ผู้เขียน: lalika69_admin

‘Predator: Badlands’ ทำรายได้เปิดตัวสูงสุด

เมื่อพูดถึงบ็อกซ์ออฟฟิศ เหล่านักล่า Predator ก็ยังคงล่าต่อไปได้อย่างน่าประทับใจ

ภาพยนตร์เรื่องใหญ่ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา Predator: Badlands เปิดตัวด้วยรายได้ 80 ล้านดอลลาร์ทั่วโลก โดยครึ่งหนึ่งมาจากอเมริกาเหนือ อ้างอิงจาก Hollywood Reporter ภาพยนตร์เรื่องนี้ทำรายได้สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ในประเทศที่ 25-30 ล้านดอลลาร์ และยังเป็นการเปิดตัวที่ทำรายได้สูงสุดของแฟรนไชส์ แซงหน้า Alien vs. Predator ปี 2004 ที่ทำไว้ 38.4 ล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ยังถือเป็นผู้ชนะที่ยิ่งใหญ่ในระดับโลก แซงหน้าการเปิดตัว 48.9 ล้านดอลลาร์ของ Predator รีบูตปี 2018

พูดถึงภาพยนตร์ปี 2018 Badlands เป็นภาพยนตร์ Predator ที่ฉายในโรงภาพยนตร์เรื่องแรกนับตั้งแต่ภาพยนตร์ที่ไม่ประสบความสำเร็จเรื่องนั้น กำกับโดย Dan Trachtenberg ผู้กำกับ Prey ที่ฉายเฉพาะทาง Hulu ในปี 2022 และภาพยนตร์แอนิเมชันรวมเรื่องสั้น Killer of Killers จากเดือนมิถุนายน ภาพยนตร์เรื่องใหม่นี้มี Dimitrius Schuster-Koloamatangi รับบทเป็น Dek นักล่าที่เป็นชื่อเรื่อง ซึ่งมีขนาดตัวเล็กกว่า Predator ตัวอื่นๆ ที่เคยเห็นในภาพยนตร์ก่อนหน้านี้ ตกลงบนดาวเคราะห์ต่างดาวและต้องการพิสูจน์คุณค่าของตนเองด้วยการล่าสัตว์ร้ายในตำนาน และร่วมทีมกับ Thia หุ่นยนต์สังเคราะห์ที่เสียหายของ Elle Fanning เพื่อช่วยเขา

การตลาดสำหรับ Predator: Badlands เน้นย้ำซ้ำๆ ถึงทั้งสองคนในฐานะคู่หู และความนิยมที่สร้างขึ้นจาก Prey และ Killers ก็กระตุ้นความสนใจในภาพยนตร์เรื่องนี้เช่นกัน โชคดีที่ทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี บทวิจารณ์และกระแสปากต่อปากค่อนข้างแข็งแกร่ง นักวิเคราะห์ Luiz Fernando กล่าว และดูเหมือนว่าจะฟื้นความสนใจในแฟรนไชส์อีกครั้งเช่นกัน ซึ่งเป็นเรื่องดี เพราะ Trachtenberg หวังที่จะ ทำอะไรเพิ่มเติม กับมัน เราจะได้เห็นกันว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะทำได้ดีแค่ไหนในช่วงที่เหลือของเดือน ซึ่งเต็มไปด้วยภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ เช่น The Running Man และ Now You See Me: Now You Don’t ในวันศุกร์ที่ 14 พฤศจิกายนนี้ และ Wicked For Good ในวันที่ 21 พฤศจิกายน

Predator: Badlands ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม

ชื่นชอบ Predator: Badlands หรือเกลียดมัน ให้คะแนนในแฟรนไชส์ของคุณอย่างไร บอกให้เรารู้ในความคิดเห็นด้านล่าง

ทำไม ‘Predator: Badlands’ ถึงได้รับความนิยม

  • การกลับมาของแฟรนไชส์ Predator
  • เรื่องราวที่น่าติดตามและตัวละครที่น่าสนใจ
  • การกำกับที่ยอดเยี่ยมของ Dan Trachtenberg

ทำไม ‘Predator: Badlands’ ถึงทำรายได้เปิดตัวแซงหน้ารุ่นก่อนๆ?

  • คุณภาพของภาพยนตร์ที่ดีขึ้น
  • การตลาดที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น
  • กระแสความนิยมของภาพยนตร์ Predator ที่กลับมาอีกครั้ง

อยากได้ข่าวสาร io9 เพิ่มเติมหรือไม่ เช็คดูว่าจะคาดหวัง Marvel, Star Wars และ Star Trek รุ่นล่าสุดได้เมื่อใด สิ่งต่อไปสำหรับ DC Universe ทางภาพยนตร์และทีวี คืออะไร และทุกสิ่งที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับอนาคตของ Doctor Who

Predator: Badlands ประสบความสำเร็จในการสร้างความบันเทิงและดึงดูดผู้ชมได้อย่างมาก เป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่าแฟรนไชส์ Predator ยังคงมีศักยภาพในการสร้างความตื่นเต้นให้กับผู้ชมทั่วโลก อย่าพลาดชมภาพยนตร์เรื่องนี้ในโรงภาพยนตร์!

ที่มา – ‘Predator: Badlands’ Scores a Franchise-Best Box Office Open

รอง ผบ.ตร. บินด่วน! ประสานคดีค้ามนุษย์เด็ก 12 ปี ที่ญี่ปุ่น-ไต้หวัน

สวัสดีครับทุกคน วันนี้มีข่าวที่ฟังแล้วหดหู่ใจแต่ก็ต้องตามติดมาอัปเดตกันครับ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ได้รับมอบหมายภารกิจสำคัญระดับชาติจาก ผบ.ตร. ให้บินด่วนไปยังประเทศญี่ปุ่นและไต้หวัน เพื่อประสานงานอย่างเร่งด่วนในคดีค้ามนุษย์เด็ก 12 ปี ถูกแม่หลอกไปขายบริการ ที่เกิดขึ้นเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อเด็กหญิงวัย 12 ปีผู้น่าสงสาร ถูกแม่บังเกิดเกล้าหลอกลวงให้ไปทำงานที่ร้านนวดแห่งหนึ่งในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น แทนที่จะได้ใช้ชีวิตวัยเด็กอย่างสดใส กลับต้องเผชิญกับฝันร้ายที่ไม่มีใครอยากเจอ โชคดีที่น้องตัดสินใจเข้าขอความช่วยเหลือจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในโตเกียว ทำให้เรื่องราวนี้แดงขึ้นมาและนำไปสู่การประสานงานระหว่างตำรวจไทยและญี่ปุ่น

