2 ปี ทักษิณ “ดีลกลับบ้าน” การเมืองไทยเข้าสู่ภาวะ Deep Freeze

เมื่อ 22 สิงหาคม 2566 ทักษิณ ชินวัตร เจ้าบ้านตัวจริงของการเมืองไทยในยุคหลังประชาธิปไตยใหม่ ได้เดินทางกลับประเทศไทยหลังจากใช้เวลาในต่างประเทศมากว่า 17 ปี จากการที่เคยต้องหนีออกจากบ้านเมืองเพื่อหลีกเลี่ยงคดีความต่าง ๆ ที่ติดตัวมา คำว่า “ขออนุญาตกลับบ้าน” ของทักษิณกลายเป็นประเด็นร้อนระอุ เพราะดูเหมือนจะมี “ดีล” ทางการเมืองบางอย่างเกี่ยวข้องอยู่เบื้องหลัง การเดินทางกลับบ้านของเขาถูกตีความหลากหลายทั้งในแง่การเมือง กฎหมาย และความเป็นธรรมของสังคม

2 ปี ทักษิณ “ดีลกลับบ้าน” การเมืองไทยเข้าสู่ภาวะ Deep Freeze

แม้จะออกมายืนยันอย่างชัดเจนว่าไม่มี ดีลการเมือง ใด ๆ แต่ “การกลับบ้าน” ของทักษิณถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่กระตุ้นให้การเมืองไทยเข้าสู่ “ภาวะ Deep Freeze” หรือการแช่แข็งอย่างลึกซึ้ง หลายฝ่ายมองว่า การที่เขาเยือนไทยในครั้งนี้ ไม่เพียงกระทบกับพลังการเมืองของพรรคเพื่อไทย แต่ยังกระทบต่อภาพรวมของระบอบอำนาจในบ้านเมืองด้วย

ห้วงเวลาแห่งความต้องการกลับบ้าน

ภายหลังถูกพิพากษาจำคุกในหลายคดี ทักษิณยอมรับข้อผิด และใช้สิทธิ์ในการถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ 人社局กต้องยอมรับว่า การกลับมานั้น เป็น “สิ่งที่ต้องแลกกับอนาคตของครอบครัว” โดยเฉพาะลูกสาวที่เพิ่งเข้าสู่เส้นทางการเมืองอย่างเต็มตัว คือ แพทองธาร ที่ตอนนี้ก็เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 31 ของประเทศไทย

  • การถ่ายทอดหมายความถึงการสืบทอดอำนาจ
  • การรักษาภาพลักษณ์ในสายตาประชาชน
  • การต่อสู้กับคดีความที่ยังคงเคียงข้าง

อย่างไรก็ตาม ดีลที่ทักษิณต้องผ่านก่อนจะได้กลับบ้านนั้นกลับไม่โปร่งใส ซึ่งนำไปสู่ความสงสัยในวงกว้างว่า เขาแลกชีวิตที่เหลืออยู่กับ “ใคร” และ “แลกกับอะไร”

การเมืองแช่แข็ง (Deep Freeze) อย่างแท้จริง

หลายคนเห็นว่า ปัจจุบันการเมืองไทยนั้นเข้าสู่ภาวะ “Deep Freeze” อย่างแท้จริง โดยเฉพาะหลังการตัดสินคดีสำคัญที่เกี่ยวข้องกับครอบครัวตระกูลชินวัตรอย่าง “คลิปเสียง” และ “คดีชั้น 14” ต่างมีผลกระทบต่อภาพลักษณ์ความชอบธรรมของรัฐบาลปัจจุบัน และบีบให้การเมืองต้อง “หยุดนิ่ง” ไปพักใหญ่

  • รัฐธรรมนูญ 2560 ที่ยังไม่ได้ถูกพิจารณาแก้ไข
  • ไม่มีความเคลื่อนไหวรุนแรง แต่ทุกอย่างถูก “ควบคุม”
  • ประชาชนสูญเสียความเชื่อมั่นในระบบอย่างช้า ๆ

ข้อสังเกตอย่างหนึ่งคือ ถึงแม้พรรคก้าวไกลจะคว้าชัยชนะในสนามเลือกตั้ง แต่ระบบราชการ การเงิน และอำนาจยังถูกควบคุมอยู่ในวงแคบ ซึ่งเหมือนกับการ “แช่แข็ง” ไว้เพื่อไม่ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง

ข้อคิดจาก 2 ปีการเดินทางกลับบ้าน

ทักษิณกลับมาด้วยการยอมรับผิด ขอโทษ และเข้าสู่ระบบที่เคยหักหลังเขา หลายคนเชื่อว่าการกลับบ้านนี้เป็นเพียง “กลับชั่วคราว” แต่ความจริงแล้ว สิ่งที่เขาได้รับ หรือสูญเสีย อาจมากกว่าที่คาดหมาย ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์กับพรรคเพื่อไทยที่เยือกเย็นลง การไม่เข้าไปมีบทบาทในการเมืองอย่างเต็มตัว หรือแม้แต่ความนับถือจากฐานเสียงเดิม

เมื่อพิจารณาให้ลึก ภาวะ Deep Freeze ของสังคมไทย ไม่ได้มาจากความสงบ แต่มาจากความไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ ความนิ่งเฉย จึงเป็นสิ่งที่ดูเหมือนสงบ แต่กลับเป็นภัยเงียบที่ลุกลามเข้าไปในหัวใจของประชาชน

การเมืองไทยยังคงค้างคาอยู่กับอดีต ไม่สามารถก้าวไปข้างหน้าได้ เพราะไม่มีใครกล้า “ละลาย” ความเยือกเย็นนี้ทั้งสิ้น จนกว่าจะมีผู้กล้าที่จะนำทางใหม่ และเสนอ “ความหวัง” ที่แท้จริงให้กับประชาชน

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นภายใน 2 ปีที่ผ่านมา แสดงให้เห็นชัดว่าผู้นำซึ่งเคยเคยแป้งมีน้ำหนักในสายตาสาธารณะ ต้องมีความรับผิดชอบสูงขึ้น ไม่ว่าจะในด้านกฎหมาย จริยธรรม หรือการถ่วงดุลของระบบประชาธิปไตย

หากท่านเป็นหนึ่งในผู้ติดตามความเคลื่อนไหวการเมืองไทย ลองทบทวนการเดินทางของ “ทักษิณ-แพทองธาร” และฟังเสียงของคนรุ่นใหม่ที่กำลังหาทาง “ละลาย” ความตึงเครียดทางการเมือง ซึ่งอาจเป็นกุญแจสู่อนาคตที่ยั่งยืนของประเทศได้

ติดตามข่าวสารล่าสุดได้ที่: 2 ปี ทักษิณ “ดีลกลับบ้าน” การเมืองไทยเข้าสู่ภาวะ Deep Freeze

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *