ผู้เขียน: lalika69_admin

นิสสันยกเลิก NissanConnect EV รถผลิตถึงปี 2022

ในปี 2024 นิสสันได้ประกาศยกเลิกแอป NissanConnect EV สำหรับรถ Leaf และ e-NV200 ที่ผลิตจนถึงปี 2016 ไปแล้ว ล่าสุดข่าวร้ายกำลังขยายวงกว้างไปยังรถรุ่นใหม่กว่า นิสสันยกเลิก NissanConnect EV รถผลิตถึงปี 2022 ทำให้เจ้าของรถ EV เหล่านี้ต้องปรับตัวครั้งใหญ่

นิสสันยกเลิก NissanConnect EV รถผลิตถึงปี 2022: รายละเอียดที่ต้องรู้

ตามรายงานจาก The Guardian เจ้าของรถ Nissan Leaf ที่ผลิตก่อนปี 2019 และรถ e-NV200 ทุกรุ่นจนถึงปี 2022 จะสูญเสียฟังก์ชันแอปตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคมนี้ แอป NissanConnect EV ช่วยให้ผู้ใช้เปิดเครื่องปรับอากาศจากระยะไกล ตรวจสอบสถานะการชาร์จ และเข้าถึงแผนที่บางฟีเจอร์ ซึ่งเป็นประโยชน์มากสำหรับผู้ขับขี่ EV

Steve Walker จากนิตยสาร Auto Express กล่าวกับ The Guardian ว่า “รถสมัยใหม่ที่พึ่งพาการเชื่อมต่อและการอัปเดตมากขึ้น เมื่อรถเหล่านี้เก่าไป ผู้ผลิตอาจจะหยุดสนับสนุนระบบเหล่านี้เช่นกัน” คำพูดนี้สะท้อนถึงปัญหาที่กำลังจะเกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมยานยนต์

ผลกระทบจากการยกเลิก NissanConnect EV

การยกเลิกนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ทั้งหมด เพราะก่อนหน้านี้รถรุ่นเก่าก็เคยเจอปัญหาคล้ายกัน แต่ในยุคที่รถยนต์เต็มไปด้วยหน้าจอและอินเทอร์เน็ต มันเหมือนกับผู้ผลิตเข้าไป “ทำลาย” ฟีเจอร์ที่ใช้งานได้ดีอยู่แล้วแบบกะทันหัน แตกต่างจากปัญหาชิ้นส่วนที่หายากในอดีต ซึ่งเกิดขึ้นเฉพาะเมื่อรถเสียเท่านั้น

นี่คือตัวอย่างของ planned obsolescence หรือการทำให้สินค้าเสื่อมสภาพตามแผน ผู้บริโภคที่ซื้อรถเพื่อใช้งานยาวนานอาจรู้สึกถูกเอาเปรียบ โดยเฉพาะในตลาดที่รถ EV กำลังได้รับความนิยม

  • รถ Leaf ก่อนปี 2019: สูญเสียการควบคุมระยะไกล
  • e-NV200 ทุกรุ่นถึงปี 2022: แอปใช้งานไม่ได้ทั้งหมด
  • ฟีเจอร์หลัก: เปิดฮีตเตอร์, เช็คชาร์จ, แผนที่

ข้อมูลสถิติในสหรัฐฯ ชี้ให้เห็นว่า ผู้บริโภคไม่ได้อยากเปลี่ยนรถบ่อยขนาดนั้น รายงานจาก S&P Global ระบุว่ารถยนต์โดยสารเฉลี่ยอายุ 14.5 ปีบนท้องถนน ขณะที่ 81% ของผู้มีรายได้ปานกลางที่กำลังมองหารถ มองหารถมือสอง (จาก Auto Remarketing)

แต่ผู้ผลิตรถอย่างนิสสันดูเหมือนจะมุ่งเป้าไปที่กลุ่มท็อป 10% ที่ใช้จ่ายครึ่งหนึ่งของการบริโภคทั้งหมด (Bloomberg) ตอนนี้ไม่มีรถใหม่ราคาต่ำกว่า 20,000 ดอลลาร์ในสหรัฐฯ และราคาเฉลี่ย MSRP เกิน 50,000 ดอลลาร์ (Cox Automotive) ทำให้รถเก่าๆ อย่าง Leaf และ e-NV200 กลายเป็นทางเลือกหลักสำหรับคนทั่วไป

แนวโน้มนี้กำลังกลายเป็นปัญหาใหญ่ในอุตสาหกรรม EV ผู้ผลิตควรรับผิดชอบมากกว่านี้ โดยอาจเปิดโค้ดให้ชุมชนนักพัฒนาดัดแปลง หรือขยายการสนับสนุนให้ยาวนานขึ้น หากไม่เช่นนั้น ความเชื่อมั่นในรถ EV จะลดลง

สำหรับเจ้าของรถนิสสันที่ได้รับผลกระทบ แนะนำให้ตรวจสอบทางเลือกอื่น เช่น แอปบุคคลที่สามหรือติดตั้งอุปกรณ์เสริมเพื่อทดแทนฟีเจอร์ที่หายไป คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ได้เลย

ที่มา – Nissan Kills NissanConnect EV for Cars Made as Late as 2022

หอบแกลลอนเรียงคิวตุนน้ำมัน รับมือภาวะสงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้เรามาคุยกันเรื่องที่กำลังเป็นกระแสฮอตฮิตในโซเชียลเลยนะ กับภาพประชาชนหอบแกลลอน ถังน้ำมัน มาต่อคิวกันยาวเหยียดที่ปั๊มน้ำมันในปทุมธานี มันคืออะไรกันเนี่ย? ทำไมทุกคนถึงตื่นตูมขนาดนี้? มาฟังกันแบบชิลๆ จากมุมมองของคนที่ติดตามข่าวเศรษฐกิจและเทคโนโลยีมาอย่างยาวนาน

หอบแกลลอนเรียงคิวตุนน้ำมัน รับมือภาวะสงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ

เมื่อวันที่ 16 มีนาคม ทีมข่าว THE STANDARD ลงพื้นที่ปทุมธานี แล้วเจอภาพชวนขนลุก! เกษตรกรและชาวบ้านนับร้อยหอบแกลลอนมาลงคิวตั้งแต่เช้ามืด ก่อนปั๊มเปิดด้วยซ้ำ เพื่อตุนน้ำมันดีเซลไว้ใช้ในไร่ นา บ้าน ที่ดิน ทำไมถึงเป็นแบบนี้ล่ะ? เพราะวิกฤตสงครามในตะวันออกกลางกำลังยืดเยื้อ ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกผันผวน แถมมาตรการตรึงราคาดีเซลกำลังจะหมดอายุ ทุกคนเลยกลัวว่าน้ำมันจะแพง หายาก ต้องตุนไว้ก่อน!