รอง ผบ.ตร. เร่งประสานคดีค้ามนุษย์เด็ก 12 ปี

พล.ต.อ.ธัชชัย เผยว่าภารกิจแรกคือการเดินทางไปญี่ปุ่นเพื่อพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจญี่ปุ่นถึงแนวทางการดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะเจ้าของร้านนวดและพนักงานหญิงไทยอีกหนึ่งคนที่อาจมีส่วนรู้เห็นกับการกระทำอันเลวร้ายนี้ นอกจากนี้ ผบ.ตร. ยังกำชับเป็นพิเศษให้เร่งหาทางนำตัวน้องกลับประเทศไทยให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

แต่เรื่องราวไม่ได้จบแค่นั้น เพราะหลังจากสะสางภารกิจที่ญี่ปุ่นแล้ว พล.ต.อ.ธัชชัย ยังต้องบินต่อไปยังไต้หวัน เพื่อติดตามความคืบหน้าในส่วนของแม่เด็ก ซึ่งถูกจับกุมตัวได้ที่ไต้หวันแล้ว จะมีการหารือกันถึงแนวทางการส่งตัวแม่ใจร้ายรายนี้ ว่าจะต้องถูกดำเนินคดีที่ญี่ปุ่นก่อนหรือไม่

ทำไมคดีนี้ถึงสำคัญและเราควรใส่ใจ?

คดีค้ามนุษย์เด็ก 12 ปี ถูกแม่หลอกไปขายบริการไม่ใช่แค่เรื่องอาชญากรรมข้ามชาติ แต่เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง การที่เด็กคนหนึ่งต้องถูกพรากจากครอบครัว ถูกบังคับให้ทำในสิ่งที่ไม่ควรทำ และต้องเผชิญกับความเจ็บปวดทั้งทางร่างกายและจิตใจ เป็นสิ่งที่สังคมไม่ควรปล่อยผ่าน การติดตามข่าวสารและให้ความสนใจกับคดีนี้ เป็นการส่งสัญญาณว่าเราไม่ยอมรับการกระทำดังกล่าว และพร้อมที่จะสนับสนุนการช่วยเหลือเหยื่อ

  • การป้องกันคือหัวใจสำคัญ: คดีนี้เป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้เราต้องหันกลับมามองและทบทวนถึงมาตรการป้องกันการค้ามนุษย์ โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน การให้ความรู้ การสร้างความตระหนัก และการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เป็นสิ่งที่เราทุกคนสามารถช่วยกันทำได้
  • เทคโนโลยีกับการค้ามนุษย์: ปฏิเสธไม่ได้ว่าเทคโนโลยีมีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ในยุคปัจจุบัน การใช้โซเชียลมีเดีย การติดต่อสื่อสารผ่านแอปพลิเคชันต่างๆ ทำให้ขบวนการค้ามนุษย์สามารถดำเนินการได้อย่างลับๆ และเข้าถึงเหยื่อได้ง่ายขึ้น การรู้เท่าทันเทคโนโลยีและการใช้งานอย่างระมัดระวัง จึงเป็นสิ่งสำคัญ
  • ความร่วมมือระดับนานาชาติ: คดีนี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของความร่วมมือระหว่างประเทศในการต่อต้านการค้ามนุษย์ การแลกเปลี่ยนข้อมูล การประสานงานในการจับกุม และการช่วยเหลือเหยื่อ เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง

สิ่งที่เกิดขึ้นกับน้องวัย 12 ปี เป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นอีก ดังนั้นการติดตามข่าวสาร การให้ความรู้ และการร่วมมือกันป้องกัน จึงเป็นหน้าที่ของพวกเราทุกคน เพื่อให้สังคมไทยและสังคมโลกน่าอยู่และปลอดภัยสำหรับเด็กและเยาวชนทุกคน

คดีค้ามนุษย์เด็ก 12 ปี ถูกแม่หลอกไปขายบริการนี้ สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาที่ซับซ้อนและต้องการการแก้ไขอย่างจริงจัง ทั้งในระดับบุคคล ครอบครัว สังคม และประเทศชาติ การที่เราทุกคนตระหนักถึงปัญหาและร่วมมือกันแก้ไข จะช่วยสร้างสังคมที่ปลอดภัยและเป็นธรรมสำหรับเด็กและเยาวชนของเรา

ที่มา – รอง ผบ.ตร. บินด่วนญี่ปุ่น-ไต้หวัน ลุยประสานคดีค้ามนุษย์เด็ก 12 ปี ถูกแม่หลอกไปขายบริการ

ศาลอุทธรณ์ยืนตาม ส่งตัว ‘เฉอ จี้นเจียง’ กลับจีน: คดีบ่อนออนไลน์ข้ามชาติ

สวัสดีครับทุกคน วันนี้มีข่าวใหญ่ที่น่าสนใจเกี่ยวกับวงการพนันออนไลน์ข้ามชาติและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องมาฝากกันครับ เรื่องราวของ เฉอ จี้นเจียง (SHE Zhijiang) ผู้ต้องหาคนสำคัญที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นหัวเรือใหญ่ในการทำธุรกิจบ่อนออนไลน์ผิดกฎหมายระดับโลก ตอนนี้เดินทางมาถึงจุดสิ้นสุดในประเทศไทยแล้วครับ

เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายนที่ผ่านมา สำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) ได้ประกาศว่า ศาลอุทธรณ์ได้ตัดสินยืนตามศาลชั้นต้น ให้ส่งตัว เฉอ จี้นเจียง กลับไปดำเนินคดีที่ประเทศจีนภายใน 90 วัน ในข้อหาเปิดบ่อนกาสิโนออนไลน์โดยไม่ได้รับอนุญาต คดีนี้ถือว่าสิ้นสุดแล้ว และขั้นตอนต่อไปคือการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนครับ

ศาลอุทธรณ์ยืนตาม สั่งส่งตัว ‘เฉอ จี้นเจียง’ กลับจีน

เรื่องราวของ เฉอ จี้นเจียง ไม่ธรรมดาเลยครับ เขาถูกกล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลังเครือข่ายเว็บไซต์พนันออนไลน์ขนาดมหึมา มีเว็บไซต์ที่ใช้งานอยู่ถึง 239 แห่ง และมีเงินหมุนเวียนกว่า 12.63 ล้านล้านบาท! ตัวเลขนี้ทำให้เห็นถึงขนาดของธุรกิจและการเชื่อมโยงกับเทคโนโลยีที่ซับซ้อนอย่างมาก

นอกจากนี้ เขายังถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการลงทุนในโครงการอื้อฉาวอย่าง เมืองใหม่แห่งเอเชียแปซิฟิก (ชเวโก๊กโก่) ในเมียนมา และเป็นหุ้นส่วนในบ่อนกาสิโนอีก 2 แห่ง แถมยังชักชวนนักพนันชาวจีนให้เข้าไปเล่นจนทำกำไรมหาศาล เรื่องนี้แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่างธุรกิจพนันออนไลน์, การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน, และเทคโนโลยีที่ใช้ในการดึงดูดลูกค้า

