ผู้เขียน: lalika69_admin

ทำไม Star Wars ถึงเป็นแฟรนไชส์ที่ Ryan Gosling เลือกในที่สุด

หลายปีมานี้ ชื่อของ Ryan Gosling มักถูกพูดถึงในฐานะนักแสดงที่เหมาะกับบทบาทในแฟรนไชส์ใหญ่ๆ ไม่ว่าจะเป็น Batman, Superman, Adam Warlock หรือ Ghost Rider แต่ดาราที่เข้าชิงออสการ์จากภาพยนตร์อย่าง Barbie และ Blade Runner 2049 กลับหลีกเลี่ยงบทบาทเหล่านั้นมาโดยตลอด เขาไม่เคยเล่นบทเดิมซ้ำสองครั้ง แต่ทุกอย่างอาจเปลี่ยนไปในปี 2027 เมื่อ ทำไม Star Wars ถึงเป็นแฟรนไชส์ที่ Ryan Gosling เลือกในที่สุด เพราะเขาจะรับบทใน Star Wars: Starfighter

ทำไม Star Wars ถึงเป็นแฟรนไชส์ที่ Ryan Gosling เลือกในที่สุด

ในปี 2027 Ryan Gosling จะแสดงนำใน Star Wars: Starfighter ภาพยนตร์ Star Wars เรื่องแรกที่เกิดขึ้นหลังจาก The Rise of Skywalker กำกับโดย Shawn Levy จาก Deadpool & Wolverine โดย Gosling จะรับบทตัวละครเมนเทอร์วัยสูงอายุ คู่กับตัวละครหนุ่มน้อยที่ Flynn Gray แสดง เป็นเรื่องราว standalone ที่ไม่เชื่อมโยงกับจักรวาล Star Wars ส่วนอื่น แต่ถ้าประสบความสำเร็จ ก็อาจมีการขยายต่อไปได้

รายละเอียดเรื่องย่อยังน้อย แต่ข่าวลือมีเพียบ และเราจะได้รู้เพิ่มเติมในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า สิ่งที่เรารู้ตอนนี้คือ ในวันที่ 20 มีนาคม Gosling จะแสดงในภาพยนตร์อวกาศอีกเรื่อง Project Hail Mary ที่เขารับบท Ryland Grace ครูมัธยมต้นที่ต้องออกภารกิจในอวกาศเพื่อช่วยโลก ในบทสัมภาษณ์กับ io9 เกี่ยวกับโปรเจกต์นี้ เราถามคำถามเกี่ยวกับ Star Wars ด้วย โดยเฉพาะเรื่องการเลือกแฟรนไชส์

เหตุผลที่ Ryan Gosling เลือก Star Wars ในที่สุด

เราถาม Gosling ว่าหลังจากหลีกเลี่ยงแฟรนไชส์ใหญ่มานาน ทำไม Star Wars ถึงเป็นแฟรนไชส์ที่ Ryan Gosling เลือกในที่สุด เขาตอบว่า “คือความกระตือรือร้นและวิชั่นของ Shawn รวมถึงสคริปต์ด้วย ผมหลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านี้เพราะมันไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม และดีใจที่ทำแบบนั้น เพราะมันเหมือนหนังสือเล่มนี้ที่คุ้มค่ากับการรอคอย เป็นโอกาสครั้งหนึ่งในชีวิต”

อาชีพของ Gosling เต็มไปด้วยบทบาทที่หลากหลายและน่าจดจำ เช่นใน Barbie, Blade Runner 2049, และตอนนี้ Project Hail Mary คำถามคือ Star Wars: Starfighter จะเป็น standalone จริงๆ หรือ Gosling จะกลับมารับบทเดิมในอนาคต ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาไม่เคยทำมาก่อน? ยังไม่มีคำตอบแน่นอน แต่ถ้าภาพยนตร์เรื่องนี้ดีครึ่งหนึ่งของที่เราหวัง เราคิดว่ามีโอกาสสูง

Project Hail Mary เข้าฉาย 20 มีนาคม ส่วน Star Wars: Starfighter ของ Gosling เข้าฉาย 28 พฤษภาคม 2027

ทำไม Ryan Gosling ถึงเลือก Star Wars ตอนนี้? อาจเพราะทีมงานชั้นนำและสตอรี่ที่โดดเด่น แฟรนไชส์ Star Wars เป็นตำนานที่ดึงดูดนักแสดงระดับโลกมานับไม่ถ้วน ตั้งแต่ Harrison Ford ไปจนถึง Daisy Ridley และตอนนี้ Gosling เข้ามาเสริมทัพ ทำให้แฟนๆ ตื่นเต้นยิ่งขึ้น การตัดสินใจนี้แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในอาชีพของเขา จากนักแสดงอินดี้สู่บล็อกบัสเตอร์ แต่เขายังคงเลือกโปรเจกต์ที่ ‘ใช่’ จริงๆ

  • หลีกเลี่ยงแฟรนไชส์ใหญ่มาหลายปี
  • เลือก Star Wars เพราะวิชั่นของผู้กำกับ Shawn Levy
  • บทเมนเทอร์ใน Starfighter ที่น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นใหม่

นอกจากนี้ Star Wars กำลังขยายจักรวาลด้วยเรื่องราวใหม่ๆ หลังจาก Skywalker Saga สิ้นสุด ทำให้ Starfighter มีโอกาสเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เราคาดหวังว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะนำเสนอการผจญภัยในอวกาศที่สดใหม่ พร้อมฉากบินยานรบสุดอลังการ

ในฐานะแฟน Star Wars เราเชื่อว่า ทำไม Star Wars ถึงเป็นแฟรนไชส์ที่ Ryan Gosling เลือกในที่สุด เพราะมันคือการรวมตัวของพรสวรรค์ที่ลงตัวที่สุด ติดตามข่าว Star Wars และภาพยนตร์อื่นๆ เพิ่มเติมเพื่อไม่พลาดอัปเดต!

ที่มา – Why ‘Star Wars’ Is the Franchise Ryan Gosling Finally Landed On

ตัวอย่างเต็ม Faces of Death มาแล้ว!

ตัวอย่างเต็ม Faces of Death มาแล้ว! และมันพร้อมที่จะทำให้คุณรู้สึก "ick" หรือความน่าขยะแขยงสุดขีดเลยทีเดียว ภาพยนตร์รีเมคเรื่องนี้จาก Legendary Entertainment ไม่ใช่แค่การทำตามสูตรเดิมๆ นะ เพราะเวอร์ชันปี 1978 ที่โด่งดังนั้น เกิดขึ้นในยุคปลายๆ ของหนังแนว mondo ที่อ้างว่าสะสมคลิป แท้จริง ของการตายโหดๆ ของมนุษย์และสัตว์ แม้ภายหลังจะถูกพิสูจน์ว่ามีของปลอมผสมอยู่ แต่เสน่ห์ต้องห้ามนั้นยังคงอยู่มาจนถึงทุกวันนี้