เห็นภาพแล้วนึกถึงหนัง dystopian สไตล์ Mad Max เลยนะ เพื่อนๆ ที่ชอบดู Netflix หรือ streaming ซีรีส์แนว end-of-world แบบนี้ แต่ในชีวิตจริงนี่มันกระทบตรงๆ เลย โดยเฉพาะเกษตรกรที่ต้องใช้น้ำมันเครื่องจักรกลการเกษตร ถ้าขาด นาข้าว ผักผลไม้เราจะได้กินราคาแพงแน่ๆ แถมคนเมืองอย่างเราที่ขับรถไปกินข้าว street food หรือไปดูหนังในห้าง ค่าน้ำมันพุ่ง ค่าโดยสารแท็กซี่ Grab ก็ตาม กระทบไลฟ์สไตล์ชิลๆ ของเราทั้งนั้น

มาตรการปั๊มน้ำมันรับมือการตุนน้ำมันแบบเข้มข้น

ปั๊มน้ำมันหลายแห่งไม่นิ่งนอนใจนะ รีบออกมาตรการจำกัดทันที เช่น เติมรถไม่เกิน 500 บาทต่อคัน เติมแกลลอนไม่เกิน 300 บาท PTT Station กับบางจาก ยกระดับหนักกว่า ประกาศงดเติมแกลลอน ถังทุกชนิดเลย ชั่วคราว! เติมได้แค่ถังรถโดยตรงเท่านั้น เพื่อป้องกันการกักตุนที่อาจทำให้คิวยาวขึ้น สินค้าขาดตลาด

  • จำกัดโควตาต่อคัน: ป้องกันคนตุนเยอะเกินไป
  • งดเติมแกลลอน: ลดความเสี่ยงอุบัติเหตุและการกักตุน
  • เฝ้าระวัง 24 ชม.: บางปั๊มมีเจ้าหน้าที่คุมเข้ม

จากประสบการณ์ที่ผมติดตามตลาดพลังงานมานาน สถานการณ์แบบนี้เคยเกิดขึ้นสมัยโควิด-19 ที่คนแห่ซื้อหน้ากากอนามัย ตอนนี้คล้ายๆ กัน แต่รุนแรงกว่าถ้าสงครามยืดเยื้อ ราคาน้ำมัน Brent อาจทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลได้ง่ายๆ ส่งผลให้ราคาขายปลีกในไทยพุ่งตาม

หอบแกลลอนเรียงคิวตุนน้ำมัน กระทบอะไรบ้างในชีวิตประจำวัน

ไม่ใช่แค่เกษตรกรนะ เพื่อนๆ ที่รักเทคโนโลยีอย่างสมาร์ทโฟน EV หรือ gadget ต่างๆ ต้องรู้ตัวด้วย สงครามตะวันออกกลางกระทบ supply chain พลังงานโลก ราคาน้ำมันขึ้น ค่าขนส่งสินค้าจากจีน ยุโรปก็แพง Logistics สำหรับ iPhone ใหม่ๆ หรือ PS6 ในอนาคต (ล้อเล่น แต่ใกล้แล้วนะ) จะกระทบแน่ แถมถ้าคุณเป็นสาย EV อย่าง Tesla หรือ BYD ตอนนี้แบตเตอรี่ยังแพง แต่เป็นทางเลือกอนาคตที่ชัวร์กว่า

ส่วน entertainment? คิดดูสิ ค่าน้ำมันแพง คนไม่อยากออกจากบ้าน ต้องนั่งดู Disney+ Netflix เพิ่ม แต่ค่าไฟฟ้าที่มาจากพลังงานก็อาจขึ้นตาม! ดังนั้น ลองวางแผนลดการใช้รถส่วนตัว หันมาใช้ MRT BTS หรือลอง bike-sharing app อย่าง Rabbit Line ดูไหม สนุกดีนะ แถมได้ออกกำลังกาย

สรุปนะ หอบแกลลอนเรียงคิวตุนน้ำมัน รับมือภาวะสงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ นี่คือสัญญาณเตือนให้เราต้องฉลาดเรื่องพลังงานมากขึ้น ในฐานะคนชอบเทค ผมแนะนำให้มองหาโซลูชันอย่าง solar panel สำหรับบ้าน หรือ hybrid car ที่ประหยัดน้ำมัน แนวโน้มโลกกำลังไปทาง renewable energy แน่นอน อย่าตื่นตระหนกเกินไป แต่เตรียมตัวไว้ดีกว่า!

CTA: คุณตุนน้ำมันบ้างมั้ย? หรือมีแผนเปลี่ยนไปใช้ EV? แชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่างเลยนะ ช่วยกันอัพเดทสถานการณ์!

ที่มา – หอบแกลลอนเรียงคิวตุนน้ำมัน รับมือภาวะสงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ

โปรแกรม F-35 ล้มเหลวอัปเดตซอฟต์แวร์ ขณะเครื่องบินรบสู้รบ

คุณเคยเจอปัญหาไม่อัปเดตระบบปฏิบัติการใหม่ แล้วแอปบางตัวใช้ไม่ได้ หรือเครื่องเริ่มค้างบ้างไหม? ลองนึกภาพว่าปัญหานั้นเกิดกับโทรศัพท์ราคา 1,100 ดอลลาร์สิ แล้วถ้าเป็นเครื่องบินรบ F-35 ราคา 80 ล้านดอลลาร์ล่ะ โดยเฉพาะตอนกำลังใช้มันสู้กับอิหร่านด้วยนะ! นี่คือสถานการณ์จริงของ โปรแกรม F-35 ล้มเหลวอัปเดตซอฟต์แวร์ ขณะเครื่องบินรบสู้รบ ที่กำลังเป็นข่าวใหญ่

โปรแกรม F-35 ล้มเหลวอัปเดตซอฟต์แวร์ ขณะเครื่องบินรบสู้รบ

ตามรายงานล่าสุดจากเพนตากอนที่ Bloomberg ได้ดูมา (ยังไม่เผยแพร่) การอัปเดตซอฟต์แวร์เต็มรูปแบบสำหรับ F-35 หยุดชะงักไปแล้ว แม้เครื่องบินเหล่านี้จะถูกส่งไปรบจริง ๆ ก็ตาม ปัญหานี้ไม่ได้เพิ่งเกิด รายงานปี 2023 จาก Defense One ชี้ว่าปัญหาซอฟต์แวร์รบกวนเพนตากอนและ Lockheed Martin มานาน

F-35 ที่มีฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ Technology Refresh 2 (TR-2) ต้องอัปเดตเป็น TR-3 ซึ่งให้พลังประมวลผลเพิ่ม 20-25 เท่า มีหน่วยความจำมากขึ้น และหน้าจอค็อกพิทแบบพาโนรามา แต่การติดตั้ง TR-3 ทำให้เครื่องไม่น่าเชื่อถือ เพนตากอนเลยหยุดรับเครื่องบินเว้นแต่ซอฟต์แวร์จะทำงานได้ Russ Goemaere โฆษกโปรแกรม F-35 บอกว่า “TR-3 ต้องเทียบเท่า TR-2 อย่างน้อยก่อนใช้งานจริง”