ลำดับเหตุการณ์สำคัญในคดีของ เฉอ จี้นเจียง

  • สิงหาคม 2565: ทางการจีนส่งคำร้องขอให้จับกุม เฉอ จี้นเจียง
  • สิงหาคม 2565: ตำรวจไทยจับกุม เฉอ จี้นเจียง ได้
  • พฤศจิกายน 2565: อสส. อนุมัติให้ยื่นคำร้องขอส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดน
  • 25 พฤษภาคม 2566: ศาลชั้นต้นสั่งขังเพื่อรอการส่งตัว
  • ตุลาคม 2566: เฉอ จี้นเจียง ยื่นอุทธรณ์
  • ตุลาคม 2568: ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ากฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนไม่ขัดรัฐธรรมนูญ
  • 10 พฤศจิกายน 2568: ศาลอุทธรณ์ยืนตามคำสั่งเดิม ให้ส่งตัว เฉอ จี้นเจียง กลับจีน

การส่งตัวครั้งนี้เป็นไปตามสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างไทยและจีน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความร่วมมือระหว่างประเทศในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ และยังเป็นการยืนยันว่าประเทศไทยจะไม่เป็นที่หลบซ่อนของอาชญากร

อสส. ย้ำว่าการส่งตัว เฉอ จี้นเจียง เป็นผลมาจากความร่วมมือที่มีประสิทธิภาพระหว่างหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของไทยและจีน ได้แก่ อัยการ, ตำรวจ, กระทรวงการต่างประเทศ, กรมราชทัณฑ์, และสถานทูตจีน

เรื่องนี้ไม่ได้เป็นแค่ข่าวอาชญากรรม แต่มันสะท้อนถึงปัญหาที่ใหญ่กว่านั้น นั่นคือการเติบโตของธุรกิจพนันออนไลน์, การใช้เทคโนโลยีเพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมาย, และความท้าทายในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติในยุคดิจิทัล

ในฐานะที่เราอยู่ในยุคที่เทคโนโลยีก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว สิ่งสำคัญคือการที่เราต้องเข้าใจถึงผลกระทบของเทคโนโลยีเหล่านี้ และต้องร่วมมือกันในการสร้างสังคมที่ปลอดภัยและเป็นธรรม การติดตามข่าวสารและทำความเข้าใจเรื่องราวอย่าง เฉอ จี้นเจียง จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

ที่มา – ศาลอุทธรณ์ยืนตามศาลชั้นต้น สั่งส่งตัว ‘เฉอ จี้นเจียง’ ผู้ต้องหาบ่อนออนไลน์ข้ามชาติ กลับจีนภายใน 90 วัน

อดีตเจ้าหน้าที่ทรัมป์นำทัพผู้ผลิตสปายแวร์อิสราเอล

อดีตเจ้าหน้าที่ของทรัมป์จะเข้ามารับตำแหน่งหัวหน้าผู้ผลิตสปายแวร์ชื่อดังของอิสราเอล NSO Group ในขณะที่บริษัทพยายามกอบกู้ภาพลักษณ์ที่เสื่อมเสียหลังจากเกิดเรื่องอื้อฉาวด้านการสอดแนมหลายครั้ง

อดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำอิสราเอลของทรัมป์ (และอดีตทนายความด้านการล้มละลาย) เดวิด ฟรีดแมน จะดำรงตำแหน่งประธานบริหารคนใหม่ของบริษัท NSO Group ผู้ผลิตสปายแวร์ของอิสราเอล

NSO เป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องผลิตภัณฑ์ Pegasus ซึ่งสามารถแฮ็กเข้าไปในโทรศัพท์ใดก็ได้เพื่อเปลี่ยนให้เป็นอุปกรณ์สอดแนม ผลิตภัณฑ์และตัว NSO เองตกเป็นเป้าของการกล่าวหามานานนับทศวรรษ

ในปี 2018 แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลอ้างว่าเจ้าหน้าที่ของตนตกเป็นเป้าของการโจมตีด้วยมัลแวร์โดยใช้ซอฟต์แวร์ NSO ในปี 2021 แอมเนสตี้กล่าวว่าซอฟต์แวร์ดังกล่าวถูกใช้เพื่อแฮ็กเข้าไปในอุปกรณ์ของชาวปาเลสไตน์ที่ทำงานให้กับองค์กรภาคประชาสังคมในเวสต์แบงก์ ในช่วงเวลาเดียวกัน การสอบสวนอ้างว่าหน่วยงานในเอมิเรตส์ใช้ Pegasus ของ NSO เพื่อกำหนดเป้าหมายโทรศัพท์ของภรรยาของ Jamal Khashoggi นักข่าวชาวซาอุดีอาระเบียเพียงไม่กี่เดือนก่อนที่เขาจะถูกลอบสังหารในเดือนตุลาคม 2018

ข้อกล่าวหายังคงดำเนินต่อไป ตั้งแต่ต้นปีนี้ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลได้เผยแพร่รายงานระบุว่านักข่าวสืบสวนสองคนจากเครือข่ายเซอร์เบียตกเป็นเป้าหมายของ Pegasus ในเดือนกุมภาพันธ์ 2025

รัฐบาลไบเดนดำเนินการทางกฎหมายต่อบริษัทในปี 2021 เมื่อกระทรวงพาณิชย์ขึ้นบัญชีดำบริษัทในข้อหาจงใจจัดหาซอฟต์แวร์ให้กับรัฐบาลต่างประเทศเพื่อใช้กำหนดเป้าหมายผู้เห็นต่าง

ต่อมาในปี 2024 ศาลรัฐบาลกลางของสหรัฐฯ พบว่า NSO มีความรับผิดชอบในการทำวิศวกรรมย้อนกลับ WhatsApp ของ Meta เพื่อแฮ็กเข้าไปในโทรศัพท์ของทนายความ นักข่าว นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน และเจ้าหน้าที่รัฐบาลมากกว่า 1,400 คนทั่วโลก รวมถึงนักการทูตสหรัฐฯ บางคน เมื่อเดือนที่แล้ว ผู้พิพากษาของรัฐบาลกลางอนุมัติคำขอของ WhatsApp ที่จะบล็อกผลิตภัณฑ์ของ NSO บน WhatsApp แต่จากข้อมูลของ Friedman, NSO กำลังอุทธรณ์คำตัดสินดังกล่าว

แม้ว่าปัญหาทางการเงินทั้งหมดที่มาพร้อมกับข้อโต้แย้งทางกฎหมายและจริยธรรมหลายปีเกี่ยวกับการปฏิบัติด้านการเฝ้าระวัง NSO มุ่งมั่นที่จะต่ออายุธุรกิจและเข้าสู่ความโปรดปรานของรัฐบาลสหรัฐฯ บริษัทถูกขายเมื่อเดือนที่แล้วให้กับกลุ่มนักลงทุนชาวอเมริกันนำโดย Robert Simonds ผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ชื่อดังจากฮอลลีวูด ผู้อยู่เบื้องหลังภาพยนตร์ชื่อดังอย่าง Happy Gilmore, Bad Moms และ Hustlers เจ้าของชาวอเมริกันรายใหม่ซึ่งถือหุ้นใหญ่ในบริษัท ได้ตัดสินใจนำ Friedman พันธมิตรของทรัมป์เข้ามานำบริษัท

