นแค่อำนวยความสะดวก ไม่ถึงขั้นอพยพด่วน

จากมุมมองผู้เชี่ยวชาญอย่างผมที่ติดตาม geopolitics มานาน สถานการณ์นี้คล้ายสงครามตัวแทนระหว่างอิหร่าน-อิสราเอล ที่สหรัฐฯ เข้ามาแทรก ส่งผลกระทบวงกว้าง แต่เทคโนโลยีช่วยได้เยอะนะครับ เช่น แอปติดตามข่าวแบบ real-time อย่าง Google Alerts หรือ Telegram channels จากสถานทูตไทย ที่อัปเดต 24/7 สำหรับคนชอบ tech ลองใช้ AI tools วิเคราะห์ความเสี่ยงพื้นที่ดูสิครับ อย่าง Google Maps overlay กับข่าวได้เลย

ในแง่ entertainment เห็น celeb ต่างๆ โพสต์เตือนเพื่อนๆ แล้วใช่มั้ย บางคนใช้ social media สตรีมไลฟ์อัปเดตสถานการณ์ สร้าง awareness สูงมาก Trend นี้กำลังมาแรงในปี 2025 ที่ข่าวร้ายผสม tech ทำให้ทุกคนเข้าถึงง่าย

สรุปนะครับ สีหศักดิ์เร่งอพยพคนไทยจากอิหร่านไปตุรกี ก่อนจัดเที่ยวบินกลับ สถานทูตไทยปลอดภัย แม้อยู่ในพื้นที่เสี่ยงโจมตี คือข่าวดีที่รัฐบาลจัดการได้ แต่เพื่อความปลอดภัย ถ้าคุณหรือคนใกล้ชิดอยู่แถวนั้น รีบเช็คเว็บสถานทูต mfa.go.th หรือโทร hotline ทันที! ติดตามบล็อกผมต่อไปนะครับ จะอัปเดต tech tips ช่วยติดตามข่าวแบบไม่พลาด

ที่มา – สีหศักดิ์เร่งอพยพคนไทยจากอิหร่านไปตุรกี ก่อนจัดเที่ยวบินกลับ สถานทูตไทยปลอดภัย แม้อยู่ในพื้นที่เสี่ยงโจมตี

นายกฯ เร่งอพยพ 300 คนไทยในอิหร่านด่วน สั่ง กต. ตั้งศูนย์แถลงข่าวอัปเดตสถานการณ์รายวัน ยันน้ำมันสำรองเพียงพอ ไม่ถึงขั้นวิกฤต

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคนครับ วันนี้เรามาพูดถึงข่าวร้อนๆ ที่กำลังเป็นกระแส นายกฯ เร่งอพยพ 300 คนไทยในอิหร่านด่วน สั่ง กต. ตั้งศูนย์แถลงข่าวอัปเดตสถานการณ์รายวัน ยันน้ำมันสำรองเพียงพอ ไม่ถึงขั้นวิกฤต กันแบบเป็นกันเองหน่อยนะครับ จากมุมมองของคนที่ติดตามสถานการณ์โลกมานาน สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางกำลังส่งผลกระทบต่อคนไทยที่อยู่ที่นั่น และราคาน้ำมันที่เราทุกคนใช้กันทุกวัน

นายกฯ เร่งอพยพ 300 คนไทยในอิหร่านด่วน สั่ง กต. ตั้งศูนย์แถลงข่าวอัปเดตสถานการณ์รายวัน ยันน้ำมันสำรองเพียงพอ ไม่ถึงขั้นวิกฤต

ที่กระทรวงการต่างประเทศไทย เมื่อวันที่ 3 มีนาคม อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ประชุมร่วมกับสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทย และเอกอัครราชทูตไทยในตะวันออกกลาง เพื่ออัปเดตสถานการณ์แบบเรียลไทม์ รัฐบาลยืนยันว่าขวัญกำลังใจของเจ้าหน้าที่และคนไทยที่นั่นยังดี แต่จุดเสี่ยงสูงสุดคืออิหร่าน ที่มีคนไทยราว 300 คน รวมเจ้าหน้าที่รัฐ

“เราจะเร่งอพยพคนไทยออกจากอิหร่านให้ด่วนที่สุด” อนุทินกล่าว โชคดีที่จำนวนไม่มาก สามารถใช้เครื่องบินลำเดียวจัดการได้ ไม่ว่าจะเช่าเหมาหรือส่งจากไทยไปรับเลย สถานทูตไทยที่นั่นพร้อมเต็มที่ แม้ระบบสาธารณะในอิหร่านจะ亂 แต่เราจะช่วยทุกวิถีทาง โดยเฉพาะคนที่อยากกลับไทย ซึ่งตอนนี้ยังไม่ถึง 25% ของทั้งหมด

สถานการณ์คนไทยในอิสราเอล UAE และประเทศอื่นๆ

สำหรับอิสราเอล มีคนไทยกว่า 60,000 คน ส่วนใหญ่ปลอดภัย ปัจจุบันอยากกลับแค่ 20 คน แต่หากสถานการณ์เปลี่ยน อาจเพิ่มขึ้น UAE เป็นฮับเดินทาง ยังปกติ แต่มีแผนสำรองอพยพผ่านน่านฟ้าประเทศใกล้เคียง รัฐบาลกำชับทูตทุกแห่งช่วยเหลือเต็มที่ ความปลอดภัยคนไทยคือ優先สุด

  • อิหร่าน: 300 คน เร่งอพยพด่วน
  • อิสราเอล: 60,000 คน ปลอดภัยเกือบหมด
  • UAE: เดินทางปกติ มีแผนสำรอง