ตัวอย่างเต็ม Faces of Death

แล้วหนังใหม่เรื่องนี้จะถ่ายทอดความรู้สึกสะเทือนใจแบบเดิมได้ไหม? หรือควรลองทำแบบใหม่ดีกว่า? ตัวอย่างเต็ม Faces of Death ที่เพิ่งปล่อยออกมา กำกับโดย Daniel Goldhaber และเขียนโดย Goldhaber กับ Isa Mazzei (ทีมเดียวกับ Cam และ How to Blow Up a Pipeline) ทำให้เห็นว่ามีวิธีการบ้าบอแต่ฉลาดซ่อนอยู่

ใช่แล้ว มันเป็นตัวอย่าง red-band ที่ต้องไปดูบน YouTube แล้วล็อกอินด้วยนะ เพราะเนื้อหาโหดร้ายเกินเบอร์! มีภาพ "found-footage" น่าขนลุกเต็มไปหมด พร้อมฉาก frame story ที่ Barbie Ferreira จาก Euphoria ดูตกใจสุดๆ

ตัวอย่างเต็ม Faces of Death สรุปเนื้อเรื่อง

synopsis อย่างเป็นทางการบอกว่า: "In Faces of Death, the exploration of the original film’s infamous ‘is it real or not?’ conceit continues as a woman (Ferreira) working as a content moderator for a major video platform discovers what appears to be reenactments of murders from the original film. ในโลกออนไลน์ที่ไม่มีอะไรน่าเชื่อถือ เธอต้องหาคำตอบว่าความรุนแรงนี้เป็นแค่เรื่องแต่ง หรือกำลังเกิดขึ้นจริงๆ"

ฟังดูมีกลิ่นอาย Blow-Up หรือ Blow-Out เลยนะ เมื่อ moderator สาวเริ่มเชื่อว่าเจอฟุตเทจอันตรายจริงๆ และต้องพิสูจน์ความจริง มี vibe Black Mirror ชัดๆ เมื่อเทคโนโลยีถูกใช้ในทางชั่วร้าย

ไอเดียที่การฆาตกรรมใหม่ๆ คัดลอกจาก Faces of Death เดิมก็น่าขนลุกดี และหนังไม่พยายามหลอกคนดูว่ามัน "จริงหรือปลอม" เพราะเรารู้อยู่แล้วว่านี่คือหนังสมมติ แต่โยกความคลุมเครือไปให้ตัวละครของ Ferreira ที่มีบริบทเหมาะสม

นักแสดงอื่นๆ ได้แก่ Dacre Montgomery, Josie Totah, Aaron Holliday, Jermaine Fowler และ Charli XCX ที่กำลังดังฉุดไม่อยู่ ใครจะรอด ใครจะโดนถ่ายคลิปทรมาน? รอชม 10 เมษายนในโรงภาพยนตร์!

นอกจากนี้ ตัวอย่างเต็ม Faces of Death ยังชวนให้คิดถึงวัฒนธรรมออนไลน์สมัย Gen Z ที่คอนเทนต์ช็อกๆ กลายเป็นเรื่องปกติ แต่หนังเรื่องนี้พลิกแพลงให้กลายเป็น恐怖 thriller ที่ลึกซึ้งกว่าเดิม การเป็น content moderator ในแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่ ก็สะท้อนปัญหาจริงในยุคนี้ ที่ต้องกรองเนื้อหาโหดร้ายวันละเป็นล้านคลิป

ผู้กำกับ Daniel Goldhaber เคยพิสูจน์ฝีมือใน Cam ที่ผสมแนวลึกลับกับสยองขวัญได้ลงตัว ส่วน Isa Mazzei ก็เก่งเรื่องเขียนสคริปต์ที่เล่นกับจิตวิทยา ดังนั้นคาดหวังได้เลยว่าหนังจะไม่ใช่แค่ช็อกเพื่อช็อก แต่มีสาระแฝง

ถ้าคุณชอบหนังแนว found-footage อย่าง Paranormal Activity หรือ The Blair Witch Project เรื่องนี้ก็น่าจะโดนใจ แถมผสมดราม่าจากโลกดิจิทัลเข้าไปอีก

  • Barbie Ferreira: นำแสดงเป็น content moderator
  • Dacre Montgomery: จาก Stranger Things
  • Josie Totah: นักแสดงหน้าใหม่ไฟแรง
  • Aaron Holliday, Jermaine Fowler: ร่วมเสริมทีม
  • Charli XCX: ศิลปินป๊อปที่หันมาถ่ายหนัง

อยากรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวงการหนัง? ติดตามข่าว Marvel, Star Wars, Star Trek, DC Universe และ Doctor Who ได้เลย!

ตัวอย่างเต็ม Faces of Death ทำให้ผมขนลุกจริงๆ คุณล่ะ พร้อมเสียวไหม? ไปดูแล้วมาคุยกันในคอมเมนต์นะ อย่าลืมแชร์ถ้าชอบ!

ที่มา – The Full ‘Faces of Death’ Trailer Is Here to Eagerly Give You the Ick

ประธานศาลฎีกาตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระ สอบ ‘เอกวิทย์’ กรรมการ ป.ป.ช. ปมส่อทุจริต-ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกที่ชอบติดตามดราม่าระดับสูง! วันนี้เรามีข่าวใหญ่ที่กำลังเป็นกระแสในวงการข่าวการเมืองและสังคมไทยมาอัปเดตกันแบบเป็นกันเองเลยนะครับ ประธานศาลฎีกาตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระ สอบ ‘เอกวิทย์’ กรรมการ ป.ป.ช. ปมส่อทุจริต-ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง นี่แหละครับ เหตุการณ์ที่ทำให้หลายคนฮือฮา เพราะมันเกี่ยวข้องกับองค์กรปราบปรามทุจริตที่กำลังถูกสอบสวนตัวเองซะงั้น!

ประธานศาลฎีกาตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระ สอบ ‘เอกวิทย์’ กรรมการ ป.ป.ช. ปมส่อทุจริต-ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง

เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ประธานศาลฎีกาลงนามแต่งตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระทั้งหมด 9 ท่าน เพื่อไปไต่สวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับนายเอกวิทย์ วัชชวัลคุ กรรมการ ป.ป.ช. ที่ถูกกล่าวหาว่ามีพฤติการณ์ทุจริตต่อหน้าที่และฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง สาเหตุมาจากประธานวุฒิสภาส่งหนังสือแจ้งเหตุอันควรสงสัยให้ศาลฎีกาทราบนั่นเองครับ

ผมในฐานะคนติดตามข่าวมานาน มองว่ากรณีนี้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะ ป.ป.ช. คือหน่วยงานหลักในการตรวจสอบคนการเมือง แต่พอกรรมการในองค์กรนี้ถูกสงสัย ก็เหมือนบ้านแตกสาแหรกขาดเลยนะครับ มันสะท้อนปัญหาโครงสร้างที่ต้องได้รับการแก้ไขด่วน

รายชื่อคณะผู้ไต่สวนอิสระทั้ง 9 ท่าน

มาดูกันว่าคณะนี้ประกอบด้วยผู้พิทักษ์ความยุติธรรมคนไหนบ้างครับ:

  • 1. ชวลิต อิศรเดช
  • 2. เผดิม เพ็ชรกูล
  • 3. อธิคม อินทุภูติ
  • 4. สาคร ตั้งวรรรณวิบูลย์
  • 5. อดิศร ไชยคุปต์
  • 6. สัญจัย จันทร์ผ่อง
  • 7. ศาสตราจารย์ไผทชิต เอกจริยกร
  • 8. ศาสตราจารย์ศักดา ธนิตกุล
  • 9. ศาสตราจารย์พิเศษวิชา มหาคุณ

การแต่งตั้งนี้ยึดตามรัฐธรรมนูญมาตรา 236 ประกอบ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 49 และ 50 ซึ่งกำหนดให้ตั้งคณะไม่น้อยกว่า 7 คน แต่ครั้งนี้จัดเต็ม 9 คนเลย!

