ผู้เขียน: lalika69_admin

Ape Pivot มาแล้ว! เจาะลึกกระแส Otherside

เตรียมตัวพบกับการกลับมาของเหล่า Ape! เพราะ Otherside โลก Metaverse จาก Bored Ape Yacht Club โดย Yuga Labs กำลังจะเปิดตัวแล้ว!

หากคุณไม่ใช่คนที่อยู่ในโลก Web3 ข่าวเกี่ยวกับ Bored Ape อาจจะไม่ได้อยู่ในความสนใจของคุณมากนัก ข่าวล่าสุดเกี่ยวกับ Bored Ape อาจจะเป็นช่วงเดือนตุลาคมปี 2022 ซึ่งเป็นช่วงที่ Bored Ape Yacht Club NFTs กลายเป็นสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยง และ รัฐบาล Biden ได้ทำการตรวจสอบบริษัท Yuga Labs ว่า Apes เหล่านี้เป็นหลักทรัพย์ที่ไม่ได้จดทะเบียนหรือไม่

จาก สถิติการค้นหา “bored apes” บน Google Trends แสดงให้เห็นถึงความนิยมที่พุ่งสูงขึ้นในช่วงต้นปี 2022 จากนั้นก็ลดลงอย่างรวดเร็ว และค่อยๆ ลดลงสู่ศูนย์ นี่คือสถานการณ์ในปัจจุบัน

เมื่อปีที่แล้ว Mashable ได้สำรวจ สิ่งที่หลงเหลืออยู่ของอาณาจักร Bored Ape พบว่าร้านเบอร์เกอร์ที่มีธีม Ape ปิดตัวลง มีการเลิกจ้างพนักงาน และบรรยากาศโดยทั่วไปไม่ค่อยดีนัก ความอัปยศล่าสุดของเหล่า Apes คือเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เมื่อ Amazon Web Services ล่ม ทำให้รูปภาพ Bored Ape Yacht Club ทั้งหมดหายไป จากตลาดซื้อขายอย่าง OpenSea

แต่ทั้งหมดนั้นเป็นเรื่องในอดีต

Otherside คือโลก Interactive ที่สร้างจาก NFT ซึ่ง Yuga Labs ได้เปิดตัวครั้งแรกในปี 2022 ก่อนที่ NFT จะล่มสลาย และในที่สุดก็มีกำหนดการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 12 พฤศจิกายนนี้

Figge reveals that the Koda Nexus will go live on November 12th pic.twitter.com/YkfbZfJIII

— Jack (@Jack55750) October 25, 2025

Otherside หรือที่รู้จักกันในชื่อ “Koda Nexus” ตามที่ DappRadar ตลาดซื้อขายแอปพลิเคชันแบบกระจายอำนาจ กล่าวว่า “Kodas” จะเป็นคำที่ใช้เรียกตัวละคร NFT หรือ “สิ่งมีชีวิตจากสวรรค์” ที่อาศัยอยู่ในโลกออนไลน์แห่งใหม่นี้ และ “เรื่องราวเกี่ยวกับ Kodas จะเชื่อมโยงโดยตรงกับตำนาน Otherside และเกมแรกใน Metaverse: The Legends of the Mara” นอกจากนี้ ไม่ใช่ Kodas ทุกตัวจะเป็น Bored Ape เข้าใจกันแล้วใช่ไหม?

Jay Peters จาก The Verge ได้ลองเล่น Otherside และให้ความเห็นว่า มันคล้ายกับ Horizon Worlds ของ Meta ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมแบบวิดีโอเกมที่คุณสามารถเดินเล่น พบปะ และพูดคุยกับผู้ใช้อื่นๆ ได้ และไม่มีอะไรเกิดขึ้นมากนัก ในช่วงเปิดตัว มันพยายามที่จะเป็นเหมือน Fortnite ผสมกับ Roblox ซึ่งเป็นพื้นที่เล่นเกมแบบเปิดที่ปรับแต่งได้

คุณสมบัติที่น่าสนใจที่สุดใน Otherside จากที่ Peters เล่า คือความยืดหยุ่นในการเปิดรับผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับ Crypto คุณสามารถเล่นได้จากเว็บเบราว์เซอร์หลังจากลงทะเบียนด้วยอีเมล

Michael Figge ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ Yuga Labs กล่าวในงานแถลงข่าวว่า Otherside คือ “โลกที่มีชีวิต มีขนาดใหญ่ มีเรื่องราว และมีประโยชน์จริง

หลังจากได้ยินคำแถลงการณ์ที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้มาสามปี และส่วนใหญ่กลายเป็นแชทบอท AI ที่น่าผิดหวัง วิดีโอเกมแบบ Open World จะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีหรือไม่?

Ape Pivot มาแล้ว! Otherside จะพลิกโฉมวงการ NFT ได้หรือไม่?

การมาถึงของการเปิดตัว Ape Pivot มาแล้ว! ของ Otherside Metaverse นั้นถือว่าเป็นความหวังใหม่สำหรับผู้ที่อยู่ในวงการ NFT และผู้ที่สนใจในโลก Metaverse โลกเสมือนจริงที่สามารถสร้างรายได้และประสบการณ์ใหม่ๆ นอกจากนี้ Ape Pivot มาแล้ว! ยังเป็นการเดิมพันครั้งสำคัญของ Yuga Labs ที่ต้องการจะกอบกู้ชื่อเสียงของ Bored Ape Yacht Club กลับคืนมา

ทำไม Otherside ถึงสำคัญ?

Otherside ไม่ได้เป็นแค่เกม แต่มันคือโลกเสมือนจริงที่ผู้เล่นสามารถสร้างสรรค์และเป็นเจ้าของได้ ผู้เล่นสามารถซื้อขายที่ดิน สร้างบ้าน และพัฒนาเกมของตัวเองได้ นอกจากนี้ Otherside ยังมีระบบเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วย NFT ทำให้ผู้เล่นสามารถสร้างรายได้จากการเล่นเกมได้อีกด้วย

การเปิดตัว Ape Pivot มาแล้ว! ของ Otherside จะเป็นตัวกำหนดทิศทางของวงการ NFT ในอนาคต ถ้า Otherside ประสบความสำเร็จ มันจะเป็นแรงผลักดันให้เกิด Metaverse ที่น่าสนใจอื่นๆ อีกมากมาย แต่ถ้า Otherside ล้มเหลว มันอาจจะทำให้ความสนใจใน NFT ลดลงไปอีก

ตอนนี้คงได้แต่รอดูกันต่อไปว่า Ape Pivot มาแล้ว! ของ Otherside จะสามารถสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการ NFT ได้หรือไม่ หรือจะกลายเป็นเพียงแค่กระแสที่ผ่านเลยไป

ที่มา – The Ape Pivot Has Arrived

พสกนิกรไทยปักหลักรอขบวนอัญเชิญพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง ณ ท้องสนามหลวง

วันนี้ (26 ตุลาคม) ทีมข่าว THE STANDARD ได้ลงพื้นที่สำรวจบรรยากาศบริเวณท้องสนามหลวง พบว่ามีพสกนิกรชาวไทยจำนวนมาก มาปักหลักรอขบวนอัญเชิญพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ ท้องสนามหลวง เพื่อร่วมถวายความอาลัยและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน

โดยริ้วขบวนอัญเชิญพระบรมศพมีกำหนดการออกจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ในเวลา 16.00 น.