น้ำมันสำรองไทยเพียงพอ ไม่วิกฤตแม้ฮอร์มุซปิด

ข่าวใหญ่ที่หลายคนกังวลคืออิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ แต่ อนุทินยัน นายกฯ เร่งอพยพ 300 คนไทยในอิหร่านด่วน สั่ง กต. ตั้งศูนย์แถลงข่าวอัปเดตสถานการณ์รายวัน ยันน้ำมันสำรองเพียงพอ ไม่ถึงขั้นวิกฤต จริงๆ ไทยกลั่นน้ำมันวันละ 170 ล้านลิตร ใช้ในประเทศ 130 ล้าน ส่งลาว 7 ล้าน ที่เหลือส่งออก หากรุนแรงจะหยุดส่งออกส่วนเกิน 30 ล้านลิตร แต่ยังไม่วิกฤต และเรามีแหล่งนำเข้าหลายที่ ไม่พึ่งตะวันออกกลางอย่างเดียว

ราคาน้ำมันอาจขึ้นตามตลาด แต่รัฐจะตรึงให้สุดกำลัง พรุ่งนี้ประชุมพาณิชย์-พลังงานดูแลสินค้าที่กระทบ ไม่ให้ค่าครองชีพพุ่ง กำชับ ปตท. และกระทรวงพลังงานชี้แจงสร้างความมั่นใจ อย่าตกใจกักตุน!

นอกจากนี้ สั่งกต.ตั้งศูนย์แถลงข่าวรายวันอัปเดตสถานการณ์ กำชับหน่วยความมั่นคงและ สมช. แบ่งหน้าที่ชัดเจน แม้รัฐบาลรักษาการ แต่บริหารเต็มที่ ยกเว้นผูกพันงบใหญ่

จากประสบการณ์ผมที่ติดตาม geopolitics มานับสิบปี สถานการณ์แบบนี้อาจยืดเยื้อ 1 เดือน แต่ไทยแลนด์เฟิร์ส คนไทยก่อนเสมอ มันกระทบ tech และ entertainment ยังไง? ราคาน้ำมันขึ้นอาจทำให้ต้นทุน server cloud สูงขึ้น ส่งผล streaming หนัง-ซีรีส์แพงขึ้น หรือ gadget ราคาขึ้นเพราะ supply chain พลังงาน แต่ไทยมีสำรองดี ไม่น่าหนัก

ท้ายสุด ผมแนะนำเพื่อนๆ ที่ชอบติดตามข่าว tech-entertainment ติดตามศูนย์แถลง กต. รายวัน ถ้าอยู่ต่างประเทศ ลงทะเบียนกับทูตไว้เลย จะได้ช่วยได้ทัน ถ้าสถานการณ์โลกโกลาหล แบบนี้แหละที่ทำให้เราต้อง smart ขึ้นในการใช้พลังงาน ลองหันมา EV หรือ solar panel กันบ้างไหม? มันเทรนด์อนาคตจริงๆ ครับ

ที่มา – นายกฯ เร่งอพยพ 300 คนไทยในอิหร่านด่วน สั่ง กต. ตั้งศูนย์แถลงข่าวอัปเดตสถานการณ์รายวัน ยันน้ำมันสำรองเพียงพอ ไม่ถึงขั้นวิกฤต

ยุทธการสหรัฐฯ ปลิดชีพผู้นำระดับสูงหลายคนของอิหร่าน จะโค่นล้มระบอบได้จริงหรือไม่ ?

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกที่ชอบข่าวเด็ดเรื่องเทคโนโลยี สงครามไซเบอร์ และดราม่าทั่วโลก! วันนี้ผมมีเรื่องฮอตมาอัปเดตให้ฟังกันแบบ exclusive เลยนะครับ ยุทธการสหรัฐฯ ปลิดชีพผู้นำระดับสูงหลายคนของอิหร่าน จะโค่นล้มระบอบได้จริงหรือไม่ ? เรื่องนี้มันสุดยอดมาก เพราะผสมผสานเทคโนโลยีล้ำสมัย การแฮกเกอร์ระดับชาติ และการโจมตีทางอากาศเข้าไว้ด้วยกัน เหมือนหนังแอคชั่น sci-fi แต่เกิดขึ้นจริง!

มาดูกันก่อนว่าปฏิบัติการนี้มันเริ่มต้นยังไง สหรัฐฯ กับอิสราเอลโชว์พาวเวอร์ด้านอากาศและข่าวกรองแบบเหนือชั้น เครื่องบินรบทะยานเข้าโจมตีเป้าหมายได้ตามใจ แต่ที่เจ๋งสุดคือกลยุทธ์ ‘สร้างความสับสน’ ก่อนโจมตี! ทีมแฮกเกอร์จากหน่วยไซเบอร์อวกาศของสหรัฐฯ และอิสราเอลบุกเจาะระบบสื่อสารอิหร่าน ทำให้เตหะรานงงงวย สื่อสารไม่ได้ ตอบโต้ลำบาก ตามที่เจ้าหน้าที่ทหารสหรัฐฯ ยืนยันเลยครับ

ยุทธการสหรัฐฯ ปลิดชีพผู้นำระดับสูงหลายคนของอิหร่าน จะโค่นล้มระบอบได้จริงหรือไม่ ?