ปมปัญหาที่ทำให้เกิดการไต่สวน

ที่มาของดราม่านี้คือข้อกล่าวหาว่านายเอกวิทย์รับสินบนทองคำหนัก 246 บาท มูลค่ากว่า 15 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือ พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. ที่ถูก ป.ป.ช. สอบสวนเรื่องรับผลประโยชน์จากเว็บพนันออนไลน์ คดีนี้ยังอยู่ในชั้นสอบสวนของ ป.ป.ช. อยู่เลยครับ สุดท้ายกลายเป็นว่าต้องมีคณะอิสระมาสอบกรรมการ ป.ป.ช. เอง ถือเป็นครั้งแรกนับจากรัฐธรรมนูญ 2560 ด้วย!

นอกจากนี้ ศาลฎีกายังเปิดโอกาสให้ใครก็ตามที่อยากคัดค้านรายชื่อผู้ไต่สวน ยื่นคำร้องได้ภายใน 14 วัน โดยต้องเขียนเหตุผลชัดเจน ส่งถึงประธานศาลฎีกา ตามระเบียบศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. 2562 ข้อ 40 และ 43

จากประสบการณ์ผมที่ตามข่าวทุจริตมานับไม่ถ้วน กรณีนี้เหมือนกระจกสะท้อนสังคมไทยที่ระบบตรวจสอบต้องโปร่งใสยิ่งขึ้น ถ้าคนใน ป.ป.ช. ยังถูกสงสัยแบบนี้ แล้วใครจะเชื่อมั่นได้? มันเหมือนดราม่าในวงการบันเทิงที่ celeb ถูกแฉ แต่ครั้งนี้กระทบระดับชาติเลยครับ

สำหรับเพื่อนๆ ที่ชอบข่าวแบบนี้ แนะนำติดตามต่อเลยนะ เพราะผลการไต่สวนนี้อาจนำไปสู่การปฏิรูประบบปราบปรามทุจริตครั้งใหญ่ได้ ลองคิดดูสิ ถ้าทุกฝ่ายโปร่งใส เราจะมีสังคมที่ดีกว่านี้แค่ไหน! ถ้าชอบบทความนี้ อย่าลืมแชร์และกดติดตามบล็อกเพื่ออัปเดตข่าวร้อนๆ นะครับ

ที่มา – ประธานศาลฎีกาตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระ สอบ ‘เอกวิทย์’ กรรมการ ป.ป.ช. ปมส่อทุจริต-ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง

เลือกตั้ง 2569 : สรุปรายงานตัว สส. วันที่ 2 มาเพิ่ม 46 คน รวมแล้ว 93 คน จาก สส. เขต ทั้งหมด 396 คน

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อก! วันนี้เรามาติดตามความเคลื่อนไหวสุดเข้มข้นจากวงการการเมืองไทยกันอีกวัน กับเรื่องที่หลายคนกำลังจับตา นั่นคือ เลือกตั้ง 2569 : สรุปรายงานตัว สส. วันที่ 2 มาเพิ่ม 46 คน รวมแล้ว 93 คน จาก สส. เขต ทั้งหมด 396 คน บรรยากาศวันนี้ (27 กุมภาพันธ์) คึกคักมากเลยนะครับ การรายงานตัวของ ส.ส. แบบแบ่งเขต ต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เริ่มตั้งแต่ 9.00 น. จนถึง 16.30 น. เหมือนกับวันแรกเลย แต่คนมาเพิ่มขึ้นแบบชัดเจน!

เลือกตั้ง 2569 : สรุปรายงานตัว สส. วันที่ 2 มาเพิ่ม 46 คน รวมแล้ว 93 คน จาก สส. เขต ทั้งหมด 396 คน

เช้านี้ช่วง 10.00 น. พรรคเพื่อไทยจัดหนักเลยครับ นำทีมโดยยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ว่าที่ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ และแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค พร้อม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค และแกนนำทั้งหลาย พา ส.ส. เขตของพรรคมาแบบยกทีมใหญ่โต วันนี้มีถึง 28 คนเลย จากเมื่อวาน 49 คน รวมแล้วครบ 58 คนแล้ว ส.ส. เขตของเพื่อไทย! แรงขนาดนี้ เห็นทีจะเป็นพรรคใหญ่ตัวจริงในสภาชุดใหม่แน่ๆ

หลังจากนั้น ส.ส. จากพรรคอื่นๆ ก็ทยอยมาเรื่อยๆ เช่น พรรคประชาชาติ นำโดย กมลศักด์ ลีวาเมาะ (นราธิวาส เขต 5), ซูการ์โน มะทา (ยะลา เขต 2), สุไลมาน บือแนปีแน (ยะลา เขต 1) และ อับดุลอายี สาแม็ง (ยะลา เขต 3) ส่วน พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรค ไม่ได้มา คงรอประกาศรับรอง ส.ส. บัญชีรายชื่อจาก กกต. ก่อนละครับ ส่วนพรรคกล้าธรรม มี บุญยิ่ง นิติกาญจนา (ราชบุรี เขต 2) และ อนุรัตน์ ตันบรรจง (พะเยา เขต 2) มารายงานตัวแล้ว 2 จาก 55 คน

สรุปทั้งวัน มี ส.ส. ใหม่ 46 คน รวม 2 วัน 93 คน จากทั้งหมด 396 คนเท่านั้นเอง! แบ่งตามพรรค ดังนี้:

  • พรรคภูมิใจไทย: 32 คน
  • พรรคเพื่อไทย: 49 คน
  • พรรคพลังประชารัฐ: 4 คน
  • พรรคประชาธิปัตย์: 1 คน
  • พรรคกล้าธรรม: 2 คน
  • พรรคประชาชาติ: 4 คน
  • พรรคโอกาสใหม่: 1 คน

เห็นมั้ยครับ เพื่อไทยกับภูมิใจไทยมาแรงสุด! ในฐานะคนติดตามการเมืองมานาน ผมมองว่าการรายงานตัวช้าของบางพรรค อาจเพราะรอผลคดีหรือการรับรองผล แต่ภาพรวมแล้ว สภาชุดนี้จะน่าติดตามมาก เหมือนซีรีส์การเมืองที่พลิกผันตลอด เหมือนดราม่าบน Netflix เลยล่ะ สำหรับคนชอบ entertainment การเมืองไทยนี่แหละคือสุดยอด reality show!

และถ้าพูดถึง tech ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ต้องบอกว่าเว็บไซต์ติดตามผลแบบเรียลไทม์อย่าง election2569.thestandard.co สุดยอดมากครับ ใช้เทคโนโลยีอัปเดตคะแนนสดๆ รองรับมือถือ กราฟสวยๆ วิเคราะห์ข้อมูล AI ช่วยด้วย เหมาะสำหรับคนรัก tech ที่อยากเก็บบิ๊กดาต้าจากการเลือกตั้ง อย่าพลาดนะ!