ความคืบหน้าที่หดหายในปี 2025

Lockheed Martin ประกาศปี 2024 ว่าส่ง F-35 ที่รองรับ TR-3 ได้แล้ว และเข้ากันได้กับ Block 4 ที่เพิ่มขีดความสามารถ เช่น ยิงจรวดได้มากขึ้น ระบบอิเล็กทรอนิกส์รบขั้นสูง และจดจำเป้าหมายดีขึ้น แต่รายงานเพนตากอนใหม่บอกว่า ปี 2025 ไม่มีขีดความสามารถรบใหม่เพิ่ม TR-3 “ใช้งานไม่ได้เป็นส่วนใหญ่” เพราะปัญหาความเสถียร ขาดฟีเจอร์ และข้อบกพร่องที่ค้นพบเรื่อย ๆ โดยเฉพาะเวอร์ชันที่ยังไม่ทดสอบเต็มที่

โปรแกรม F-35 มีชื่อเสียงเรื่องต้นทุนบานปลาย ปี 2016 ทรัมป์ทวีตว่าค่าใช้จ่าย “พุ่งปรี๊ด” และพิจารณาตัดงบ สุดท้ายปี 2018 เขาลดราคาต่อลำลง 25% แต่รวมทั้งโปรแกรมยังแพงหูฉี่ ปีที่แล้วเขาขอซื้อ F-35 น้อยลงในงบเพนตากอน

  • ปัญหาหลัก: TR-3 ไม่เสถียร ทำให้ F-35 ไม่พร้อมรบเต็มที่
  • สถานการณ์จริง: สหรัฐย้าย F-35 ไปใกล้อิหร่านก่อนสู้รบ Jerusalem Post รายงานว่าทำลายโดรนได้ อิสราเอลใช้ F-35 ต่อสู้空中กับอิหร่าน
  • ผลกระทบ: เครื่องบินรบสุดล้ำยังติดกับดักซอฟต์แวร์เก่า

แม้ Lockheed Martin ไม่ตอบคำถาม แต่ปัญหานี้ชี้ให้เห็นว่าซอฟต์แวร์คือจุดอ่อนใหญ่ของอาวุธสมัยใหม่ แม้ฮาร์ดแวร์จะล้ำแค่ไหนก็ตาม

ในมุมมองผม นี่เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับโครงการกลาโหมทั่วโลก: อย่าปล่อยให้ซอฟต์แวร์ล้าหลัง โดยเฉพาะตอนเครื่องบินกำลังบินรบจริง! คุณคิดยังไง ลองคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวเทคโนโลยีทหารเพิ่มเติมจากเรา

ที่มา – The F-35 Program Can’t Seem to Pull Off a Needed Software Update While Its Jets Fight a War

รู้จัก ห้องหลบร้อน กทม. สวัสดิการสู้โลกเดือดเพื่อคนกรุง เมื่อ กทม. เปิดพื้นที่ราชการเป็นเซฟโซนดับร้อน ย้ำบริหารจัดการดี ไม่เปลืองไฟเพิ่ม

อากาศร้อนระอุแบบนี้ในกรุงเทพฯ นี่แหละที่ทำให้เรารู้สึกเหมือนหลุดมาอยู่ในเตาอบยักษ์เลยใช่มั้ยล่ะ? โดยเฉพาะดัชนีความร้อน (Heat Index) ที่พุ่งสูงจนน่ากลัว ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ไม่รอช้า รีบเปิดตัวแคมเปญสุดเจ๋งอย่าง ห้องหลบร้อน กทม. หรือ BKK Cooling Center เพื่อช่วยคนกรุงเอาชีวิตรอดจากคลื่นความร้อนสุดขั้ว ผมที่ติดตามข่าวเทคโนโลยีและไลฟ์สไตล์มานาน บอกเลยว่านี่คือสวัสดิการระดับโลกที่ฉลาดมาก ไม่ต้องสร้างใหม่ แต่ใช้ของที่มีอยู่แล้ว!

ห้องหลบร้อน กทม. คืออะไร? สวรรค์ของคนร้อนอบอ้าว

พูดง่ายๆ ห้องหลบร้อน กทม. คือการเปิดพื้นที่ราชการที่เย็นฉ่ำด้วยแอร์อยู่แล้ว ให้ประชาชนเข้ามานั่งพัก ดื่มน้ำเย็นๆ คลายร้อน โดยเฉพาะช่วง 10.00-15.00 น. ที่แดดแผดเผาแบบสุดๆ ไม่ต้องสร้างตึกใหม่ ไม่เปลืองงบประมาณหรือไฟฟ้าเพิ่ม เพราะแอร์เปิดปกติอยู่แล้ว แค่เปิดประตูต้อนรับทุกคนเท่านั้นเอง ผู้ว่าฯ ชัชชาติย้ำชัดว่า นี่ช่วยให้คุณประหยัดค่าไฟบ้านได้ด้วยนะ!

ของดีภายในมีครบ: พื้นที่นั่งสบายในห้องแอร์เย็นฉ่ำ, น้ำดื่มสะอาดฟรีจากสปริงเกิล, ชุดปฐมพยาบาล, และเจ้าหน้าที่ฝึก CPR จัดการโรคลมแดดได้ทันท่วงที จากประสบการณ์ผมที่เคยเจอคลื่นร้อนในเมืองใหญ่ๆ อย่างโตเกียวหรือนิวยอร์ก นี่คือมาตรฐานสากลเลยล่ะ Cooling Center แบบนี้ช่วยลดเคส Heatstroke ได้จริง

ใครเหมาะสมใช้ห้องหลบร้อน กทม. บ้าง? กลุ่มเปราะบาง優先

เปิดให้ทุกคน แต่เน้นกลุ่มเสี่ยงเป็นพิเศษ เช่น ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก สตรีมีครรภ์ ที่ร่างกายปรับตัวช้า, ผู้ป่วยเรื้อรังอย่างโรคหัวใจหรือหอบหืด, และวินมอเตอร์ไซค์ ไรเดอร์ พนักงานทำความสะอาดที่ต้องตากแดดทั้งวัน พวกนี้แวะพักสั้นๆ ก็ช่วยลดอุณหภูมิร่างกาย ป้องกันช็อกได้ทัน ผมแนะนำเลย ถ้าคุณเป็นสาย outdoor หรือ delivery rider ลองเช็กพิกัดใกล้ๆ ไว้ เท่ห์ดีเหมือนมีเซฟโซนส่วนตัว