คุณยายแสงจันทร์ กลันทานนท์ อายุ 72 ปี ได้ให้สัมภาษณ์กับทีมข่าวด้วยความรู้สึกตื้นตันใจว่า หลังจากทราบข่าวจากสำนักพระราชวัง ก็ตั้งใจแน่วแน่ว่าจะต้องเดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพให้ได้สักครั้ง เพื่อร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

คุณยายแสงจันทร์เล่าว่า ท่านเดินทางมาพร้อมกับหลานอีก 2 คน และมาถึงท้องสนามหลวงตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา เพื่อจับจองพื้นที่บริเวณริมถนนราชดำเนิน เพื่อให้สามารถเฝ้าฯ รับเสด็จ และถวายความเคารพริ้วขบวนอัญเชิญพระบรมศพอย่างใกล้ชิดที่สุด

“เราเป็นเพียงผู้สูงอายุคนหนึ่งที่เดินทางมาล่วงหน้า แต่ก็ยังมีอีกหลายคน ที่เดินทางมาจากที่ไกลกว่านี้และมาล่วงหน้ากว่านี้ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความจงรักภักดีของพสกนิกรชาวไทยอย่างแท้จริง” คุณยายแสงจันทร์กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

คุณยายยังเล่าถึงความทรงจำเมื่อครั้งพระราชพิธีของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ว่าตนเองและครอบครัวก็ได้เดินทางมาเฝ้าฯ รับเสด็จริ้วขบวน และเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพด้วยเช่นกัน

ตลอดบริเวณริมถนนราชดำเนิน เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และหน่วยงานต่างๆ ได้เตรียมเต็นท์และเสื่อ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่เดินทางมาเฝ้าฯ รับเสด็จริ้วขบวน นอกจากนี้ ยังมีเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ที่ตั้งจุดให้บริการ เพื่อดูแลและให้ความช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่ที่เดินทางมาร่วมงานในครั้งนี้

พสกนิกรไทยปักหลักรอขบวนอัญเชิญพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง ณ ท้องสนามหลวง

บรรยากาศโดยรวมเต็มไปด้วยความโศกเศร้าอาลัย แต่ในขณะเดียวกันก็เปี่ยมไปด้วยความจงรักภักดีและความสามัคคีของคนไทย ที่ต่างเดินทางมารวมตัวกันเพื่อแสดงความเคารพและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ความจงรักภักดีที่แสดงออกถึงความสามัคคี

สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความผูกพันและความจงรักภักดีที่ประชาชนชาวไทยมีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างลึกซึ้ง การที่ประชาชนจำนวนมากยอมสละเวลา แรงกาย และเดินทางมาจากทั่วทุกสารทิศ เพื่อมาร่วมปักหลักรอขบวนอัญเชิญพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง ณ ท้องสนามหลวง แสดงให้เห็นถึงความสามัคคีและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของคนในชาติ

นอกจากนี้ การที่หน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ร่วมมือกันอำนวยความสะดวกและดูแลประชาชนที่เดินทางมาร่วมงาน ยังเป็นภาพที่น่าประทับใจ และแสดงให้เห็นถึงความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ของคนไทยที่มีต่อกัน

บทสรุปและความสำคัญของการร่วมไว้อาลัย

การร่วมไว้อาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ไม่ได้เป็นเพียงการแสดงความโศกเศร้าเสียใจเท่านั้น แต่ยังเป็นการแสดงความกตัญญูกตเวที และน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน ที่ทรงมีต่อประเทศชาติและประชาชนชาวไทยมาอย่างยาวนาน การเดินทางมาร่วมพิธีฯ จึงเป็นโอกาสอันดีที่ประชาชนจะได้แสดงความจงรักภักดี และร่วมกันสืบสานพระราชปณิธานของพระองค์ท่านให้คงอยู่สืบไป

ที่มา – ปวงชนชาวไทยปักหลักรอขบวนอัญเชิญพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง ณ ท้องสนามหลวง

สีหศักดิ์ชี้ MOU แรร์เอิร์ธ ดึงไทยสู่ซัพพลายเชนเซมิคอนดักเตอร์โลก

สวัสดีครับเพื่อนๆ นักอ่านที่ติดตามข่าวสารวงการเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และการต่างประเทศอยู่เสมอ วันนี้ผมมีประเด็นร้อนๆ ที่น่าสนใจมาอัปเดตให้ฟังกันครับ เรื่องนี้เกี่ยวกับความร่วมมือระหว่างไทยกับสหรัฐอเมริกาในด้านแร่ธาตุหายาก หรือที่เรียกกันว่า “แรร์เอิร์ธ” นั่นเองครับ

เมื่อวันที่ 26 ตุลาคมที่ผ่านมา คุณสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้แถลงข่าวถึงความคืบหน้าในหลายๆ ด้าน รวมถึงเรื่องที่นายกรัฐมนตรีได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือด้านแรร์เอิร์ธกับสหรัฐอเมริกา ซึ่งประเด็นนี้แหละครับที่น่าจับตามองเป็นพิเศษ

ใจความสำคัญของการลงนามครั้งนี้คืออะไร? แล้วมันจะส่งผลดีต่อประเทศไทยอย่างไรบ้าง? มาเจาะลึกรายละเอียดไปพร้อมๆ กันเลยครับ

MOU ความร่วมมือแรร์เอิร์ธ ดึงไทยสู่ซัพพลายเชนเซมิคอนดักเตอร์ระดับโลก จริงหรือ?

หลายคนอาจจะสงสัยว่า แรร์เอิร์ธ คืออะไร และทำไมมันถึงมีความสำคัญ? แรร์เอิร์ธ คือ กลุ่มแร่ธาตุที่มีคุณสมบัติพิเศษ ใช้ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์ รถยนต์ไฟฟ้า หรือแม้กระทั่งอาวุธยุทโธปกรณ์ ประเทศที่มีแรร์เอิร์ธในครอบครองจึงได้เปรียบในเชิงยุทธศาสตร์และเศรษฐกิจ

คุณสีหศักดิ์ได้อธิบายว่า MOU นี้มีชื่อเต็มว่า “บันทึกความเข้าใจเรื่องความร่วมมือในการพัฒนาความหลากหลายของห่วงโซ่อุปทานของแร่ธาตุที่มีความสำคัญในระดับโลก และการส่งเสริมการลงทุน” ซึ่งสาระสำคัญคือการที่ไทยจะได้เข้าไปมีส่วนร่วมในซัพพลายเชนเซมิคอนดักเตอร์ระดับโลก

ประโยชน์ที่ไทยจะได้รับจาก MOU ความร่วมมือแรร์เอิร์ธ

  • เข้าสู่ซัพพลายเชนเซมิคอนดักเตอร์โลก: นี่คือโอกาสทองที่ไทยจะได้ก้าวเข้าไปอยู่ในวงจรการผลิตชิป ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิด
  • แลกเปลี่ยนข้อมูลและเทคโนโลยี: ไทยจะได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับแร่ธาตุสำคัญจากสหรัฐอเมริกา
  • ส่งเสริมการลงทุน: MOU นี้จะช่วยดึงดูดนักลงทุนต่างชาติให้เข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมแร่ธาตุและเซมิคอนดักเตอร์ในประเทศไทย