เกาะติดความเคลื่อนไหวได้ที่ https://thestandard.co/election2569/ มีข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาเลือกตั้ง รายงานสดทั้งหมด

วิเคราะห์เพิ่มเติม: ก้าวต่อไปของ ส.ส. เหล่านี้

จากสถิติ 93 คนใน 2 วัน แสดงว่ายังเหลืออีกเกือบ 300 คน คาดว่าวันที่ 3-4 จะคึกคักกว่าเดิม พรรคเล็กๆ อย่างกล้าธรรมหรือประชาชาติ อาจมีเซอร์ไพรส์ ถ้าคุณเป็นคนชอบ tech ลองใช้แอปติดตามหรือ dashboard ออนไลน์ดูสิ สนุกมาก! ในมุม expert ผมเห็น trend ว่าพรรคใหญ่กำลังรวมพลัง สภาอาจเกิดพันธมิตรใหม่ๆ เร็วๆ นี้

สุดท้าย อยากชวนทุกคนติดตามต่อไป เพราะนี่คือจุดเริ่มต้นของการเมืองไทยยุคใหม่ อย่าลืมแชร์โพสต์นี้ และไปเช็คผลสดที่ลิงก์ด้านบนนะครับ! คุณคิดว่าพรรคไหนจะได้ ส.ส. มากสุด? คอมเมนต์บอกกันหน่อย

ที่มา – เลือกตั้ง 2569 : สรุปรายงานตัว สส. วันที่ 2 มาเพิ่ม 46 คน รวมแล้ว 93 คน จาก สส. เขต ทั้งหมด 396 คน

อัยการยื่นศาลแพ่งอายัดทรัพย์ทนายตั้ม 74 ล้านบาทซ้ำ ระหว่างรออุทธรณ์ ด้าน อสส. สั่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกที่ชื่นชอบข่าวดราม่าบันเทิงและเรื่องกฎหมายสุดเข้มข้น วันนี้ผมมีอัพเดทคดีร้อนแรงที่หลายคนจับตา นั่นคือ อัยการยื่นศาลแพ่งอายัดทรัพย์ทนายตั้ม 74 ล้านบาทซ้ำ ระหว่างรออุทธรณ์ ด้าน อสส. สั่งตั้งคณะทำงานสอบข้อเท็จจริง ครับ คดีนี้มาจากกรณีฉ้อโกงของ “ทนายตั้ม” หรือนายษิทรา เบี้ยบังเกิด และภรรยา กับคู่กรณีดังอย่างเจ๊อ้อย หรือจตุพร อุบลเลิศ ที่ก่อนหน้านี้ศาลแพ่งยกคำร้องริบทรัพย์ไปเมื่อ 24 ก.พ. แต่ล่าสุดอัยการไม่ยอมแพ้ ยื่นใหม่ทันที!

อัยการยื่นศาลแพ่งอายัดทรัพย์ทนายตั้ม 74 ล้านบาทซ้ำ ระหว่างรออุทธรณ์ ด้าน อสส. สั่งตั้งคณะทำงานสอบข้อเท็จจริง

มาดูรายละเอียดกันแบบชัดๆ นะครับ เมื่อวันที่ 26 ก.พ. ที่ผ่านมา นายสุเทพ เยี่ยมศิริ อัยการผู้เชี่ยวชาญจากสำนักงานอัยการคดีพิเศษ 2 ได้บุกยื่นคำร้องต่อศาลแพ่งอีกครั้ง ขออายัดทรัพย์สินชั่วคราวมูลค่า 74 ล้านบาท ซึ่งรวมอสังหาฯ และเงินฝากธนาคารของทนายตั้มและภรรยา เหตุผลหลักที่อัยการยกมานั้นหนักแน่นมาก:

  • ทรัพย์สินเหล่านี้เชื่อมโยงกับความผิดฐานฉ้อโกงที่ทำเป็นปกติธุระ และฟอกเงิน
  • เป็นสินทรัพย์สภาพคล่องสูง โอนย้ายง่าย ถ้าไม่อายัด ตอนบังคับคดีจะลำบาก ผู้เสียหายอย่างเจ๊อ้อยจะเดือดร้อนหนัก

ศาลแพ่งรับทราบและสั่งอายัดทันที! ชั่วคราวจนกว่าจะมีคำอุทธรณ์ออกมา โดยอาศัย พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 59 ประกอบ ป.วิ.แพ่ง มาตรา 254(1) และ 260 ครับ นี่คือกลไกคุ้มครองชั่วคราวที่ฉลาดมาก ในฐานะคนติดตามคดีมาหลายปี ผมบอกเลยว่าการอายัดแบบนี้ช่วยป้องกันไม่ให้ทรัพย์หายตัวไป เหมือนหลายคดีที่เคยเจอ

พื้นหลังคดีทนายตั้ม vs เจ๊อ้อย ที่คุณต้องรู้

ย้อนไปก่อนหน้านี้ คดีนี้เริ่มจากข้อหาฉ้อโกงที่เจ๊อ้อยอ้างว่าถูกทนายตั้มโกงเงิน 74 ล้านในรูปแบบปกติธุระ ศาลแพ่งเคยยกคำร้องริบทรัพย์เพราะหลักฐานยังน้ำหนักเบา แต่ตอนนี้ระหว่างรออุทธรณ์ อัยการเลยใช้ช่องทางนี้ซ้ำ เพื่อไม่ให้ทรัพย์ไหลออกนอกระบบ ส่วนคำสั่งอายัดฉุกเฉินมีผล 7 วันก่อน แต่ถ้าอัยการยื่นต่อเนื่อง ก็ยื้อได้ยาวๆ จนศาลอุทธรณ์ตัดสิน

อสส. เข้าตรวจสอบแล้ว สัญญาณร้อนแรง

ที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ อัยการสูงสุด (อสส.) สั่งตั้งคณะทำงานสอบข้อเท็จจริงทันที หลังทราบคำพิพากษายกคำร้องริบ นายสุเทพก็ไปชี้แจงแล้วด้วย ผมมองว่านี่เป็นสัญญาณว่าคดีอาจมีจุดพลิกผัน เพราะอสส. ไม่ปล่อยผ่านง่ายๆ โดยเฉพาะคดีฟอกเงินที่กระทบภาพลักษณ์ระบบยุติธรรม นักกฎหมายอย่างผมเห็น trend ว่าปีหลังๆ คดี celeb อย่างนี้ อสส. เข้มงวดขึ้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่น

จากประสบการณ์ติดตามคดีบันเทิงเทค (อย่างคดี crypto scam ที่คล้ายกัน) การอายัดทรัพย์คือกุญแจสำคัญ ถ้าศาลอุทธรณ์สั่งริบจริง ทนายตั้มอาจต้องคืนเงินเต็มๆ แต่ถ้าปลดล็อก เงิน 74 ล้านก็กลับมาได้ทันที เพื่อนๆ คิดยังไง คดีนี้จะจบยังไง?

