ผู้เขียน: lalika69_admin

วอชิงตันโพสต์ไล่ออกนักข่าวอเมซอน เบโซสลงมือหนัก

วอชิงตันโพสต์ หนังสือพิมพ์ดังที่เป็นของมหาเศรษฐีเจฟ เบโซส เจ้าของอเมซอน ได้ทำการไล่ออกพนักงานหลายร้อยคนแล้ว โดยเฉพาะ วอชิงตันโพสต์ไล่ออกนักข่าวอเมซอน เบโซสลงมือหนัก ซึ่งกลายเป็นข่าวใหญ่ในวงการสื่อ สื่อรายงานว่าหนังสือพิมพ์นี้ตัดกำลังคนถึง 30% หรือกว่า 300 คน จากทั้งหมดราว 800 นักข่าว ตามข้อมูลจาก นิวยอร์กไทมส์

วอชิงตันโพสต์ไล่ออกนักข่าวอเมซอน เบโซสลงมือหนัก

การลดคนครั้งนี้ส่งผลกระทบหนักหน่วง ลบฝ่ายกีฬาและหนังสือทั้งหมดไปเลย ฝ่ายข่าวท้องถิ่นและต่างประเทศ也被ตัดเยอะมาก แมตต์ เมอร์เรย์ บรรณาธิการบริหารของโพสต์ ประกาศข่าวร้ายนี้ในการประชุมออนไลน์กับพนักงานเช้านี้

“เรากำลังมุ่งสู่โมเดลที่ยืดหยุ่นและยั่งยืนมากขึ้น เพื่อรับมือกับความผันผวนที่ไม่เคยเกิดมาก่อน การแข่งขัน เทคโนโลยี การบริโภคข่าว และแรงกดดันด้านต้นทุน” เมอร์เรย์เขียนในบันทึกถึงพนักงานที่แชร์กับ Gizmodo “อย่างที่ทราบ เราประสบปัญหาการเงินมานานหลายปีแล้ว มีการลดต้นทุน ซื้อกิจการคืน และจำกัดการใช้จ่ายหลายรอบ”

นักข่าวสายอเมซอนที่ถูกไล่ออก

หนึ่งในนักข่าวที่ได้รับผลกระทบคือ แคโรไลน์ โอ’โดโนแวน นักข่าวประจำสายอเมซอนของโพสต์ “วันนี้ฉันถูกไล่ออกจากงานที่ครอบคลุมอเมซอนให้กับวอชิงตันโพสต์ของเจฟ เบโซส” เธอโพสต์บน X ที่นี่

ที่น่าสนใจ เบโซสคือบุคคลที่ร่ำรวยอันดับ 4 ของโลก มูลค่าทรัพย์สิน 261 พันล้านดอลลาร์ ตาม Bloomberg พนักงานโพสต์แถลงว่า “วอชิงตันโพสต์กำลังดำเนินการที่ยากลำบากแต่เด็ดขาดเพื่ออนาคต โดยเป็นการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ เพื่อเสริมฐานะและโฟกัสที่ข่าวพิเศษที่แตกต่าง”

เบโซสซื้อโพสต์ในปี 2013 ด้วยเงิน 250 ล้านดอลลาร์ แต่ช่วงหลังๆ เขาใกล้ชิดกับประธานาธิบดีทรัมป์มากขึ้น ซึ่งดูเหมือนจะส่งผลต่อการนำของหนังสือพิมพ์ ในแคมเปญเลือกตั้ง 2024 โพสต์ตัดสินใจไม่เสนอชื่อใคร ส่งผลให้สูญเสียสมาชิกกว่า 250,000 คน

ปีที่แล้ว เบโซสประกาศว่าหน้าสัมภาษณ์จะโฟกัสที่ “เสรีภาพส่วนบุคคลและตลาดเสรี” ซึ่งถูกมองว่าเป็นการจำกัดการวิจารณ์ทรัมป์ ต่างจากนิวยอร์กไทมส์ที่เสนอชื่อตามปกติและเติบโตต่อเนื่อง เพิ่มสมาชิกดิจิทัล 1.4 ล้านคนในปี 2025

  • โพสต์สูญเสียสมาชิกจำนวนมากหลังไม่เสนอชื่อ
  • นิวยอร์กไทมส์เติบโตเพราะยึดหลักเดิม
  • เบโซสใกล้ชิดทรัมป์ ส่งผลต่ออเมซอนและบลูออริจิน

ความสัมพันธ์ยังต่อเนื่อง เช่น อเมซอน MGM สตูดิโอทุ่ม 40 ล้านซื้อสิทธิ์สารคดีเมลาเนีย ทรัมป์ บวกอีก 35 ล้านโปรโมท แต่ทำเงินแค่ 7 ล้านในวีคแรก ถูกมองว่าเป็น “สินบน” ต่อทรัมป์ ล่าสุด เบโซสต้อนรับเพ็ต เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมที่บลูออริจิน โพสต์บน X ว่า “เป็นเกียรติมากที่คุณมาเยือน ทีมเราตื่นเต้นที่จะช่วยนำการผลิตไฮเทคกลับอเมริกา” แต่เงียบเรื่องการไล่ออกที่โพสต์

เหตุการณ์ วอชิงตันโพสต์ไล่ออกนักข่าวอเมซอน เบโซสลงมือหนัก นี้สะท้อนปัญหาสื่อดั้งเดิมที่กำลังเผชิญแรงกดดันจากดิจิทัลและการเมือง มันทำให้เราคิดถึงอนาคตของสื่ออิสระ คุณคิดอย่างไร ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ และอย่าลืมติดตามข่าวอัปเดตจากเราเพื่อไม่พลาดเหตุการณ์สำคัญ!

ที่มา – Washington Post Lays Off Its Amazon Beat Reporter as Bezos Brings the Hammer Down

นักออกแบบชุด Avatar ชิงออสการ์ ยืนยันชุดนาวิจริง

เมื่อการประกาศชิงรางวัลออสการ์รอบล่าสุดออกมา สิ่งที่คนให้ความสนใจมากที่สุดคือหนังอย่าง Sinners ที่ได้เข้าชิงถึง 16 สาขา! แต่ก็มีเรื่องเซอร์ไพรส์อย่าง Sinners และดราม่าสนับสนุนหนังอื่นๆ อย่าง Wicked: For Good แต่ที่แปลกใจสุดๆ คือ Avatar: Fire and Ash ภาค 3 ของจักรวาล Avatar ที่เข้าชิงสาขาผลงานภาพประกอบพิเศษแน่นอน เพราะภาคก่อนๆ เคยชนะมาแล้ว แต่ครั้งนี้เข้าชิงสาขาใหม่ นักออกแบบชุด Avatar ชิงออสการ์ ยืนยันชุดนาวิจริง!

นักออกแบบชุด Avatar ชิงออสการ์ ยืนยันชุดนาวิจริง

หลายคนอาจงงว่า Avatar: Fire and Ash ที่ใช้เทคโนโลยีโมชั่นแคปเจอร์สุดล้ำ เกือบจะเป็นหนังแอนิเมชันไปแล้ว จะเข้าชิงสาขาการออกแบบเครื่องแต่งกายได้ยังไง? ชุดของนาวิที่สูงเก้าฟุต สีฟ้าๆ นั่น มันไม่ใช่แค่ดีไซน์เสมือนจริงเหรอ? แต่ในบทสัมภาษณ์ล่าสุดกับ Hollywood Reporter Deborah L. Scott ดีไซเนอร์ชุดของหนังที่เคยคว้าออสการ์จาก Titanic ของ James Cameron บอกเลยว่า “ชุดเหล่านั้นมีจริง!”

“นี่คืองานออกแบบชุดจริงๆ มันเปิดประตูสู่ยุคใหม่ที่การออกแบบชุดแบบนี้ได้รับการยอมรับในรูปแบบใหม่” Deborah กล่าว ทุกชุดที่เห็นในหนัง CG ล้วนมาจากของจริงที่ทีมสร้างขึ้น

กระบวนการสร้างชุดนาวิ: จากของจริงสู่ CG

ทีมของ Deborah สร้างชุดทุกชิ้นตั้งแต่ผ้าคลุมเอว สร้อยคอ ไปจนถึงเกราะ ในขนาดมนุษย์ปกติ แล้วส่งให้ Wētā FX สแกนและโมเดล จากนั้นใส่ตัวอย่างเสมือนจริงลงบนร่างนาวิสูงเก้าฟุตในห้องลองเสมือน จากนั้นปรับแต่ง เช่น ยาวขึ้นหรือขยับยังไง แล้วค่อยโมเดลและลง texture ตามนั้น

“ถ้าแค่มอบดีไซน์กระดาษให้ VFX อย่างในแอนิเมชันทั่วไป พวกเขาจะตีความวัสดุเอง โดยไม่รู้ nuance เช่น เกราะหนังขยับต่างจากสร้อยคอ” เธออธิบาย “โครงการแอนิเมชันบางเรื่องมีดีไซเนอร์ แต่ไม่ลงมือสร้างจริง เราโฟกัส realism ต่างกันชัดเจน”

  • สร้างชุดจริงในขนาดมนุษย์
  • สแกนและโมเดล CG
  • ลองเสมือนบนตัวนาวิ
  • ทดสอบการเคลื่อนไหว: เต้น ว่ายน้ำ บิน
  • ส่งข้อมูลให้แอนิเมเตอร์เพื่อจำลองความสมจริง

แม้ฉากจะแฟนตาซี นาวิว่ายน้ำหรือบิน แต่ทีมทดสอบชุดจริงทุกชิ้น แล้วส่งคลิปให้ทีม VFX เพื่อให้เข้าใจการขยับในน้ำหรือลม “นี่คือมาตรฐานที่ Jim Cameron ต้องการ”

ออสการ์จะจัดวันที่ 15 มีนาคม Avatar: Fire and Ash จะสร้างประวัติศาสตร์ในสาขานี้ไหม? ภาคก่อนๆ ชนะ VFX มาแล้ว คราวนี้ชุดนาวิอาจคว้ารางวัล!

นี่แสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยี CG ไม่ได้ลบงาน craft จริงๆ แต่เสริมให้สมจริงยิ่งขึ้น คุณคิดยังไง ลองคอมเมนต์บอกหน่อยสิ!

อยากอัปเดตข่าวหนังฮอลลีวูดเพิ่ม? ติดตาม Marvel, Star Wars, Star Trek และอื่นๆ ได้ที่นี่เลย

ที่มา – The Oscar-Nominated ‘Avatar’ Costume Designer Explains That Yes, Those Na’vi Outfits Are Real

คู่ก้อนร้อน ‘Blobs’ ลึกลงโลกหล่อหลอมสนามแม่เหล็ก

แม้เราจะรู้จักจักรวาลอันไกลโพ้นมากแค่ไหน แต่โลกใต้ผิวดินของเรายังคงเป็นปริศนาใหญ่หลวงนักวิทยาศาสตร์เพิ่งค้นพบหลักฐานสำคัญเกี่ยวกับ คู่ก้อนร้อนลึกลงโลก ‘Blobs’ ที่มีบทบาทหล่อหลอมสนามแม่เหล็กโลกมานานหลายล้านปี

คู่ก้อนร้อนลึกลงโลก ‘Blobs’ หล่อหลอมสนามแม่เหล็กโลก

ในบทความล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nature Geoscience นักวิจัยประกาศว่าพวกเขาพบหลักฐานของก้อนหินขนาดมหึมาสองก้อนที่เป็นของแข็งแต่ร้อนจัด ซึ่งตั้งอยู่ที่ฐานของชั้นแมนเทิลล่าง ห่างจากพื้นผิวโลกประมาณ 3,000 กิโลเมตร ใต้ทวีปแอฟริกาและมหาสมุทรแปซิฟิก หัวหน้าทีมวิจัย Andrew Biggin จากมหาวิทยาลัยลิเวอร์พูล สหราชอาณาจักร อธิบายในบทวิจารณ์ที่ The Conversation

คู่ก้อนร้อนเหล่านี้ร้อนกว่าชั้นแมนเทิลล่างมาก สร้าง梯度อุณหภูมิที่ชัดเจนในชั้นหินแมนเทิล ทำให้เกิดการไหลเวียนของของเหลวในชั้นแกนโลกภายนอก หรือที่เรียกว่า geodynamo Biggin ระบุว่า “หากปราศจากการถ่ายเทความร้อนมหาศาลจากแกนกลางสู่แมนเทิลและสู่พื้นผิว โลกของเราจะเหมือนดาวอังคารและดาวศุกร์ที่ไร้สนามแม่เหล็ก”

