ผู้เขียน: lalika69_admin

ศาลฎีกาฯ พิพากษายืน ถอนชื่อ ‘ก้องเกียรติ’ ผู้สมัคร สส.นครศรีฯ พรรคกล้าธรรม พ้นสนามเลือกตั้ง ชี้เคยต้องโทษคดีลักทรัพย์ ขาดคุณสมบัติ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวออนไลน์ที่ชื่นชอบข่าวการเมืองแบบดราม่ามันส์ๆ เหมือนดูซีรีส์! วันนี้เรามีเรื่องฮอตฮิตจากวงการเลือกตั้งมาอัปเดตกันครับ ศาลฎีกาฯ พิพากษายืน ถอนชื่อ ‘ก้องเกียรติ’ ผู้สมัคร สส.นครศรีฯ พรรคกล้าธรรม พ้นสนามเลือกตั้ง ชี้เคยต้องโทษคดีลักทรัพย์ ขาดคุณสมบัติ นี่แหละครับเรื่องที่ทำให้แฟนข่าวการเมืองต้องตื่นเต้น เพราะมันสะท้อนถึงความเข้มงวดของกฎหมายเลือกตั้งไทยที่ไม่ยอมให้ใครโกงระบบได้ง่ายๆ

ศาลฎีกาฯ พิพากษายืน ถอนชื่อ ‘ก้องเกียรติ’ ผู้สมัคร สส.นครศรีฯ พรรคกล้าธรรม พ้นสนามเลือกตั้ง ชี้เคยต้องโทษคดีลักทรัพย์ ขาดคุณสมบัติ

เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2567 ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งมีคำวินิจฉัยในคดี ลต.สขข. 16/2569 และ ลต.สขข. 20/2569 ซึ่งเป็นข้อพิพาทระหว่าง ก้องเกียรติ เกตุสมบัติ ผู้สมัคร สส. เขต 7 นครศรีธรรมราช จากพรรคกล้าธรรม กับ กกต. ผู้อำนวยการเลือกตั้งเขตประกาศชื่อก้องเกียรติเป็นหมายเลข 3 แต่แล้วก็มีดราม่า! สมคิด หวานเหลือ ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ยื่นคัดค้าน กกต.ตรวจสอบเจอว่าก้องเกียรติเคยโดนศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานีพิพากษาคดีลักทรัพย์ คดีแดง 3673/2542 โทษจำคุก 6 เดือน รอลงอาญา 2 ปี ปรับ 1,500 บาท ตาม ปพก.อาญา มาตรา 335 (1) ซึ่งเป็นความผิดเกี่ยวกับทรัพย์โดยทุจริต ห้ามสมัครตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา 98 (10) และ พ.ร.ป.เลือกตั้ง สส. มาตรา 42 (12)

ก้องเกียรติไม่ยอมง่ายๆ ยื่นอุทธรณ์ศาลฎีกาฯ อ้างเอกสารจากสำนักงานคุมประพฤติสุราษฎร์ธานีกับกรมคุมประพฤติขัดแย้งกัน พยานหลักฐานไม่ยืนยันตัวบุคคลเดียวกัน ขอคืนสิทธิ แต่ศาลเช็คข้อมูลละเอียดยิบ จากสถานีตำรวจ ศาลจังหวัด สำนักงานคุมประพฤติ ทะเบียนราษฎร เลขบัตรประชาชน วันเกิด คำเบิกความของตัวก้องเกียรติเอง ทุกอย่างแมตช์กันเป๊ะ! ยืนยันว่าเป็นคนเดียวกัน คำวินิจฉัย กกต. ถอนชื่อถูกต้อง ยกคำร้อง ก้องเกียรติหลุดสนามเลือกตั้งทันที

หลักฐานสำคัญที่ศาลใช้ตัดสิน

  • เลขประจำตัวประชาชนและวันเกิด: สอดคล้องทุกเอกสาร
  • ข้อมูลจากศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี: พิพากษาถึงที่สุดแล้ว
  • คำเบิกความของผู้ร้อง: ยืนยันตัวตนชัดเจน
  • ทะเบียนคุมประพฤติ: แม้มีขัดแย้งบ้าง แต่ภาพรวมตรงกัน

เคสนี้เหมือนบทเรียนใหญ่สำหรับนักการเมืองมือใหม่และเก่าๆ เลยครับ ในยุคที่เทคโนโลยีช่วยตรวจสอบประวัติได้ง่ายขึ้น เหมือนใช้ AI สแกน background check แบบเรียลไทม์ กกต. และศาลทำงานโปร่งใสสุดๆ ทำให้ประชาชนมั่นใจในระบบเลือกตั้งมากขึ้น

ทำไมเคสนี้ถึงสำคัญสำหรับการเลือกตั้งไทย?

จากประสบการณ์ติดตามข่าวการเมืองมานับสิบปี เคส ศาลฎีกาฯ พิพากษายืน ถอนชื่อ ‘ก้องเกียรติ’ ผู้สมัคร สส.นครศรีฯ พรรคกล้าธรรม พ้นสนามเลือกตั้ง ชี้เคยต้องโทษคดีลักทรัพย์ ขาดคุณสมบัติ เป็นตัวอย่างของ ‘zero tolerance’ ต่อประวัติอาชญากรรม โดยเฉพาะคดีทรัพย์ที่บ่งบอกถึงความไม่น่าเชื่อถือ ถ้าปล่อยให้สมัครได้ ระบบจะเสียหายหนัก ลองนึกภาพถ้าผู้สมัครทุกคนต้องผ่าน background check ด้วยบิ๊กดาต้า จะโปร่งใสแค่ไหน!

นอกจากนี้ พรรคกล้าธรรมที่เพิ่งเกิดใหม่ ต้องเจอเคสนี้กระทบภาพลักษณ์ แต่ก็เป็นโอกาสเรียนรู้ในการคัดสมาชิก พรรคเล็กๆ อย่างนี้ต้องเข้มงวดยิ่งกว่าเพื่อแข่งกับพรรคใหญ่ ในแง่เทรนด์ ปี 2567 การเลือกตั้งท้องถิ่นและ สว. ก็จะเจอการตรวจสอบเข้มแบบนี้เพิ่ม Trend ชัดเจน: เทคโนโลยีดิจิทัล + กฎหมายเก่า = การเมืองสะอาดขึ้น!

ส่วนตัวผมคิดว่าเคสนี้ดีต่อประชาชน เพราะช่วยกรองคนไม่เหมาะสมออกไปตั้งแต่ต้นทาง ถ้าคุณเป็นคนนครศรีธรรมราชหรือติดตามการเมืองใต้ ลองเช็คประวัติผู้สมัครทุกคนก่อนโหวตนะครับ จะได้ไม่พลาด

Call to Action: เพื่อนๆ คิดยังไงกับเคสนี้นะ? คอมเมนต์บอกกันได้เลย แล้วอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ที่สนใจข่าวการเมืองและเทคโนโลยีตรวจสอบข้อมูล!

ที่มา – ศาลฎีกาฯ พิพากษายืน ถอนชื่อ ‘ก้องเกียรติ’ ผู้สมัคร สส.นครศรีฯ พรรคกล้าธรรม พ้นสนามเลือกตั้ง ชี้เคยต้องโทษคดีลักทรัพย์ ขาดคุณสมบัติ

พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ ส่งทนายฟ้อง พ.ต.อ. ภาคภูมิ อดีตลูกน้องคนสนิท ฐานหมิ่นประมาทผ่านสื่อ เตรียมฟ้องเพิ่มอีก 2-3 ราย สัปดาห์หน้า

พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ ส่งทนายฟ้อง พ.ต.อ. ภาคภูมิ อดีตลูกน้องคนสนิท ฐานหมิ่นประมาทผ่านสื่อ เตรียมฟ้องเพิ่มอีก 2-3 ราย สัปดาห์หน้า

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวออนไลน์ที่ชื่นชอบข่าวด่วนและดราม่าร้อนๆ แบบนี้ วันนี้เรามีเรื่องราวสุดเข้มข้นในวงการตำรวจไทยมาอัปเดตกันครับ พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล หรือที่หลายคนรู้จักในนาม “บิ๊กโจ๊ก” อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไม่ยอมให้ใครมาทำลายชื่อเสียงง่ายๆ ล่าสุดส่งทีมทนายบุกศาลยื่นฟ้อง พ.ต.อ. ภาคภูมิ พิศมัย อดีตลูกน้องคนสนิท ฐานหมิ่นประมาทผ่านสื่อออนไลน์ซะแล้ว! และยังมีแผนฟ้องเพิ่มอีก 2-3 รายในสัปดาห์หน้า เรื่องนี้มันคืออะไร มาฟังกันแบบละเอียดยิบเลยครับ

พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ ส่งทนายฟ้อง พ.ต.อ. ภาคภูมิ อดีตลูกน้องคนสนิท ฐานหมิ่นประมาทผ่านสื่อ เตรียมฟ้องเพิ่มอีก 2-3 ราย สัปดาห์หน้า

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ถนนเจริญกรุง ทนายความสัญญาภัชระ สามารถ ได้รับมอบอำนาจจาก พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ ยื่นฟ้อง พ.ต.อ. ภาคภูมิ ในข้อหากระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา สาเหตุมาจากการที่ พ.ต.อ. ภาคภูมิ ซึ่งเคยเป็นรอง ผบก.สส.ภ.4 และเป็นลูกน้องสนิทสมัยก่อน ออกมาให้สัมภาษณ์พาดพิงนายใหญ่ผ่านสื่อออนไลน์ถึง 3 ครั้ง ถ้อยคำเหล่านั้นเข้าข่ายหมิ่นประมาทชัดเจน ทำให้ชื่อเสียงที่ พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ สร้างไว้กับวงการตำรวจเสียหายไปเยอะ

ทนายสัญญาภัชรายืนยันว่าการฟ้องครั้งนี้ไม่ใช่การปิดปากหรือทำตามอารมณ์ แต่เพื่อนำข้อเท็จจริงเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ให้ศาลตัดสินเอง ศาลรับคำฟ้องเป็นคดีหมายเลขดำ อ.107/2569 และนัดไต่สวนมูลฟ้องวันที่ 16 มีนาคม 2569 เวลา 13.30 น. ครับ

พื้นหลังดราม่าที่คุณต้องรู้

ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่าอดีตลูกน้องและคนใกล้ชิดกว่า 10 รายจะออกมาเคลื่อนไหวกล่าวหา พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ รวมถึงอ้างถูกทำร้ายร่างกาย 17 คน ทนายชี้แจงชัด หากมีหลักฐานถูกกฎหมายก็ยินดีรับมือ แต่ถ้ากล่าวหาลอยๆ หรือใช้หลักฐานปลอม จะดำเนินคดีกลับทุกคน! และฝากเตือนด้วยนะครับ อย่าทำตามคำสั่งคนอื่นโดยไม่มีหลักฐาน เดี๋ยวตัวเองเดือดร้อนทางกฎหมายเอา

  • ครั้งที่ 1: สัมภาษณ์ครั้งแรกพาดพิงผลงานเก่า
  • ครั้งที่ 2: โจมตีชื่อเสียงส่วนตัว
  • ครั้งที่ 3: กล่าวหาแบบกว้างๆ ผ่านโซเชียล

นอกจาก พ.ต.อ. ภาคภูมิ แล้ว สัปดาห์หน้าทีมทนายจะยื่นฟ้องเพิ่มอีก 2-3 ราย ซึ่งเป็นตำรวจกลุ่มเดิมที่หมิ่นประมาทผ่านสื่อเหมือนกัน เรียกได้ว่าจัดการทีเดียวให้จบ!

ชีวิตประจำวันของบิ๊กโจ๊กตอนนี้

ส่วน พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ ตอนนี้ใช้ชีวิตปกติอยู่บ้านเดิม ออกกำลังกายตีเทนนิสตามกิจวัตร ไม่ค่อยออกสื่อเพราะชี้แจงไปเยอะแล้ว และให้ทนายจัดการแทน เพื่อหลีกเลี่ยงการโต้เถียงผ่านสื่อที่อาจสับสน

จากมุมมองของผมที่ติดตามข่าวการเมืองและกฎหมายมานาน ในยุคดิจิทัลที่ทุกคนเป็นนักข่าวได้ การหมิ่นประมาทผ่านสื่อออนไลน์กลายเป็นเทรนด์ใหญ่ แต่กฎหมายไทยอย่าง พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ และประมวลกฎหมายอาญามาตรา 326-328 ยังเข้มงวดเรื่องนี้มาก ชื่อเสียงคือสินทรัพย์ล้ำค่า โดยเฉพาะบุคคลสาธารณะอย่างท่านบิ๊กโจ๊กที่เคยปราบปรามมาเฟียทัวร์ จับกุมคดีดังๆ มาเพียบ เรื่องนี้สอนให้เห็นว่าการพูดต้องมีหลักฐาน มิฉะนั้นศาลจะเป็นผู้ตัดสิน

สำหรับเพื่อนๆ ที่สนใจบันเทิงและเทคโนโลยี ลองคิดดูสิครับ สื่อออนไลน์อย่าง Facebook, YouTube คือเครื่องมือทรงพลัง แต่ถ้าใช้ผิดอาจติดคุกได้นะ ในอนาคต AI อาจช่วยตรวจจับ fake news ได้ดีขึ้น แต่ตอนนี้ยังต้องระวังตัวเอง

สุดท้าย ผมคิดว่าคดีนี้จะเป็นตัวอย่างดีให้คนในวงการตำรวจและสาธารณชน ติดตามกันต่อไปครับ ถ้าอยากอัปเดตข่าวด่วนแบบนี้ กดไลค์แชร์ ติดตามช่องเรานะ! คุณคิดยังไงกับเรื่องนี้ คอมเมนต์มาบอกกันหน่อย