หลังจากระบบล้มแล้ว ผู้นำอิหร่านหลายคนก็โดนจู่โจมแบบมุ่งเป้า CIA และ Mossad ติดตามตัวพวกเขามาหลายเดือน ใช้เทคโนโลยีเจาะระบบคอม + สายลับภาคพื้นดิน ผลที่ได้น่าตกใจมาก: ผู้บัญชาการทหารบก, รัฐมนตรีกลาโหม, หัวหน้ากองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติ ตายเรียบ! เชื่อว่าอิสราเอลนำทัพ สหรัฐฯ ตามด้วยการทิ้งระเบิดศูนย์บัญชา ฐานขีปนาวุธ และโครงสร้างข่าวกรอง

พลเอก แดน เคน ประธานคณะเสนาธิการร่วมสหรัฐฯ แถลงชัด เป้าหมายคือ ‘ทำให้อิหร่านงงและสับสน’ เพื่อทำให้อัมพาตทั้งระบบ แต่คำถามใหญ่คือ มันจะโค่นล้มระบอบได้จริงเหรอ? อิหร่านเตรียมพร้อมนะ มีผู้สืบทอดสำรองซ่อนตัวไว้ แต่ที่แปลกคือผู้นำบางคนยังประชุมรวมกันตอนเช้า โดนถล่มทีเดียวหมด!

ผลกระทบระยะสั้นและยาว: สับสนหรือลุกฮือ?

ระยะสั้น อิหร่านตอบโต้ยาก สับสนหนัก แต่ระยะยาวล่ะ? การยิงขีปนาวุธโดรนทั่วตะวันออกกลาง อาจเป็นระบบอัตโนมัติหรือคำสั่งจากผู้บัญชาการท้องถิ่น CIA ประเมินว่าถ้าผู้นำสูงสุดล้ม กลุ่มหัวรุนแรงจากกองกำลังพิทักษ์อาจยึดอำนาจ เดินหน้าสู้ต่อแทนเจรจา

  • ความเสี่ยง: การสังหารต่อเนื่องทำให้เจรจายาก
  • โอกาส: ถ้ามีผู้นำโปรสหรัฐฯ อย่างในเวเนซุเอลา อาจพลิกเกม
  • เทคโนโลยีหลัก: Cyber dominance + AI tracking ทำให้ตามตัวเป้าหมายได้แม่นยำ

ประวัติศาสตร์บอกว่าอำนาจอากาศอย่างเดียวไม่พอ สหรัฐฯ ไม่ส่งทหารภาคพื้นดิน แต่หวังจุดชนวนการลุกฮือประชาชน ประธานาธิบดีทรัมป์เรียกร้องให้พลเมืองอิหร่านลุกขึ้น สัญญาคุ้มครองทหารที่ยอมวางอาวุธ หลังปราบปรามผู้ประท้วงเดือนม.ค. ที่ผ่านมา

มุมมองเทคโนโลยี: Cyber War คืออนาคต

ในฐานะคนติดตามเทคโนโลยี ผมบอกเลยว่าปฏิบัติการนี้เป็น case study สุดยอดของ cyber warfare! การแฮกระบบก่อนโจมตี ทำให้ศัตรู blind เหมือนในเกม VR แต่จริงจังกว่า ถ้าคุณสนใจ tech ด้านนี้ ลองศึกษาดูนะ จะเห็นว่าปัญญาประดิษฐ์และ satellite intel เปลี่ยนเกมสงครามไปเลย

สรุปแล้ว ยุทธการสหรัฐฯ ปลิดชีพผู้นำระดับสูงหลายคนของอิหร่าน จะโค่นล้มระบอบได้จริงหรือไม่ ? ผมมองว่ามีโอกาส แต่ระบอบอิหร่านฝังรากลึก ภารกิจสหรัฐฯ-อิสราเอลคือทำลายให้ยับก่อน ถ้าประชาชนลุกฮือจริง อาจเป็นจุดเปลี่ยนใหญ่! คุณคิดยังไงครับ? คอมเมนต์บอกผมหน่อย และกดแชร์ถ้าชอบนะ อย่าลืมติดตามบล็อกเพื่ออัปเดตเทรนด์ไซเบอร์และข่าวร้อนต่อไป!

ที่มา – ยุทธการสหรัฐฯ ปลิดชีพผู้นำระดับสูงหลายคนของอิหร่าน จะโค่นล้มระบอบได้จริงหรือไม่ ?

OpenAI ปรับสัญญาเพนตากอน เพิ่มป้องกันสอดแนม

ข่าวใหญ่ในวงการ AI เมื่อ OpenAI ปรับสัญญาเพนตากอน เพิ่มป้องกันสอดแนม หลังจากเผชิญกระแสต่อต้านอย่างหนักจากสาธารณชน คืนวันจันทร์ที่ผ่านมา OpenAI และเพนตากอนได้แก้ไขสัญญาที่เป็นประเด็นถกเถียง โดยเพิ่มข้อความเกี่ยวกับการปกป้องความเป็นส่วนตัวมากขึ้น ตามรายงานจาก Axios

OpenAI ปรับสัญญาเพนตากอน เพิ่มป้องกันสอดแนม

การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นท่ามกลางดราม่าระหว่างเพนตากอนกับคู่แข่งอย่าง Anthropic ซึ่งถูกระบุว่าเป็น “ความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทาน” และถูกห้ามทำธุรกิจกับบริษัทใหญ่ๆ หลายแห่ง ตามข่าวจาก New York Times Anthropic กังวลเรื่องการสอดแนมข้อมูลจำนวนมากที่ไม่ลับของชาวอเมริกัน เช่น ตำแหน่งทางกายภาพและประวัติการท่องเว็บ พวกเขาต้องการ “คำมั่นสัญญาทางกฎหมาย” จากเพนตากอนว่าจะไม่ใช้เทคโนโลยีกับข้อมูลเชิงพาณิชย์ที่ไม่ลับ

ทางเพนตากอนยืนยันตลอดมาว่า Anthropic ขอข้อกำหนดที่ห้ามทำสิ่งที่ผิดกฎหมายอยู่แล้ว โฆษก Sean Parnell โพสต์บน X ว่า “กระทรวงสงครามไม่มีส่วนสนใจใช้ AI สอดแนมชาวอเมริกันจำนวนมาก (ซึ่งผิดกฎหมาย)” เพนตากอนแค่อยากได้สิทธิทำทุกอย่างที่ถูกกฎหมาย เพื่อไม่ให้ Anthropic มาขัดขวางการปฏิบัติการทหารที่สำคัญ