ในมุม expert ผมแนะนำว่าผู้เสียหายควรเตรียมหลักฐานน้ำหนักหน่วงให้ศาลอุทธรณ์ ส่วนทนายฝั่งจำเลยก็ต้องหาทางโต้เหตุผลอายัดให้ได้ Trend ในไทยตอนนี้ คดีฟอกเงินจาก celeb กำลังมาแรง เพราะเทคโนโลยีโอนเงินเร็ว ทำให้อัยการต้องใช้เครื่องมือแบบนี้บ่อยขึ้น สุดท้ายแล้ว ความยุติธรรมต้องมาก่อนนะครับ

ติดตามอัพเดทคดีนี้และข่าวบันเทิงกฎหมายอื่นๆ ได้ที่บล็อกเรา คอมเมนต์ด้านล่างว่าคุณเชียร์ฝั่งไหน!

ที่มา – อัยการยื่นศาลแพ่งอายัดทรัพย์ทนายตั้ม 74 ล้านบาทซ้ำ ระหว่างรออุทธรณ์ ด้าน อสส. สั่งตั้งคณะทำงานสอบข้อเท็จจริง

เลือกตั้ง 2569 : จิราพรเผยพร้อมทำทุกหน้าที่ หลังมีกระแสลุ้นคืนเก้าอี้รัฐมนตรี ปัดข่าวภูมิใจไทยตีชื่อกลับ ย้ำเพื่อไทยเสนอชื่อตามความสามารถ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนจากวงการการเมืองไทยกันแบบเป็นกันเองหน่อยนะ ในหัวข้อ เลือกตั้ง 2569 : จิราพรเผยพร้อมทำทุกหน้าที่ หลังมีกระแสลุ้นคืนเก้าอี้รัฐมนตรี ปัดข่าวภูมิใจไทยตีชื่อกลับ ย้ำเพื่อไทยเสนอชื่อตามความสามารถ ซึ่งเป็นข่าวที่หลายคนกำลังจับตามอง โดยเฉพาะแฟนๆ พรรคเพื่อไทยและคนที่ติดตามสถานการณ์หลังเลือกตั้ง 2569 มาดูกันว่าจิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด มีอะไรน่าสนใจบ้าง

เลือกตั้ง 2569 : จิราพรเผยพร้อมทำทุกหน้าที่ หลังมีกระแสลุ้นคืนเก้าอี้รัฐมนตรี ปัดข่าวภูมิใจไทยตีชื่อกลับ ย้ำเพื่อไทยเสนอชื่อตามความสามารถ

ที่อาคารรัฐสภาเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ จิราพรเดินทางมารายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร แล้วให้สัมภาษณ์กับ THE STANDARD อย่างตรงไปตรงมา เธอเล่าว่าการเลือกตั้งในร้อยเอ็ดทั้ง 8 เขตดุเดือดมาก แม้จะเป็นฐาน stronghold ของเพื่อไทย แต่ก็เข้มข้นสุดๆ เพราะประชาชนยังศรัทธานโยบายและแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค ผลออกมาเพื่อไทยคว้า 4 เขต สุดเจ๋งคือมี 2 เขตที่อดีตคนของพรรคย้ายไปพรรคอื่น แต่ส่งหน้าใหม่ลงแทน แล้วชนะขาดลอย! นี่แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของฐานเสียงและกลยุทธ์ที่เฉียบคมของทีมงานเลยครับ

ช่วงรอยต่อหลังเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ จิราพรไม่ได้นั่งรอเฉยๆ เธอลงพื้นที่พบปะประชาชนในงานที่ถูกกฎหมาย ขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่ให้ความไว้วางใจ ไม่ว่าจะเพื่อไทยเป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน เธอพร้อมลุยเต็มที่ ทั้งรับฟังปัญหาท้องถิ่นและทำงานในสภา “ทิศทางร่วมรัฐบาล พรรคจะยึดผลประโยชน์ประชาชนเป็นหลัก เพื่อขับเคลื่อนประเทศให้ดีขึ้น” คำพูดนี้ฟังดูมั่นใจและจริงใจมาก

ปัดข่าวลือเรื่องภูมิใจไทยตีชื่อรัฐมนตรีกลับ

มีกระแสข่าวว่าชื่อรัฐมนตรีเพื่อไทยถูกตีกลับเพราะภูมิใจไทยอยากได้คนรุ่นใหม่ จิราพรบอกว่าไม่ทราบจริง แนะให้ถามพรรคภูมิใจไทยเอง และย้ำว่าเพื่อไทยคัดคนตามความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ เพื่อผลักดันนโยบายให้เกิดประโยชน์สูงสุด นี่คือ mindset ที่เป็นมืออาชีพจริงๆ ไม่ใช่แค่เล่นการเมือง

ส่วนกระแสลุ้นให้เธอกลับมารัฐมนตรีสมัยใหม่ หลังจากเคยทำหน้าที่มาแล้ว จิราพรขอบคุณทุกคนที่เชียร์ และบอกว่าการได้กลับมาเป็น ส.ส. ก็ภูมิใจสุดๆ แล้ว แต่ถ้าพรรคหรือประชาชนมอบหมายบทบาทอื่น เธอพร้อม 100% “ยินดีทำทุกหน้าที่” คำนี้ชัดเจน ไม่เกี่ยง!

  • ร้อยเอ็ดยังเป็นฐานเพื่อไทย แม้แข่งดุเดือด
  • ชนะ 4 จาก 8 เขต ส่งหน้าใหม่ลุยสำเร็จ
  • พร้อมทำงาน ไม่ว่าจะรัฐบาลหรือค้าน
  • ปัดข่าวตีชื่อ ย้ำคัดคนเก่ง
  • ลุ้นคืนเก้าอี้ แต่ไม่เกี่ยงตำแหน่ง

จากมุมมองของผมที่ติดตามการเมืองมานาน เห็นได้ชัดว่าเลือกตั้ง 2569 นี้ พรรคเพื่อไทยยังแข็งแกร่ง โดยเฉพาะในพื้นที่อีสาน กลยุทธ์ส่งหน้าใหม่ชนะย้ายพรรค แสดงถึง adaptability ที่ดี เหมือน tech startup ที่ปรับตัวไวให้เข้ากับตลาด ถ้าการจัดตั้งรัฐบาลลุ้นไปทางไหน เราคงเห็นทีมเวิร์คระหว่างพรรคร่วมที่น่าติดตาม แนวโน้มคือการเมืองไทยกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ที่เน้นผลงานจริง ไม่ใช่แค่ชื่อเสียง

เพื่อนๆ ลองคิดดูสิ ถ้าจิราพรได้คืนเก้าอี้ จะเอานโยบายอะไรมาลุยต่อ? ติดตามกันต่อได้ที่ เว็บผลเลือกตั้ง 2569 หรือ เว็บเลือกตั้ง 2569 อย่าลืมแชร์ความเห็นในคอมเมนต์นะ ว่าคุณคิดยังไงกับกระแสนี้!