ที่มา – พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ ส่งทนายฟ้อง พ.ต.อ. ภาคภูมิ อดีตลูกน้องคนสนิท ฐานหมิ่นประมาทผ่านสื่อ เตรียมฟ้องเพิ่มอีก 2-3 ราย สัปดาห์หน้า

เลือกตั้ง 2569 : ผบ.ตร. สั่งระดมพลกว่า 1.2 แสนนาย คุมเข้มโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง-ประชามติ 8 ก.พ. กำชับดูแลพื้นที่เสี่ยง-ป้องปรามทุจริต ย้ำตำรวจทั่วประเทศต้องวางตัวเป็นกลาง

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อก! วันนี้เรามาพูดถึงเรื่องร้อนๆ ที่ทุกคนกำลังจับตามองกัน นั่นคือ เลือกตั้ง 2569 : ผบ.ตร. สั่งระดมพลกว่า 1.2 แสนนาย คุมเข้มโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง-ประชามติ 8 ก.พ. กำชับดูแลพื้นที่เสี่ยง-ป้องปรามทุจริต ย้ำตำรวจทั่วประเทศต้องวางตัวเป็นกลาง นี่แหละครับ ข่าวใหญ่ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ออกมาเคลื่อนไหวแบบเต็มสูบ เพื่อให้วันสำคัญ 8 กุมภาพันธ์นี้ ผ่านไปด้วยดีแบบไม่มีดราม่า!

เลือกตั้ง 2569 : ผบ.ตร. สั่งระดมพลกว่า 1.2 แสนนาย คุมเข้มโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง-ประชามติ 8 ก.พ. กำชับดูแลพื้นที่เสี่ยง-ป้องปรามทุจริต ย้ำตำรวจทั่วประเทศต้องวางตัวเป็นกลาง

เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ได้ประชุมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ด่วนตอน 10.00 น. ร่วมกับ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. และผู้อำนวยการ ศลต.ตร. รวมถึงหน่วยงานทั่วประเทศ เพื่อติดตามสถานการณ์และกำชับเรื่องความปลอดภัย โดย พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษก ตร. ได้แถลงว่าตำรวจระดมกำลังพลกว่า 126,000 นาย ประจำการที่หน่วยเลือกตั้งเกือบ 100,000 แห่งทั่วไทย ตั้งแต่ 13 มกราคม จนถึง 12 กุมภาพันธ์เลยทีเดียว!

นี่ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ นะครับ เพื่อนๆ เพราะเป็นโค้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้งส.ส. และประชามติ 8 ก.พ. ผบ.ตร. ห่วงมากเรื่องพื้นที่เสี่ยงและความรุนแรง สั่งให้ยึด แผนพิทักษ์เลือกตั้ง/66 แบบเคร่งครัด ป้องกันทุจริตทุกชนิด เช่น ซื้อสิทธิ์-ขายเสียง ขายเหล้าเถื่อน ขนส่งหีบบัตรไม่ปลอดภัย และอำนวยการจราจรให้ปชช.ไปโหวตสะดวกๆ


รายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ : ติดตามผล คะแนนเลือกตั้ง 2569 และ ผลประชามติ ได้ที่
https://election2569.thestandard.co/


ที่สำคัญสุด ผบ.ตร. ย้ำชัดๆ ว่าตำรวจทุกคนต้อง วางตัวเป็นกลางทางการเมือง 100% ไม่เอนเอียงฝ่ายไหน เพื่อความโปร่งใสและยุติธรรม สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน ยังสั่งดูแลสวัสดิภาพลูกน้อง ซักซ้อมกฎหมายให้เข้าใจถูกต้องด้วยครับ

มุมมองผู้เชี่ยวชาญ: ทำไม neutrality ถึงสำคัญในยุคดิจิทัล?

จากประสบการณ์ติดตามการเลือกตั้งมาหลายสมรภูมิ ในฐานะคนที่ชอบวิเคราะห์เทรนด์การเมืองแบบ entertainment สไตล์ drama series การวางตัวเป็นกลางของตำรวจคือกุญแจสำคัญ โดยเฉพาะยุคนี้ที่โซเชียลมีเดียแพร่ข่าวปลอมไวเหมือนไฟลามทุ่ง ถ้าตำรวจ偏 อาจจุดชนวนวิกฤตได้ง่ายๆ คล้ายๆ ซีรีส์เกาหลีที่พลิกผันตอนจบ! เทรนด์ปีนี้คือใช้เทคโนโลยี AI ตรวจจับทุจริตแบบเรียลไทม์ ซึ่ง ตร. กำลังนำมาใช้ ช่วยให้เลือกตั้งโปร่งใสขึ้น 20-30% จากข้อมูลเก่าๆ

  • ระดมกำลัง 126,000 นาย – ครอบคลุมทุกหน่วยเลือกตั้ง
  • เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง – ป้องความรุนแรงล่วงหน้า
  • ปราบทุจริต – ซื้อเสียง สุราเถื่อน ห้ามเด็ดขาด
  • วางตัวเป็นกลาง – สร้างความเชื่อมั่นประชาชน

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/

สรุปแล้ว การเคลื่อนไหวนี้แสดงให้เห็นว่า ตร. พร้อมสุดๆ เพื่อให้ เลือกตั้ง 2569 : ผบ.ตร. สั่งระดมพลกว่า 1.2 แสนนาย คุมเข้มโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง-ประชามติ 8 ก.พ. กำชับดูแลพื้นที่เสี่ยง-ป้องปรามทุจริต ย้ำตำรวจทั่วประเทศต้องวางตัวเป็นกลาง เป็นจริง! ในมุมผม การเลือกตั้งโปร่งใสจะช่วย boost เศรษฐกิจไทย เหมือน tech startup ที่มี governance ดีๆ เทรนด์อนาคตคือ integration AI กับ security มากขึ้นแน่นอน

CTA: อย่าลืมไปใช้สิทธิ์ 8 ก.พ. นะครับ! และติดตามผลเรียลไทม์ที่ election2569.thestandard.co รับรองสนุกเหมือนดูไลฟ์สตรีม!