กลไกการทำงานของคู่ก้อนร้อนลึกลงโลก ‘Blobs’

สนามแม่เหล็กโลกเกิดจากกระแสไฟฟ้าที่เกิดจากการเคลื่อนไหวของเหล็กและนิกเกิลร้อนจัดในชั้นแกนภายนอก เพื่อศึกษาประวัติศาสตร์สนามแม่เหล็ก นักวิจัยดูบันทึกแม่เหล็กในหิน เช่น หินอัคนีที่เย็นตัวลงและเก็บทิศทางสนามแม่เหล็กเอาไว้

ทีมของ Biggin พบรูปแบบชัดเจนในบันทึกแม่เหล็กของหินอายุย้อนหลังถึง 250 ล้านปี ซึ่งสัมพันธ์กับละติจูดและลองจิจูดของสถานที่เกิด ร่วมกับการศึกษาก้อน ‘Blobs’ ที่เกี่ยวข้องกับภูเขาไฟในทศวรรษที่ผ่านมา พวกเขาจึงพัฒนาการจำลองขั้นสูง

การจำลองที่แม่นยำที่สุดคือโมเดลที่มีการถ่ายเทความร้อนแตกต่างกัน โดยคู่ก้อนร้อนลึกลงโลก ‘Blobs’ ทำหน้าที่กวนตัวระหว่างแกนภายนอกและแมนเทิลล่าง ทำให้สนามแม่เหล็กรวมถึงส่วนที่คงที่มานานหลายร้อยล้านปี

  • ก้อนร้อนเหล่านี้ป้องกันการสูญเสียความร้อน ทำให้ของเหลวไม่หดตัวและจมลง
  • ช่วยรักษาความเสถียรของ geodynamo
  • ปริศนาแหล่งกำเนิดยังรอการไข

Biggin กล่าวว่า “คู่ก้อนร้อนเหล่านี้เหมือนฉนวนกันความร้อน ทำให้โลกยังคงมีชีวิตชีวาด้วยสนามแม่เหล็ก” หากไม่ใช่เพราะมัน โลกอาจไร้การป้องกันรังสีจากดวงอาทิตย์

การค้นพบนี้ไม่เพียงอธิบายประวัติศาสตร์สนามแม่เหล็ก แต่ยังเชื่อมโยงกับภูเขาไฟและแผ่นดินไหวอีกด้วย นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าคู่ก้อนร้อนลึกลงโลก ‘Blobs’ เป็นกุญแจสำคัญในการรักษาสมดุลของดาวเคราะห์

สิ่งที่น่าทึ่งคือ ก้อนเหล่านี้ขนาดเท่าทวีป สร้างอิทธิพลยาวนาน ลองนึกภาพก้อนร้อนขนาดยักษ์สองก้อนกำลัง ‘คุมเกม’ สนามแม่เหล็กใต้เท้าของเรา!

การวิจัยนี้เปิดประตูสู่ความเข้าใจโลกภายในมากขึ้น หากคุณสนใจวิทยาศาสตร์โลก ลองติดตามการอัปเดตเพิ่มเติม และแชร์บทความนี้เพื่อให้คนอื่นรู้จักคู่ก้อนร้อนลึกลงโลก ‘Blobs’ ที่น่าทึ่งนี้

ที่มา – Enormous Pair of Deep-Earth Hot ‘Blobs’ Shape Earth’s Magnetic Field, Scientists Say

ทารกแรกเกิดนิวเม็กซิโกเสียชีวิตจากนมดิบ

นมดิบกำลังได้รับความนิยมในบางกลุ่ม โดยเฉพาะแฟนคลับของโรเบิร์ต เอฟ. เคนเนดี จูเนียร์ แต่จริงๆ แล้ว มันเสี่ยงต่อเชื้อโรคที่อาจทำให้ป่วยหนักหรือถึงตายได้ ล่าสุดครอบครัวในนิวเม็กซิโกต้องพบกับโศกนาฏกรรมนี้แบบ firsthand

ทารกแรกเกิดนิวเม็กซิโกเสียชีวิตจากนมดิบ

วันอังคารที่ผ่านมา กรมอนามัยนิวเม็กซิโก (NMDOH) รายงานว่า ทารกแรกเกิดเพิ่งเสียชีวิตจากติดเชื้อไลสเตอเรีย ซึ่งน่าจะมาจากแม่ที่ดื่มนมดิบขณะตั้งครรภ์ เจ้าหน้าที่เตือนประชาชนให้หลีกเลี่ยง โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงสูง

“ผู้หญิงตั้งครรภ์ควรดื่มนมพาสเจอร์ไรส์เท่านั้น เพื่อป้องกันโรคและการเสียชีวิตในทารก” – ชาด สเมลเซอร์ รองนักระบาดวิทยา NMDOH

ผู้ที่ชื่นชอบนมดิบมักอ้างว่ามันมีประโยชน์มากกว่า เช่น 营养สูง เสริมภูมิคุ้มกัน และช่วยย่อยแลคโตส แต่ข้ออ้างเหล่านี้ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ การพาสเจอร์ไรส์แค่加热แล้วเย็น ไม่เปลี่ยนสารอาหารหลัก แต่ฆ่าเชื้อที่ทำให้เน่าเสียหรืออาหารเป็นพิษ ทำให้ดื่มปลอดภัยและเก็บได้นานกว่า

ความเสี่ยงจากทารกแรกเกิดนิวเม็กซิโกเสียชีวิตจากนมดิบ

นมดิบอาจปนเปื้อนเชื้อ Listeria และอื่นๆ เช่น จากไข้หวัดนกในวัวนมตั้งแต่ต้นปี 2024 ทำให้แมวหลายตัวป่วยจากการดื่มนมดิบ ข้อมูลวิจัยพบว่า การระบาดอาหารเป็นพิษจากนมส่วนใหญ่มาจากนมดิบ

  • Listeria: คนส่วนใหญ่แค่ท้องเสีย แต่บางรายลุกลามไปอวัยวะอื่น โดยเฉพาะคนภูมิคุ้มกันต่ำ ผู้สูงอายุ และหญิงตั้งครรภ์
  • หญิงตั้งครรภ์อาจส่งเชื้อให้ลูกในท้อง แม้ตัวเองป่วยเบาๆ นำไปสู่แท้ง ยังคลอด หรือทารกติดเชื้อรุนแรง
  • ไข้หวัดนก H5N1: เชื้อรอดในนมดิบเย็นได้ 5 วัน