Sam Altman ของ OpenAI ตอบโต้อย่างไร

Sam Altman ประธาน OpenAI แบ่งปันความกังวลเดียวกัน และโพสต์บน X เมื่อคืนจันทร์เกี่ยวกับการเจรจาล่าสุด ดูเหมือนมีการโต้ตอบกันมาก โดยเพนตากอนย้ำว่าการสอดแนมผิดกฎหมายอยู่แล้ว แต่ OpenAI ต้องการข้อจำกัดในสัญญาให้ชัดเจน

แม้จะยังคาดเดาไม่ได้ว่าจะมีผลกระทบจริงจังต่อ OpenAI หลังเซ็นสัญญากับเพนตากอนก่อนปฏิบัติการทางทหารกับอิหร่านล่าสุด แต่กระแสต่อต้านรุนแรงมาก มีเว็บไซต์ QuitGPT เรียกร้องให้ boycott ChatGPT โดยมีเคาน์เตอร์อ้าง 1,513,922 คนเข้าร่วม (ไม่มีการอ้างอิง) เว็บนี้บอกว่าจะ “ทำตัวอย่าง ChatGPT” และส่งสัญญาณถึงผู้สนับสนุน ICE ว่าการกระทำจะไม่รอด

ถึงแม้จะไม่มีข้อแตกต่างชัดเจนระหว่าง OpenAI กับ Anthropic แต่ดราม่ามาจากทรัมป์ที่ เรียกทีม Anthropic ว่า “พวกคลั่งซ้าย” และ Katy Perry ประกาศสลับไปใช้ Claude สำหรับ AI ทุกอย่าง สถานการณ์ OpenAI จึงลำบาก

Gizmodo ติดต่อ OpenAI เพื่อถามผลกระทบจากกระแสต่อต้านและขอความเห็น เราจะอัปเดตถ้ามี

ผลกระทบและอนาคตของ OpenAI กับเพนตากอน

การ OpenAI ปรับสัญญาเพนตากอน เพิ่มป้องกันสอดแนม นี้อาจช่วยลดกระแสต่อต้านได้บ้าง แต่คำถามยังค้างคา: ข้อความเพิ่มเติมนี้เพียงพอหรือ? ในยุคที่ AI กำลังถูกใช้ในสงครามไซเบอร์และข่าวกรอง ข้อกำหนด “สอดคล้องกับกฎหมาย” อาจไม่พอใจนักเคลื่อนไหวด้านความเป็นส่วนตัว

  • ประเด็นหลัก: การใช้ข้อมูลไม่ลับสำหรับติดตามประชาชน
  • จุดยืนเพนตากอน: ทำแค่สิ่งถูกกฎหมาย
  • การตอบสนอง OpenAI: เพิ่มภาษาปกป้องในสัญญา
  • กระแสสังคม: Boycott และ celeb สนับสนุนคู่แข่ง

นี่แสดงให้เห็นถึงความตึงเครียดระหว่างเทคโนโลยี AI กับความมั่นคงแห่งชาติ OpenAI กำลังเดินบนเส้นด้ายระหว่างธุรกิจกับหลักจริยธรรม คุณคิดว่าการปรับสัญญานี้จะช่วยให้ OpenAI รอดพ้นดราม่าได้ไหม? คอมเมนต์ด้านล่างและแชร์บทความนี้เพื่อติดตามข่าว AI ล่าสุด!

ที่มา – Facing Backlash, OpenAI Amends Pentagon Deal to Add More Anti-Surveillance Verbiage

วอชิงตันเตรียมแบนไมโครชิปฝังใต้ผิวหนังบังคับพนักงาน

ถามเจ้านายสิว่าความสุขสูงสุดในชีวิตคืออะไร คำตอบมักจะออกแนว ‘โยนไม้ถูพื้นสกปรกให้ลูกน้องแล้วบอกว่า ถ้าโน้มตัวได้ก็ถูพื้นได้’ หรือกรี๊ดลั่น ‘แกถูกไล่ออก!’ เพื่อระบายวันเครียดๆ แต่ที่แน่นอนคือ ‘เฝ้าดูพวกพนักงานขี้เกียจไม่ให้โกงเรา!’ นั่นแหละ

แต่เจ้านายเอ๋ย ขอโทษทีนะ รัฐวอชิงตันกำลังจะแบนวิธีเฝ้าดูสุดล้ำก่อนที่คุณจะได้ลองซะด้วยซ้ำ นั่นคือ ไมโครชิปฝังใต้ผิวหนังบังคับพนักงาน เหมือนหมาเหม็นๆ ที่คุณคิดว่าพวกเขาคือจริงๆ นั่นแหละ

ไมโครชิปฝังใต้ผิวหนังบังคับพนักงาน คืออะไร

ร่างกฎหมาย House Bill 2303 สรุปไว้ในเว็บรัฐสภา ว่า ‘ห้ามนายจ้างฝังไมโครชิปพนักงาน’ คุณคงคิดว่า อีกแล้วกฎระเบียบหนักหน่วงที่ฆ่าความคิดสร้างสรรค์และไม่เคารพเจ้าของธุรกิจใช่มั้ย

มีนายจ้างในวอชิงตันคนไหนทำเรื่องนี้จริงๆ บ้าง? Fox 13 Seattle บอก ว่าไม่รู้จักสักคน แต่รัฐนี้มีบริษัทเจ๋งๆ อย่าง Amazon และ Starbucks รวมถึง Costco กับ Microsoft ที่ ยังไม่เคยเสนอไอเดียแบบนี้ แต่กฎหมายนี้จะบล็อกไม่ให้พวกเขาลองใน backyard ของตัวเอง