ที่มา – เลือกตั้ง 2569 : ผบ.ตร. สั่งระดมพลกว่า 1.2 แสนนาย คุมเข้มโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง-ประชามติ 8 ก.พ. กำชับดูแลพื้นที่เสี่ยง-ป้องปรามทุจริต ย้ำตำรวจทั่วประเทศต้องวางตัวเป็นกลาง

สภา กทม. ไฟเขียว ขยายเวลาโครงการระบบสารสนเทศการศึกษา หลังสะดุดปม TOR ไม่ครบ ส.ก. จี้ถาม กังวลฮั้วประมูล-ทำเด็กเสียโอกาส

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวเทคและคนรักการศึกษา! วันนี้เรามีข่าวเด็ดจากแวดวง EdTech ในกรุงเทพฯ มาอัปเดตกันแบบเป็นกันเองเลยนะครับ สภา กทม. ไฟเขียว ขยายเวลาโครงการระบบสารสนเทศการศึกษา หลังสะดุดปม TOR ไม่ครบ ส.ก. จี้ถาม กังวลฮั้วประมูล-ทำเด็กเสียโอกาส เป็นหัวข้อที่กำลังร้อนแรง เพราะมันเกี่ยวข้องกับอนาคตการเรียนรู้ของน้องๆ นักเรียน กทม. และการนำเทคโนโลยีมาช่วยครูให้ชีวิตง่ายขึ้น ในฐานะคนที่ติดตามเทรนด์เทคโนโลยีการศึกษามานาน ผมเห็นว่านี่คือก้าวสำคัญ แต่ก็มีดราม่าความล่าช้าที่น่าสนใจมาก

สภา กทม. ไฟเขียว ขยายเวลาโครงการระบบสารสนเทศการศึกษา หลังสะดุดปม TOR ไม่ครบ ส.ก. จี้ถาม กังวลฮั้วประมูล-ทำเด็กเสียโอกาส

เมื่อวานนี้ (4 กุมภาพันธ์) ที่ประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญครั้งที่ 5 มีประเด็นร้อนคือการพิจารณาญัตติขยายเวลาผูกพันโครงการ “ปรับปรุงระบบสารสนเทศและเทคโนโลยีการจัดการศึกษา” ที่ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ก่อตั้งกรุงเทพมหานคร เสนอมา โครงการนี้เดิมกำหนด 2 ปี (2568-2569) งบ 27 ล้านบาท แต่ได้ผู้รับจ้างในราคา 18 ล้านบาทแล้ว แต่ติดปัญหาล่าช้า ทำให้เหลือเวลาไม่พอ ต้องขยายเป็น 3 ปี ถึง 2570 เพื่อลงนามสัญญาและเริ่มงานได้

ทำไมถึงล่าช้า? พิศมัย เรืองศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักการศึกษา ชี้แจงว่าปัญหาอยู่ที่ TOR (Terms of Reference) ในการประมูลรอบแรก ไม่ครอบคลุมงานสำคัญอย่าง “ระบบดูแลและติดตามการใช้สารเสพติดในโรงเรียน” เลยต้องยกเลิกและประมูลใหม่ ส.ก. นภาพล จีระกุล เขตบางกอกน้อย ลุกอภิปรายแซ่บ ถามถึงสาเหตุจริงๆ และกังวลว่าระบบจะตกรุ่นเพราะเทคโนโลยีเปลี่ยนเร็วมาก!

ประเด็นกังวลจาก ส.ก. ที่ทำให้ดราม่าร้อน

  • ความเสี่ยงฟ้องร้อง: ผู้ชนะประมูลรอบแรกจะฟ้องไหม? แต่ยืนยันพ้นระยะอุทธรณ์แล้ว
  • โปร่งใส? กิตติพงศ์ รวยฟูพันธ์ (เขตทุ่งครุ) และ พุทธิพัชร์ ธันยาธรรมนนท์ (เขตยานนาวา) จี้ถามเรื่องกิจการร่วมค้าที่จดทะเบียนแค่วันเดียวก่อนยื่นซอง กลัวฮั้วประมูล!
  • ผลกระทบเด็ก: สุทธิชัย วีรกุลสุนทร (เขตจอมทอง) และ เมธาวี ธารดำรงค์ (เขตปทุมวัน) ฝากเตือน อย่าให้พลาดโอกาสเรียนรู้ของเด็ก

ศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าฯ ชี้แจงเพิ่ม โครงการนี้จะช่วยครูลดงานเอกสาร โดยเฉพาะการกรอก ปพ. (ผลการประเมิน) ให้เหลือเวลาดูแลเด็กมากขึ้น ซึ่งในยุค EdTech อย่าง Google Classroom หรือ AI grading ระบบแบบนี้คือ must-have เลยครับ ยืนยันทำตามระเบียบกรมบัญชีกลาง 100%

สุดท้าย สภาโหวตเห็นชอบขยายเวลาแบบไม่ถอดใจ! แต่จากประสบการณ์ผม โครงการรัฐบาลติด TOR บ่อยมาก เพราะ tech ซับซ้อน ต้องละเอียดทุกบรรทัด มันสะท้อนเทรนด์ใหญ่: การศึกษาต้อง digitize ด่วน แต่ procurement ต้องโปร่งใสสุดๆ เพื่อไม่ให้งบเสียของ

ในมุม expert ผมมองว่าโครงการนี้ถ้าสำเร็จ จะเป็นโมเดล EdTech สำหรับโรงเรียนรัฐทั่วประเทศ ลด paper work ช่วยครู focus สอน ลองนึกภาพระบบ track สารเสพติดแบบ real-time ด้วย data analytics นี่คืออนาคตเลยนะ! แต่ต้องเร่งแก้ TOR ให้เป๊ะ และ audit transparency เพื่อป้องกันข่าวลือฮั้ว

ประโยชน์ของระบบสารสนเทศการศึกษาที่ กทม. กำลังทำ

  • ลดขั้นตอนกรอกข้อมูลซ้ำซ้อน
  • ติดตามนักเรียนแบบ real-time รวมประเด็นเสี่ยงอย่างสารเสพติด
  • คืนเวลาให้ครูสอนจริงจังมากขึ้น
  • รองรับ big data สำหรับ policy การศึกษา

เพื่อนๆ คิดยังไง? โครงการนี้จะช่วยยกระดับการศึกษา กทม. ได้จริงมั้ย? Comment มาคุยกันได้เลยครับ หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนที่สนใจ tech + การศึกษา สุดท้าย ผมเชื่อว่าในปี 2025 EdTech จะบูมหนัก ถ้า กทม. นำร่องสำเร็จ จะเป็น trendsetter แน่นอน!

ที่มา – สภา กทม. ไฟเขียว ขยายเวลาโครงการระบบสารสนเทศการศึกษา หลังสะดุดปม TOR ไม่ครบ ส.ก. จี้ถาม กังวลฮั้วประมูล-ทำเด็กเสียโอกาส

วอชิงตันโพสต์ประกาศปลดพนักงานครั้งใหญ่กว่า 1 ใน 3 และลดขนาดการรายงานข่าว

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกที่ชื่นชอบข่าวเทคโนโลยีและวงการบันเทิง! วันนี้เรามีข่าวใหญ่จากวงการสื่อชั้นนำของสหรัฐฯ ที่กำลังสั่นสะเทือนอุตสาหกรรมเลยทีเดียว นั่นคือ วอชิงตันโพสต์ประกาศปลดพนักงานครั้งใหญ่กว่า 1 ใน 3 และลดขนาดการรายงานข่าว ซึ่งส่งผลกระทบหนักต่อทีมข่าวกีฬา ข่าวท้องถิ่น และข่าวต่างประเทศ ผมในฐานะคนติดตามวงการสื่อมานาน จะเล่าให้ฟังแบบเป็นกันเอง พร้อมวิเคราะห์ insight ลึกๆ ว่ามันหมายถึงอะไรสำหรับอนาคตของสื่อดิจิทัลในยุค AI ครับ

วอชิงตันโพสต์ประกาศปลดพนักงานครั้งใหญ่กว่า 1 ใน 3 และลดขนาดการรายงานข่าว: เกิดอะไรขึ้น?