ที่สำคัญคือ คุณสีหศักดิ์ย้ำว่า MOU นี้ไม่มีข้อผูกมัดทางกฎหมายใดๆ ทำให้ไทยมีความยืดหยุ่นในการดำเนินงานและตัดสินใจ

นอกจากเรื่อง MOU แรร์เอิร์ธแล้ว ไทยกับสหรัฐฯ ยังได้ประกาศแถลงการณ์ร่วมว่าด้วยกรอบความตกลงการค้าต่างตอบแทนระหว่างสหรัฐอเมริกากับประเทศไทย ซึ่งจะเป็นกรอบการเจรจาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการค้าและการลงทุนในอนาคต

มองไปข้างหน้า: โอกาสและความท้าทาย

ความร่วมมือกับสหรัฐอเมริกาในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสสำคัญที่ไทยจะได้ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับโลก อย่างไรก็ตาม ก็มีความท้าทายรออยู่ข้างหน้าเช่นกัน เช่น การพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ความสามารถในด้านแร่ธาตุและเซมิคอนดักเตอร์ การสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการลงทุน และการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน

ผมมองว่า การที่ไทยให้ความสำคัญกับการพัฒนาอุตสาหกรรมแรร์เอิร์ธและเซมิคอนดักเตอร์ เป็นทิศทางที่ถูกต้อง เพราะเทคโนโลยีเหล่านี้จะเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอนาคต หากเราสามารถคว้าโอกาสนี้ไว้ได้ ประเทศไทยก็จะก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง

เพื่อนๆ ล่ะครับ มีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับ MOU ความร่วมมือแรร์เอิร์ธในครั้งนี้? ลองมาแชร์กันได้นะครับ

ที่มา – สีหศักดิ์ชี้ MOU ความร่วมมือแรร์เอิร์ธกับสหรัฐฯ จะดึงไทยเข้าซัพพลายเชนเซมิคอนดักเตอร์ระดับโลก ไม่มีข้อผูกมัด

ประชาชนแน่น รพ.จุฬาฯ ร่วมส่งเสด็จสมเด็จพระพันปีหลวง

วันนี้ (26 ตุลาคม) บรรยากาศที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เต็มไปด้วยความโศกเศร้าและความจงรักภักดี ประชาชนชาวไทยจำนวนมากพร้อมใจกันสวมชุดดำ เดินทางมาตั้งแต่เช้าตรู่ เพื่อจับจองพื้นที่ริมถนน รอส่งเสด็จสมเด็จพระพันปีหลวงเป็นครั้งสุดท้าย ขบวนพระบรมศพจะเคลื่อนจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ไปยังพระบรมมหาราชวังในช่วงเย็นของวันนี้

ตั้งแต่ช่วงเที่ยงวัน บริเวณโดยรอบโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์เนืองแน่นไปด้วยประชาชนที่ตั้งใจเดินทางมาส่งเสด็จสมเด็จพระพันปีหลวง แม้สภาพอากาศจะร้อนอบอ้าว แต่ทุกคนก็ยังคงยืนหยัดด้วยความตั้งใจอันแน่วแน่ที่จะส่งเสด็จพระองค์ท่านเป็นครั้งสุดท้าย หลายคนนำพระบรมฉายาลักษณ์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงมาด้วย น้ำตาแห่งความอาลัยไหลรินอาบแก้ม บ้างก็ยกมือไหว้ด้วยความเคารพรักอย่างสุดซึ้ง

หมายกำหนดการระบุว่า ในเวลา 15.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จพระราชดำเนินถึงโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ก่อนที่จะมีการเคลื่อนพระบรมศพไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ประชาชนต่างตั้งตารอคอยที่จะได้เห็นพระองค์ท่าน และร่วมส่งเสด็จพระบรมศพด้วยความอาลัย

สำหรับเส้นทางการเคลื่อนขบวนพระบรมศพนั้น จะออกจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนอังรีดูนังต์ เลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนพระราม 4 มุ่งหน้าสามย่าน จากนั้นเลี้ยวขวาเข้าถนนพญาไท และเลี้ยวซ้ายเข้าถนนศรีอยุธยา ผ่านกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ และวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม ก่อนเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนราชดำเนิน สู่พระบรมมหาราชวัง รวมระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร ตลอดสองข้างทางเต็มไปด้วยประชาชนที่มารอเฝ้าฯ รับเสด็จ

ประชาชนเริ่มแน่น รพ.จุฬา เฝ้าส่งเสด็จ สมเด็จพระพันปีหลวง ครั้งสุดท้าย 1ประชาชนเริ่มแน่น รพ.จุฬา เฝ้าส่งเสด็จ สมเด็จพระพันปีหลวง ครั้งสุดท้าย 2ประชาชนเริ่มแน่น รพ.จุฬา เฝ้าส่งเสด็จ สมเด็จพระพันปีหลวง ครั้งสุดท้าย 3

ประชาชนร่วมใจ ส่งเสด็จสมเด็จพระพันปีหลวง ณ รพ.จุฬาฯ

ภาพบรรยากาศที่เกิดขึ้นในวันนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความรักและความผูกพันที่ประชาชนชาวไทยมีต่อสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระองค์ทรงเป็นที่รักและเทิดทูนของปวงชนชาวไทยตลอดมา การเสด็จสวรรคตของพระองค์เป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของประเทศ

ความรู้สึกของประชาชนต่อการ **ส่งเสด็จสมเด็จพระพันปีหลวง**

หลายคนที่เดินทางมาในวันนี้ เล่าถึงความประทับใจที่มีต่อสมเด็จพระพันปีหลวง บางคนบอกว่าเคยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระองค์โดยตรง ทำให้รู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ บางคนบอกว่าพระองค์ทรงเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิต เป็นแรงบันดาลใจให้ทำความดีเพื่อสังคม

การส่งเสด็จสมเด็จพระพันปีหลวงในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การแสดงความอาลัย แต่เป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีและความกตัญญูรู้คุณต่อพระองค์ท่าน ที่ได้ทรงทำคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชนมาอย่างมากมาย

แม้ว่าวันนี้จะเป็นวันที่เศร้าโศก แต่ก็เป็นวันที่แสดงให้เห็นถึงพลังแห่งความสามัคคีของคนไทย ที่พร้อมใจกันมาร่วมกันแสดงความอาลัยแด่พระองค์ท่าน ขอให้ดวงพระวิญญาณของพระองค์เสด็จสู่สวรรคาลัย

ในยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น การรวมตัวกันของประชาชนเพื่อแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ก็ยังคงเป็นภาพที่งดงามและทรงคุณค่า สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าความผูกพันระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์กับประชาชนชาวไทยนั้น ยังคงแน่นแฟ้นและยั่งยืนตลอดไป การใช้เทคโนโลยีเพื่อเผยแพร่ภาพความประทับใจเหล่านี้ ก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะช่วยส่งต่อความรู้สึกดีๆ ให้กับคนในสังคมได้

ที่มา – ประชาชนเริ่มแน่น รพ.จุฬา เฝ้าส่งเสด็จสมเด็จพระพันปีหลวง ครั้งสุดท้าย

อ่านบท Frankenstein ของ Guillermo del Toro เดือนหน้า

Frankenstein ของ Guillermo del Toro กำลังเข้าฉายในโรงภาพยนตร์สุดสัปดาห์นี้ ก่อนที่จะเข้า Netflix ในวันที่ 7 พฤศจิกายน และในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า คุณก็จะสามารถอ่านบทได้เช่นกัน!