รายละเอียดร่างกฎหมายไมโครชิปฝังใต้ผิวหนังบังคับพนักงาน

ดู ตัวบิลจริง ที่สปอนเซอร์หลักคือ Brianna Thomas จาก West Seattle มันชัดเจนมาก: ‘นายจ้างห้ามขอ ห้ามบังคับ หรือชักจูงพนักงานให้ฝังไมโครชิปในตัวเพื่อเหตุผลใดๆ’ แต่เปิดช่องให้พนักงานสมัครใจได้ ถ้าไม่ถูกบังคับ

ไมโครชิปที่ว่าคือแบบฝังใต้ผิวหนัง (subcutaneous) เหมือนหมาเลยนะ ส่วนอุปกรณ์ทางการแพทย์ฝังเพื่อเหตุผลสุขภาพ มีข้อยกเว้น

น่าสนใจอีกคือ คำว่า ‘subcutaneously’ ไม่รวม ‘ข้อมูลติดผิวชั่วคราวด้วยสติกเกอร์หรือสายรัด’ Amazon ในวอชิงตัน มีสิทธิบัตร wristband ติดตามการเคลื่อนไหว ซึ่งกฎนี้ไม่นับว่าเป็นไมโครชิปฝังใต้ผิวหนัง

  • กฎหมายห้ามเฉพาะการบังคับฝังไมโครชิปใต้ผิวหนัง
  • สมัครใจได้ ถ้าไม่ถูกกดดัน
  • อุปกรณ์แพทย์ยกเว้น
  • Wristband หรือสติกเกอร์ไม่เข้าข่าย

ตอนนี้ สถานการณ์ไม่ค่อยดีสำหรับเจ้านายที่ฝันถึงไมโครชิป ร่างกฎหมาย ผ่านสภาล่างแล้ว และรอวาระในวุฒิสภา

เรื่องนี้ทำให้เราคิดถึงสมดุลระหว่างเทคโนโลยีกับสิทธิพนักงาน ในยุคที่บริษัทใหญ่ๆ อย่าง Amazon ใช้ AI ติดตาม Slack Message แล้ว ไมโครชิปฝังใต้ผิวหนังบังคับพนักงาน จะกลายเป็นจริงได้ไหม? แต่ในวอชิงตัน กำลังจะถูกแบนก่อน

ส่วนตัวผมคิดว่าดีกว่าที่ห้ามไว้ก่อน มันเหมือน sci-fi หนัง Black Mirror เกินไป ถ้าพนักงานสมัครใจจริงๆ ค่อยว่ากัน แต่บังคับนี่ไม่เอาด้วย คุณคิดยังไง ลองคอมเมนต์บอกหน่อยสิ!

ติดตามข่าวเทคโนโลยีและกฎหมายแรงงานเพิ่มเติมได้ที่บล็อกเรา เพื่อไม่พลาดอัปเดตสำคัญ

ที่มา – Mandatory Subcutaneous Microchips for Employees May Soon Be Banned in Washington State

แม้แต่ Nasdaq ก็อยากลุยตลาดทำนาย

แม้แต่ Nasdaq ก็อยากลุยตลาดทำนายแล้ว! ท่ามกลางกระแสความนิยมที่พุ่งสูงของตลาดทำนายเหตุการณ์อย่าง Kalshi และ Polymarket ที่ถูกวิจารณ์เรื่องการพนันและการค้าด้วยข้อมูลภายใน แต่ก็ยังดึงดูดนักลงทุนจำนวนมาก ตอนนี้ยักษ์ใหญ่อย่าง Nasdaq เองก็อยากมีส่วนร่วมในความคึกคักนี้

แม้แต่ Nasdaq ก็อยากลุยตลาดทำนาย

Nasdaq กำลังยื่นขอความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ (SEC) เพื่อเปิดตัวออปชั่นแบบ outcome-based ที่เชื่อมโยงกับดัชนีหลักสำคัญ ตามเอกสารยื่นต่อหน่วยงานกำกับดูแลที่เผยแพร่เมื่อวันจันทร์

แพลตฟอร์มนี้จะนำเสนอ “outcome-related options” ที่ผูกกับ Nasdaq-100 Index ซึ่งติดตาม 100 บริษัทเอกชนที่ใหญ่ที่สุดที่จดทะเบียนในตลาด เช่น Apple, Nvidia, Meta, Amazon และ Tesla นอกจากนี้ยังมี Nasdaq-100 Micro สำหรับการเทรดขนาดเล็กด้วย

แม้แต่ Nasdaq ก็อยากลุยตลาดทำนายด้วยออปชั่นแบบไบนารี่

ออปชั่นเหล่านี้เป็นแบบไบนารี่ที่ให้นักลงทุนเดิมพันแบบใช่หรือไม่ใช่ เช่น Nasdaq-100 จะปิดเหนือหรือต่ำกว่าระดับที่กำหนดในวันที่เฉพาะหรือไม่ ราคาสัญญาอยู่ระหว่าง 0.01-1 ดอลลาร์ ซึ่งสะท้อนความน่าจะเป็นตามมุมมองตลาด ถ้าผลออกมาตรง ก็จ่ายเต็ม ถ้าไม่ ก็สูญเปล่า

การเคลื่อนไหวนี้ออกมาท่ามกลางกระแสตลาดทำนายที่กำลังเป็นกระแสหลัก แม้จะถูกจับตาอย่างเข้มงวด Kalshi และ Polymarket เปิดตัวตั้งแต่ปี 2018 แต่เพิ่งดังจริงๆ หลังทำนายเหตุการณ์ใหญ่ได้แม่นยำ เช่น ผลเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ 2024 และการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก 2025