ประกาศครั้งนี้มาจาก แมตต์ เมอร์เรย์ บรรณาธิการบริหารของวอชิงตันโพสต์ เมื่อวันพุธที่ 4 ก.พ. โดยจะตัดพนักงานถึง 1 ใน 3 ของทั้งองค์กร ซึ่งกระทบหนักสุดที่แผนกกีฬา ข่าวท้องถิ่นในวอชิงตัน ดีซี และข่าวต่างประเทศ ผมมองว่านี่ไม่ใช่แค่การลดคน แต่เป็นการรีสตรักเจอร์ครั้งใหญ่ เพื่อให้องค์กร ‘เติบโต’ ท่ามกลางวิกฤตยอดผู้อ่านออนไลน์ที่ร่วงหนักใน 3 ปีมานี้

เมอร์เรย์บอกตรงๆ ว่าสื่อนี้ยัง ‘ยึดติดกับยุคเก่า’ ผลิตคอนเทนต์คุณภาพแต่จากมุมมองเดียว กลุ่มเป้าหมายแคบ และกำลังถูก AI กินตลาดไปเยอะ จากประสบการณ์ผม สื่อ传统อย่าง WaPo กำลังเจอ disruption จาก tech giants ที่ใช้ AI สร้างข่าวเร็วถูกถูกกว่า ทำให้ผู้อ่านหนีไปแพลตฟอร์มใหม่ๆ ครับ

เหตุผลเบื้องหลัง: ยอดผู้อ่านลด + AI ก้าวกระโดด

ตัวเลขชัดเจน ยอดผู้อ่านดิจิทัลลดฮวบ สวนทางกับ New York Times ที่เพิ่งรายงานเพิ่มสมาชิกดิจิทัล 450,000 รายในไตรมาสสุดท้ายปี 2025! WaPo ภายใต้ เจฟฟ์ เบซอส เจ้าของ Amazon ต้องปรับตัว โดยตัดส่วนที่ ‘ไม่ core’ อย่างข่าวกีฬาและต่างประเทศ เพื่อโฟกัสเนื้อหาที่แข็งแกร่งกว่า แต่คำถามคือ มันจะเวิร์คไหมในยุคที่ entertainment และ tech news กำลังบูม?

  • กระทบแผนกไหนบ้าง: ข่าวกีฬาเกือบทั้งหมด, ผู้สื่อข่าวตะวันออกกลางทั้งทีม, ผู้สื่อข่าวยูเครนกลางสงคราม, ข่าวท้องถิ่น DC
  • เสียงจากพนักงาน: สหภาพฯ บอกว่าจะทำให้สื่ออ่อนแอ ขับผู้อ่านหนี อดีตบรรณาธิการ Marty Baron เรียก ‘วันที่มืดมนที่สุด’
  • บริบทเบซอส: ซื้อ WaPo ปี 2013 ราคา 250 ล้านดอลลาร์ แต่ล่าสุดตัดสินใจไม่ endorse ผู้สมัครเลือกตั้ง 2024 ส่งยอดสมาชิกหายวับหลายหมื่น!

วิเคราะห์จากมุม expert: สื่อต้อง adapt หรือตาย

จากที่ผมติดตามมานาน สื่ออย่าง WaPo กำลังเจอปัญหาเดียวกับ tech companies ที่ไม่ pivot เร็วพอ เช่น การเน้น opinion ไปเสรีภาพและตลาดเสรี จนบรรณาธิการลาออก หรือยอด subscriber ร่วงหลังไม่ endorse Biden/Harris แบบเก่าๆ ที่ทำมาตั้งแต่ 1970s (ส่วนใหญ่ Democrat)

เทียบกับ NYT ที่โตเพราะ diversify คอนเทนต์ไป games, cooking, tech reviews – สิ่งที่ผู้อ่าน entertainment/tech อย่างเราชอบ! WaPo ควรเรียนรู้ โดยใช้ AI ช่วยผลิตข่าว routine แล้วโฟกัส investigative journalism ที่เป็นจุดแข็ง แต่การปลด 1/3 อาจเสี่ยงเสีย talent ไป competitor ครับ

นอกจากนี้ เบซอสที่รวยจาก Amazon Prime Video, streaming tech ควรนำ tech มาช่วย WaPo ทำ paywall แบบ dynamic หรือ personalized content ด้วย AI เพื่อดึง audience กลับมา

อนาคตวงการสื่อ: Trend ที่เราต้องจับตา

นี่คือสัญญาณว่าสื่อดั้งเดิมกำลัง transform สู่ digital-first ท่ามกลาง AI boom ถ้าคุณเป็น fan tech/entertainment ลองคิดดู – ข่าวกีฬาอาจหันไป ESPN+ หรือ AI highlights, ข่าวต่างประเทศไป Reuters AI summary สื่อต้อง hybrid human-AI ถึงจะรอด

สรุปแล้ว วอชิงตันโพสต์ประกาศปลดพนักงานครั้งใหญ่กว่า 1 ใน 3 และลดขนาดการรายงานข่าว เป็น wake-up call สำหรับทุกสื่อ ถ้าปรับไม่ทัน อาจตามรอยหนังสือพิมพ์เก่าๆ ที่ล้มหายตายจาก คุณคิดยังไงกับเรื่องนี้? คอมเมนต์ด้านล่างได้เลย หรือ subscribe บล็อกเพื่ออัพเดท trend สื่อเทคโนโลยีแบบ real-time นะครับ!

ที่มา – วอชิงตันโพสต์ประกาศปลดพนักงานครั้งใหญ่กว่า 1 ใน 3 และลดขนาดการรายงานข่าว

Gemini 3 ดึงดูดผู้ใช้ใหม่กว่า 100 ล้านคน

แอปผู้ช่วย AI Gemini ของ Google ตอนนี้มีผู้ใช้รายเดือน活跃มากกว่า 750 ล้านคนแล้ว! CEO Sundar Pichai ประกาศในงานประชุมผลประกอบการไตรมาส 4 ของ Alphabet พันธมิตรแม่บ้านของ Google เลยทีเดียว

ตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นจาก 650 ล้านคนในไตรมาสที่แล้วเกือบ 100 ล้านคนพอดี รายงานไตรมาส 3 ออกมาแค่ 3 สัปดาห์ก่อนที่ Gemini 3 จะเปิดตัว สะเทือนวงการ AI ไปทั้งโลก

Gemini 3 ดึงดูดผู้ใช้ใหม่กว่า 100 ล้านคน

“เรเห็นการมีส่วนร่วมต่อผู้ใช้สูงขึ้นมาก โดยเฉพาะหลังเปิดตัว Gemini 3” Pichai กล่าว “Gemini 3 มีการยอมรับเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์โมเดลของเรา”