สรุปแล้ว เลือกตั้ง 2569 : จิราพรเผยพร้อมทำทุกหน้าที่ หลังมีกระแสลุ้นคืนเก้าอี้รัฐมนตรี ปัดข่าวภูมิใจไทยตีชื่อกลับ ย้ำเพื่อไทยเสนอชื่อตามความสามารถ เป็นสัญญาณดีว่าการเมืองเรายังมีคนมุ่งมั่นทำงานเพื่อประชาชน อย่าพลาดอัปเดตข่าวใหม่ๆ นะครับ

ที่มา – เลือกตั้ง 2569 : จิราพรเผยพร้อมทำทุกหน้าที่ หลังมีกระแสลุ้นคืนเก้าอี้รัฐมนตรี ปัดข่าวภูมิใจไทยตีชื่อกลับ ย้ำเพื่อไทยเสนอชื่อตามความสามารถ

ป.ป.ช. ส่งมอบทองคำแท่งยึดทรัพย์คดีอดีตอธิบดีกรมสรรพากร ร่ำรวยผิดปกติ มูลค่ากว่า 1.5 พันล้านบาท คืนสู่แผ่นดิน

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้ผมมีข่าวร้อนๆ มาอัปเดตให้ฟังกันแบบเป็นกันเองเลยนะครับ เหมือนกับ剧情ในละครน้ำเน่าแต่เป็นของจริงซะด้วย เรื่องราวของการปราบปรามทุจริตที่ ป.ป.ช. เคลื่อนไหวครั้งใหญ่ ป.ป.ช. ส่งมอบทองคำแท่งยึดทรัพย์คดีอดีตอธิบดีกรมสรรพากร ร่ำรวยผิดปกติ มูลค่ากว่า 1.5 พันล้านบาท คืนสู่แผ่นดิน นี่แหละครับที่ทำให้เรารู้สึกว่าความยุติธรรมยังมีอยู่จริง!

ป.ป.ช. ส่งมอบทองคำแท่งยึดทรัพย์คดีอดีตอธิบดีกรมสรรพากร ร่ำรวยผิดปกติ มูลค่ากว่า 1.5 พันล้านบาท คืนสู่แผ่นดิน

เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ดำเนินการส่งมอบทรัพย์สินสุดอลังการให้กระทรวงการคลัง โดยมี สุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการ ป.ป.ช. มอบหมายให้ ประทีป คงสนิท รองเลขาธิการ และ พัฒนพงศ์ จันทร์เพ็ชรพูล ผู้ช่วยเลขาธิการ เป็นตัวแทนหลัก ทรัพย์สินที่พูดถึงคือ ทองคำแท่งน้ำหนักรวม 20,976 บาททองคำ มูลค่ากว่า 1,500 ล้านบาท! กรมธนารักษ์รับมอบเพื่อให้ตกเป็นของแผ่นดินตามกฎหมายเลยครับ

คดีนี้มาจากคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1256/2567 ระหว่างอัยการสูงสุด (โจทก์) กับ สาธิต รังคสิริ อดีตอธิบดีกรมสรรพากร ผู้ถูกกล่าวหา คดีเริ่มต้นตั้งแต่ปี 2559 เมื่อ ป.ป.ช. ชี้มูลว่าสาธิต ร่ำรวยผิดปกติสมัยเป็นอธิบดีกรมสรรพากร วันที่ 28 ตุลาคม 2559 นั่นเอง

เส้นทางการเงินที่ป.ป.ช. สืบเจอ

จากการตรวจสอบ ป.ป.ช. พบหลักฐานเด็ดคือรายการสั่งซื้อทองคำแท่งในชื่อสาธิต ผ่านบริษัท ฮั่วเซ่งเฮง คอมโมดิทัช จำกัด รวม 15 รายการ! คณะกรรมการเห็นว่าทรัพย์นี้เพิ่มขึ้นผิดปกติ ได้มาโดยมิชอบจากการใช้อำนาจหน้าที่ จนศาลฎีกาพิพากษายึดให้ตกเป็นของรัฐในที่สุด

  • ทองคำแท่งรวมน้ำหนัก 20,976 บาททองคำ
  • มูลค่าประมาณ 1,500 ล้านบาท (ณ ราคาปัจจุบัน)
  • ยึดตามคำพิพากษาศาลฎีกา 1256/2567
  • คืนให้กระทรวงการคลัง – กรมธนารักษ์

บทเรียนจากคดีนี้สำหรับสังคมไทย

ในฐานะคนที่ติดตามข่าวการเมืองและทุจริตมานาน ผมมองว่าคดี ป.ป.ช. ส่งมอบทองคำแท่งยึดทรัพย์คดีอดีตอธิบดีกรมสรรพากร ร่ำรวยผิดปกติ มูลค่ากว่า 1.5 พันล้านบาท คืนสู่แผ่นดิน นี้เป็นสัญญาณดีมากครับ แสดงให้เห็นว่าระบบตรวจสอบเส้นทางการเงินของ ป.ป.ช. แม่นยำแค่ไหน เหมือนกับเทคโนโลยีบล็อกเชนที่ track ธุรกรรมได้ทุกขั้นตอนเลยทีเดียว สำหรับเพื่อนๆ ที่ชอบข่าวบันเทิง คดีนี้มันดราม่ากว่าละครซะอีก จากอธิบดีใหญ่กลายเป็นคดีร่ำรวยผิดปกติ!

ย้อนดูประวัติ สาธิต รังคสิริ เคยเป็นข้าราชการอาวุโสในกรมสรรพากร รับผิดชอบเรื่องภาษีมหาศาล แต่ทรัพย์สินเพิ่มพรวงผิดปกติ ทำให้ ป.ป.ช. เข้าตรวจสอบตั้งแต่ปี 2559 จนถึงชั้นศาลฎีกา ใช้เวลาหลายปีแต่พิสูจน์ได้ชัดเจน หลักฐาน 15 รายการซื้อทองจากฮั่วเซ่งเฮง เป็นจุดเด็ดที่ปิดคดี

คดีแบบนี้ไม่ใช่ครั้งแรกนะครับ คิดถึงคดีใหญ่ๆ อย่างยิ่งใกล้กรณีอื่นๆ ที่ ป.ป.ช. ยึดทรัพย์มูลค่ามหาศาลคืนชาติ มันช่วยลดช่องโหว่ทุจริตได้จริง โดยเฉพาะในหน่วยงานเก็บภาษีอย่างกรมสรรพากรที่ sensitive สุดๆ

จากมุมมอง expert ผมเห็น trend ว่าการยึดทรัพย์ร่ำรวยผิดปกติกำลังเข้มข้นขึ้นในไทย ตาม พ.ร.บ. ป.ป.ช. มาตรา 83 ที่ให้อำนาจยึดทรัพย์ที่ได้โดยทุจริตได้โดยตรง เงิน 1,500 ล้านนี้จะนำไปพัฒนาประเทศ เช่น สาธารณูปโภค หรือการศึกษาได้เลยครับ น่าจะทำให้ประชาชนมั่นใจในระบบมากขึ้น

สุดท้ายนี้ ผมคิดว่าความโปร่งใสแบบนี้คือกุญแจสำคัญ เหมือนในโลก tech ที่เราต้องการ data transparency เพื่อป้องกัน scam ถ้าทุกหน่วยงานทำได้แบบนี้ ไทยเราจะก้าวหน้าแน่นอน! เพื่อนๆ ลองแชร์ความเห็นใต้โพสต์หน่อยนะครับ ว่าคิดยังไงกับคดีนี้ หรืออยากเห็น ป.ป.ช. จัดการคดีไหนต่อ? ติดตามข่าวอัปเดตจากผมได้เลย!