สำนักพิมพ์ Insight Editions กำลังจะวางจำหน่ายหนังสือปกแข็ง 240 หน้า ซึ่งเป็นบทภาพยนตร์ที่เขียนโดย del Toro ซึ่งรวมถึงคำนำจากเขา ภาพร่างแนวคิด ภาพนิ่งจากภาพยนตร์ และภาพถ่ายเบื้องหลัง “จาก Victor Frankenstein ผู้ทุกข์ทรมานไปจนถึงสัตว์ประหลาดแสนเศร้าของเขา เสียงศิลปะที่เป็นเอกลักษณ์ของ del Toro ส่องประกายผ่านทุกหน้า” คำอธิบายอ่าน “มอบประสบการณ์ที่ดื่มด่ำสำหรับแฟน ๆ ทั้งนวนิยายต้นฉบับและอัจฉริยภาพด้านภาพยนตร์ของ del Toro”

ก่อนหน้านี้ Netflix ได้มอบของขวัญให้ del Toro และ Mark Gustafson ด้วยภาพยนตร์ Pinocchio จากปี 2022 โดยการเผยแพร่หนังสือภาพและบทภาพยนตร์ทางออนไลน์ฟรี ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นที่รักของรางวัล กวาดรางวัลมากมาย รวมถึง Best Animated Feature ที่ Golden Globes และ Academy Awards แล้ว Frankenstein ก็ได้รับรางวัลมากมายระหว่างการฉายในเทศกาลต่างๆ รวมถึง Gotham Awards’ Vanguard Tribute และ Graffetta d’Oro สำหรับภาพยนตร์ยอดเยี่ยมที่ Venice International Film Festival

Netflix ต้องการที่จะทำซ้ำความสำเร็จของ del Toro ด้วยรางวัลจาก Frankenstein ด้วยเหตุนี้จึงมีการฉายในโรงภาพยนตร์แบบจำกัด และนำเสนอบทภาพยนตร์ให้กับแฟน ๆ ของผลงานของเขาและนวนิยายต้นฉบับปี 1818 โดย Mary Shelley ซึ่งจะขยายขอบเขตการเข้าถึงให้กว้างขึ้น หากคุณอยู่ในกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หนังสือปกแข็งจะวางจำหน่ายในวันอังคารที่ 25 พฤศจิกายนในราคา 30 ดอลลาร์

คุณต้องการข่าว io9 เพิ่มเติมหรือไม่? ตรวจสอบว่าเมื่อใดที่คาดว่าจะมีการเปิดตัวล่าสุดของ Marvel, Star Wars และ Star Trek มีอะไรต่อไปสำหรับ DC Universe ในภาพยนตร์และทีวี และทุกสิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับอนาคตของ Doctor Who

อ่านบท Frankenstein ของ Guillermo del Toro เดือนหน้าได้อย่างไร

สำหรับแฟนๆ ของ Guillermo del Toro และเรื่องราวสุดคลาสสิก Frankenstein เตรียมตัวให้พร้อม! ในเดือนพฤศจิกายนนี้ คุณจะมีโอกาสพิเศษในการเจาะลึกโลกของ Frankenstein ในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน ด้วยการเปิดตัวบทภาพยนตร์ที่เขียนโดยผู้กำกับชื่อดังเอง

ทำไมคุณถึงควรอ่านบท Frankenstein ของ Guillermo del Toro

นี่ไม่ใช่แค่บทภาพยนตร์ธรรมดาๆ แต่เป็นผลงานศิลปะที่รวบรวมวิสัยทัศน์อันเป็นเอกลักษณ์ของ del Toro ซึ่งผสมผสานความสยองขวัญ ความงดงาม และความเศร้าได้อย่างลงตัว การได้อ่านบทนี้ จะทำให้คุณได้เห็นกระบวนการคิดสร้างสรรค์ของ del Toro อย่างใกล้ชิด ตั้งแต่การตีความตัวละคร ไปจนถึงการสร้างบรรยากาศที่น่าขนลุก

นอกจากนี้ ในหนังสือยังมีภาพร่างแนวคิด ภาพนิ่งจากภาพยนตร์ และภาพถ่ายเบื้องหลัง ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างประสบการณ์การอ่านให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น คุณจะได้เห็นเบื้องหลังการทำงานของทีมงานที่ทุ่มเทให้กับการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ และเข้าใจถึงความท้าทายต่างๆ ที่พวกเขาต้องเผชิญ

การปล่อยบทออกมาให้อ่าน ถือเป็นการเปิดโอกาสให้แฟนๆ ได้เข้าถึงผลงานของ del Toro ได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าคุณจะเป็นนักเรียนภาพยนตร์ นักเขียน หรือเพียงแค่คนที่ชื่นชอบเรื่องราว Frankenstein การได้อ่านบท Frankenstein ของ Guillermo del Toro เดือนหน้า คือโอกาสที่คุณไม่ควรพลาด

อย่าลืมติดตามข่าวสารเกี่ยวกับการวางจำหน่ายหนังสือปกแข็ง และเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเดินทางสู่โลกอันมืดมิดและน่าสะพรึงกลัวของ Frankenstein

การที่ Netflix ปล่อยบทภาพยนตร์ออกมาให้เราอ่านบท Frankenstein ของ Guillermo del Toro เดือนหน้านั้น แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะสร้างประสบการณ์ที่สมบูรณ์ให้กับผู้ชม และยังเป็นการให้เกียรติต่อเรื่องราวคลาสสิกที่ยังคงสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนทั่วโลก

การดูภาพยนตร์เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอสำหรับการซึมซับเรื่องราวได้อย่างเต็มที่ การได้อ่านบท Frankenstein ของ Guillermo del Toro เดือนหน้า จะช่วยเติมเต็มช่องว่างและทำให้คุณเข้าใจถึงรายละเอียดและความซับซ้อนของตัวละครและเนื้อเรื่องได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น

ที่สำคัญที่สุด อย่าลืมแบ่งปันความรู้สึกและความคิดเห็นของคุณหลังจากที่ได้อ่านบทภาพยนตร์แล้ว! มาร่วมกันสร้างบทสนทนาเกี่ยวกับผลงานที่น่าทึ่งนี้และเฉลิมฉลองให้กับอัจฉริยภาพของ Guillermo del Toro ไปด้วยกัน

ที่มา – You Can Read Guillermo del Toro’s ‘Frankenstein’ Script Next Month

Blumhouse สร้าง ‘Something Is Killing the Children’ เป็นหนัง!