เป้าหมายของ Friedman คือการให้ NSO ทำสัญญาร่วมกับรัฐบาลทรัมป์

“ถ้าฝ่ายบริหาร—อย่างที่ฉันคาดหวังว่าพวกเขาจะเป็น—เปิดรับการพิจารณาโอกาสใดๆ ที่อาจทำให้ชาวอเมริกันปลอดภัยยิ่งขึ้น พวกเขาจะพิจารณาเรา” ฟรีดแมนกล่าวกับ Wall Street Journal พร้อมเสริมว่าเขามุ่งมั่นที่จะดึงดูดหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของอเมริกาในฐานะลูกค้า

ในทางเทคนิค NSO จะถูกห้ามไม่ให้เป็นหุ้นส่วนกับหน่วยงานรัฐบาลใด ๆ เนื่องจากคำสั่งผู้บริหารปี 2023 ที่ลงนามโดยประธานาธิบดีไบเดนในขณะนั้น ตามคำสั่งดังกล่าว หน่วยงานและกระทรวงต่างๆ ของรัฐบาลถูกห้ามไม่ให้ใช้สปายแวร์เชิงพาณิชย์ใดๆ ที่ถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดเพื่อเปิดใช้งานการละเมิดสิทธิมนุษยชน

แต่มีแบบอย่างสำหรับสิ่งที่ตรงกันข้าม รัฐบาลทรัมป์ไม่ได้แปลกใจกับการเป็นหุ้นส่วนกับบริษัทสปายแวร์ของอิสราเอลที่มีชื่อเสียงไม่ดี

ภายใต้การปกครองของทรัมป์ ICE ได้เร่งดำเนินการตามสัญญามูลค่า 2 ล้านดอลลาร์กับบริษัทสปายแวร์ของอิสราเอล Paragon ซึ่งผลิตภัณฑ์ของบริษัทถูกรัฐบาลอิตาลีใช้เพื่อสอดแนมนักข่าวและนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิของผู้ย้ายถิ่นฐาน

ข้อตกลงนี้ลงนามครั้งแรกเมื่อปลายปี 2024 แต่ถูกบล็อกจนกว่าการตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎระเบียบจะสามารถพิจารณาได้ว่าสอดคล้องกับคำสั่งผู้บริหารของไบเดนหรือไม่ การบล็อกดังกล่าวถูกยกเลิกเมื่อไม่กี่เดือนก่อน ในช่วงเวลาระหว่างการบังคับใช้และการยกเลิกการบล็อก Paragon ได้ถูกซื้อกิจการโดยบริษัทไพรเวทอิควิตี้ที่อยู่ในฟลอริดา

อดีตเจ้าหน้าที่ทรัมป์นำทัพผู้ผลิตสปายแวร์อิสราเอล

ทำไมการเข้ามาของอดีตเจ้าหน้าที่ทรัมป์จึงสำคัญต่อผู้ผลิตสปายแวร์อิสราเอล?

การที่อดีตเจ้าหน้าที่ของทรัมป์เข้ามารับตำแหน่งผู้นำในบริษัทผู้ผลิตสปายแวร์อิสราเอลนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการปรับภาพลักษณ์และสร้างความสัมพันธ์ใหม่กับรัฐบาลสหรัฐฯ โดยเฉพาะหากทรัมป์กลับมามีบทบาทอีกครั้ง การเปลี่ยนแปลงนี้อาจส่งผลต่อทิศทางของบริษัทและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในอนาคต

การตัดสินใจครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามของ NSO Group ในการฟื้นฟูความน่าเชื่อถือและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับรัฐบาลสหรัฐฯ อีกครั้ง หลังจากเผชิญกับข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการสอดแนมที่ไม่เหมาะสม การดึงบุคคลที่มีความเชื่อมโยงกับรัฐบาลชุดก่อนหน้าเข้ามามีบทบาทสำคัญอาจเป็นกลยุทธ์ในการเปิดประตูสู่โอกาสใหม่ๆ และแก้ไขความขัดแย้งที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงนี้ยังคงเป็นที่จับตามองของหลายฝ่าย เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูลยังคงเป็นประเด็นสำคัญในยุคดิจิทัล การเข้ามาของอดีตเจ้าหน้าที่ทรัมป์อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงนโยบายและความสัมพันธ์กับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของประชาชนทั่วโลก

ที่มา – Former Trump Official To Lead Israeli Spyware Maker Accused of Targeting Journalists

เพื่อไทยเปิดเวที MOONSHOP FORUM: ยกระดับ 30 บาทรักษาทุกโรคด้วย AI

สวัสดีครับทุกคน! ใครที่ติดตามข่าวสารบ้านเมืองช่วงนี้ คงได้ยินเรื่องงาน MOONSHOP FORUM ของพรรคเพื่อไทยกันมาบ้างแล้วใช่มั้ยครับ? บอกเลยว่างานนี้เขาไม่ได้มาเล่นๆ เพราะเป้าหมายใหญ่คือ ยกเครื่อง 30 บาทรักษาทุกโรคด้วย AI ฟังดูน่าสนใจใช่มั้ยล่ะครับ วันนี้เราจะมาเจาะลึกกันว่าเขาคุยอะไรกันบ้าง และมันจะส่งผลต่อชีวิตเรายังไง

เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายนที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยได้จัดงาน MOONSHOP FORUM ครั้งที่ 1 ในหัวข้อ ‘ยกเครื่อง 30 บาทรักษาทุกโรคด้วย AI: รักษาดี อยู่ดี ตายดี’ ที่พารากอนซีนีเพล็กซ์ งานนี้มีคนดังในพรรคมากันเพียบ ขนทัพมาเล่าถึงวิสัยทัศน์และแผนการพัฒนาระบบสาธารณสุขของบ้านเรา

คุณแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ได้กล่าวเปิดงานโดยเน้นย้ำว่า การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ มักเริ่มต้นจากคำถามง่ายๆ ว่า “จะทำให้ชีวิตคนดีขึ้นได้อย่างไร” และนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค คือตัวอย่างที่ชัดเจน ที่แสดงให้เห็นว่า นโยบายที่ดี สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นจริงได้

นโยบายนี้เกิดขึ้นจากความตั้งใจที่จะทำให้การเจ็บป่วย ไม่ต้องนำมาซึ่งความล่มจม และเทคโนโลยี AI จะถูกนำมาใช้เพื่อทำให้ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