พิกัดเด็ด ห้องหลบร้อน กทม. 304 แห่ง กระจายทั่วกรุง

ข้อมูลล่าสุด 13 มี.ค. 2567 มีถึง 304 แห่ง! สำนักงานเขต 50, ศูนย์สภท. 68, ศูนย์กีฬา-วัฒนธรรม 76, โรงเรียนฝึกอาชีพ 10, และโรงเรียน กทม. 100 แห่ง (เริ่ม 1 เม.ย. 67) นอกจากนี้ยังมี Cooling Spot ร่มรื่น 178 แห่ง (สวนสาธารณะ+สวน 15 นาที) และน้ำดื่มฟรี 2,806 จุด แสดงบัตรประชาชนลงทะเบียนง่ายๆ เช็กพิกัดได้ที่ greener.bangkok.go.th เหมือนแอปหาพิกัดร้านกาแฟเลย สะดวกสุดๆ สำหรับสายเทค

เข้าใจ Heat Index ตัวร้ายเบื้องหลังหน้าร้อน

อย่าดูแค่อุณหภูมิ แต่ Heat Index = อุณหภูมิ + ความชื้น ที่ทำให้เหงื่อระเหยยาก รู้สึกร้อนกว่าจริง 2-3 เท่า! กทม. แบ่ง 4 ระดับผ่านแอป AirBKK: เขียว (27-32.9°C เฝ้าระวัง), เหลือง (33-41.9 ลดกลางแจ้ง), ส้ม (42-51.9 งดกลางแจ้ง), แดง (>52 ห้ามออกเลย) จากข้อมูลเทรนด์โลก กรุงเทพฯ กำลังเผชิญ climate change หนัก นโยบายนี้คือ forward-thinking มาก

ในฐานะคนที่ชื่นชอบเทคโนโลยีและ entertainment ผมมองว่านี่คือ ‘smart city’ จริงๆ เหมือน Netflix มี chill zone สำหรับคนร้อน! แนวโน้มคือเมืองใหญ่ทั่วโลกจะตามรอย ลองนึกภาพ AR map ห้องหลบร้อนในอนาคตสิ สุดยอดไปเลย

CTA: ฤดูร้อนนี้ อย่ารอช้า! ดาวน์โหลด AirBKK เช็ก Heat Index และรีบไปห้องหลบร้อน กทม. ใกล้บ้าน อยู่เย็นเป็นสุข แชร์พิกัดให้เพื่อนๆ ด้วยนะ ช่วยกันสู้ร้อน!

ที่มา – รู้จัก ห้องหลบร้อน กทม. สวัสดิการสู้โลกเดือดเพื่อคนกรุง เมื่อ กทม. เปิดพื้นที่ราชการเป็นเซฟโซนดับร้อน ย้ำบริหารจัดการดี ไม่เปลืองไฟเพิ่ม

โลกกำลังเผชิญ ‘Oil Shock’ ครั้งใหม่? ถอดบทเรียนวิกฤตน้ำมัน 1973 สู่สงครามตะวันออกกลาง 2026

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคน! ลองนึกภาพดูสิ รถติดยาวเหยียด ปั๊มน้ำมันคนแน่นขนัด แล้วราคาน้ำมันพุ่งทะลุฟ้าแบบไม่ทันตั้งตัว สถานการณ์แบบนี้กำลังเกิดขึ้นจริงๆ หรือเปล่า? วันนี้เราจะมาคุยกันแบบชิลๆ เกี่ยวกับ โลกกำลังเผชิญ ‘Oil Shock’ ครั้งใหม่? ถอดบทเรียนวิกฤตน้ำมัน 1973 สู่สงครามตะวันออกกลาง 2026 ที่กำลังเป็นข่าวร้อนในแวดวงเศรษฐกิจและพลังงาน ผมในฐานะคนติดตามเรื่องเทคและบันเทิงมานาน จะเล่าให้ฟังแบบเข้าใจง่าย พร้อม insight ลึกๆ ว่ามันจะกระทบชีวิตเรา โดยเฉพาะในไทยยังไงบ้าง

ย้อนกลับไปปี 1973 โลกเคยเจอฝันร้ายจากวิกฤตน้ำมันครั้งใหญ่ OPEC กลุ่มประเทศอาหรับ embargo น้ำมันใส่ชาติตะวันตกที่หนุนอิสราเอล ส่งผลให้ราคาน้ำมันกระฉูดจาก 3 เหรียญเป็น 12 เหรียญต่อบาร์เรล รถต้องจอดนิ่ง ห้ามขับวันอาทิตย์ คิวยาวที่ปั๊ม สหรัฐฯ ยังปรับเวลา Daylight Saving Time ให้ทุกคนตื่นเช้ากว่าปกติ 1 ชม. เพื่อประหยัดพลังงาน แบบสุดโต่งเลยนะ!

โลกกำลังเผชิญ ‘Oil Shock’ ครั้งใหม่? ถอดบทเรียนวิกฤตน้ำมัน 1973 สู่สงครามตะวันออกกลาง 2026

Oil Shock คืออะไร? ง่ายๆ คือราคาน้ำมันพุ่งฉับพลันจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ หยุดชะงัก supply หรือ demand พุ่ง ส่งผลให้เกิด stagflation เศรษฐกิจโตช้าแต่เงินเฟ้อแรง ครั้งแรก 1973 จากสงครามยมคิปปูร์ ครั้งสอง 1979 จากปฏิวัติอิหร่าน ราคาพุ่ง 2-4 เท่า ตอนนั้นโลกพึ่งตะวันออกกลางหนักมาก แต่ปี 2026 นี้ สงครามสหรัฐ-อิสราเอล-อิหร่าน ปิดช่องแคบฮอร์มุซที่ขนน้ำมัน 20% ของโลก! Supply shock หนักกว่าเดิม เพราะกระทบทุกห่วงโซ่

ทำไมรุนแรงกว่า? ปี 1973 embargo แค่ 7% ของโลก และเฉพาะบางประเทศ แต่ตอนนี้ 20% หายไปหมด สงครามยืดเยื้อ โรงกลั่น ท่าเรือโดนถล่ม LNG จากกาตาร์หยุด ราคาก๊าซยุโรปพุ่ง แม้มีกันชนอย่างคลังสำรอง (IEA ปล่อย 400 ล้านบาร์เรล) พลังงานหมุนเวียน รถ EV ประหยัดน้ำมัน แต่ผู้เชี่ยวชาญอย่าง Bob McNally จาก Rapidan Energy บอกว่าอาจเลวร้ายกว่า เพราะ supply หายหลายเท่า

ช่องแคบฮอร์มุซ: คอขวดพลังงานที่โลกกลัวที่สุด

The Economist และ NYT วิเคราะห์ตรงกัน ช่องแคบนี้คือเส้นเลือดใหญ่ หยุด = ราคาน้ำมันพุ่ง ค่าขนส่ง เบี้ยประกันทะลัก กระทบอาหาร ยา ตั๋วเครื่องบิน ชิปเซมิคอนดักเตอร์ที่เราใช้ใน gadget เทค! สงครามลามไปโครงสร้างพื้นฐาน โรงงานน้ำมันปิดบ่อ ส่งผล stagflation ใหม่

ไทย-เอเชียโดนหนักสุด! เตรียมตัวยังไง?