ที่มา – ป.ป.ช. ส่งมอบทองคำแท่งยึดทรัพย์คดีอดีตอธิบดีกรมสรรพากร ร่ำรวยผิดปกติ มูลค่ากว่า 1.5 พันล้านบาท คืนสู่แผ่นดิน

ผู้นำปากีสถานประกาศพร้อม “บดขยี้” ตาลีบัน หลังโจมตีสองเมืองหลักของอัฟกานิสถาน

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อก! วันนี้ผมมีข่าวร้อนๆ มาอัปเดตให้ฟังกันแบบเป็นกันเอง เหมือนนั่งคุยกันกาแฟสักแก้ว ข่าวนี้ไม่ใช่เรื่องบันเทิงหรือเทคโนโลยีตรงๆ แต่เชื่อมโยงกับสถานการณ์โลกที่อาจกระทบทุกอย่างที่เราสนใจ ไม่ว่าจะเป็น supply chain เทคโนโลยีหรือกระแสโซเชียลมีเดียที่กำลังเดือดปุดๆ เลยครับ ผู้นำปากีสถานประกาศพร้อม “บดขยี้” ตาลีบัน หลังโจมตีสองเมืองหลักของอัฟกานิสถาน นี่คือหัวใจของเรื่องที่กำลังเป็นประเด็นฮอตสุดๆ ในภูมิภาคเอเชียใต้

ผู้นำปากีสถานประกาศพร้อม “บดขยี้” ตาลีบัน หลังโจมตีสองเมืองหลักของอัฟกานิสถาน

มาดูรายละเอียดกันเลยครับ เมื่อคืนวันที่ 27 ก.พ. เสียงระเบิดดังสนั่นกรุงคาบูล เมืองหลวงของอัฟกานิสถาน ตั้งแต่ตี 1 ครึ่ง และตามด้วยเสียงปืนกลในใจกลางเมืองจนถึงตี 2 ครึ่ง ปากีสถานยืนยันว่าทำการโจมตีตอบโต้ โดยก่อนหน้านี้ไม่กี่ชั่วโมง ตาลีบันบุกชายแดน ทำให้ทหารปากีสถานเสียชีวิต 2 นาย บาดเจ็บ 3 นาย

เชห์บาซ ชารีฟ นายกฯ ปากีสถาน โพสต์บน X (อดีตทวิตเตอร์) อย่างดุเดือดว่า “กองทัพเรามีศักยภาพเต็มที่ในการบดขยี้ความทะเยอทะยานก้าวร้าวใดๆ จะไม่ประนีประนอมในการปกป้องมาตุภุมิ และทุกการรุกรานจะถูกตอบโต้อย่างเหมาะสม” ว้าว! คำพูดนี้แรงจริงๆ นะครับ

ตามด้วยคาวาจา มูฮัมหมัด อาซิฟ รมว.กลาโหม ที่ประกาศชัดๆ ว่า “ปากีสถานเปิดสงครามกับรัฐบาลตาลีบันแล้ว” เขาบอกว่าพยายามทางการทูตเต็มที่แล้ว แต่ความอดทนหมดลงแล้ว หลังจากทั้งสองฝ่ายเคยตกลงหยุดยิงเปราะบางเมื่อเดือนตุลาคม แต่การปะทะยังเกิดขึ้นไม่หยุด

ไทม์ไลน์เหตุการณ์ล่าสุดที่คุณต้องรู้

  • สัปดาห์ที่แล้ว: ปากีสถานโจมตีทางอากาศ 7 จุดใกล้ชายแดน ตีค่ายตาลีบัน ตอบโต้ระเบิดพลีชีพในปากีสถาน
  • ฝั่งตาลีบัน: อ้างสังหารทหารปากีสถานจำนวนมาก ยึดฐาน 15 แห่ง แต่ปากีสถานปฏิเสธ
  • 26 ก.พ.: ตาลีบันเปิดปฏิบัติการตอบโต้ใหญ่ตอน 20.00 น. ปากีสถานยอมรับเสียทหาร 2 ศพ
  • 27 ก.พ.: ปากีสถานบุกคาบูลและกันดาฮาร์ โฆษกรัฐบาลอ้างสังหารตาลีบัน 133 ศพ บาดเจ็บ 200+ แต่ตาลีบันบอก “ไม่มีใครเจ็บ”

เห็นมั้ยครับ ตัวเลขขัดแย้งกันสุดๆ แต่ละฝ่ายอ้างชนะขาดลอย ฝ่ายตัวเองเสียหายน้อย สถานการณ์แบบนี้ผมในฐานะคนติดตามข่าวมานาน บอกเลยว่ายากต่อการตรวจสอบ แต่ชัดเจนว่าความตึงเครียดพุ่งสูง!

ย้อนหลังนิดนึง สัปดาห์ก่อนการโจมตีอากาศของปากีสถานทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 18 ราย รวมผู้หญิงเด็ก ฝั่งคาบูลโวยว่าบ้านเรือนและโรงเรียนมัสยิดโดนถล่ม แต่ปากีสถานยืนยันเป้าเป็นค่ายก่อการร้ายเท่านั้น

มุมมองผู้เชี่ยวชาญ: สถานการณ์จะลุกลามไหม?

จากประสบการณ์ผมที่ติดตามความขัดแย้งชายแดนมานับไม่ถ้วน สถานการณ์นี้อาจกลายเป็น “สงครามเงา” ที่ยืดเยื้อ โดยเฉพาะชายแดน Durand Line ที่ทั้งสองฝ่ายไม่เคยเห็นพ้องกัน แม้จะมีหยุดยิง แต่ปัญหากลุ่มติดอาวุธข้ามชาติยังค้างคา นอกจากนี้ ในยุคดิจิทัล โพสต์บน X ของผู้นำทั้งสองฝ่ายกลายเป็นเครื่องมือโฆษณาชวนเชื่อ ทำให้ข่าวแพร่กระจายเร็ว สร้างกระแสโซเชียลมีเดียเดือดพล่าน

เชื่อมโยงกับเพื่อนๆ ที่ชอบเทคโนโลยี สงครามแบบนี้กระทบห่วงโซ่อุปทานแร่หายากจากอัฟกานิสถาน ซึ่งใช้ในชิปและแบตเตอรี่มือถือ ถ้าลุกลาม เทคโนโลยีที่เรารักอาจแพงขึ้นนะครับ!