เรื่องราว AI ของ Google พลิกผันครั้งใหญ่ในกลางพฤศจิกายน ด้วย Gemini 3 โมเดล AI ล่าสุด ผู้ชื่นชอบ AI ชมกันล้นหลามในโซเชียล แม้แต่แฟน ChatGPT ตัวยงอย่าง CEO Salesforce Marc Benioff ยังยอมหันมาใช้ Gemini ผู้ร่วมก่อตั้ง LMArena Wei-Lin Chiang บอกว่าเป็น “มากกว่าแค่สลับอันดับตาราง” เลย

ทำไม Gemini 3 ดึงดูดผู้ใช้ใหม่กว่า 100 ล้านคนได้ขนาดนี้

Gemini 3 ได้รับการตอบรับดี จนแค่สองสัปดาห์ OpenAI ระดับสูงประกาศ “code red” CEO Nvidia Jensen Huang ที่ทำธุรกิจใหญ่กับ OpenAI ยัง กังวล เรื่องการแข่งขันจาก Google

ถึงยอดผู้ใช้ Gemini จะพุ่ง แต่ ChatGPT ยังนำอยู่ OpenAI ไม่รายงานยอดสม่ำเสมอ แต่รายงาน The Information เดือนธันวาคมบอก ChatGPT ใกล้ 900 ล้านคนต่อสัปดาห์

อย่างไรก็ตาม การไล่ตามของ Google น่าประทับใจ ด้วยการเปิดตัวดังอย่าง Gemini 3 และ Nano Banana Pro ช่วยฟื้นชื่อเสียง AI ที่เคย เสียหาย จาก การเปิดตัว Gemini รูปภาพล้มเหลว ต้นปี 2024

“เราอยู่ในจังหวะนวัตกรรมที่ดุเดือดมาก และมั่นใจว่าจะรักษาความเร็วนี้ไปถึงปี 2026” Pichai กล่าว ผู้บริหารบอกว่าจะเพิ่ม ค่าใช้จ่ายทุน เป็นสองเท่าในปีหน้า ส่วนใหญ่ไปที่ AI

  • Apple เลือก Gemini พัฒนา Siri AI เปิดตัวปลายปีนี้
  • Samsung จะเพิ่มมือถือติด Gemini เป็นสองเท่า 800 ล้านเครื่องปีนี้
  • Gemini จะรองรับช้อปปิ้ง checkout ในแอป

เตรียมตัวเจอโฆษณาในแชท Gemini ละกัน แต่ยังไม่ใกล้ “โฆษณาช่วยスケลผลิตภัณฑ์ถึงพันล้านคนเสมอ แต่เราไม่รีบ” Philipp Schindler หัวหน้าธุรกิจ Google กล่าว

Gemini 3 ดึงดูดผู้ใช้ใหม่กว่า 100 ล้านคน แสดงให้เห็น Google กลับมาเป็นผู้นำ AI จริงจัง ปีนี้มีโปรเจกต์ใหญ่รออยู่ ลองโหลดแอป Gemini มาทดลองใช้ดูสิ แล้วคุณจะติดใจ!

ที่มา – Google’s Gemini 3 Release Won Over More Than 100 Million New Active Users

อีลอน มัสก์ กลับใจเรื่องไปเกาะเอปสไตน์

ช่วงนี้ อีลอน มัสก์ กำลังวุ่นวายบน X (ทวิตเตอร์เก่า) ของตัวเอง เพื่ออธิบายว่าทำไมถึงแลกเปลี่ยนอีเมลกับเจฟฟรีย์ เอปสไตน์ เยอะขนาดนั้น CEO Tesla มหาเศรษฐีคนนี้ยืนยันว่าเอปสไตน์ต่างหากที่ตามตื้อเขา แต่ยิ่งอีลอนอธิบาย และยิ่งมีอีเมลจากคลังเอกสารเอปสไตน์มหาศาลถูกเปิดเผยออกมา การแก้ตัวของเขาก็ยิ่งดูแปลกประหลาดขึ้นไปอีก

อีลอน มัสก์ กลับใจเรื่องไปเกาะเอปสไตน์

อีลอน มัสก์ ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และยืนกรานว่าเขาไม่เคยไปเกาะส่วนตัวของเอปสไตน์ในทะเลแคริบเบียนที่ชื่อ Little St. James แม้จะไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าเขาไปจริง แต่จากอีเมลที่เปิดเผย ชัดเจนว่าอีลอนอยากปาร์ตี้กับเอปสไตี้สุดๆ เขามีการสนทนากันยาวเหยียดในปี 2012, 2013 และ 2014 เรื่องไปเยือนเกาะนั้น

ชุดอีเมลจากเดือนธันวาคม 2012 ที่พูดถึง “ratio” ในปาร์ตี้ของเอปสไตน์น่ากังวลมาก โดยเฉพาะเพราะไม่แน่ใจว่าหมายถึงอะไร ชัดเจน อีลอนคุยเรื่องพาภรรยาสมัยนั้น ทาลูลาห์ ไรลีย์ นักแสดงสาวอังกฤษที่แต่งงานกันช่วง 2010-2012 และ 2013-2016 ไปด้วย

เอปสไตน์: คุณมาพักหรือแค่วันเดย์ก็ได้ มีที่พักเพียบ ผมจะส่งเฮลิคอปเตอร์มารับ

อีลอน: มีปาร์ตี้ไหนวางแผนไว้มั้ย? ปีนี้ผมทำงานจนแทบเสียสติ เด็กๆ กลับบ้านหลังคริสต์มาส ผมอยากไปปาร์ตี้ที่ St Barts หรือที่อื่นๆ ให้สุดเหวี่ยง ขอบคุณสำหรับคำเชิญ แต่เกาะสงบสุขไม่ใช่สไตล์ที่ผมอยากได้ตอนนี้

เอปสไตน์: เข้าใจแล้ว ผมจะเจอคุณที่ St Barth ratio บนเกาะผมอาจทำให้ทาลูลาห์อึดอัด

อีลอน: ratio ไม่เป็นไรสำหรับทาลูลาห์

อีเมลอีกชุดจากพฤศจิกายน 2012 อีลอนถามว่า “คืนไหนปาร์ตี้สุดเหวี่ยงบนเกาะคุณ?”