เพื่อไทยตั้งเป้าหมาย ยกเครื่อง 30 บาทรักษาทุกโรคด้วย AI ให้ดียิ่งขึ้น

คุณจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ก็ได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของงาน โดยเน้นว่า วันนี้เราต้องปลุกความฝันกลับมา ต้องตั้งเป้านโยบายให้ไกลและครบวงจร เหมือนกับการส่งจรวดไปดวงจันทร์ ที่ในวันนั้นไม่มีใครเชื่อ แต่สุดท้ายก็เกิดขึ้นได้จริง

นโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค ก็เช่นกัน มาจากนักคิด นักฝัน ที่ต้องการทำให้สำเร็จ ตอบโจทย์ประชาชน และเมื่อนำ AI เข้ามาช่วย จะทำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ประหยัดค่าใช้จ่าย และหวังว่า MOONSHOP FORUM จะนำความสำเร็จสู่ระบบสาธารณสุขไทย

ทีนี้มาถึงช่วงเสวนาที่หลายคนจับตามอง นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ก็ได้ออกมาพูดถึงอนาคตและความท้าทายของ 30 บาท โดยเฉพาะเรื่องงบประมาณที่อาจจะไม่เพียงพอในอนาคต

คุณหมอสุรพงษ์มองว่า การนำ AI เข้ามาช่วย จะทำให้เราสามารถคำนวณงบประมาณแบบ Real time ตรวจสอบการเบิกจ่ายได้ทันที และใช้งบประมาณให้เกิดคุณค่าสูงสุด ด้วยการดูแลผู้ป่วยแบบมุ่งผลลัพธ์

ส่วน สหัสวรรษ วีระมงคลกุล ผู้เชี่ยวชาญกฎหมายสุขภาพดิจิทัล ก็ได้พูดถึงปัญหาเรื่อง พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) และกฎหมายอื่นๆ ที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการนำ AI มาใช้ในระบบสุขภาพ ซึ่งพรรคเพื่อไทยก็กำลังผลักดัน ร่าง พ.ร.บ. ระบบสุขภาพดิจิทัล ที่จะช่วยแก้ไขปัญหาเหล่านี้

AI จะเข้ามาช่วย ยกเครื่อง 30 บาทรักษาทุกโรคด้วย AI ได้อย่างไร?

หลายคนอาจจะสงสัยว่า AI จะเข้ามาช่วยพัฒนาระบบ 30 บาทรักษาทุกโรคได้อย่างไรบ้าง? ลองนึกภาพตามนะครับ AI สามารถช่วยในหลายๆ ด้านเลย เช่น

  • วิเคราะห์ข้อมูล: AI สามารถวิเคราะห์ข้อมูลผู้ป่วยจำนวนมหาศาล เพื่อหารูปแบบการเกิดโรค และคาดการณ์แนวโน้มการเจ็บป่วย ทำให้เราสามารถวางแผนป้องกันและรักษาได้ดีขึ้น
  • วินิจฉัยโรค: AI สามารถช่วยแพทย์วินิจฉัยโรคได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว โดยเฉพาะโรคที่ซับซ้อน ที่อาจต้องใช้เวลาในการวินิจฉัยนาน
  • พัฒนายา: AI สามารถช่วยในการพัฒนายาใหม่ๆ ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และลดผลข้างเคียง
  • บริหารจัดการ: AI สามารถช่วยบริหารจัดการทรัพยากรในโรงพยาบาลให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดความแออัด และลดระยะเวลารอคอย

ฟังดูแล้ว AI นี่มีประโยชน์มหาศาลเลยนะครับ แต่ก็ต้องไม่ลืมว่า AI เป็นเพียงเครื่องมือ การนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน

โดยรวมแล้ว งาน MOONSHOP FORUM ครั้งนี้ ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า พรรคเพื่อไทยกำลังให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบสาธารณสุข โดยนำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วย ซึ่งก็ต้องติดตามกันต่อไปว่า นโยบายเหล่านี้ จะถูกนำไปปฏิบัติจริงได้มากน้อยแค่ไหน และจะส่งผลต่อชีวิตเราอย่างไรบ้าง

สิ่งที่น่าจับตามองคือ การแก้ไขข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล และการสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน ว่าข้อมูลสุขภาพของเรา จะถูกนำไปใช้อย่างปลอดภัยและเป็นประโยชน์

ในฐานะประชาชนคนไทย ผมหวังว่านโยบายเหล่านี้ จะช่วยให้ระบบสาธารณสุขของบ้านเราดีขึ้น และทุกคนสามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพได้อย่างเท่าเทียมกัน

ที่มา – เพื่อไทยเปิดงาน​ MOONSHOP FORUM ยกเครื่อง 30 บาท ด้วย AI ด้านหมอเลี๊ยบชงรักษาแบบมุ่งผลลัพธ์ หวังลดงบประมาณ

ปปง. ยัน! สืบทรัพย์ ‘เฉิน จื้อ’ ป้องกันหนี: ความลับที่ต้องรู้

สวัสดีครับทุกคน! วันนี้มีข่าวใหญ่จากวงการตรวจสอบทรัพย์สินและธุรกรรมทางการเงินมาอัปเดตให้ทราบกันครับ เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับคดีของ เฉิน จื้อ และเครือข่าย ซึ่งเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นเรื่องการปกป้องทรัพย์สินจากการโยกย้ายหลบหนี

เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายนที่ผ่านมา สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้ร่วมกับกลุ่มต่อต้านการฟอกเงินเอเชียแปซิฟิก (APG) และสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) จัดการประชุม 2025 APG Typologies Workshop โดยมีผู้แทนจากกว่า 40 ประเทศทั่วโลกเข้าร่วมหารือถึงแนวทางการรับมือกับอาชญากรรมข้ามชาติรูปแบบใหม่ๆ ที่ทวีความซับซ้อนยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Hybrid Scam, การค้ามนุษย์ หรือการเคลื่อนย้ายเงินผิดกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการแสวงหาผลประโยชน์ทางเพศจากเด็กทางออนไลน์ ซึ่งเป็นปัญหาที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการแก้ไข

คุณกมลสิษฐ์ วงศ์บุตรน้อย รองเลขาธิการ ปปง. ได้ออกมาเปิดเผยถึงความคืบหน้าในคดีที่หลายคนกำลังติดตามอย่างใกล้ชิด นั่นคือการสืบทรัพย์และตรวจสอบธุรกรรมของ เฉิน จื้อ และเครือข่าย ในประเทศไทย โดยยืนยันว่าทุกขั้นตอนการดำเนินการเป็นไปตามมาตรการทางกฎหมายและอยู่ภายใต้การรักษาความลับอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันไม่ให้ เฉิน จื้อ และเครือข่าย ไหวตัวทันและทำการโยกย้ายทรัพย์สินเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ

แม้ว่ารายละเอียดในการดำเนินการจะไม่สามารถเปิดเผยต่อสาธารณชนได้ในขณะนี้ แต่รองเลขาธิการ ปปง. ย้ำว่า การดำเนินการต่างๆ ได้เริ่มขึ้นแล้วและมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีว่าเจ้าหน้าที่กำลังทำงานกันอย่างเต็มที่เพื่อให้ความเป็นธรรมเกิดขึ้น