ไม่ต้องส่งลูกไปเข้าค่าย! เพราะ Something Is Killing the Children คอมมิคสยองขวัญที่ยาวนานจาก Boom! โดย James Tynion IV และ Werther Dell’Edera กำลังจะได้รับการดัดแปลงถึงสองรูปแบบด้วยกัน

คุณอาจจะจำได้ว่า Netflix เคยจะ ดัดแปลงคอมมิค เรื่องนี้ แต่ตอนนี้ Blumhouse เข้ามารับช่วงต่อ และจะทำในรูปแบบสองทาง ทั้งภาพยนตร์คนแสดงและซีรีส์อนิเมชั่นสำหรับผู้ใหญ่ โดย Tynion และ Dell’Edera จะเป็นผู้อำนวยการสร้างบริหาร (Executive Producer) ของซีรีส์ ในขณะที่ Tynion จะเป็น EP ของภาพยนตร์ร่วมกับ Stephen Christy ประธานฝ่ายพัฒนาของ Boom! Dell’Edera จะร่วมผลิตภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วย เช่นเดียวกับ Jason Blum CEO ของ Blumhouse

“การหาพาร์ทเนอร์ที่เข้าใจศักยภาพของ Erica Slaughter และโลกที่ Werther Dell’Edera และผมสร้างขึ้นนั้นสำคัญมาก และเราก็ได้พบพาร์ทเนอร์นั้นแล้วใน Jason Blum” Tynion กล่าว “ไม่มีใครเข้าใจหนังสยองขวัญได้ดีไปกว่า Blumhouse อีกแล้ว และผมแทบรอไม่ไหวให้โลกได้เห็นสิ่งที่เราวางแผนไว้ด้วยกัน”

“เป็นเรื่องง่ายที่จะเห็นว่าทำไมทั้งผู้ชมและนักวิจารณ์ต่างชื่นชม Something Is Killing the Children” Blum กล่าวเสริม “ซีรีส์คอมมิคของ James และ Werther สัมผัสกับความกลัวที่ฝังลึกที่สุดของเรา ดึงดูดเราเข้าสู่โลกที่น่าหลงใหล และแนะนำให้เรารู้จักกับ Erica Slaughter ฮีโร่สุดแกร่งที่เราทุกคนอยากมีไว้ต่อสู้กับสัตว์ประหลาดที่ซ่อนตัวอยู่ในความมืด”

คอมมิคเรื่องนี้เปิดตัวครั้งแรกในปี 2019 โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ Erica Slaughter ผู้เดินทางไปทั่วประเทศเพื่อสังหารสัตว์ประหลาดที่ลักพาตัวและฆ่าเด็กๆ และมีความสามารถในการมองเห็นสัตว์ประหลาดได้แม้หลังจากที่เธอโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ซีรีส์นี้ได้รับความนิยมอย่างมากตั้งแต่เปิดตัว และได้รับรางวัลคอมมิคมากมายในช่วงหลายปีที่ผ่านมาจากการเขียนของ Tynion ฉบับสุดท้ายวางจำหน่ายเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แต่ก็มีหนังสือภาคแยกหลายเล่ม รวมถึง Fall of the House of Slaughter และมินิซีรีส์ครอสโอเวอร์ Swamp Thing Is Killing the Children ซึ่งจะวางจำหน่ายในปี 2026

Blumhouse นำ ‘Something Is Killing the Children’ สู่จอภาพยนตร์และทีวี

Blumhouse กำลังสร้าง Something Is Killing the Children ให้กลายเป็นภาพยนตร์คนแสดงและซีรีส์แอนิเมชั่นสำหรับผู้ใหญ่ ซึ่งถือเป็นข่าวดีสำหรับแฟน ๆ ของคอมมิคสยองขวัญชื่อดังเรื่องนี้ การได้เห็นเรื่องราวของ Erica Slaughter ถูกถ่ายทอดในรูปแบบใหม่ จะเป็นการขยายฐานผู้ชมและทำให้เรื่องราวนี้เข้าถึงผู้คนได้มากขึ้น

ทำไม ‘Something Is Killing the Children’ ถึงน่าสนใจ

สิ่งที่ทำให้ Something Is Killing the Children โดดเด่นคือพล็อตเรื่องที่น่าติดตามและตัวละครที่น่าจดจำ Erica Slaughter เป็นตัวละครที่ซับซ้อนและมีเสน่ห์ดึงดูดใจ เธอเป็นนักล่าสัตว์ประหลาดที่เก่งกาจ แต่ก็ต้องเผชิญกับความเจ็บปวดและความสูญเสียในอดีต นอกจากนี้ โลกที่ Tynion และ Dell’Edera สร้างขึ้นก็มีความน่าสนใจและน่าค้นหา เต็มไปด้วยสัตว์ประหลาดที่น่ากลัวและความลับที่ซ่อนอยู่

การที่ Blumhouse เข้ามาดูแลการดัดแปลง Something Is Killing the Children ถือเป็นสัญญาณที่ดี เพราะ Blumhouse เป็นสตูดิโอที่เชี่ยวชาญในการสร้างหนังสยองขวัญคุณภาพสูง ที่ผ่านมา Blumhouse ได้สร้างภาพยนตร์สยองขวัญที่ประสบความสำเร็จมากมาย เช่น Paranormal Activity, Insidious และ The Purge ดังนั้น แฟน ๆ ของคอมมิคเรื่องนี้สามารถคาดหวังได้ว่าภาพยนตร์และซีรีส์ที่จะสร้างขึ้น จะมีความน่ากลัว สนุก และรักษาแก่นของเรื่องราวต้นฉบับไว้ได้

อนาคตของ ‘Something Is Killing the Children’

ด้วยความนิยมของคอมมิคและทีมงานที่มีความสามารถอย่าง Blumhouse ทำให้ Something Is Killing the Children มีศักยภาพที่จะกลายเป็นแฟรนไชส์สยองขวัญที่ยิ่งใหญ่ในอนาคต เราอาจจะได้เห็นภาพยนตร์และซีรีส์ภาคต่อ รวมถึงสินค้าต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวนี้ นอกจากนี้ ยังมีความเป็นไปได้ที่ Erica Slaughter จะได้ปรากฏตัวในคอมมิคและเรื่องราวอื่นๆ ของ Boom! Studios

โดยรวมแล้ว ข่าวที่ Blumhouse จะนำ Something Is Killing the Children มาสร้างเป็นภาพยนตร์และซีรีส์ ถือเป็นข่าวที่น่ายินดีสำหรับแฟน ๆ ของคอมมิคสยองขวัญเรื่องนี้ เราหวังว่าจะได้เห็นการดัดแปลงที่ยอดเยี่ยมและน่าจดจำในเร็ว ๆ นี้

ที่มา – Blumhouse Is Bringing ‘Something Is Killing the Children’ to Film and TV

เตือนฮาโลวีน! Tesla จับผีไม่ได้ – สรุป

มีวิดีโอ TikTok ที่เป็นไวรัลเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นเรื่องราวของชายคนหนึ่งที่ทำท่าทางราวกับว่ากล้องที่ติดตั้งบนรถ Tesla ของเขาสามารถมองเห็นผีบนหน้าจออินโฟเทนเมนต์ได้:

สุขสันต์วันฮาโลวีนแด่เขาและแด่คุณ วิดีโอนี้มีผู้ชมประมาณ 11 ล้านครั้งแล้ว

หากคุณอายุ 17 ปีและต้องการทำให้พี่น้องของคุณกลัวในสัปดาห์นี้โดยการขับรถ Tesla ของพ่อแม่ไปรอบๆ สุสาน และชี้ไปที่ “ผี” บนหน้าจอ ฉันไม่สามารถและจะไม่หยุดคุณจากการทำเช่นนั้น อย่างไรก็ตาม ฉันจะเตือนคุณว่ามัน ไม่สมเหตุสมผล แม้แต่ตามหลักเหตุผลของเรื่องราวที่น่ากลัว ร่างกายที่ตายแล้วที่ถูกสร้างขึ้นใหม่? ปอบ? โครงกระดูก? สิ่งเหล่านี้สมเหตุสมผลในสุสาน แต่ผีเป็นวิญญาณที่มักจะแก้แค้นของผู้ที่เคยมีชีวิตอยู่ และพวกมันอาศัยอยู่ในสถานที่สำคัญจากชีวิตของพวกเขา หรือสถานที่ที่พวกเขาเสียชีวิต เช่น บ้าน โรงพยาบาล หรือสถานที่เกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่น่าสยดสยอง รวมถึง… เอาล่ะ ช่างเถอะ

อย่างไรก็ตาม ในปี 2021 ผู้ขับขี่ Tesla ที่ไปเยี่ยมสุสานได้ชี้ให้เห็นทางออนไลน์ว่าระบบตรวจจับวัตถุที่ไม่ใช่ LIDAR ของรถดูเหมือนจะเข้าใจผิดว่าแจกันดอกไม้ที่ข้างหลุมศพเป็นคนเดินเท้า ฉันบอกว่าพวกเขาชี้ให้เห็นถึงความผิดพลาดเมื่อสิ่งที่ฉันหมายถึงคือผู้ใช้โพสต์วิดีโอที่น่ากลัวบน TikTok และมียอดวิวถึง 23 ล้านครั้ง ระบบตรวจจับวัตถุนั้นอาจมีปัญหา แต่เนื่องจาก Tesla ดื้อรั้น ขาดอุปกรณ์ตรวจจับที่สามารถใช้เลเซอร์เพื่อสร้างภาพ 3 มิติของสภาพแวดล้อม การเข้าใจผิดว่าวัตถุไม่มีชีวิตเป็นคนจึงเป็นข้อผิดพลาดที่น่าจะเป็นไปได้ หากเป็นเช่นนั้นจริง

“คุณสมบัติการหลีกเลี่ยงการชนอาจไม่สามารถตรวจจับวัตถุ ยานพาหนะ จักรยาน หรือคนเดินเท้าทั้งหมดได้เสมอไป และคุณอาจได้รับคำเตือนที่ไม่จำเป็น ไม่ถูกต้อง ไม่ถูกต้อง หรือพลาดไปได้ด้วยเหตุผลหลายประการ” คู่มือสำหรับเจ้าของรถ Tesla Model 3 กล่าว

ดังนั้นระบบจึงน่าจะระมัดระวังด้วยข้อมูลที่ผิดพลาดในปี 2021 นั่นคือภาพหลอนดิจิทัลที่ดีกว่าทางเลือกอื่น: การเข้าใจผิดว่าคนเป็นวัตถุไม่มีชีวิต แต่นั่นยังคงเป็นผลบวกปลอม ซึ่งค่อนข้างน่ากังวลเมื่อพิจารณาว่าในปี 2021 ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับวิดีโอ “ผี” ต้นฉบับ Tesla ได้เรียกคืนรถยนต์เกือบ 12,000 คันโดยสมัครใจ เนื่องจากพวกเขามีศักยภาพในการเบรกกะทันหันเนื่องจาก ผลบวกปลอมในระบบตรวจจับวัตถุระหว่างการขับขี่อัตโนมัติ หรือ “Full Self-Driving Beta” ตามที่ Tesla เรียกในขณะนั้น

ปรากฏการณ์นี้เป็นที่รู้จักกันในชื่อ “phantom braking” ซึ่งเป็นคำที่เหมาะสมกับฤดูกาล และได้รับการ ตรวจสอบ โดย National Highway Traffic Safety Administration (NHTSA) ผู้ใช้บนกระดานข้อความ Tesla Motors Club อ้างว่า ได้สัมผัสกับการเบรกแบบ phantom ซึ่งรวมถึงคนหนึ่งที่เขียนว่า “รถมักจะถูกหลอกด้วยภาพลวงตาของภัยคุกคามที่มนุษย์จะเพิกเฉย” ตัวอย่างหนึ่งที่พวกเขาอธิบายคือเงาของนกที่บินอยู่เหนือถนน อาจจะเป็นอีกาที่พูดได้ แต่ผู้ใช้ละเว้นรายละเอียดนี้

มากกว่าสี่ปีต่อมา ระบบตรวจจับวัตถุได้เปลี่ยนไป ตัวอย่างเช่น มันไม่มีเซ็นเซอร์อัลตราโซนิกอีกต่อไป ระบบใหม่ “ให้ตำแหน่งเชิงพื้นที่ที่มีความละเอียดสูงแก่ Autopilot, ระยะการมองเห็นที่ไกลขึ้น และความสามารถในการระบุและแยกแยะความแตกต่างระหว่างวัตถุ” ตาม หน้าในเว็บไซต์ Tesla ที่อัปเดตล่าสุดเมื่อเดือนที่แล้ว

และเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้น เราก็ได้รับวิดีโอ Tesla ที่กระตุ้นความหวาดเสียวรูปแบบใหม่ แทนที่จะสับสนระหว่างดอกไม้กับคนเดินเท้าในระหว่างวัน Tesla ที่ปราบผีรุ่นล่าสุดดูเหมือนจะสับสนระหว่างหลุมฝังศพกับคนเดินเท้าในเวลากลางคืน เตือนฮาโลวีน! Tesla จับผีไม่ได้ อินฟลูเอนเซอร์ที่ทำวิดีโอ TikTok พยายามทำแนวคิดพื้นฐานเดียวกันนี้สำหรับวิดีโอก่อนหน้านี้ในช่วงเทศกาลฮาโลวีน แต่ในรูปแบบของเนื้อหาที่มีผู้สนับสนุนซึ่งโฆษณาของตกแต่งฮาโลวีนบางอย่าง ซึ่ง Tesla ก็ ถูกกล่าวหาว่าเข้าใจผิดว่าเป็นคนจริงๆ

Gizmodo ได้ติดต่อ Tesla เพื่อขอข้อมูลที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงและการปรับปรุงในระบบตรวจจับวัตถุ และจะอัปเดตหากเราได้รับการตอบกลับ