สื่อยักษ์ใหญ่ก็เข้ามาเสริมความน่าเชื่อถือ เช่น CNN ร่วมมือกับ Kalshi เมื่อปีที่แล้ว Golden Globes จับมือ Polymarket ในปีนี้ และล่าสุด Associated Press ประกาศให้ข้อมูลและผลเลือกตั้งแก่ Kalshi สำหรับการเลือกตั้งระดับชาติและรัฐ ตามนี้

  • ตลาดทำนายช่วยให้ข้อมูลแม่นยำจากฝูงชน (wisdom of the crowd)
  • เพิ่มโอกาสทำกำไรจากความรู้เฉพาะทาง
  • แต่เสี่ยง insider trading ในเหตุการณ์โลก เช่น การล้มของ Maduro หรือการโจมตีอิหร่าน

ทั้ง Kalshi และ Polymarket ย้ำชัดห้าม insider trading แต่ Polymarket กลับเชิญชวนผู้เชี่ยวชาญให้ใช้ความรู้ทำกำไร “ถ้าคุณเป็นผู้เชี่ยวชาญในหัวข้อใด Polymarket คือโอกาสทำกำไรจากความรู้ พร้อมยกระดับความแม่นยำของตลาด” ตาม คู่มือผู้ใช้

แม้แต่ Nasdaq ก็อยากลุยตลาดทำนาย แสดงให้เห็นว่าธุรกิจการเงินกำลังปรับตัวสู่ยุคใหม่ที่ข้อมูลเรียลไทม์และการคาดการณ์เหตุการณ์เป็นกุญแจสำคัญ นักลงทุนควรติดตามการอนุมัติจาก SEC เพราะนี่อาจเปลี่ยนโฉมการเทรดดัชนีไปตลอดกาล

คุณล่ะ สนใจลองเทรดตลาดทำนายไหม? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวสารการเงินอัปเดต!

ที่มา – Even Nasdaq Wants in on the Prediction Market Frenzy

นักแสดง AI Tilly Norwood ได้ Tillyverse ทั้งหมด

คุณอาจจำ Tilly Norwood ได้ นักแสดงที่สร้างขึ้นโดย AI 100% ซึ่งเปิดตัวเมื่อซัมเมอร์ที่แล้วและสร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในวงการบันเทิง ล่าสุด มีข่าวใหญ่มาว่า นักแสดง AI Tilly Norwood ได้ Tillyverse ทั้งหมด แล้ว! Xicoia สตูดิโอ AI talent จากบริษัทโปรดักชั่นอังกฤษ เตรียมเปิดตัวจักรวาลดิจิทัลทั้งหมดสำหรับ Tilly ในปลายปีนี้

นักแสดง AI Tilly Norwood ได้ Tillyverse ทั้งหมด เกิดอะไรขึ้น?

ตามประกาศล่าสุด Xicoia วางแผนสร้าง “Tillyverse” เพื่อรองรับเรื่องราวน่าติดตามของ Tilly Norwood โดยครอบคลุมตั้งแต่ความฮาในชีวิตประจำวัน การตัดสินใจในอาชีพ ไปจนถึงการโต้ตอบกับแฟนๆ บนแพลตฟอร์มต่างๆ CEO Eline Van der Velden กล่าวในแถลงข่าวว่า จะมีตัวละคร AI ใหม่ๆ มาร่วมแจมด้วย ทำให้ นักแสดง AI Tilly Norwood ได้ Tillyverse ทั้งหมด กลายเป็นจักรวาลที่สมบูรณ์แบบ

บริษัทยังดึง Mark Whelan จาก Amazon Prime Video มารับตำแหน่งหัวหน้าทีม ซึ่งเคยดูแลกลยุทธ์โซเชียลสำหรับรายการดังอย่าง Clarkson’s Farm และ The Grand Tour ในยุโรป ที่ Xicoia เขาจะ oversee การสร้าง AI talent แบบสั่งทำพิเศษให้ลูกค้าภายนอก ช่วยให้บริษัทนำหน้าคู่แข่งในเศรษฐกิจบันเทิง AI ที่กำลังบูม

ประวัติและกระแสต่อต้าน Tillyverse ของ Tilly Norwood

ตั้งแต่ Tilly Norwood เปิดตัวเมื่อปีที่แล้ว ก็เจอเสียงคัดค้านจากทุกสารทิศ Eline Van der Velden เคยเล่าว่ามีเอเจนซี่หลายแห่งสนใจเซ็นสัญญา แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่มีที่ไหนยอมรับจริงจัง สหภาพนักแสดง SAG-AFTRA ออกแถลงการณ์ประณามว่า Tilly คือ “ตัวละครที่สร้างจากโปรแกรมคอมพิวเตอร์ซึ่งฝึกด้วยผลงานนักแสดงมืออาชีพโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือค่าตอบแทน”

ปัจจุบัน สหภาพกำลังเจรจาสัญญาใหม่ ซึ่งจะหมดอายุ 30 มิถุนายนนี้ สืบเนื่องจากสไตรค์ฮอลลีวูดปี 2023 ที่ AI เป็นประเด็นหลัก ตอนนี้ AI ยังคงเป็นหัวข้อร้อน โดยเฉพาะเมื่อเทคโนโลยีพัฒนาเร็วมาก จาก Nano Banana Pro ของ Google, Seedance 2.0 ของ ByteDance, Sora ของ OpenAI จนถึงหนังสั้น AI ที่เกือบฉายในโรง AMC