คุณกมลสิษฐ์ยังกล่าวอีกว่า ประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของภูมิภาค มีความเสี่ยงสูงที่จะถูกกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติใช้เป็นเส้นทางในการฟอกเงินและเคลื่อนย้ายเงินผิดกฎหมาย ดังนั้น รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงกำลังเร่งบูรณาการข้อมูลและดำเนินการอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมเหล่านี้อย่างมีประสิทธิภาพ

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนคือ กรณีล่าสุดที่ ปปง. ได้ร่วมมือกับตำรวจไซเบอร์ในการตรวจค้นและอายัดทรัพย์เครือข่ายของ พัด สุภาภา หรือ ลี ยงพัด นักธุรกิจรายใหญ่ในกัมพูชา ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการบังคับใช้กฎหมายและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ

ปปง. สืบทรัพย์ เฉิน จื้อ และเครือข่าย อย่างไร?

สำหรับกรณีรายชื่อบุคคลต่างชาติ 43 รายที่ทางการสหรัฐฯ ประกาศว่ามีความเชื่อมโยงกับขบวนการสแกมออนไลน์ รองเลขาฯ ปปง. ยืนยันว่าหน่วยงานไทยมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลและตรวจสอบธุรกรรมที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง หากพบว่ามีความเชื่อมโยงกับการกระทำผิด จะสามารถใช้อำนาจตามกฎหมายฟอกเงินในการยึดทรัพย์ได้ทันที แม้ว่าบุคคลนั้นจะไม่ได้เป็นผู้กระทำผิดโดยตรง แต่หากมีความเชื่อมโยงหรือเกี่ยวข้องกับเครือข่าย ก็สามารถดำเนินการตามกฎหมายได้

ในส่วนของประเด็นที่น่าสงสัยเกี่ยวกับการส่งออกทองคำจากไทยไปยังกัมพูชาในปริมาณที่ผิดปกติ ปปง. เปิดเผยว่ากำลังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบเส้นทางการเงินและข้อเท็จจริงทั้งหมด แต่ยังไม่สามารถสรุปหรือชี้ตัวบุคคลใดๆ ได้ จนกว่าการสืบสวนจะแล้วเสร็จ

สิ่งที่เกิดขึ้นนี้แสดงให้เห็นว่า ปปง. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศ การติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวในเรื่องนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญที่เราทุกคนควรให้ความสนใจ

สิ่งที่เราได้เรียนรู้จากเรื่องนี้คือ การตระหนักถึงความสำคัญของการตรวจสอบธุรกรรมทางการเงิน การระมัดระวังในการทำธุรกรรมออนไลน์ และการให้ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐในการแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับกิจกรรมที่น่าสงสัย เพราะการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางการเงินนั้น ต้องการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในสังคม

ในอนาคต เราคงจะได้เห็นการบูรณาการข้อมูลและเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาช่วยในการตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศไทยกลายเป็นแหล่งฟอกเงินของกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติ

ที่มา – ปปง. ยันสืบทรัพย์-ตรวจสอบธุรกรรม ‘เฉิน จื้อ’ และเครือข่ายแล้ว ย้ำเป็นความลับ ป้องกันโยกย้ายทรัพย์สินหนี

น้ำเหนือสมทบจากพายุคัลแมกี: เขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มระบาย กรุงเทพฯ น้ำทะเลหนุนสูง

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เรามาอัปเดตสถานการณ์น้ำท่วมที่กำลังเป็นประเด็นร้อนแรงกันอยู่ครับ หลังจากที่กองทัพเรือประกาศว่าช่วงนี้เป็นช่วงน้ำทะเลหนุนสูงสุดของวัน (10 พฤศจิกายน 2568) ทีมข่าวก็ได้ลงพื้นที่สำรวจริมแม่น้ำเจ้าพระยาตั้งแต่ท่าเรือสี่พระยาไปจนถึงท่าเรือศิริราช พบว่า… โอ้โห! น้ำเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ริมน้ำหลายจุดเลยทีเดียว ทั้งบ้านเรือนประชาชน ร้านค้า รวมถึงท่าเรือที่ต้องเสริมพื้นกันยกใหญ่

สถานการณ์น้ำน่าเป็นห่วงขนาดไหน?

ที่น่ากังวลกว่านั้นคือ กรมชลประทานได้ออกประกาศปรับเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา เพื่อรับมือกับมวลน้ำเหนือที่ไหลลงมาสมทบอย่างต่อเนื่อง สาเหตุหลักๆ ก็มาจากอิทธิพลของพายุโซนร้อนคัลแมกีที่เราได้ยินข่าวกันนั่นเองครับ

ตัวเลขที่ต้องจับตา:

  • สถานี C.2 (อ.เมือง จ.นครสวรรค์): ปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,988 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
  • สถานี Ct.25 (แม่น้ำสะแกกรัง จ.อุทัยธานี): ปริมาณน้ำไหลผ่าน 174 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

เขื่อนเจ้าพระยา เพิ่มการระบายน้ำ…แล้วยังไงต่อ?

เขื่อนเจ้าพระยาจะทยอยปรับเพิ่มอัตราการระบายน้ำ เริ่มตั้งแต่ 16.00 น. ของวันนี้ (10 พฤศจิกายน) จาก 2,800 เป็น 2,900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และคาดว่าจะคงอัตรานี้ไปจนถึง 02.00 น. ของวันพรุ่งนี้ (11 พฤศจิกายน)

ผลกระทบจากน้ำเหนือสมทบจากพายุคัลแมกี

การปรับเพิ่มการระบายน้ำนี้ ส่งผลให้กรมชลประทานต้องแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่นอกคันกั้นน้ำใน 4 จังหวัดตอนล่าง ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา, สิงห์บุรี, อ่างทอง และ ชัยนาท ให้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพราะระดับน้ำอาจเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

พื้นที่เสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ:

  • พระนครศรีอยุธยา: คลองบางบาล, ต.หัวเวียง อ.เสนา, ต.ลาดชิด ต.ท่าดินแดง อ.ผักไห่, ต.บ้านกระทุ่ม อ.เสนา, ต.บ้านกุ่ม อ.บางบาล, ต.บ้านโพ อ.บางปะอิน, และ ต.ประตูชัย อ.เมือง
  • สิงห์บุรี: วัดสิงห์ อ.อินทร์บุรี, อ.เมือง, อ.พรหมบุรี, วัดเสือข้าม อ.อินทร์บุรี, และ ต.อินทร์บุรี อ.อินทร์บุรี
  • อ่างทอง: คลองโผงเผง, อ.ป่าโมก, ต.เทวราช อ.ไชโย, ต.ตลาดกรวด ต.ย่านซื่อ ต.บ้านแห ต.จำปาหล่อ ต.มหาดไทย ต.โพสะ อ.เมือง, ต.บางจัก ต.สี่ร้อย ต.ท่าช้าง ต.ไผ่จำศีล ต.ศาลเจ้าโรง อ.วิเศษชัยชาญ, ต.โพธิ์รังนก ต.บ่อแร่ ต.บางระกำ และ ต.องครักษ์ อ.โพธิ์ทอง
  • ชัยนาท: ต.โพธิ์นางดำออก, บ้านท่าทราย, ต.ตลุก ต.หาดอาษา และ ต.สรรพยา อ.สรรพยา