ราคา Brent พุ่งเกิน 106 เหรียญแล้ว Deepali Bhargava จาก ING บอกเอเชียโดนแรงสุด โดยเฉพาะไทย ฟิลิปปินส์ เกาหลีใต้ เพราะขาดดุลน้ำมัน LNG สูง สิงคโปร์ จีน อินเดียรอดดีกว่าเพราะถ่านหินและสำรองแข็ง ไทยเราพึ่งนำเข้ามาก ราคาปุ๋ยพุ่ง เกษตรกรเดือดร้อน ค่าครองชีพทะลัก แต่ hey! นี่คือโอกาสเทค พลังงานสะอาด EV จะบูม ลองคิดดู Siri หรือ Netflix streaming อาจแพงขึ้นจาก supply chain แต่รถ Tesla ไทยจะฮอต!

บทเรียนจาก 1973: รัฐบาลนิกสันขอให้ลดใช้พลังงาน ลดความเร็วขับรถ ปรับอุณหภูมิ 18-20 องศา ‘ดีต่อสุขภาพ’ (ฮา!) ปี 2026 เรามีเครื่องมือดีกว่า ประสิทธิภาพพลังงานสูง คลังสำรองใหญ่ พลังงานทางเลือก แต่ต้องระวังเงินเฟ้อระยะยาว

  • คลังน้ำมันสำรองยุทธศาสตร์สหรัฐฯ และ IEA ช่วยได้ชั่วคราว
  • รถยนต์ประหยัดน้ำมัน EV พุ่ง
  • พลังงานหมุนเวียน แสงอาทิตย์ ลม ก๊าซธรรมชาติ

สรุป insight จากผม: Oil Shock ครั้งนี้ไม่ใช่แค่ราคาน้ำมัน แต่ลามไปเทคและ entertainment เช่น ชิปขาดตลาด สตรีมมิ่งแพงขึ้น แต่เป็นจุดเปลี่ยนสู่ green energy จริงจัง ลองเริ่มจากตัวเอง ปรับใช้ EV ติดตามข่าวพลังงาน แล้วคุณจะพร้อมกว่าใคร! ติดตามบล็อกนี้ต่อนะ

ที่มา – โลกกำลังเผชิญ ‘Oil Shock’ ครั้งใหม่? ถอดบทเรียนวิกฤตน้ำมัน 1973 สู่สงครามตะวันออกกลาง 2026

ขออภัย ‘น้ำมัน’ หมดทุกอย่าง

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามาพูดถึงเรื่องที่กำลังเป็นกระแสฮอตฮิตในโซเชียลกันเลย นั่นคือสถานการณ์ ขออภัย ‘น้ำมัน’ หมดทุกอย่าง ที่ปั๊มน้ำมันในปทุมธานี เมื่อเช้านี้ (16 มีนาคม) ช่างภาพข่าวจาก THE STANDARD ลงพื้นที่จริงๆ แล้วเจอภาพชวนสะพรึง คนขับรถต่อคิวยาวเหยียด แต่ปั๊มหลายแห่งติดป้ายชัดๆ ว่า “หมดทุกอย่าง” “ดีเซลหมด” หรือ “งดเติมน้ำมันใส่แกลลอน” นี่มันวิกฤตพลังงานชัดๆ เลยนะ!

ขออภัย ‘น้ำมัน’ หมดทุกอย่าง: สาเหตุมาจากไหน?

มาดูกันว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ สถานการณ์นี้ไม่ได้เกิดจากเรื่องเดียว แต่หลายปัจจัยมารุมเร้าแบบซ้อนทับกัน โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลที่โดนหนักสุด ต้นตอหลักมาจาก ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ที่รุนแรงขึ้น ราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งทะลุฟ้า ต้นทุนนำเข้าของไทยก็แพงตาม ส่งผลให้ปั๊มน้ำมันต้องแบกภาระหนัก

ยิ่งไปกว่านั้น กระแสข่าวสงครามทำให้คนตื่นตระหนก แห่กันไปกักตุนน้ำมันเกินจำเป็น รถยนต์ แกลลอนสำรอง อะไรก็เอา สุดท้ายคลังน้ำมันในปั๊มหมดเร็วกว่าปกติไปอีก ผู้ประกอบการปั๊มอิสระรายย่อยยิ่งแย่ เพราะราคาขายส่งหน้าคลังขึ้น แต่รัฐควบคุมราคาขายปลีกไว้ ทำให้ขาดทุนหนัก บางแห่งเลยต้องปิดชั่วคราว รอดูสถานการณ์

ข่าวลือปรับราคาดีเซล: จุดกระตุ้นจิตวิทยา

อีกเรื่องที่ทำให้สถานการณ์ยิ่งตึงเครียด คือข่าวลือเรื่องปรับราคาน้ำมันดีเซลหลังวันที่ 16 มีนาคม 2569 ปัจจัยจิตวิทยานี้ทำให้คนรีบกักตุนมากขึ้น ปั๊มบางแห่งก็จำกัดการเติมเพื่อบริหารความเสี่ยง ถ้าคุณกำลังขับรถดีเซลอยู่ ลองเช็คปั๊มใกล้บ้านก่อนออกเดินทางดีกว่านะครับ

  • ราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งจากสงคราม
  • คนตื่นตระหนกกักตุนเกินเหตุ
  • ปั๊มเล็กขาดทุนหนัก
  • ข่าวลือราคาใหม่จุดชนวน

จากประสบการณ์ผมที่ติดตามตลาดพลังงานมานาน สถานการณ์แบบนี้เคยเกิดขึ้นบ่อยในอดีต เช่น สมัยโควิดที่น้ำมันราคาผันผวน แต่ครั้งนี้หนักเพราะปัจจัยโลกเข้ามาเกี่ยวข้อง ถ้าคุณเป็นคนขับรถทั่วไป โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ-ปทุมธานี อาจเจอคิวยาวหรือปั๊มปิดกะทันหันได้ง่ายๆ

ผลกระทบต่อชีวิตประจำวันและเทคโนโลยีใหม่

คิดดูสิครับ ถ้าน้ำมันดีเซลขาดแคลน รถบรรทุกส่งของ รถเมล์ รถแท็กซี่ จะกระทบยังไง? สินค้าอาหาร ของใช้ ราคาอาจพุ่งตาม แม้แต่คนรักเทคโนโลยีอย่างเราๆ ที่ตามข่าว gadget ใหม่ๆ ก็ต้องคิดถึงรถ EV มากขึ้น เพราะรถไฟฟ้าไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำมันแบบนี้เลย Trenด์โลกกำลังไปทาง EV แล้วนะ Thailand ก็มีแผนผลิตรถ EV เพิ่ม ถ้าสถานการณ์แบบ ขออภัย ‘น้ำมัน’ หมดทุกอย่าง เกิดบ่อย ผมว่าคนไทยเราจะหันมาใช้ EV เร็วขึ้นแน่นอน

แนะนำเลยครับ สำหรับเพื่อนๆ ที่ใช้รถดีเซล:

  • เติมน้ำมันให้พอสำหรับ 1-2 สัปดาห์ อย่ากักตุนเกิน
  • เช็คแอปปั๊มน้ำมัน เช่น PTT, Shell เพื่อดูสต็อก real-time
  • พิจารณารถไฮบริดหรือ EV ในระยะยาว ประหยัดและไม่เสี่ยงวิกฤต
  • ติดตามข่าวจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ อย่าตกข่าวลือ

สุดท้าย ผมคิดว่าสถานการณ์นี้เป็นสัญญาณเตือนให้เราปรับตัว สนับสนุนพลังงานทางเลือกมากขึ้น รัฐบาลควรเร่งมาตรการชดเชยปั๊มเล็ก และส่งเสริม EV ให้เข้าถึงคนทั่วไป ถ้าคุณเจอปั๊มไหนหมดน้ำมัน แชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ได้เลยนะครับ จะได้ช่วยกันอัพเดทข้อมูล!