เจ้าหน้าที่ยอมรับว่าไม่แน่ใจ 100% ว่าเด็กติดเชื้อจากไหน แต่ทารกแรกเกิดนิวเม็กซิโกเสียชีวิตจากนมดิบ เป็นเครื่องเตือนใจสำคัญ

“เกษตรกรนิวเม็กซิโกผลิตนมปลอดภัย พาสเจอร์ไรส์คือกุญแจสำคัญ” – เจฟฟ์ เอ็ม. วิตต์ เลขานุการเกษตรนิวเม็กซิโก

นมดิบอาจดูธรรมชาติ แต่ความเสี่ยงไม่คุ้มค่า โดยเฉพาะกับเด็กเล็กและหญิงตั้งครรภ์ องค์กรอย่าง CDC และ FDA เตือนมานานแล้ว

อย่าประมาท! เลือกนมพาสเจอร์ไรส์เพื่อปกป้องครอบครัว สนับสนุนเกษตรกรที่ผลิตอย่างปลอดภัย

ที่มา – New Mexico Newborn Dies After Mother Drank Raw Milk, Prompting Fresh Warnings

ผู้เชี่ยวชาญสแกนมัมมี่ 2 ร่างด้วย CT สแกนเนอร์ นี่คือสิ่งที่เห็น

สวัสดีครับเพื่อนๆ! วันนี้เราจะพาคุณไปดูเรื่องสุดน่าทึ่งที่เกิดขึ้นจริง ผู้เชี่ยวชาญสแกนมัมมี่ 2 ร่างด้วย CT สแกนเนอร์ แล้วเจออะไรบ้าง? มันไม่ใช่แค่ภาพสแกนธรรมดา แต่เผยความลับชีวิตโบราณอียิปต์ที่ซ่อนอยู่นับพันปี!

โรงพยาบาล Keck Medicine of USC ในลอสแองเจลิส ได้รับ “ผู้ป่วย” แปลกๆ สองราย คนหนึ่งปวดหลัง อีกคนปวดสะโพก แต่ทั้งคู่ตายไปแล้วกว่า 1,000 ปี! พวกเขาคือมัมมี่อียิปต์จากยุค Ptolemaic Period (ราว 332-30 ปีก่อนคริสตกาล) ที่ถูกนำมาสแกนด้วยเครื่อง CT แบบ full-body ซึ่งแพทย์สมัยใหม่ใช้ตรวจบาดแผลและโรคต่างๆ

ผู้เชี่ยวชาญสแกนมัมมี่ 2 ร่างด้วย CT สแกนเนอร์

ครั้งนี้ไม่ใช่การสแกนครั้งแรก แต่เทคโนโลยีใหม่ทำให้ภาพชัดเจนและละเอียดกว่าที่เคย Summer Decker ผู้อำนวยการ Center for Innovation in Medical Visualization จาก Keck School of Medicine of USC บอกว่า “ภาพความละเอียดสูงเผยสิ่งที่ไม่เคยรู้มาก่อน ช่วยให้เห็นภาพชีวิตของพวกเขาได้ชัดเจน” มัมมี่ทั้งสองคือ Nes-Min (ราว 220 ปีก่อนคริสตกาล) และ Nes-Hor (ราว 190 ปีก่อนคริสตกาล) ซึ่งเป็นนักบวชอียิปต์ พวกเขาจะไปจัดแสดงในนิทรรศการ “Mummies of the World” ที่ California Science Center

ระหว่างสแกน พวกเขายังมีโลงศพและผ้าพลับพลึงห่อตัวอยู่ ภาพ CT ทะลุเข้าไปเห็นริมฝีปากล่างและเปลือกตาได้ชัดเจน! Nes-Min สวมตาข่ายลูกปัดและสร้อยคอด้วย

ผู้เชี่ยวชาญสแกนมัมมี่ด้วย CT สแกนเนอร์ ค้นพบอะไร?

จากผลสแกน พบว่า Nes-Min มีกระดูกสันหลังส่วนล่างยับเยิน น่าจะจากความเสื่อมตามวัยและการใช้งานหนัก ทำให้ปวดหลังแน่นอน ตายตอนอายุไม่มากนัก และถูกฝังพร้อมของมีค่ามากมาย ส่วน Nes-Hor มีปัญหาฟันผุและสะโพกเสื่อมหนักกว่ามาก แถมอายุยืนยาวกว่าเพื่อน

  • ปัญหาสุขภาพ Nes-Min: กระดูกสันหลังส่วนล่างชำรุดจากวัยชราและการใช้งาน
  • ปัญหาสุขภาพ Nes-Hor: ฟันเสีย สะโพกพัง อายุมากกว่า
  • รายละเอียดอื่นๆ: ภาพ 3D ของอวัยวะภายใน สร้างโมเดลจริงขนาดเท่าจริงของกระดูกสันหลัง กะโหลก และสะโพก

Diane Perlov นักมานุษยวิทยาจาก California Science Center กล่าวว่า “มัมมี่คือปริศนามานาน การมองทะลุผิวเผยประสบการณ์ชีวิตจริงๆ น่าตื่นเต้นมาก เทคโนโลยีนี้เปิดหน้าต่างสู่โลกโบราณที่อาจสูญหายไป”

ทีมของ Decker และ Jonathan Ford สร้างโมเดล 3D ดิจิทัลและพิมพ์โมเดลจริงจากสแกน เหมือนที่แพทย์ใช้กับคนไข้จริงๆ เพื่อวางแผนผ่าตัด ผู้ป่วยสมัยใหม่ยังได้จับโมเดลตัวเองเพื่อเข้าใจอาการดีขึ้น “พวกเขาเข้าใจภาวะตัวเองและการรักษาได้ใหม่” Decker กล่าว

อียิปต์โบราณเก่งเรื่องอวัยวะในการทำมัมมี่และพิธีชั่งหัวใจกับขนนกหลังความตาย แต่คงไม่เคยฝันว่าหัวใจตัวเองจะถูกสแกนในโรงพยาบาลลอสแองเจลิส!

เรื่องนี้แสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยี CT ไม่ใช่แค่รักษาชีวิต แต่ยังฟื้นฟูประวัติศาสตร์ ลองคิดดูสิครับ ถ้ามัมมี่สมัยใหม่มีปัญหาสุขภาพแบบนี้ คุณจะทำยังไง? แชร์ความคิดเห็นด้านล่าง หรือไปดูนิทรรศการจริงๆ กันเถอะ!