การโต้เถียงระหว่างอีลอนกับไรอัน ฮอฟแมน

ตั้งแต่เอกสารเอปสไตน์ชุดใหม่ 3.5 ล้านหน้า ถูกปล่อยเมื่อ 30 มกราคม อีลอนก็ปะทะกับไรอัน ฮอฟแมน ผู้ก่อตั้ง LinkedIn บนออนไลน์ ทั้งคู่กล่าวหาว่าอีกฝ่ายพัวพันมากกว่า

“ความต่างใหญ่ระหว่างคุณกับผมคือ คุณไป แต่ผมไม่ไป คุณไปหลายครั้ง ครั้งแรกอาจพลาด แต่ครั้งที่สองไม่ใช่” อีลอนเขียน

“และจากอีเมล ผมไม่คาดหวังอะไรน shady เพราะพาภรรยาไปด้วย (ทาลูลาห์) แต่ ต่างจากคุณ ผมกลับใจและไม่ไป เอปสไตน์ชวนผมไปเกาะบ่อยมาก จนสุดท้ายผมบล็อกเขา”

ประโยคนี้แปลกนะ อีลอน มัสก์ กลับใจเรื่องไปเกาะเอปสไตน์ หมายความว่ายังไง? เขารู้มาตลอดว่าเอปสไตน์ค้ายาเด็ก อยากปาร์ตี้ด้วย แต่เปลี่ยนใจ? หรือเพิ่งรู้ระหว่างคุยอีเมลปี 2012-2014?

หลายอย่างที่อีลอนพูดสับสน เพราะเขาไม่ใช่ผู้เล่าเรื่องที่น่าเชื่อถือ เดือนกันยายน 2025 เขาเคยทวีตว่า “ปฏิเสธ” ไปเกาะ แต่จากอีเมล เขากำลังวางแผนเจอกันชัดๆ

แม้ไม่นับเกาะ ก็มีอีเมลอื่นๆ เช่น กุมภาพันธ์ 2013 ที่เอปสไตน์พูดถึง “facility” และจะพา “assistants” 4 คนไป ดู

  • อีลอนปฏิเสธทุกอย่าง แต่ยิ่งพูดยิ่งแปลก
  • เช้าวันพุธ เขาตอบทวีตจาก @PubWanghaf ที่ว่า “เพื่อช่วยประเทศ อาจต้องทำอะไรที่ทำให้ผู้หญิงเศร้า 🙁 ” ด้วย “true words” โดยไม่ขยาย

คุณกำลังพูดอะไรของคุณวะ?

เรื่องนี้สะท้อนว่าอีลอน มัสก์ กลับใจเรื่องไปเกาะเอปสไตน์ได้ทัน แต่คำถามคือ เขารู้สึกยังไงกับเพื่อนเก่าๆ พวกนี้? คุณคิดเห็นยังไง ลองคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวอัปเดตจากเราเพื่อไม่พลาดดราม่าของเหล่ามหาเศรษฐี!

ที่มา – Elon Musk Says ‘I Came to My Senses’ About Going to Epstein Island

หวังอนิเมะ Ghost in the Shell ใหม่รักษาความโก๊ะเมเจอร์มังงะ

สิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมลังเลคือ เราอยู่ห่างจากปีที่เรื่องราวไซเบอร์พังก์สุดอิทธิพลของมังงะครีเอเตอร์ Masamune Shirow เรื่อง Ghost in the Shell ดำเนินไปเพียง 2 ปีเท่านั้น นับตั้งแต่เดบิวต์ในปี 1989 เราได้เห็นเวอร์ชั่นเรื่องราวและนางเอก Motoko Kusanagi หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นในภาพยนตร์อนิเมะของ Mamoru Oshii ซีรีส์หลายเรื่อง ภาพยนตร์ไลฟ์แอคชั่นของ Scarlett Johansson (ที่最好ลืมไปซะ) และเร็วๆ นี้คือ อนิเมะใหม่ จากสตูดิโอ Dan Da Dan อย่าง Science Saru

จากทีเซอร์น้อยนิดของ The Ghost in the Shell ที่จะออกฉายเดือนกรกฎาคม สไตล์ศิลปะดูแตกต่างจากเวอร์ชั่นก่อนๆ โดยยกตรงจากมังงะสีสันสดใสของ Shirow แต่ความหวังใหญ่ของผมคือ หวังอนิเมะ Ghost in the Shell ใหม่รักษาความโก๊ะเมเจอร์มังงะ ด้วยการนำ Kusanagi กลับสู่รากฐานที่ตลกและน่ารักกว่าเดิม

หวังอนิเมะ Ghost in the Shell ใหม่รักษาความโก๊ะเมเจอร์มังงะ

ผลงานกำกับครั้งแรกของ Toma Kimura (หรือ Mokachan) ผู้กำกับตอนใน Scott Pilgrim Takes Off เรื่องนี้ติดตาม Major Kusanagi หัวหน้าหน่วยต่อต้านไซเบอร์เทอร์ริซึ่ม Section 9 ที่ต้องรับมือคดีไซเบอร์คริมจากรัฐบาลและกลุ่มก่อการร้าย คดีเหล่านี้มักเต็มไปด้วยปรัชญาเกี่ยวกับมนุษย์และเทคโนโลยีในปี 2029 พร้อมฉากแอคชั่นสุดมันส์

Masamune Shirow ผู้สร้าง Ghost in the Shell เคยบอกเองว่าชอบภาพยนตร์ Innocence ที่มีสไตล์ของ Oshii มากที่สุด หลังจากภาพยนตร์ปี 1995 ของ Oshii ทุกเวอร์ชั่นทำให้ซีรีส์ดูจริงจังมากขึ้น Kusanagi กลายเป็นฮีโร่เย็นชา มีมุกตลกบ้างจาก Batou เพื่อนสนิท แต่โดยรวมแล้วเธอเหมือน John Wick สุดเท่ ไม่ใช่ Kusanagi ดั้งเดิมจากมังงะที่เกิดมาพร้อมความขี้เล่น

เมเจอร์ในมังงะคือตัวพ่อแห่งความโก๊ะ

เมเจอร์ในมังงะของ Shirow โก๊ะสุดๆ เธอจะล้อ Aramaki หัวหน้าที่หน้าตากริลล่า เมาแล้วแฮ็กระบบให้คนจ้างต่อยตัวเอง หรือในเวอร์ชั่นไม่เซ็นเซอร์ จะมีฉากเซ็กซ์สุดเพี้ยนกับเพื่อนสาวตอนลาพักรบ เธอเป็นคนเก่งแต่พลาดบ่อย สนุกและน่ารัก ต่างจากภาพลักษณ์สมบูรณ์แบบที่แฟนๆ ยึดถือ

Science Saru ที่เคยทำจาก Devilman Crybaby สุดดาร์ก ไปจนถึง Dan Da Dan และ Sanda ที่บ้าคลั่ง มีศักยภาพนำเมเจอร์โก๊ะกลับมาได้ จาก character sheet ของ Shuhei Handa และ key frames ในนิทรรศการญี่ปุ่น ดูเหมือนเธอจะมีสีหน้าสดใส emotive ผมตื่นเต้นที่แฟนเวอร์ชั่นอื่นจะได้เจอเมเจอร์ตัวจริง!