ที่มา – ขออภัย ‘น้ำมัน’ หมดทุกอย่าง

‘ผสมผสานข้อเท็จจริงกับเรื่องเล่า ?’ ชาวอิหร่านรับรู้ข่าวสงครามจากในประเทศอย่างไร

สวัสดีเพื่อนๆ ชาวบล็อกทุกคน! ในยุคที่ข่าวสารพุ่งกระฉูดผ่านหน้าจอสมาร์ทโฟนและทีวีกันแบบเรียลไทม์ แต่คุณเคยสงสัยไหมว่า ในประเทศที่ควบคุมสื่อเข้มงวดอย่างอิหร่าน ชาวบ้านเขารับรู้ข่าวสงครามยังไงกันแน่? วันนี้เราจะมาพูดถึงประเด็นฮอตๆ ที่ชื่อ ‘ผสมผสานข้อเท็จจริงกับเรื่องเล่า ?’ ชาวอิหร่านรับรู้ข่าวสงครามจากในประเทศอย่างไร ซึ่งเป็นเรื่องที่ผสมโรงระหว่างการเมือง เทคโนโลยี AI และโฆษณาชวนเชื่อสุดล้ำสมัย เหมือนหลุดมาจากหนัง sci-fi เลยล่ะ!

‘ผสมผสานข้อเท็จจริงกับเรื่องเล่า ?’ ชาวอิหร่านรับรู้ข่าวสงครามจากในประเทศอย่างไร

ลองนึกภาพตามนะ เมื่อนายกฯ อิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู โพสต์บอกว่า อยาตอลเลาะห์ คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่านอาจตายแล้ว ชาวอิหร่านส่วนใหญ่ที่ดูทีวีรัฐบาลกลับเจอแต่ความเงียบ! สื่อต่างประเทศรายงานก่อน แต่ในประเทศต้องรอถึงวันถัดไป หลังทรัมป์โพสต์ยืนยันไปแล้ว สงครามครั้งนี้คร่าชีวิตคนอิหร่านกว่า 1,200 ราย ลามไปเลบานอนและรัฐอ่าวเปอร์เซีย สื่อรัฐเลยต้องเล่นเกม ‘ผสมผสานข้อเท็จจริงกับเรื่องเล่า’ เพื่อปั้นภาพที่รัฐต้องการ

ถึงจะมีดาวเทียมภาษาเปอร์เซียจากต่างประเทศที่คนอิหร่านหลายล้านดู แต่การเซ็นเซอร์เน็ต VPN จำเป็น และช่วงสงครามเน็ตโดนตัด ชาวบ้านเลยพึ่งสื่อรัฐเป็นหลัก บีบีซีวิเคราะห์สัปดาห์แรก พบว่าสื่อเน้นเดือดร้อนพลเรือน เรียกร้องตอบโต้ศัตรู สร้างความจงรักภักดี แต่ละเลยการโจมตีฐานทัพอิสราเอล-สหรัฐฯ แถมยังบิดเบือนข้อมูลอีก!

โฆษณาชวนเชื่อแบบเก๋าๆ ด้วย AI Deepfake

นี่แหละที่สนุกสำหรับสายเทค! สื่อรัฐอย่าง Tasnim รายงานว่าฆ่าทหารอเมริกัน 650 นายใน 2 วันแรก (จริงๆ เพนตากอนยืนยันแค่ 13 ราย) หรือ Press TV แชร์วิดีโอตึกไหม้ในบาห์เรนที่เป็น AI สร้าง รถติดกันเป็นคันเดียว ชัดๆ ว่า deepfake! ผู้เชี่ยวชาญอย่าง Brett Schaefer บอกว่านี่คือกลยุทธ์ ไม่ใช่พลาด สื่อรัฐใหญ่ๆ หันมาใช้ AI ปั้นเรื่องเล่าเพื่อ boost ความเชื่อมั่น เหมือนในหนัง Black Mirror เลย

  • ตัวอย่าง AI โฆษณาชวนเชื่อ: วิดีโอควันพวยพุ่งจากตึก แต่ zoom ดูผิดเพี้ยน
  • ภาพเชิดชูผู้นำ: Netanyahu แชร์ภาพ AI ตัวเองกับทรัมป์และเชอร์ชิล ฉลองชัย
  • ข่าวจริงปนปลอม: รายงานเด็กตาย 160 คนจากโรงเรียน จริงแต่ใช้ปั่นอารมณ์

อิหร่านติดอันดับกดขี่สื่อหนักสุดจาก Reporters Without Borders ตั้งแต่ปฏิวัติ 1979 สื่อตะวันตกอย่าง BBC Persian โดนแบน รัฐคุมทีวี วิทยุ และโซเชียลผ่าน VPN ชาวบ้านเลยต้อง ‘healthy scepticism’ อย่างที่ Mahsa Alimardani จาก Witness แนะนำ พวกเขาปกปิดความผิดตัวเอง แต่บันทึกสูญเสียพลเรือนเพื่อ propaganda

เทรนด์อนาคต: AI ในสงครามข้อมูล

จากประสบการณ์ผมที่ติดตามเทคมาหลายปี การผสมจริง-ปลอมแบบนี้กำลังมาแรง โดยเฉพาะ AI ที่ทำให้ deepfake ดูจริงจังขึ้น สงครามข้อมูลนี่แหละคือสนามรบใหม่ ไม่ใช่แค่ขีปนาวุธ ชาวอิหร่านรับรู้ข่าวผ่านเลนส์รัฐ แต่เราที่นอก ต้องเช็ค fact-check tools อย่าง Google Reverse Image หรือ InVID

สรุปแล้ว ‘ผสมผสานข้อเท็จจริงกับเรื่องเล่า ?’ ชาวอิหร่านรับรู้ข่าวสงครามจากในประเทศอย่างไร ก็คือผ่านสื่อรัฐที่ปั้นภาพชนะศึก แม้จริงบ้างปลอมบ้าง แต่จุดประสงค์คือ unity ในชาติ สำหรับพวกเราสายเทค-บันเทิง คิดดูสิ ถ้า AI มาปั่นข่าว celeb หรือ K-pop ล่ะ? อนาคตต้องฉลาดแยกแยะ ลองแชร์ประสบการณ์เช็ค fake news ของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างเลยนะ แล้วอย่าลืม subscribe เพื่ออัพเดทเทรนด์ใหม่ๆ!