ที่มา – Experts Stuck 2 Mummies in a CT Scanner. Here’s What They Saw

‘KPop Demon Hunters’ Lego เซ็ตใหม่บุกป๊อปคัลเจอร์

โลกของสินค้าที่ระลึกต้องใช้เวลานานกว่าจะตามทันปรากฏการณ์สุดฮอตอย่าง KPop Demon Hunters ที่โผล่มาจากไหนไม่รู้เมื่อปีที่แล้ว และกลายเป็นเซนเซชั่นป๊อปคัลเจอร์เบรกเอาท์แห่งปี 2025 ไปแล้ว! ทำให้การทำ merch มาทีละน้อยทีละนิด มีทั้ง ตุ๊กตาแอคชั่นและของเล่น roleplay จาก Hasbro Mattel, collab กับ Magic: The Gathering และแม้แต่ฟิกเกอร์สุดหรูจาก Hot Toys ตอนนี้ Rumi, Mira และ Zoey สามสาวนักล่า demon สุดเท่ กำลังบุกสู่จุดหมายปลายทางที่ชัดเจนที่สุดในทัวร์ merch ของพวกเธอ นั่นคือ ‘KPop Demon Hunters’ Lego!

‘KPop Demon Hunters’ Lego เซ็ตใหม่บุกป๊อปคัลเจอร์

แต่ดูเหมือนว่าสามสาวจะยังไม่ใช่ตัวเอกแรกที่ได้ปรากฏตัวนะ! Lego ประกาศเมื่อเช้านี้ว่าพวกเขากำลังพัฒนาเซ็ตหลากหลายจาก KPop Demon Hunters แต่การปล่อยออกมาจะไม่เร็วอย่างที่คิด มีเซ็ตเดี่ยวตัวแรกสำหรับปี 2026 ที่จะเปิดเผยและวางขายในฤดูใบไม้ผลิปีหน้า ส่วนไลน์เซ็ตต่อไปรอได้ในปี 2027

ดูโพสต์นี้บน Instagram

จากวิดีโอทีเซอร์ของ Lego ดูเหมือนเซ็ตปี 2026 จะไม่โฟกัสที่ HUNTR/X หรือสาวๆ แต่เป็น Derpy เสือเวทมนตร์สุดน่ารัก! เราจะเห็นอุ้งเท้าสีฟ้าอิฐของมันกำลังทำกิจกรรมโปรดอย่างล้มกระถางต้นไม้ ขนาดของบิลด์ในทีเซอร์ชี้ว่ามันน่าจะเป็นโมเดล display สวยๆ มากกว่า playset ที่เล่นได้เต็มรูปแบบ ซึ่งอาจแปลว่ามินิฟิกจะมีน้อย

‘KPop Demon Hunters’ Lego จะมีตัวละครไหนบ้าง?

Lego คงโง่ถ้าไม่ใส่ Rumi มาด้วยอย่างน้อย เพราะเธอสนิทกับ Derpy มาก บางทีอาจมี Jinu จาก Saja Boys มาด้วยด้วยความสัมพันธ์ของทั้งคู่ แต่โอกาสได้สาวๆ ทั้งสามหรือหนุ่มๆ Saja Boys ก่อนปี 2027 น้อยมาก เราต้องรอการเปิดเผยเซ็ตเต็มๆ กันยาวๆ เพราะภาคต่อยังไม่มา จนถึงปี 2029!

KPop Demon Hunters คือแอนิเมชั่น Netflix สุดปังที่ผสม K-Pop กับการล่า demon โดยสาวๆ ไอดอลที่กลายเป็นนักรบ ด้วยยอดวิวถล่มทลาย มันกลายเป็น cultural phenomenon ที่ merch พุ่งปรี๊ด ทำไม ‘KPop Demon Hunters’ Lego ถึงน่าตื่นเต้น? เพราะ Lego คือราชาแห่งการสร้างสรรค์ที่แฟนๆ ทุกวัยรัก สามารถนำตัวละครอย่าง Rumi ที่เต้นสุดมัน Mira สายแร็พ และ Zoey สายโวคอลมาประกอบเองได้!

นอกจากนี้ การ collab นี้ยังตอกย้ำกระแส pop culture takeover ของเรื่อง มาดู merch อื่นๆ ที่ออกมาก่อนหน้านี้:

  • ตุ๊กตาแอคชั่นและ roleplay toys จาก Hasbro/Mattel
  • การ์ดเซ็ต Magic: The Gathering collab
  • ฟิกเกอร์ Hot Toys สเกล 1/6 สุดพรีเมียม
  • และอีกมากมายที่กำลังมา!

‘KPop Demon Hunters’ Lego จะช่วยให้แฟนๆ สร้างฉากต่อสู้ demon สไตล์ K-Pop ได้เอง คิดภาพ Derpy ล้มกระถาง แล้ว Rumi มาจัดการ demon ด้วยท่าเต้นสุดคูลสิ! นี่คือโอกาสทองสำหรับนักสะสม Lego และ K-Pop stan

ในอนาคต คาดว่าเซ็ตปี 2027 จะมีสาวๆ ครบทีม บวกเวทีคอนเสิร์ต HUNTR/X หรือฐาน demon lair สุดอลังการ แฟนๆ ควรเริ่มเก็บเงินตั้งแต่ตอนนี้!

IMHO การเพิ่ม ‘KPop Demon Hunters’ Lego เข้ามาแสดงให้เห็นว่าปรากฏการณ์นี้ยังมาแรงต่อเนื่อง แฟนตัวยงอย่างคุณพร้อมสะสมหรือยัง? คอมเมนต์บอกเราด้วยว่าอยากได้เซ็ตไหนก่อน หรือติดตามข่าว Marvel, Star Wars, Star Trek และ Doctor Who ได้ที่ลิงก์ด้านล่าง!