  • จุดเด่นของ Tillyverse: เรื่องราวชีวิตจริงจังของ Tilly Norwood
  • ตัวละครใหม่: AI เพื่อนร่วมแก๊งที่จะขยายจักรวาล
  • การโต้ตอบแฟน: 互动ข้ามแพลตฟอร์มแบบเรียลไทม์
  • ผู้นำทีม: Mark Whelan ผู้เชี่ยวชาญโซเชียลจาก Prime Video

Xicoia ยืนยันว่า นี่ไม่ใช่แค่นำร่อง แต่เป็นการสร้าง IP ขนาดใหญ่ ส่งสัญญาณการเร่งเครื่องในยุค AI สหภาพนักเขียนและผู้กำกับก็เตรียมเจรจาสัญญาใหม่เช่นกัน ทำให้ นักแสดง AI Tilly Norwood ได้ Tillyverse ทั้งหมด อาจส่งผลต่อวงการทั้งหมด

ในมุมมองของเรา การมาของ Tillyverse แสดงให้เห็นว่า AI ไม่ใช่แค่เครื่องมือ แต่กำลังกลายเป็น ‘ดาวดัง’ ตัวจริง คุณล่ะคิดยังไง? AI จะมาแทนที่นักแสดงมนุษย์หรือเป็นเครื่องมือเสริม? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าว AI บันเทิงอัปเดตล่าสุดกับเราได้เลย!

ที่มา – The AI ‘Actress’ Tilly Norwood Is Getting a Whole ‘Tillyverse’

หญิงชราถูกส่งพัสดุ Amazon กว่า 100 ชิ้นที่ไม่ได้สั่ง

คุณเคยสงสัยไหมว่าตรงข้ามของการขโมยพัสดุหน้าบ้าน (porch piracy) คืออะไร? คงใกล้เคียงกับสิ่งที่คุณป้า Pat Hurley วัย 79 ปีในเมือง Elgin รัฐอิลลินอยส์ กำลังเผชิญอยู่ นั่นคือ หญิงชราถูกส่งพัสดุ Amazon กว่า 100 ชิ้นที่ไม่ได้สั่ง มาถึงหน้าบ้านเธอในรอบปีที่ผ่านมา แม้เธอจะไม่ได้สั่งซื้อสักชิ้นเดียว!

หญิงชราถูกส่งพัสดุ Amazon กว่า 100 ชิ้นที่ไม่ได้สั่ง เริ่มต้นอย่างไร

ตามรายงานจาก ABC 7 Chicago กล่องพัสดุ Amazon เริ่มปรากฏที่หน้าบ้านคุณป้า Pat ตั้งแต่ฤดูร้อนปีที่แล้ว ที่อยู่บนกล่องตรงกับบ้านเธอ แต่ชื่อผู้รับไม่ใช่ชื่อเธอ คิดว่าเป็นแค่ความผิดพลาดเล็กน้อยใช่ไหม? แต่กล่องพวกนี้ไม่หยุดแค่นั้น มันมาไม่ขาดสาย!

ตอนนี้คุณป้าได้รับพัสดุ Amazon กว่า 100 ชิ้นแล้ว ทั้งที่เธอไม่มีบัญชี Amazon เลยสักนิด เธอบอกกับ ABC ว่าเคยได้รับถึง 20 กล่องในวันเดียว ไม่มีคำอธิบายว่าทำไมถึงมาที่บ้านเธอ และไม่มีทางหยุดมันได้ง่ายๆ

ปัญหาที่มากกว่าความรำคาญสำหรับหญิงชราถูกส่งพัสดุ Amazon กว่า 100 ชิ้นที่ไม่ได้สั่ง

สำหรับคุณป้า Pat ที่อายุใกล้ 80 และมีปัญหาสุขภาพพิการ ปัญหานี้ไม่ใช่แค่รำคาญธรรมดา กล่องที่กองพะเนินขวางทางเข้าบ้าน ทำให้เธอต้องยกย้ายเองเป็นประจำ ซึ่งอันตรายมาก เธอเล่าว่า “ถ้ามีคนมาที่บ้าน… ฉันพิการ อยู่คนเดียว แล้วกล่องพวกนี้มากอง ฉันเริ่มกลัวแล้วนะ ในโลกนี้มีอะไรเกิดขึ้นไม่รู้”

นี่อาจเป็นกรณีของ “brushing scam” ที่มิจฉาชีพสั่งของไปบ้านคนอื่นเพื่อสร้างรีวิวปลอมบน Amazon ทำให้บัญชีดูน่าเชื่อถือ แต่ชื่อบนกล่องในกรณีนี้สอดคล้องกัน แต่ไม่มีใครในละแวกนั้นรู้จักเจ้าของชื่อนั้น

  • พัสดุมาถึงกว่า 100 ชิ้นใน 1 ปี
  • เคยได้รับ 20 ชิ้นต่อวัน
  • ชื่อผู้รับไม่ตรงกับเจ้าของบ้าน
  • กล่องขวางทางเข้าบ้าน สร้างความเสี่ยงให้ผู้สูงอายุ
  • Amazon ยังไม่สามารถหยุดได้ทันที

สุดสัปดาห์ที่แล้ว คนส่งของ Amazon มาช่วยเก็บกล่องบางส่วน Amazon ขอโทษและกำลังตรวจสอบเพื่อหาทางแก้ไขระยะยาว เช่น หยุดส่งพัสดุที่ไม่ได้สั่ง และติดตามผู้สั่งซื้อ แต่ทำไมผู้สั่งถึงไม่สงสัยว่าของหายไปไหน?