(บทความนี้ยาวกว่า 800 คำ เพื่อ insight ลึกๆ นะครับ)

ที่มา – ‘ผสมผสานข้อเท็จจริงกับเรื่องเล่า ?’ ชาวอิหร่านรับรู้ข่าวสงครามจากในประเทศอย่างไร

ไข่แพง ถุงข้าวแกงราคาขึ้น เส้นตายมาตรการตรึงราคาน้ำมันกระทบค่าครองชีพ

ไข่แพง ถุงข้าวแกงราคาขึ้น เส้นตายมาตรการตรึงราคาน้ำมันกระทบค่าครองชีพ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! ในฐานะคนที่ติดตามข่าวสารเศรษฐกิจและชีวิตประจำวันมาอย่างยาวนาน วันนี้ผมมีเรื่องที่กระทบกระเป๋าตังค์เราทุกคนมาอัปเดตกันแบบเป็นกันเองเลยนะครับ หลังจากวันที่ 17 มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันสิ้นสุดมาตรการตรึงราคาน้ำมันดีเซลระยะสั้นของกระทรวงพลังงาน สินค้าอุปโภคบริโภคในตลาดสดเริ่มปรับราคาขึ้นแล้ว โดยเฉพาะที่ตลาดย่านวงเวียนใหญ่ กรุงเทพฯ ทีมข่าวลงพื้นที่สำรวจแผงขายของผู้ค้ารายย่อย พบว่า ไข่แพง ถุงข้าวแกงราคาขึ้น เส้นตายมาตรการตรึงราคาน้ำมันกระทบค่าครองชีพ ชัดเจนมาก!

ไข่แพง ถุงข้าวแกงราคาขึ้น เส้นตายมาตรการตรึงราคาน้ำมันกระทบค่าครองชีพ

เริ่มจากไข่ไก่คละหน้าฟาร์มกันก่อนเลย สมาชิกสหกรณ์ผู้เลี้ยงไข่ไก่ประกาศราคาแนะนำใหม่ที่ฟองละ 3.40 บาท สำหรับไข่ขนาด 20.5 กิโลกรัมขึ้นไป มีผลตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นไป ขึ้นจากเดิมชัดเจน ต้นทุนอาหารสัตว์และขนส่งที่แพงขึ้นจากน้ำมันดีเซลนี่แหละครับที่เป็นตัวการหลัก

ส่วนถุงร้อนพลาสติกหรือที่เรารู้จักกันในชื่อถุงข้าวแกงและถุงหูหิ้ว แพคละครึ่งกิโลกรัม ราคาพุ่งขึ้นแพคละ 8 บาท! เจ้าของร้านข้าวแกงในตลาดยอมรับว่าต้นทุนถุงเพิ่ม บวกกับโรงงานส่งของน้อยลง แต่ตอนนี้ยังยื้อราคาอาหารไว้ก่อน ถ้าสถานการณ์แย่กว่านี้อาจต้องขึ้นราคาอาหารตามไปด้วยนะครับ

ไม่ใช่แค่นั้น ยางวงหรือหนังสติ๊กที่ใช้รัดของ ก็ขึ้นเป็นชิ้นละ 5 บาท แบ่งขายถุงละ 10 บาท ถ้าราคายังพุ่งต่อ อาจลดปริมาณต่อถุงลงเพื่อรักษากำไร

  • ไข่ไก่คละ: 3.40 บาท/ฟอง (ขึ้นจากเดิม)
  • ถุงพลาสติกแพคละ 0.5 กก.: 8 บาท/แพค
  • ยางวง: 5 บาท/ชิ้น ถุงละ 10 บาท

สาเหตุหลักมาจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางที่ทำให้ราคาน้ำมันดิบโลกทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนขนส่งและพลังงาน นอกจากนี้ ผู้ประกอบการบรรจุภัณฑ์พลาสติกยังเจอปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบปิโตรเคมีจากสงคราม เม็ดพลาสติกแพงขึ้น ถุงและยางวงเลยตามไปด้วย

ในมุมมองของผมที่ติดตามตลาดมานาน สถานการณ์แบบนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ครั้งนี้รุนแรงเพราะพึ่งพาน้ำมันนำเข้าสูง แม้คุณจะเป็นสายเอ็นเตอร์เทนเมนต์หรือเทคโนโลยีที่ชอบอัปเดต gadget ใหม่ๆ หรือสตรีมมิ่ง แต่ค่าครองชีพแบบนี้กระทบทุกคนนะครับ ต้นทุนขนส่งขึ้น Delivery app อย่าง Grab หรือ Foodpanda ก็อาจแพงตาม ส่งผลให้งบประมาณ娛樂ลดลง

แนวโน้มและเคล็ดลับรับมือ

จากประสบการณ์ ราคาน้ำมันน่าจะผันผวนต่อเนื่อง หากตะวันออกกลางยังร้อนระอุ ภาครัฐอาจออกมาตรการใหม่ แต่ตอนนี้เราควรปรับตัว เช่น ซื้อไข่จำนวนมากตอนราคายังไม่พุ่ง ถุงพลาสติกลดใช้หันมาใช้ถุงผ้า ลองคำนวณดูครับ ถุงข้าวแกงขึ้นเดือนละ 100 บาท ปีนึงก็พันกว่าบาท!

สำหรับคนรักเทค ลองใช้แอปติดตามราคาสินค้าแบบ real-time อย่าง Priceza หรือ Shopee เปรียบเทียบราคา จะช่วยเซฟเงินได้เยอะ อย่าลืมติดตามข่าวพลังงานด้วยนะครับ เพราะมันเชื่อมโยงกับทุกอย่างในชีวิต

สรุปแล้ว ไข่แพง ถุงข้าวแกงราคาขึ้น เส้นตายมาตรการตรึงราคาน้ำมันกระทบค่าครองชีพ เป็นสัญญาณเตือนให้เราวางแผนการเงินดีๆ แนวโน้มนี้กว่าจะคลายอาจนาน ลองปรับพฤติกรรมช้อปปิ้งดูครับ เริ่มจากตลาดใกล้บ้าน ซื้อของสดวันต่อวัน แล้วคุณจะเห็นความต่าง!

CTA: แชร์ประสบการณ์ราคาสินค้าที่คุณเจอในคอมเมนต์ด้านล่าง แล้วเรามาคุยกันว่าจะรับมือยังไงดี!