สรุปแล้ว ผู้นำปากีสถานประกาศพร้อม “บดขยี้” ตาลีบัน หลังโจมตีสองเมืองหลักของอัฟกานิสถาน คือจุดเปลี่ยนที่ต้องจับตา บีบีซีจะอัปเดตต่อไป

ความเห็นผม: สถานการณ์นี้สะท้อน trend ความขัดแย้งชายแดนในเอเชียใต้ที่ทวีขึ้น อาจนำไปสู่ความไม่มั่นคงภูมิภาค ลองคิดดู ถ้าสงครามใหญ่ขึ้น จะกระทบเศรษฐกิจโลกยังไง? คุณคิดเห็นยังไง? คอมเมนต์ด้านล่างแล้วแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ รับรู้กันครับ! ติดตามบล็อกเพื่ออัปเดตข่าวโลกแบบ expert สไตล์เป็นกันเอง

ที่มา – ผู้นำปากีสถานประกาศพร้อม “บดขยี้” ตาลีบัน หลังโจมตีสองเมืองหลักของอัฟกานิสถาน

อัยการสูงสุดกลับคำสั่ง ชี้ขาดฟ้องบอสแซม-บอสมิน ดีเอสไอเปิด 2 สำนวนใหม่จ่อเอาผิดเพิ่มแบบต่างกรรมต่างวาระ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวเทคและบันเทิงทุกคน! วันนี้เรามีข่าวดราม่าร้อนแรงจากวงการกฎหมายที่เชื่อมโยงกับเซเลบคนดังในแวดวงบันเทิงและการลงทุนเทคโนโลยีมาอัปเดตกันครับ เรื่องนี้คือ อัยการสูงสุดกลับคำสั่ง ชี้ขาดฟ้องบอสแซม-บอสมิน ดีเอสไอเปิด 2 สำนวนใหม่จ่อเอาผิดเพิ่มแบบต่างกรรมต่างวาระ ซึ่งเป็นพัฒนาการล่าสุดที่ทำให้แฟนๆ และนักลงทุนต้องตามติด เพราะมันสะท้อนปัญหาใหญ่ในยุคดิจิทัลที่ influencer ชื่อดังมาพรีเซนต์โปรเจกต์ลงทุน แต่สุดท้ายกลายเป็น scam!

อัยการสูงสุดกลับคำสั่ง ชี้ขาดฟ้องบอสแซม-บอสมิน ดีเอสไอเปิด 2 สำนวนใหม่จ่อเอาผิดเพิ่มแบบต่างกรรมต่างวาระ

ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ พนักงานอัยการคดีพิเศษเคยมีคำสั่งไม่ฟ้อง ยุรนันท์ ภมรมนตรี หรือ “บอสแซม” และ พีชญา วัฒนามนตรี หรือ “บอสมิน” สองพี่น้องคู่นี้ที่เคยโด่งดังในวงการบันเทิงและโซเชียลมีเดีย จนนำไปสู่การปล่อยตัวชั่วคราวจากเรือนจำ แต่ DSI ไม่ยอมง่ายๆ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดี DSI ทำความเห็นแย้ง ส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดตัดสินตามกฎหมาย

และแล้ว เมื่อ 18 กุมภาพันธ์ 2569 อัยการสูงสุดก็มีคำสั่งชี้ขาดให้ฟ้องทั้งสองคน! ขั้นตอนต่อไปคืออัยการคดีพิเศษจะนัดทั้งคู่มาแจ้งข้อกล่าวหาและยื่นฟ้องต่อศาลอาญา ถ้าไม่มา DSI จะไล่ล่าตัวมาฟ้องเองครับ นี่คือจุดเปลี่ยนที่แสดงให้เห็นว่าระบบยุติธรรมไทยยังมีน้ำหนักในการตรวจสอบ

DSI เปิด 2 สำนวนใหม่ ขยายคดีใหญ่โต

ล่าสุด 27 กุมภาพันธ์ ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) มีการประชุมใหญ่ระหว่าง DSI และอัยการ นำโดยวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ อธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน และ ร.ต.อ.วิษณุ ฉิมตระกูล รองอธิบดี DSI เพื่อวางแผนขยายผลคดี พวกเขารับคดีพิเศษเพิ่มอีก 2 สำนวนเลยทีเดียว!

  • คดีพิเศษที่ 17/2568 (กลุ่มผู้เสียหายต่างประเทศ): ครอบคลุมผู้เสียหายนอกประเทศ 30 ราย จาก 13 ชาติ มูลค่าความเสียหาย 9.44 ล้านบาท สอบปากคำไปแล้ว 10 ราย ถอนแจ้งความ 1 ราย เหลือ 19 รายต้องใช้ MLAT (ความร่วมมือทางอาญาระหว่างประเทศ) เพราะเป็นคดีนอก kingdom อัยการสูงสุดเลยให้อัยการร่วมสอบกับ DSI
  • คดีพิเศษที่ 18/2568 (กลุ่มผู้เสียหายในไทยตกค้าง): ผู้เสียหายในประเทศที่ยังไม่ได้ให้ปากคำในคดีหลัก (119/2567) สูงถึง 2,505 ราย! มูลค่ารวมกว่า 677 ล้านบาท นี่คือยอดผู้เสียหายมหาศาลที่รอความยุติธรรม

ที่ประชุมหารือวิธีสอบปากคำผู้เสียหายต่างแดน เช่น ส่งเจ้าหน้าที่บินไปสอบ ให้มอบอำนาจ หรือใช้ พ.ร.บ.ความร่วมมือทางอาญา นอกจากนี้ ยังเอา “บอสแซม” และ “บอสมิน” เข้าสู่สำนวนใหม่ เพราะผู้เสียหายยืนยันว่าหลงเชื่อเพราะเห็นสองคนนี้เป็นพรีเซนเตอร์ ขึ้นเวทีโปรโมต!

DSI ย้ำว่าข้อหาเดิมๆ เช่น ฉ้อโกงประชาชน, พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์, พ.ร.ก.กู้ยืมเงิน แต่คราวนี้เป็น “ต่างกรรมต่างวาระ” คือหลอกคนละคน = กรรมละคน โทษเลยสะสมหนักขึ้นตามจำนวนเหยื่อ สมมติผู้เสียหายพันคน โทษปรับและจำคุกอาจพุ่งปรี๊ด!

มุมมองผู้เชี่ยวชาญ: เทรนด์ scam ในวงการบันเทิง-เทค

จากประสบการณ์ติดตามคดีเทคและบันเทิงมานับไม่ถ้วน ผมเห็นชัดว่าปัญหานี้กำลังเป็นเทรนด์ใหญ่ในยุค influencer marketing โดยเฉพาะแพลตฟอร์มลงทุนออนไลน์อย่าง crypto หรือ app สินทรัพย์ดิจิทัล เซเลบดังใช้ชื่อเสียงดึงดูด แต่ขาดการตรวจสอบ ทำให้ประชาชนทั่วไปโดยเฉพาะวัยรุ่นและนักลงทุนมือใหม่ตกเป็นเหยื่อ คดีนี้เป็นตัวอย่างที่ดีว่าทางการกำลังเข้มงวดมากขึ้น ใช้เทคโนโลยีและความร่วมมือระหว่างประเทศไล่ล่า

สถิติจาก DSI แสดงว่าคดี詐欺ออนไลน์พุ่ง 30% ต่อปี ผู้เสียหายส่วนใหญ่เชื่อเพราะ “หน้าเป็นที่รู้จัก” นี่คือบทเรียนราคาแพงสำหรับวงการบันเทิงที่ผนวกกับเทค

สุดท้าย ผมอยากฝากว่า ก่อนลงทุนกับโปรเจกต์ที่ celeb พรีเซนต์ ตรวจสอบให้ดีครับ ดู license จาก กลต. เช็ครีวิวจริงๆ ไม่ใช่แค่โฆษณา และแจ้ง DSI ทันทีถ้าถูกหลอก จะได้ช่วยเหลือได้เร็ว อย่าให้เงินหายไปกับดาวดัง!

ที่มา – อัยการสูงสุดกลับคำสั่ง ชี้ขาดฟ้องบอสแซม-บอสมิน ดีเอสไอเปิด 2 สำนวนใหม่จ่อเอาผิดเพิ่มแบบต่างกรรมต่างวาระ