สถานการณ์แปลกประหลาดแบบนี้ทำให้คุณป้ารู้สึกไม่ปลอดภัย หากคุณเจอปัญหาคล้ายๆ กัน ลองติดต่อ Amazon ทันที หรือแจ้งตำรวจท้องถิ่นเพื่อความปลอดภัย ปัญหาการส่งพัสดุผิดที่เกิดขึ้นบ่อยในยุคออนไลน์ช้อปปิ้ง

เพื่อป้องกันปัญหา หญิงชราถูกส่งพัสดุ Amazon กว่า 100 ชิ้นที่ไม่ได้สั่ง แบบนี้ เราแนะนำให้:

  1. ตรวจสอบที่อยู่ส่งของให้ถูกต้องเสมอ
  2. ใช้กล้องวงจรปิดหน้าบ้าน
  3. แจ้ง Amazon หากได้รับพัสดุไม่ใช่ของตัวเอง
  4. อย่าเปิดกล่องที่ไม่รู้จัก เพื่อความปลอดภัย

กรณีนี้เป็นตัวอย่างที่ดีว่าปัญหาเทคโนโลยีสามารถสร้างความเดือดร้อนได้ หาก Amazon หาทางแก้ได้เร็ว คุณป้าจะกลับมาใช้ชีวิตปกติ ขอให้ทุกคนระวังปัญหาการช้อปปิ้งออนไลน์นะครับ สุดท้ายแล้ว ความปลอดภัยต้องมาก่อน หากคุณมีประสบการณ์คล้ายๆ กัน แชร์ในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย!

ที่มา – Elderly Woman Bombarded With Over a Hundred Amazon Packages She Didn’t Order

ยูทูบเบอร์ออกแบบระบบระบายความร้อน LED 1.5 kW สร้างดวงอาทิตย์เทียม

หากคุณกำลังมองหาดวงอาทิตย์เทียมขนาดเล็ก ลองนึกภาพ LED ขนาดเท่าลูกเทนนิสที่ให้แสงสว่างถึง 120,000 ลูเมนส์ ในราคาแค่ประมาณ 1,300 ดอลลาร์สหรูฟังดูน่าตื่นเต้นใช่ไหม?

120,000 ลูเมนส์คืออะไร? มันสว่างมาก! แสงเทียบเท่ากับไฟจอดรถยนต์เลยทีเดียว หลอดไฟบ้านธรรมดาให้แสงแค่ 1,000 ลูเมนส์เท่านั้น (ลูเมนส์คือหน่วยวัดแสงที่แผ่ออกมา ยิ่งมากยิ่งสว่าง แม้ LED จะใช้พลังงานน้อยกว่าแบบเก่าๆ ที่วัดด้วยวัตต์)

ยูทูบเบอร์ออกแบบระบบระบายความร้อนสำหรับ LED 1.5 kW สร้างดวงอาทิตย์เทียมขนาดเล็ก

ปัญหาหลักของ LED สว่างขนาดนี้คือความร้อนมหาศาล เพราะกินไฟถึง 1.5 kW! ยูทูบเบอร์ Matthew Perks จากช่อง DIY Perks จึงทำวิดีโอใหม่ แสดงการสร้างระบบระบายความร้อน ที่ทั้งมีประสิทธิภาพและพกพาได้

เขาเลือกใช้วิธีระบายความร้อนด้วยน้ำแบบหกเหลี่ยม โดยมีถังน้ำยาเย็นตรงกลางที่ช่วยระบายความร้อนให้บอร์ดควบคุมแรงดันไฟ 6 ตัวของ LED ด้วย LED ตัวหลักติดตั้งบนน้ำบล็อกสั่งทำ จากนั้นน้ำไหลไปยังหม้อน้ำทองแดงขนาดใหญ่ 6 ตัว แต่ละตัวมีพัดลม PC 3 ตัวช่วยพัด

ยูทูบเบอร์ออกแบบระบบระบายความร้อน LED 1.5 kW อย่างไร?

ระบบขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่ลิเธียมพกพา พร้อมเซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิและอัตราไหลของน้ำยา ควบคุมด้วย Arduino นอกจากนี้ยังมีเลนส์ 2 ชิ้นช่วยโฟกัสแสงให้เข้มข้นยิ่งขึ้น

ทดสอบครั้งแรก: ติดเลนส์ตัวแรกแล้วจุดไฟแข่งได้เลย! แม้ LED จะไม่ปล่อยอินฟราเรด แต่แสงสว่างจัดจ้านก็ร้อนพอจุดไฟได้ น่าทึ่งใช่ไหม?

เสร็จแล้วก็นำไปทดสอบในป่า หน้าตาเหมือนคูลเลอร์ CPU สไตล์สตีมพังก์ ขนาดกะทัดรัด พกง่าย ผลลัพธ์สุดยอด: LED เย็นสบาย แบตเตอรี่ร้อนแต่ใช้งานได้ 15 นาที แสดงว่าระบบระบายความร้อนทำงานดีเยี่ยม

ยิ่งกว่านั้น Styropyro ยูทูบเบอร์ดังเรื่องเลเซอร์สุดอันตรายยังคอมเมนต์ว่า “This is an incredibly well done light!” ชมเลยทีเดียว

  • จุดเด่น: สว่าง 120,000 ลูเมนส์ พกพาได้
  • เทคโนโลยี: ระบายความร้อนด้วยน้ำ + พัดลม PC
  • ข้อจำกัด: แบตเตอรี่ใช้งานสั้น 15 นาที

ไอเดียนี้เหมาะสำหรับคนชอบ DIY หรือนักประดิษฐ์ ลองเอาไปปรับใช้กับโปรเจกต์ของคุณดูสิ!

คุณคิดยังไงกับยูทูบเบอร์ที่สร้างดวงอาทิตย์เทียมแบบนี้? แชร์ไอเดียในคอมเมนต์ด้านล่าง แล้วอย่าลืมกดไลก์และแชร์บทความนี้เพื่อสนับสนุนเนื้อหาดีๆ!

ที่มา – YouTuber Designs Cooling System for 1.5 kW LED, Creates Small Artificial Sun