ที่มา – ‘KPop Demon Hunters’ Adds Lego Sets to Its Pop Culture Takeover

วิซาร์ดส์ ออฟ เดอะ โคสต์ มอบ Secret Lair MTG ให้แชโดว์ฮาร์ท

ใช้เวลานานกว่าที่ Hasbro และวิซาร์ดส์ ออฟ เดอะ โคสต์ จะเรียนรู้บทเรียนจากความสำเร็จมหาศาลของ Baldur’s Gate 3 เมื่อไม่กี่ปีก่อน และแม้กระนั้น สิ่งที่พวกเขาหยิบมาใช้ส่วนใหญ่ก็คือ “ทำสินค้าเมอร์ชандайส์ให้สุดเหวี่ยงกับทีมปาร์ตี้นั้น” แต่ระหว่างที่เรารอคอยให้มีใครสักคนคิดถึง Baldur’s Gate 4 สักที เราก็ยินดีรับเมอร์ชอย่างน้อย โดยเฉพาะในรูปแบบการ์ด Magic: The Gathering หรือ MTG ที่แฟนๆ ชื่นชอบ

สัปดาห์นี้ วิซาร์ดส์ ออฟ เดอะ โคสต์ ประกาศ superdrop ธีม Dungeons & Dragons (D&D) ชื่อ “Roll for Initiative” สำหรับแพลตฟอร์ม Secret Lair ซึ่งเป็น drop ใหญ่ที่มีเซ็ตการ์ดถึง 7 ชุด! ครอบคลุมธีม D&D หลากหลาย ตั้งแต่เซ็ตที่ได้แรงบันดาลใจจากโมดูลผจญภัย ไปจนถึงวารีแอนต์อาร์ตแบบ blacklight จากเซ็ต D&D ก่อนหน้าของ MTG โดยเฉพาะไฮไลต์คือสองเซ็ตจาก Baldur’s Gate 3 ที่โฟกัสตัวละครหลักในปาร์ตี้สุดดัง: แชโดว์ฮาร์ท นักบวชฮาล์ฟ-เอลฟ์ และ เกล เดกาเรียส พ่อมดมนุษย์

วิซาร์ดส์ ออฟ เดอะ โคสต์ มอบ Secret Lair MTG ให้แชโดว์ฮาร์ท

แชโดว์ฮาร์ท หรือที่แฟนๆ เรียกติดปากว่า “เจ้าหญิงคนโปรดของพระเจ้า” (God’s Favorite Princess) ได้รับเกียรติเป็นตัวละครหลักใน Secret Lair ชุดนี้แล้ว! ก่อนหน้านี้ ตัวละครจาก Baldur’s Gate 3 เคยปรากฏในเซ็ต Adventures in the Forgotten Realms และ Commander Legends: Battle for Baldur’s Gate โดย Karlach และ Astarion เคยได้ Secret Lair ชุดพิเศษในโอกาสครบรอบ 50 ปี D&D ไปแล้ว การที่วิซาร์ดส์ ออฟ เดอะ โคสต์ มอบ Secret Lair MTG ให้แชโดว์ฮาร์ท แสดงให้เห็นถึงความนิยมอันล้นหลามของเธอในฐานะตัวละครที่ซับซ้อน มี backstory ลึกลับ และดีไซน์ที่โดดเด่น ทำให้แฟนๆ ตกหลุมรัก

แชโดว์ฮาร์ทคือใครใน Baldur’s Gate 3?

แชโดว์ฮาร์ทเป็นนักบวชฮาล์ฟ-เอลฟ์ผู้ภักดีต่อ Shar เทพีแห่งความมืด เธอมีบุคลิกเย็นชาแต่ลึกซึ้ง มีเควสต์ส่วนตัวที่ท้าทายผู้เล่นให้เลือกข้างระหว่างศรัทธาและอิสรภาพ ในเกมที่ขายได้กว่า 10 ล้านชุด เธอเป็นหนึ่งในตัวละครยอดนิยมที่สุด ด้วยมส์และมีมมากมายบนโซเชียล ทำให้วิซาร์ดส์ ออฟ เดอะ โคสต์ มอบ Secret Lair MTG ให้แชโดว์ฮาร์ทเป็นทางเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับแฟน D&D และ MTG

นอกจากแชโดว์ฮาร์ทและเกลแล้ว superdrop ยังมีเซ็ตอื่นๆ น่าสนใจ เช่น

  • ชุดสามเซ็ตที่ได้แรงบันดาลใจจากตัวละครและสัตว์ประหลาดไอคอนิกของ D&D
  • วารีแอนต์ blacklight สุดเท่จากเซ็ต D&D ก่อนหน้า
  • เซ็ตพื้นดิน (lands) ที่描绘สถานที่ดังใน Forgotten Realms เช่น Waterdeep หรือ Undermountain

วิซาร์ดส์ ออฟ เดอะ โคสต์ มอบ Secret Lair MTG ให้แชโดว์ฮาร์ทและเซ็ตอื่นๆ ในราคาไหน?

ทุกเซ็ต Secret Lair ล่าสุดขายหมดเกลี้ยงเร็วมาก! ครั้งนี้เปิดคิวตอน 8 โมงเช้าแปซิฟิก (ประมาณ 22.00 น. ไทย) และขายจริง 9 โมงเช้า วันที่ 9 กุมภาพันธ์ ราคาเซ็ตละ $30 (ปกติ) หรือ $40 (โฮโล-ฟอยล์) มีบันเดิลใหญ่: เซ็ตมาตรฐานทั้ง 7 ($200), ฟอยล์ทั้ง 7 ($270), หรือคอมโบทั้งหมด $465! เตรียมกระเป๋าเงินและ bag of holding ให้พร้อม

Secret Lair คือโปรเจกต์พิเศษของ MTG ที่นำศิลปินดังมาออกแบบการ์ดใหม่ในธีมต่างๆ โดยเฉพาะ collab กับ D&D ทำให้แฟนๆ ได้สะสมการ์ดสวยๆ ที่ใช้เล่นจริงได้ การที่วิซาร์ดส์ ออฟ เดอะ โคสต์ มอบ Secret Lair MTG ให้แชโดว์ฮาร์ท ไม่เพียงเพิ่มคอลเลกชัน แต่ยังเชื่อมโยงจักรวาล BG3 เข้ากับ MTG อย่างลงตัว หวังว่าจะได้เห็น Lae’zel หรือ Tav เร็วๆ นี้

นี่คือก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็น Wizards กำลังจริงจังกับ IP จาก Larian Studios มากขึ้น หากคุณเป็นแฟน MTG หรือ BG3 รีบตั้งนาฬิกาปลุกและเตรียมจองเลย! อย่าพลาดโอกาสเป็นเจ้าของการ์ดแชโดว์ฮาร์ทเวอร์ชันพิเศษ

ที่มา – Wizards of the Coast Is Giving God’s Favorite Princess Her Own ‘Magic: The Gathering’ Secret Lair