เตือนฮาโลวีน! Tesla จับผีไม่ได้

ทำไม Tesla ถึง “เห็นผี”: การทำงานของระบบตรวจจับวัตถุ

เตือนฮาโลวีน! Tesla จับผีไม่ได้ ถึงแม้ว่าวิดีโอ TikTok จะดูน่ากลัว แต่ความเป็นจริงก็คือระบบตรวจจับวัตถุของ Tesla อาจมีข้อผิดพลาดในการประมวลผลข้อมูล ซึ่งทำให้เกิดการแสดงผลวัตถุที่ไม่ถูกต้องบนหน้าจอ การปรับปรุงระบบอย่างต่อเนื่องของ Tesla นั้นมีจุดมุ่งหมายเพื่อลดข้อผิดพลาดเหล่านี้ และเพิ่มความแม่นยำในการตรวจจับวัตถุต่างๆ รอบรถยนต์

  • การที่ระบบตรวจจับวัตถุของ Tesla แสดงผลวัตถุที่ไม่ถูกต้อง อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่แสงน้อยหรือมีสิ่งกีดขวาง
  • การปรับปรุงระบบอย่างต่อเนื่องของ Tesla นั้นมีจุดมุ่งหมายเพื่อลดข้อผิดพลาดเหล่านี้ และเพิ่มความแม่นยำในการตรวจจับวัตถุต่างๆ รอบรถยนต์
  • การที่ระบบตรวจจับวัตถุของ Tesla แสดงผลวัตถุที่ไม่ถูกต้อง อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่แสงน้อยหรือมีสิ่งกีดขวาง เตือนฮาโลวีน! Tesla จับผีไม่ได้

ดังนั้น ก่อนที่จะเชื่อว่ารถ Tesla ของคุณสามารถมองเห็นผีได้ ให้พิจารณาปัจจัยอื่น ๆ ที่อาจมีผลต่อการทำงานของระบบตรวจจับวัตถุ

มุมมองส่วนตัว: การพัฒนาเทคโนโลยีในรถยนต์อย่าง Tesla นั้นน่าสนใจ แต่เราควรตระหนักถึงข้อจำกัดของมัน และไม่ควรนำมาใช้ในทางที่ผิด เช่น การสร้างความหวาดกลัวโดยไม่มีเหตุผล

ที่มา – Apparently Some of You Need a Halloween Reminder that Teslas Can’t Detect Ghosts

สหรัฐฯ สอบสวนโหมด ‘Mad Max’ ของ Tesla

ดูเหมือนว่าจะมีเรื่องให้บริษัทรถยนต์ EV ของ Elon Musk ต้องปวดหัวอีกแล้ว สัปดาห์นี้ สำนักงานบริหารความปลอดภัยการจราจรบนทางหลวงแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา (NHTSA) ได้ประกาศว่ากำลังตรวจสอบโหมดการขับขี่อัตโนมัติของ Tesla ที่มีชื่อเรียกน่าสนใจว่า “Mad Max”

หากคุณยังไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับ “Mad Max” นั่นอาจเป็นเพราะมันเป็นโหมดใหม่ Ars Technica ระบุว่า มันและอีกโหมดหนึ่งคือ “Sloth” ถูกเพิ่มเข้ามาในรถยนต์ด้วยการอัปเดตเฟิร์มแวร์ที่ออกเมื่อต้นเดือนนี้ Reuters รายงานว่า มีผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียบางรายบ่นว่า Tesla ที่ใช้โหมดการขับขี่ดังกล่าว ขับรถเกินความเร็วที่กำหนด (ซึ่งฟังดูเหมือน สิ่งที่ Max น่าจะทำ) ตอนนี้ รัฐบาลกำลังตรวจสอบเรื่องนี้

“NHTSA กำลังติดต่อกับผู้ผลิตเพื่อรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติม” หน่วยงานกล่าวกับ Reuters “ผู้ที่อยู่หลังพวงมาลัยต้องรับผิดชอบอย่างเต็มที่ในการขับขี่ยานพาหนะและการปฏิบัติตามกฎหมายความปลอดภัยทางจราจรทั้งหมด” ยังไม่มีข้อมูลอื่น ๆ มากนักนอกเหนือจากนี้ Gizmodo ได้ติดต่อ Tesla เพื่อขอความคิดเห็น (แม้ว่าบริษัทจะยุบ ทีมสื่อสารส่วนใหญ่ออกไปเมื่อหลายปีก่อน) และติดต่อ NHTSA เพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติม

ใครจะคิดว่าโหมดการขับขี่กึ่งอัตโนมัติที่มีชื่อตามนักเดินทางดิสโทเปียผู้ล้างแค้นที่มีเท้าหนัก อาจดึงดูดสายตาของผู้ควบคุมกฎระเบียบของรัฐบาลกลางในสักวันหนึ่ง? ไม่ใช่ฉัน แน่นอนว่าฟังก์ชัน FSD ของ Tesla ได้รับการตรวจสอบโดยผู้ควบคุมกฎระเบียบของรัฐบาลกลางมานานหลายปี ดังนั้นด้วยเหตุผลนั้น นี่จึงไม่ใช่เรื่องที่น่าประหลาดใจ FSD ถูกวิพากษ์วิจารณ์ เพราะถึงแม้จะมีชื่อเช่นนั้น แต่ก็ยังคงต้องการให้ผู้ขับขี่…คุณรู้ไหม ขับรถ

เมื่อต้นเดือนนี้ NHTSA ยังได้เปิดการสอบสวน Tesla เกี่ยวกับรายงานหลายสิบฉบับที่อ้างว่ารถยนต์ของบริษัทฝ่าฝืนป้ายหยุดในขณะที่เปิดใช้งาน FSD CBS รายงานก่อนหน้านี้ Tesla เพิ่งแพ้คดีการเสียชีวิตโดยมิชอบด้วยกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ Autopilot ซึ่ง มีรายงานว่าจะทำให้พวกเขาเสียค่าใช้จ่าย 329 ล้านดอลลาร์

สหรัฐฯ สอบสวนโหมด ‘Mad Max’ ของ Tesla

เรื่องราวของ Tesla กับหน่วยงานกำกับดูแลในสหรัฐฯ ดูเหมือนจะเป็นหนังชีวิตที่ไม่มีวันจบสิ้น การตรวจสอบโหมด “Mad Max” ล่าสุดนี้เป็นเพียงบทใหม่ใน saga ยาวนานเกี่ยวกับการขับขี่อัตโนมัติและเทคโนโลยีที่ยังไม่สมบูรณ์แบบ

ทำไมต้องสอบสวนโหมด ‘Mad Max’ ของ Tesla?