การแก้ไขปัญหาและสิ่งที่ต้องทำ

ทางกรมชลประทานเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจครับ ได้ดำเนินการระบายน้ำผ่านสถานีสูบน้ำตามแนวคลองชายทะเล รวมถึงสถานีสูบน้ำสุวรรณภูมิลงสู่อ่าวไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ให้เร็วที่สุด

สำหรับเพื่อนๆ ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง อย่าลืมยกสิ่งของขึ้นที่สูง และติดตามข่าวสารจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิดนะครับ เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

สถานการณ์ น้ำเหนือสมทบจากพายุคัลแมกี เป็นสิ่งที่ต้องจับตา เพราะ เขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มระบาย และยังเจอกับปัญหาน้ำทะเลหนุนสูงอีกด้วย การเตรียมพร้อมรับมือจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในช่วงนี้ หากมีข่าวสารอัปเดตเพิ่มเติม จะรีบมาแจ้งให้ทราบกันอีกแน่นอนครับ ขอให้ทุกคนปลอดภัยและผ่านพ้นสถานการณ์นี้ไปด้วยกันนะครับ

ที่มา – น้ำเหนือไหลสมทบจากพายุคัลแมกี เขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มระบาย กรุงเทพฯ ประสบน้ำทะเลหนุนสูง

รัฐบาลประกาศสงครามสแกมเมอร์! จับ 7 พันคดี คืนเงินเหยื่อ 14 ล้าน

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวไอทีและแฟนข่าวทุกท่าน! วันนี้มีข่าวใหญ่มาอัปเดตให้ทราบกันเกี่ยวกับเรื่องที่เราโดนกันบ่อยๆ นั่นก็คือ…แก๊งสแกมเมอร์!

เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ณ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ได้เป็นประธานในการแถลงข่าวประกาศสงครามกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีภายใต้ชื่อโครงการ “รวมพลังคนไทย ต้านภัยสแกมเมอร์” (United Thailand Against Scammers) งานนี้ระดับบิ๊กของตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมงานกันเพียบ

เรียกได้ว่ารัฐบาลจริงจังกับเรื่องนี้มากๆ เพราะได้ยกระดับการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีให้เป็นวาระแห่งชาติกันเลยทีเดียว สำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ขานรับนโยบาย สั่งลุยเต็มที่!

ผลงานสะท้านวงการ: จับ 7 พันคดี รัฐบาลประกาศสงครามสแกมเมอร์!

แล้วผลงานเป็นยังไงบ้าง? ขอบอกว่าอลังการ! ช่วงระดมกวาดล้างแค่ 13 วัน (27 ตุลาคม – 8 พฤศจิกายน 2568) จับผู้กระทำผิดไปแล้ว 7,044 คดี ผู้ต้องหา 7,174 คน! ไม่ธรรมดาจริงๆ ยังมีการจับกุมคดีสำคัญที่เป็นองค์กรเครือข่าย, คดี 14 ประเภท (พวกหลอกลงทุน, คอลเซ็นเตอร์, ฯลฯ), และคดีเกี่ยวกับซิมผี บัญชีม้าอีกเพียบ นอกจากนี้ยังยึดอุปกรณ์การสื่อสารผิดกฎหมาย เช่น SIMBOX ได้อีกด้วย

ที่สำคัญคือมีการติดตามเงินคืนให้กับผู้เสียหายได้แล้ว 234 ราย จับผู้ต้องหาได้ 224 คน! วันแถลงข่าวก็มีผู้เสียหายมารับเงินคืนกันสดๆ รวม 31 ราย เป็นเงินกว่า 14 ล้านบาท! ตั้งแต่เริ่มโครงการมา คืนเงินไปแล้วกว่า 312 ล้านบาท! ปรบมือรัวๆ ให้ตำรวจไทยเลยครับ

นอกจากนี้ยังสกัดกั้นคนไทยที่จะเดินทางไปร่วมขบวนการสแกมเมอร์ได้ 123 ครั้ง 201 คน และขยายผลเส้นทางการเงินต้องสงสัยจากศูนย์ War Room อีก 128 ราย ผู้ต้องหา 133 คน ช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนก็มีการระดมจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับอีก 965 คน และจับกุมคดีอื่นๆ เช่น พนันออนไลน์, ขายปืนออนไลน์ อีก 3,083 คดี!

ปราบปรามพนันออนไลน์และสื่อผิดกฎหมาย

งานนี้ไม่ได้จัดการแค่สแกมเมอร์นะครับ พวกพนันออนไลน์และสื่อผิดกฎหมายก็โดนด้วย ตำรวจสืบสวนจับกุมเว็บไซต์ แพลตฟอร์ม และผู้โฆษณาชักชวน โดยเฉพาะอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง! ช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนก็จับผู้จัดให้มีการเล่นและผู้โฆษณาชักชวนบนสื่อออนไลน์ไปแล้ว 22 ราย ผู้ต้องหา 27 คน! และจับเครือข่ายพนันออนไลน์รายใหญ่ไป 26 ราย ยึดทรัพย์สินกว่า 41 ล้านบาท!

มีการร่วมมือกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DES) เสนอปิดกั้นเว็บไซต์การพนันออนไลน์กว่า 38,394 URL และปิดแพลตฟอร์มการพนันออนไลน์และที่ผิดกฎหมายอื่นๆ (Facebook/YouTube/X/TikTok/Line) อีกกว่า 8,802 ครั้ง!