ยาลดน้ำหนัก Pfizer ฉีดเดือนละครั้งมีแนวโน้มดี

การแข่งขันพัฒนายาลดน้ำหนักบล็อกบัสเตอร์กำลังร้อนระอุ และ Pfizer กำลังเตรียมสร้างกระแสใหญ่ด้วยยาตัวใหม่ของตัวเอง ล่าสุด เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา Pfizer ได้นำเสนอข้อมูลการทดลองล่าสุดของยา GLP-1 แบบ ultra-long-acting ที่มีชื่อโค้ด PF-3944 ผู้เข้าร่วมทดลองที่ได้รับ ยาลดน้ำหนัก Pfizer ฉีดเดือนละครั้ง ลดน้ำหนักได้มากกว่ากลุ่มพลาสีโบอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะเปลี่ยนมาเป็นการฉีดเดือนละครั้งแล้วก็ตาม บริษัทวางแผนเดินหน้าทดลอง Phase III หลายรายการในปีนี้

ยาลดน้ำหนัก Pfizer ฉีดเดือนละครั้ง

Pfizer ได้ PF-3944 มาจากการซื้อกิจการบริษัทバイオเทค Metsera เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ยาตัวนี้ทำงานคล้ายกับยาที่มีในตลาดอย่าง semaglutide (Ozempic และ Wegovy) โดยเลียนแบบฮอร์โมน GLP-1 ที่ช่วยควบคุมความหิวและเมแทบอลิซึม แต่ PF-3944 ออกแบบให้อยู่ในร่างกายนานกว่า ทำให้ฉีดได้น้อยครั้ง สะดวกกว่ามาก

ผลการทดลอง Phase 2b VESPER-3

การทดลอง VESPER-3 ทดสอบในกลุ่มคนอ้วนและน้ำหนักเกินที่ไม่มีเบาหวานชนิด 2 แบ่งเป็นกลุ่มฉีดยาสัปดาห์ละครั้งหรือพลาสีโบ เป็นเวลา 12 สัปดาห์ จากนั้นเปลี่ยนเป็นฉีดเดือนละครั้งจนถึงสัปดาห์ที่ 28 ผลปรากฏว่ากลุ่มที่ได้รับยาลดน้ำหนักลงเฉลี่ย 12.3% ของน้ำหนักตัว เทียบกับพลาสีโบ และยังไม่เห็นจุดหยุดของการลดน้ำหนัก แสดงว่าการฉีดเดือนละครั้งไม่ได้ลดประสิทธิภาพ และอาจลดได้มากกว่านี้อีก (สำหรับ GLP-1 อื่นๆ มักถึงจุดสูงสุดปีแรก) ยายังปลอดภัยดี อาการข้างเคียงหลักคือทางเดินอาหาร ซึ่งเป็นเรื่องปกติของกลุ่มยานี้

“ผลลัพธ์เบื้องต้นจาก VESPER-3 ยืนยันศักยภาพของ PF-3944 ในฐานะการรักษาเดือนละครั้งที่มีประสิทธิภาพแข่งขันได้” Jim List หัวหน้าฝ่ายโรคภายใน Pfizer กล่าว

การทดลองยังดำเนินต่อไปจนถึง 64 สัปดาห์ แต่ด้วยผลดี Pfizer จะเริ่ม Phase 3 จำนวน 10 รายการในปี 2026 ทดสอบทั้งฉีดสัปดาห์ละครั้งและเดือนละครั้ง รวมถึงขนาดยา maintenance สูงขึ้นตามข้อมูลก่อนหน้า

คู่แข่งในตลาด GLP-1 แบบฉีดนาน

Pfizer ไม่ใช่รายเดียวที่พยายามชนะตลาดด้วยยาฉีดสะดวกกว่า Amgen ก็มี MariTide ที่ผสม GLP-1 agonist กับ GIP antagonist กำลังทดสอบฉีดเดือนละครั้ง และมี Phase III หลายรายการเช่นกัน นอกจากนี้ยังมี 6 ยาลดน้ำหนักใหม่ที่อาจโค่น Ozempic

  • GLP-1 ช่วยลดความอยากอาหารและชะลอการย่อย
  • ฉีดเดือนละครั้งลดภาระผู้ป่วย ลืมฉีดน้อยลง
  • ผลข้างเคียงคล้ายเดิม แต่ศักยภาพลดน้ำหนักสูง
  • ตลาดยาลดน้ำหนักโตต่อเนื่อง ด้วยปัญหาโรคอ้วนทั่วโลก

ยาลดน้ำหนัก Pfizer ฉีดเดือนละครั้ง อาจเปลี่ยนเกมการรักษาโรคอ้วนให้สะดวกและยั่งยืนมากขึ้น หาก Phase III สำเร็จ ผู้ป่วยจะได้ทางเลือกใหม่ที่ไม่ต้องฉีดบ่อย ลดค่าใช้จ่ายระยะยาว ในอนาคตอันใกล้ เราอาจเห็นยาเหล่านี้เข้าตลาดแข่งกับ Ozempic อย่างดุเดือด

ติดตามข่าวสารสุขภาพและยาใหม่ๆ กับเรา เพื่อไม่พลาดอัปเดตสำคัญ คุณคิดว่ายาฉีดเดือนละครั้งจะฮิตไหม? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์!

ที่มา – Pfizer’s Experimental Weight Loss Drug Shows Promise as a Once-a-Month Shot

โฆษกกองทัพเรือเผยประชุม RBC ไทย-กัมพูชา สมัยพิเศษ ยังไม่บรรลุผล หลังข้อเสนอฝ่ายกัมพูชาอยู่นอกกรอบถ้อยแถลงร่วม GBC

สวัสดีครับเพื่อนๆ ผู้ติดตามข่าวสารรอบตัวทุกคน! วันนี้เรามีเรื่องราวที่กำลังเป็นกระแสในแวดวงการเมืองและความมั่นคงชายแดนมาอัปเดตกันแบบเป็นกันเอง เหมือนนั่งคุยกับเพื่อนเก่าเลยครับ โฆษกกองทัพเรือเผยประชุม RBC ไทย-กัมพูชา สมัยพิเศษ ยังไม่บรรลุผล หลังข้อเสนอฝ่ายกัมพูชาอยู่นอกกรอบถ้อยแถลงร่วม GBC นี่คือหัวข้อที่หลายคนกำลังจับตามอง เพราะมันเกี่ยวข้องกับความสงบสุขตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาโดยตรง

โฆษกกองทัพเรือเผยประชุม RBC ไทย-กัมพูชา สมัยพิเศษ ยังไม่บรรลุผล หลังข้อเสนอฝ่ายกัมพูชาอยู่นอกกรอบถ้อยแถลงร่วม GBC

จากข้อมูลล่าสุดเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 พล.ร.ต. ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ ได้ออกมาแถลงถึงความคืบหน้าของการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาคไทย-กัมพูชา (RBC) สมัยพิเศษ ครั้งที่ 1 ซึ่งจัดขึ้นที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด ระหว่างวันที่ 3-5 กุมภาพันธ์ 2569 ผลปรากฏว่าการประชุมต้องยุติลงในช่วงบ่ายของวันนั้นเอง โดยยังไม่สามารถหาข้อตกลงร่วมกันได้ สาเหตุหลักมาจากข้อเสนอของฝ่ายกัมพูชาที่อยู่นอกกรอบของถ้อยแถลงร่วมจากคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) สมัยพิเศษ ครั้งที่ 3 เมื่อ 27 ธันวาคม 2568

เพื่อให้เพื่อนๆ เข้าใจง่ายๆ RBC หรือ Regional Border Committee คือกลไกการเจรจาระดับภูมิภาคที่ช่วยจัดการปัญหาชายแดนในพื้นที่จันทบุรี-ตราด กับฝั่งกัมพูชา ส่วน GBC เป็นระดับสูงกว่าที่กำหนดกรอบใหญ่ไว้ การประชุมครั้งนี้มีเป้าหมายชัดเจน คือ รักษาช่องทางการสื่อสาร ลดความตึงเครียด ธำรงการหยุดยิง และสร้างความสงบให้ประชาชนชายแดนทั้งสองฝ่าย โดยมีคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (AOT) จากทั้งไทยและกัมพูชาเข้าร่วมด้วย เพื่อความโปร่งใสครับ

เกิดอะไรขึ้นในที่ประชุม?

ระหว่างการหารือ ฝ่ายกัมพูชาเสนอประเด็นเกี่ยวกับเขตแดนที่ฝ่ายไทยมองว่าไม่อยู่ในขอบเขตของ RBC และขัดกับถ้อยแถลง GBC ฝ่ายไทยยืนยันจุดยืนอย่างหนักแน่น แต่ก็แสดงความยืดหยุ่น เสนอแนวทางสร้างสรรค์ด้วยสันติวิธี เคารพข้อตกลงเดิม และคำนึงถึงประชาชนทั้งสองชาติ ทว่าสุดท้ายก็ไม่สามารถหาฉันทามติได้ ทำให้ต้องเลิกประชุมไป

  • จุดยืนไทย: ยึดกรอบ GBC อย่างเคร่งครัด เปิดรับการคุยต่อในอนาคต
  • บทบาท AOT: สังเกตการณ์เพื่อความเป็นกลาง
  • ผลกระทบ: ช่องทางสื่อสารยังเปิดอยู่ แต่ความตึงเครียดอาจค้างคา

ในฐานะคนที่ติดตามสถานการณ์ชายแดนมานาน ผมเห็นว่าปัญหาไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะพื้นที่รอบปราสาทพระวิหารและเกาะกูดนั้น มีรากเหง้าจากประวัติศาสตร์ยาวนาน ตั้งแต่สมัยสงครามเย็นจนถึงปัจจุบัน มันไม่ใช่แค่ดินแดน แต่เป็นเรื่องอัตลักษณ์ ความมั่นคง และเศรษฐกิจชายแดน การเจรจาครั้งนี้แม้ไม่สำเร็จ แต่แสดงให้เห็นถึงความพยายามของไทยที่เน้น diplomacy แบบ constructive ซึ่งเป็นเทรนด์สำคัญในภูมิภาคอาเซียนยุคใหม่ ที่หันมาใช้ soft power มากกว่าการเผชิญหน้า

บริบทกว้างขึ้น: ทำไมเรื่องนี้สำคัญกับเราทุกคน?

แม้เพื่อนๆ จะติดตาม entertainment หรือ tech แต่สถานการณ์ชายแดนกระทบชีวิตประจำวันนะครับ เช่น การค้าชายแดนที่คึกคักในตราด-เกาะกูด ถ้าตึงเครียด การท่องเที่ยว เศรษฐกิจท้องถิ่นก็สะดุด ลองนึกภาพ ถ้า tech startup ไทยอยากขยายตลาดกัมพูชา หรือ content creator อยากไปถ่ายคลิปชายแดนสวยๆ แต่ต้องหยุดเพราะเหตุนี้ มันเชื่อมโยงหมดเลย ในยุค digital diplomacy เราอาจเห็นการใช้ social media หรือ AI ในการ monitor ชายแดนมากขึ้น เพื่อป้องกัน conflict

จากประสบการณ์ผมที่ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การล้มเหลวครั้งนี้ไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นโอกาสให้ทั้งสองฝ่ายปรับกลยุทธ์ ไทยมีจุดแข็งเรื่อง institutional framework ที่แข็งแกร่ง ถ้ากัมพูชายอมอยู่ในกรอบGBC รอบต่อไปน่าจะมี progress ครับ

ความเห็นส่วนตัว: ในมุมนักวิเคราะห์ สถานการณ์นี้สะท้อนเทรนด์ global ที่大国อย่างจีนและสหรัฐฯ กำลังชิงอิทธิพลใน SEA ทำให้ปัญหาชายแดนเล็กๆ อย่างนี้ถูก politicize มากขึ้น ผมมอง乐观ว่าภายใน 6 เดือน จะมี RBC รอบใหม่ที่สำเร็จ เพื่อนๆ ลองติดตามต่อ และแชร์ความคิดเห็นในคอมเมนต์ว่าคุณคิดอย่างไรกับจุดยืนไทย? มา discuss กันครับ! ถ้าชอบบทความ อย่าลืม share และ subscribe เพื่ออัปเดตข่าว insightful แบบนี้ทุกวันนะ

ที่มา – โฆษกกองทัพเรือเผยประชุม RBC ไทย-กัมพูชา สมัยพิเศษ ยังไม่บรรลุผล หลังข้อเสนอฝ่ายกัมพูชาอยู่นอกกรอบถ้อยแถลงร่วม GBC