เหตุผลหลักก็คือความกังวลเกี่ยวกับการที่รถยนต์อาจขับเกินความเร็วที่กำหนดในขณะที่ใช้งานโหมดนี้ เนื่องจากชื่อโหมดนี้อ้างอิงถึงภาพยนตร์แอคชั่นสุดมันส์ “Mad Max” หลายคนจึงกังวลว่า Tesla อาจจงใจออกแบบโหมดนี้ให้มีการขับขี่ที่ดุดันและไม่ปลอดภัย

แต่เรื่องนี้สอนให้เรารู้ว่าชื่อที่สร้างสรรค์ไม่ได้หมายความว่าผลิตภัณฑ์นั้นจะปลอดภัยหรือไม่ ชื่อ “Mad Max” อาจฟังดูน่าตื่นเต้น แต่การที่โหมดนี้ถูกสอบสวนก็แสดงให้เห็นว่า Tesla จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัยมากกว่าการตลาด

การที่ NHTSA เข้ามาตรวจสอบโหมด สหรัฐฯ สอบสวนโหมด ‘Mad Max’ ของ Tesla แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการปกป้องผู้บริโภคและรักษาความปลอดภัยบนท้องถนน ถึงแม้ว่าเทคโนโลยีการขับขี่อัตโนมัติจะมีศักยภาพในการปฏิวัติการขนส่ง แต่ก็จำเป็นต้องได้รับการพัฒนาและใช้งานอย่างมีความรับผิดชอบ

และเรื่องราวนี้ยังเป็นเครื่องเตือนใจว่า ไม่ว่าเทคโนโลยีจะก้าวหน้าไปแค่ไหน ความปลอดภัยก็ยังคงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดเสมอ สหรัฐฯ สอบสวนโหมด ‘Mad Max’ ของ Tesla ไม่ใช่แค่เรื่องของ Tesla แต่มันเป็นเรื่องของอนาคตของการขับขี่อัตโนมัติ

สุดท้ายแล้ว การตรวจสอบครั้งนี้อาจนำไปสู่การปรับปรุงด้านความปลอดภัยในรถยนต์ Tesla และยานยนต์อัตโนมัติอื่น ๆ หวังว่า Tesla จะให้ความร่วมมือกับการสอบสวนของ NHTSA อย่างเต็มที่ เพื่อให้มั่นใจว่าเทคโนโลยีของพวกเขานั้นปลอดภัยและเชื่อถือได้

ที่มา – Tesla’s ‘Mad Max’ Mode is Now Being Investigated by U.S. Regulators

Halo: Campaign Evolved บุก PS5 แล้ว!

หลังจากเกือบ 25 ปี ในที่สุด Halo ก็เดินทางสู่โลกใหม่: PlayStation 5!

ในระหว่างการแข่งขัน Halo World Championships เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา Halo Studios ได้เปิดตัว Campaign Evolved ซึ่งเป็นการรีเมคเรื่องราว single-player ของเกมภาคแรก เหมือนกับในเกมต้นฉบับ ผู้เล่นจะได้รับบทเป็น Master Chief หลังจากที่เขาและพันธมิตร UNSC ประสบอุบัติเหตุตกลงบนวงแหวนที่เต็มไปด้วย Covenant และ Flood ต่างดาว นอกเหนือจากการเป็นเกม Halo แรกที่สร้างด้วย Unreal Engine ซึ่งใช้กันอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมแล้ว เวอร์ชั่นใหม่นี้ยังมีภารกิจ Prequel สามภารกิจที่เน้นไปที่ Chief และ Sgt. Johnson เพื่อนของเขาก่อนเหตุการณ์ในเกมภาคแรก ซึ่งว่ากันว่ามีตัวละคร การเล่นเกม และสภาพแวดล้อมใหม่ๆ

นั่นไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงเพียงอย่างเดียวที่กำลังจะเกิดขึ้น ในการสร้างแคมเปญใหม่ตั้งแต่เริ่มต้น ผู้พัฒนาได้ “ปรับปรุงพื้นที่ที่สามารถตอบสนองความคาดหวังในปัจจุบันสำหรับจังหวะและความชัดเจนได้ดียิ่งขึ้น” และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง “The Library” ซึ่งเป็นหนึ่งในด่านที่ไม่ชอบที่สุดในประวัติศาสตร์ของซีรีส์ ภารกิจนั้นมี “จังหวะที่ได้รับการประเมินใหม่และการเล่าเรื่องด้านสิ่งแวดล้อมที่ได้รับการปรับปรุง” Max Szlagor ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์กล่าว

และยังมีเรื่องของ PS5 อีกด้วย ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา Microsoft ได้ค่อยๆ คลายการยึดครองเกม Xbox first-party ที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะแพลตฟอร์มของตน โดยมีเกม Ori, Gears of War และอื่นๆ อีกมากมาย กระโดดไปยังคอนโซลของ Sony และ Nintendo Switch

หลังจาก Gears และ Forza แล้ว Halo เป็นปราการสุดท้ายของแฟรนไชส์ Xbox ที่สำคัญ และนี่จะไม่ใช่ครั้งเดียว: Brian Jarrard หัวหน้าชุมชนสตูดิโอ ในระหว่างการเปิดเผยว่าซีรีส์นี้จะอยู่บน PlayStation “ต่อไป”

Confirmed: Halo will be on PlayStation “going forward” starting with the Combat Evolved remake. pic.twitter.com/y23v1B3mfV

— AmericanTruckSongs9 (@ethangach) October 24, 2025

“[ชุมชน] ของเราตื่นเต้นมากที่จะต้อนรับเพื่อนๆ นี่หมายถึง Halo ที่มากขึ้นสำหรับทุกคน และมันเป็นยุคใหม่” เขากล่าวต่อ ท้ายที่สุดแล้ว Campaign Evolved จะมีการเล่น co-op ออนไลน์สี่คนระหว่าง PC, PlayStation 5 และ Xbox Series X|S ผ่าน Crossplay เมื่อเกมเปิดตัวในปี 2026

Halo: Campaign Evolved บุก PS5 แล้ว!

ข่าวดีสำหรับแฟนๆ Halo! ในที่สุด Halo: Campaign Evolved บุก PS5 แล้ว! เตรียมพบกับการรีเมคที่ยิ่งใหญ่ของเกม Halo ภาคแรกบน PlayStation 5 ในปี 2026 พร้อมกับการปรับปรุงกราฟิก เนื้อเรื่อง และเกมเพลย์ครั้งใหญ่

ทำไม Halo: Campaign Evolved ถึงเป็นเกมที่ต้องเล่นบน PS5

  • Halo: Campaign Evolved บุก PS5 แล้ว! นี่เป็นครั้งแรกที่แฟรนไชส์ Halo มาสู่ PlayStation
  • กราฟิกที่ปรับปรุงใหม่: สัมผัสประสบการณ์โลกของ Halo ในรูปแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน
  • เนื้อเรื่องที่ขยาย: พบกับภารกิจ prequel ใหม่ที่เจาะลึกเรื่องราวของ Master Chief และ Sgt. Johnson
  • Crossplay: เล่นกับเพื่อนของคุณบน PC, PlayStation 5 และ Xbox Series X|S

การมาของ Halo: Campaign Evolved บุก PS5 แล้ว! ถือเป็นก้าวสำคัญของวงการเกม แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมและการเปิดกว้างของแพลตฟอร์มต่างๆ แฟน ๆ Halo และผู้เล่น PlayStation สามารถตั้งตารอประสบการณ์การเล่นเกมที่ยอดเยี่ยมร่วมกันได้เลย

เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการผจญภัยครั้งใหม่ในโลกของ Halo บน PlayStation 5 ในปี 2026! อย่าพลาดข่าวสารและอัปเดตล่าสุดเกี่ยวกับ Halo: Campaign Evolved บุก PS5 แล้ว!

ที่มา – ‘Halo: Campaign Evolved’ Finally Brings the Franchise to PlayStation 5