นายกฯ อนุทิน ย้ำชัดว่ารัฐบาลตั้งใจจริงที่จะจัดการกับภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และจะไม่ปล่อยให้คนของรัฐเข้าไปเกี่ยวข้องเด็ดขาด! ถ้าใครมีข้อมูล ให้ส่งมาได้เลย จะดำเนินการอย่างเฉียบขาด ไม่มีข้อยกเว้น! “เรื่องนี้เคลียร์ไม่ได้ เรื่องนี้ไม่มีการเคลียร์” นายกฯ กล่าว

ด้าน พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร. ก็เชื่อว่าถ้าได้รับความร่วมมือจากประเทศที่เป็นฐานที่ตั้งของสแกมเมอร์ (ซึ่งก็รู้ๆ กันอยู่ว่าประเทศอะไรบ้าง…) จะสามารถแก้ปัญหาได้อย่างถาวร! นอกจากนี้ยังมองว่าการตัดระบบสาธารณูปโภคจะเป็นอีกแนวทางที่ช่วยยุติการทำงานของกระบวนการ Call Center ได้

รัฐบาลประกาศสงครามสแกมเมอร์ ถือเป็นสัญญาณที่ดีในการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ในประเทศไทย อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนอย่างเราๆ ที่ต้องระมัดระวังตัว ไม่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพเหล่านี้

ในฐานะที่เราเป็นผู้บริโภคสื่อและเทคโนโลยี เราควรติดตามข่าวสารและอัปเดตวิธีการหลอกลวงใหม่ๆ ของแก๊งสแกมเมอร์อยู่เสมอ เพื่อป้องกันตัวเองและคนรอบข้าง นอกจากนี้ การแจ้งเบาะแสให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจเมื่อพบเห็นการกระทำที่น่าสงสัย ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้สังคมของเราปลอดภัยจากอาชญากรรมออนไลน์มากยิ่งขึ้นครับ

สุดท้ายนี้ ขอเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการปฏิบัติหน้าที่ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และขอให้เพื่อนๆ ทุกท่านปลอดภัยจากภัยร้ายเหล่านี้ครับ!

r>

ที่มา – จับ 7 พันคดี รัฐบาลประกาศสงครามสแกมเมอร์ คืนเงินเหยื่อกว่า 14 ล้านบาท นายกฯอนุทิน ลั่น ไม่มีเคลียร์หากคนในรัฐเอี่ยว

ด่วน! นายกฯ สั่งหยุดปฏิญญาสันติภาพ: เกิดอะไรขึ้นที่ชายแดน?

สถานการณ์ชายแดนร้อนระอุ! ล่าสุด นายกฯ สั่งหยุดปฏิญญาสันติภาพ หลังเกิดเหตุการณ์ทหารไทยเหยียบกับระเบิด ทำให้หลายฝ่ายเกิดความกังวลถึงอนาคตความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนในพื้นที่ชายแดน วันนี้เราจะมาเจาะลึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและวิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้ต่างๆ ที่อาจตามมา

เหตุการณ์ทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เมื่ออนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงกรณีทหารเหยียบกับระเบิดในพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 จังหวัดศรีสะเกษ โดยระบุชัดเจนว่ารัฐบาลสนับสนุนการดำเนินการของกระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพ แต่ในขณะเดียวกันก็ต้อง “หยุด” การดำเนินการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับปฏิญญาสันติภาพ

“ตอนนี้ตนแจ้งไปยังกระทรวงกลาโหมและกระทรวงการต่างประเทศว่า ต้องทำตามสิ่งที่ประเทศไทยต้องการเท่านั้น สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ทำให้การเป็นปฏิปักษ์ที่เราคิดว่าจะลดลงไปต่อความมั่นคงของชาตินั้นไม่ได้ลดลง เมื่อไม่ได้ลดเราก็ดำเนินการอะไรที่นอกเหนือจากนี้ไม่ได้ โดยหลังจากนี้ทุกอย่างต้องหยุด” นายกรัฐมนตรีกล่าว

นายกฯ สั่งหยุดปฏิญญาสันติภาพ: ทำไมถึงต้องหยุด?

คำถามที่หลายคนสงสัยคือ ทำไมรัฐบาลถึงตัดสินใจนายกฯ สั่งหยุดปฏิญญาสันติภาพ อย่างกะทันหัน? สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า รัฐบาลยอมรับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และสนับสนุนการดำเนินการทุกอย่างแก่กองทัพ การปล่อยเชลยศึกที่กำหนดไว้ในวันที่ 12 พฤศจิกายนก็ต้องถูกระงับไปก่อนเช่นกัน

รัฐบาลต้องการให้ประชาชนมั่นใจว่าไม่มีการอ่อนข้อและไม่มีผลประโยชน์ใดๆ กับประเทศกัมพูชา สิ่งที่รัฐบาลมุ่งหวังคือให้พื้นที่ชายแดนกลับเข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด แต่เหตุการณ์ทหารเหยียบกับระเบิดทำให้ความเป็นปฏิปักษ์ไม่ได้ลดลง การดำเนินการใดๆ ที่ผ่านมาจึงต้องหยุดชะงักเพื่อเคลียร์เรื่องนี้ก่อน

อนาคตของปฏิญญาสันติภาพจะเป็นอย่างไร?

สถานการณ์ในขณะนี้ยังไม่แน่นอน สิริพงศ์กล่าวว่า ยังไม่มีกำหนดว่าจะหยุดการดำเนินการตามข้อตกลง Joint declaration ไปจนถึงเมื่อใด ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการพูดคุยและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการเหยียบทุ่นระเบิด

“ตอนนี้ต้องหยุดไปก่อน จนกว่าจะมีการเคลียร์เรื่องการเหยียบทุ่นระเบิด” สิริพงศ์กล่าว

พล.อ. ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า แม่ทัพภาคที่ 2 คาดว่าเป็นการวางทุ่นระเบิดใหม่ ซึ่งถือเป็นการปฏิบัติที่ไม่เคารพต่อผลการลงนามในปฏิญญา ตนจึงได้ขออนุมัติจากนายกรัฐมนตรีให้หยุดการปฏิบัติตามปฏิญญาดังกล่าวไว้ก่อน

  • หนังสือประท้วงได้ถูกส่งไปยังกระทรวงการต่างประเทศแล้ว
  • จะมีการตรวจสอบเพิ่มเติม
  • หากพบว่าเป็นการรุกล้ำอธิปไตย จะต้องมีการปฏิบัติมากกว่านี้

แน่นอนว่าเหตุการณ์นี้จะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และอาจนำไปสู่ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในพื้นที่ชายแดน อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยืนยันว่าจะทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติและความปลอดภัยของประชาชน

ในมุมมองของผู้เขียน เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความเปราะบางของสถานการณ์ชายแดน และความจำเป็นในการเจรจาและการแก้ไขปัญหาอย่างสันติวิธี การใช้กำลังและความรุนแรงไม่ใช่ทางออกที่ยั่งยืน และจะนำไปสู่ความสูญเสียและความขัดแย้งที่มากขึ้น สิ่งสำคัญคือทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันเพื่อสร้างสันติภาพและความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนอย่างแท้จริง การตัดสินใจแบบด่วนสรุปอย่าง นายกฯ สั่งหยุดปฏิญญาสันติภาพ อาจส่งผลเสียมากกว่าผลดีในระยะยาว รัฐบาลควรพิจารณาถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นอย่างรอบคอบ เพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศและประชาชน

ที่มา – ​ด่วน! นายกฯ สั่งหยุดปฏิญญาสันติภาพ หลังทหารไทยเหยียบกับระเบิดเพิ่ม ด้านโฆษกรัฐบาลบอกหยุดการส่ง 18 เชลยศึก