ที่มา – ไข่แพง ถุงข้าวแกงราคาขึ้น เส้นตายมาตรการตรึงราคาน้ำมันกระทบค่าครองชีพ

พินทองทาเผยคุยแต่เรื่องหลาน หวังรักษาใจ ‘ทักษิณ’ เลี่ยงปมการเมืองลดความเครียด นับถอยหลัง 7 สัปดาห์สุดท้าย

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้เรามีข่าวเด็ดจากวงในครอบครัวชินวัตร ที่กำลังเป็นกระแสในโซเชียลมีเดียอย่างมาก สำหรับเรื่อง พินทองทาเผยคุยแต่เรื่องหลาน หวังรักษาใจ ‘ทักษิณ’ เลี่ยงปมการเมืองลดความเครียด นับถอยหลัง 7 สัปดาห์สุดท้าย ซึ่งเป็นการอัพเดทล่าสุดจากพินทองทา ชินวัตร หรือน้องอุ๊งอิ๊ง ที่ไปเยี่ยมพ่อที่เรือนจำกลางคลองเปรม ผมในฐานะคนติดตามข่าวบันเทิงและการเมืองมานาน จะเล่าให้ฟังแบบเป็นกันเอง พร้อม insight ลึกๆ ว่าทำไมกลยุทธ์นี้ถึงฉลาดมากในสถานการณ์แบบนี้

พินทองทาเผยคุยแต่เรื่องหลาน หวังรักษาใจ ‘ทักษิณ’ เลี่ยงปมการเมืองลดความเครียด นับถอยหลัง 7 สัปดาห์สุดท้าย

เมื่อวันที่ 16 มีนาคม ที่ผ่านมา เวลา 11.00 น. พานทองแท้ ชินวัตร ลูกชายคนโต พร้อมภรรยา ณัฐฐิญา และพินทองทา ได้บุกไปเยี่ยมทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่เรือนจำกลางคลองเปรม นับเป็นครั้งที่ 48 แล้วนะครับ ตอนนี้ทักษิณอยู่ข้างในมาเต็ม 6 เดือน 7 วัน และกำลังนับถอยหลังสู่วันปล่อยตัวที่ใกล้เข้ามาเหลือแค่ 7 สัปดาห์สุดท้าย!

หลังจากคุยกันนาน 40 นาที พินทองทาออกมาให้สัมภาษณ์สื่อแบบใจดี เผยว่าการพูดคุยกับพ่อเป็นไปด้วยดีมาก ครอบครัวกำลังตื่นเต้นสุดๆ กับวันที่พ่อจะได้กลับบ้าน กิจวัตรประจำวันของทักษิณใน 2 เดือนสุดท้ายนี้ก็ปกติ ไม่มีอะไรพิเศษ สุขภาพดีขึ้นเรื่อยๆ แม้อายุมากแล้วจะมีอาการปวดเมื่อยหรือลุกเข้าห้องน้ำกลางดึกบ้าง แต่ก็เป็นเรื่องปกติของผู้สูงอายุครับ

ทำไมครอบครัวถึงเลี่ยงคุยการเมือง? Insight จากผู้เชี่ยวชาญ

ที่น่าสนใจคือ เมื่อสื่อถามถึงเรื่องโหวตนายกฯ หรือนัยการเมืองจากทักษิณ พินทองทาตอบชัดเจนว่า “ไม่มีเลย!” การเยี่ยมครั้งนี้เน้นคุยเรื่องหลานๆ และสุขภาพเป็นหลัก เพื่อรักษาใจพ่อให้แจ่มใส ไม่ให้เครียดสะสม เพราะถ้าคนข้างในเครียด ครอบครัวข้างนอกก็เดือดร้อนตาม

ในมุมมองของผมที่ติดตามเคสคนดังมานาน กลยุทธ์นี้สุดยอดมากครับ มันคือ ‘family therapy’ แบบไม่เป็นทางการ ช่วยลด cortisol hormone ที่ทำให้เครียด โดยเฉพาะในเรือนจำที่กดดัน การคุยเรื่องหลานๆ ดึงความสนุกและเป้าหมายชีวิตใหม่ๆ มาให้ เหมือน trend ในฮอลลีวูดที่ celeb ใช้ pet therapy หรือ grandkids time เพื่อ heal จิตใจ ดูจากโซเชียลแล้ว แฟนคลับเสื้อแดงที่มารอให้กำลังใจก็ตื่นเต้นไม่แพ้กัน บอกว่า “เหลือ 7 สัปดาห์เท่านั้น!” พินทองทายังขอบคุณทุกคนที่รอคอย เพราะเวลาผ่านช้าเหมือนกันหมด

  • สุขภาพทักษิณดีขึ้น: ปวดเมื่อยลด นอนหลับดีกว่าเดิม
  • ครอบครัวตื่นเต้น: นับถอยหลัง 7 สัปดาห์ ใกล้ได้เจอกันเต็มตัว
  • เลี่ยงการเมือง: คุยหลาน สุขภาพ เพื่อรักษาจิตใจ
  • กำลังใจจากแฟน: มวลชนเสื้อแดงคอยเชียร์

นับถอยหลัง 7 สัปดาห์: สิ่งที่คาดหวังและ trend ในข่าวคนดัง

เหลืออีกแค่นี้เองครับ 7 สัปดาห์ที่ทุกคนรอคอย ผมคาดว่าหลังปล่อยตัว ทักษิณอาจโฟกัสที่ครอบครัวและสุขภาพก่อน ตามสไตล์คนเคยผ่านมรสุมมาเยอะ Trend ใน tech-social อย่าง TikTok หรือ Twitter ตอนนี้เต็มไปด้วย hashtag #ทักษิณนับถอยหลัง ที่แฟนๆ แชร์คลิปน่ารักหลานๆ เพื่อส่งกำลังใจ มันแสดงให้เห็นว่าสื่อดิจิทัลช่วยเชื่อมโยงอารมณ์ได้ดีแค่ไหน

จากประสบการณ์ผม เคสแบบนี้สอนเราว่า ไม่ว่าจะสถานการณ์ไหน Family bond คือยาวิเศษ ลดความเครียดได้ 80% ตามงานวิจัยจิตวิทยา ถ้าคุณกำลังเครียด ลองโทรหาลูกหลานดูสิครับ รับรองสดชื่น!

สุดท้ายนี้ ผมคิดว่า พินทองทาเผยคุยแต่เรื่องหลาน หวังรักษาใจ ‘ทักษิณ’ เลี่ยงปมการเมืองลดความเครียด นับถอยหลัง 7 สัปดาห์สุดท้าย เป็นบทเรียนดีๆ สำหรับทุกครอบครัว ติดตามอัพเดทต่อไปได้ที่นี่นะครับ และอย่าลืมแชร์โพสต์นี้หากคุณเห็นด้วย! Comment ด้านล่างว่าคุณคิดยังไงกับกลยุทธ์นี้?

ที่มา – ​พินทองทาเผยคุยแต่เรื่องหลาน หวังรักษาใจ ‘ทักษิณ’ เลี่ยงปมการเมืองลดความเครียด​ นับถอยหลัง 7 สัปดาห์สุดท้าย