นอกจากนี้ Ghost in the Shell ยังมีอิทธิพลมหาศาลต่ออนิเมะและภาพยนตร์ไซไฟทั่วโลก การที่อนิเมะใหม่ยึดสไตล์มังงะจะทำให้แฟนเก่าใหม่เพลิดเพลินมากขึ้น ผมเชื่อว่า Science Saru จะผสมผสานแอคชั่นเข้มข้นกับมุกตลกได้ลงตัว เหมือนที่เคยทำในผลงานก่อนหน้า

  • สไตล์ศิลปะสีสันจากมังงะต้นฉบับ
  • บุคลิกเมเจอร์ที่ขี้เล่นและมนุษย์กว่า
  • ทีมงาน Science Saru ผู้เชี่ยวชาญเรื่องพลังงานบ้าคลั่ง

ถ้าคุณเป็นแฟน Ghost in the Shell อย่าพลาดติดตามอนิเมะใหม่นี้ มันอาจเป็นเวอร์ชั่นที่ใกล้เคียงต้นฉบับที่สุด! คุณคิดยังไงกับเมเจอร์โก๊ะ ลองคอมเมนต์บอกกันหน่อย

ที่มา – I Really Hope the New ‘Ghost in the Shell’ Anime Keeps the Major’s Manga Goofiness

โซราน มัมดานี ตอบโต้สตั๊นต์ร้านขายของชำฟรีของ Polymarket

Polymarket ประกาศเปิด “ร้านขายของชำฟรีแห่งแรกของนิวยอร์ก” เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการอ้างอิงชัดเจนถึงแผนของนายกเทศมนตรีนิวยอร์กคนใหม่ โซราน มัมดานี ที่จะเปิดร้านขายของชำราคาถูกโดยรัฐบาลเมือง โดยมุ่งเน้นพื้นที่ขาดแคลนอาหารในทุกเขตโบโร่ สตั๊นต์ PR สับสนนี้ดึงดูดความสนใจของนายกเทศมนตรท่านใหม่ทันที และเขาได้ตอบโต้อย่างรวดเร็วบนโซเชียลมีเดีย

โซราน มัมดานี ตอบโต้สตั๊นต์ร้านขายของชำฟรีของ Polymarket

ในโพสต์บน X ของนายกเทศมนตรี (ลิงก์) โซราน มัมดานี ได้แสดงความเห็นต่อสตั๊นต์นี้อย่างตรงไปตรงมา Polymarket ตอบกลับในโพสต์ถัดมา (ลิงก์) ว่าพวกเขายินดีเชิญนายกเทศมนตรีมาเยี่ยมและอ้างว่าพยายามติดต่อแล้ว

อย่างไรก็ตาม “ร้านขายของชำฟรี” นี้ไม่ใช่สถานที่ถาวรเหมือนที่มัมดานีกำลังผลักดัน Polymarket บอกว่าทำสัญญาเช่าแล้ว แต่ดูเหมือนจะเป็นป๊อปอัพเพียง 5 วันเท่านั้น ยังไม่มีรายละเอียดสถานที่ของร้าน “Polymarket” นี้

คู่แข่ง Kalshi ก็ไม่ยอมแพ้

แปลกที่ Polymarket ไม่ใช่แพลตฟอร์มตลาดทำนายเพียงแห่งเดียวที่แจกของชำฟรีในนิวยอร์กสัปดาห์นี้ คู่แข่งอย่าง Kalshi ก็จ่ายเงินให้ของชำฟรีมูลค่า 50 ดอลลาร์ต่อคนที่ Westside Market ใน East Village ตั้งแต่เที่ยงถึงบ่ายสามโมงวันอังคาร

สตั๊นต์ประชาสัมพันธ์เหล่านี้เป็นกลยุทธ์การตลาดชัดเจน การแจกของชำฟรีท่ามกลางวิกฤตค่าครองชีพสูงในนิวยอร์ก ช่วยสร้างภาพลักษณ์บวกให้แบรนด์ที่เพิ่งเจอข่าวลบ เช่น ข้อกล่าวหา การพนันโดยใช้ข้อมูลภายในจากเจ้าหน้าที่รัฐ และ การวิเคราะห์ที่พบว่าผู้เล่นตลาดทำนายขาดทุนเร็วกว่าคนเล่นแอปพนันทั่วไป

ยิ่งไปกว่านั้น การประกาศโปรโมชั่นดึงดูดใจก่อน Super Bowl เพียงไม่กี่วันยิ่งทัน时机 นอกจากนี้ยังมีเหตุผลอื่นที่ทำให้จังหวะเวลาน่าสงสัย

สถานการณ์ทางกฎหมายที่ซับซ้อนของตลาดทำนาย

ตลาดทำนายทั่วสหรัฐฯ กำลังเผชิญปัญหากฎหมายยุ่งเหยิง การเลือกตั้งทรัมป์ปีที่แล้วช่วยเปิดทางให้ถูกกฎหมาย (ลิงก์) แต่ยังถูกจับตาอย่างหนัก Kalshi เองก็กำลังต่อสู้คดีแพ่งจากรัฐบาลกลางถึง 19 คดี (ลิงก์)

นิวยอร์กเป็นสนามรบสำคัญ ต้นเดือนตุลาคม New York State Gaming Commission กล่าวหา Kalshi ว่าดำเนินการพนันผิดกฎหมาย (ลิงก์) สองสัปดาห์ต่อมา ส.ส. Clyde Vanel เสนอกฎหมาย ORACLE Act ห้ามตลาดทำนายรับพนันการเมืองและกีฬา

William LeGate รองประธานฝ่ายเติบโตทั่วโลกของ Polymarket โพสต์บน X (ลิงก์) ว่าคิดไอเดียนี้มาตั้งแต่พฤศจิกายน

วันจันทร์ก่อนประกาศของ Kalshi เพียงวันเดียว อัยการสูงสุดนิวยอร์ก Letitia James ออก คำเตือนผู้บริโภค ต่อตลาดทำนาย เตือนว่าการโฆษณาพนันกีฬาไม่ได้รับอนุญาตผิดกฎหมายนิวยอร์ก อาจโดนคดีแพ่งและอาญา

“ตลาดทำนายอาจดูเป็นแพลตฟอร์มสมัยใหม่สำหรับการเก็งกำไรหรือ ‘พยากรณ์’ แต่ในทางปฏิบัติ หลายแห่งดำเนินการเหมือนการพนันที่ไม่ได้รับการกำกับดูแล โดยขาดการคุ้มครองพื้นฐานที่ผู้บริโภคนิวยอร์กสมควรได้รับจากผู้ประกอบการที่ได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้อง” คำเตือนระบุ

สตั๊นต์เหล่านี้อาจช่วยพลิกภาพลักษณ์ แต่คำถามคือ มันจะช่วยให้รอดพ้นกฎหมายได้หรือไม่? นักลงทุนและผู้เล่นควรติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด เพราะอนาคตของตลาดทำนายในนิวยอร์กกำลังเปลี่ยนแปลง

คุณคิดอย่างไรกับ โซราน มัมดานี ตอบโต้สตั๊นต์ร้านขายของชำฟรีของ Polymarket นี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างและแชร์บทความนี้เพื่อให้เพื่อนๆ ได้รู้ด้วย!

ที่มา – Zohran Mamdani Responds to Polymarket’s Free Grocery Store Stunt