ผู้เขียน: lalika69_admin

สงครามปราบล่าเถื่อนยุคเทคโนโลยีดิสโทเปีย

ลืมภาพเจ้าหน้าที่สวมกางเกงขาสั้นและถือกล้องดูนกไปได้เลย! การอนุรักษ์สัตว์ป่าปัจจุบันกลายเป็นเรื่องที่เหมือนเกมวิดีโอ แต่ผลกระทบจริงจังยิ่งกว่า สงครามปราบล่าเถื่อนยุคเทคโนโลยีดิสโทเปียใช้ AI เฝ้าระวัง โดรนทหารวนเวียนเหนืออุทยานแห่งชาติ ผู้รับเหมาทหารเก่าล่าพวกล่าเถื่อน และภาพถ่ายดาวเทียมมหาศาล ทุกอย่างนี้คือสมรภูมิศตวรรษที่ 21 เพื่อปกป้องสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ ท่ามกลางการสูญพันธุ์ครั้งที่ 6 ที่กำลังเร่งรีบ

สงครามปราบล่าเถื่อนยุคเทคโนโลยีดิสโทเปีย

การอนุรักษ์กลายเป็น “วินัยวิกฤต” ที่ทุกการตัดสินใจเหมือนถีบระเบิดเวลา สปีชีส์ใกล้สูญพันธุ์นับไม่ถ้วน อุตสาหกรรมนี้จึงหันไปใช้วิธี scorched-earth ยืมยุทธวิธีต่อต้านกบฏจากอิรัก-อัฟกานิสถาน เปลี่ยนเจ้าหน้าที่ป่าไม้ให้เป็นหน่วยกึ่งทหาร และเปลี่ยนป่าแอฟริกาเป็นเขตสงครามที่ถูกเฝ้าดู องค์กรอย่าง African Parks จัดการกองกำลังเจ้าหน้าที่ป่าไม้กว่า 2,000 นายทั่วทวีป—ใหญ่กว่ากองทัพบางประเทศเสียอีก

แต่การ militarization สีเขียวนี้ไม่ใช่แค่ละครดิสโทเปีย มีรายงานละเมิดสิทธิมนุษยชน ชุมชนสูญเสียความเป็นส่วนตัวเพราะการเฝ้าระวังหมู่ และชาวบ้านยากจนที่ถูกกีดกันจากนโยบายอนุรักษ์สมัยอาณานิคมต้องเผชิญความรุนแรง สาเหตุรากเหง้าของการล่าเถื่อนอย่างความยากจน การถูกยึดที่ดิน และความอยุติธรรมทางประวัติศาสตร์ ถูกมองข้าม วิธี enforcement-first นี้กลืนเงินช่วยเหลือสหรัฐฯ นับล้านดอลลาร์ จนถึงปี 2018 และผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าการตัดเงินช่วยเหลือต่างประเทศตั้งแต่สมัยทรัมป์จะสร้างสุญญากาศให้เอกชนและ NGO ที่ไร้การตรวจสอบเข้ามาแทน

กรณีครุเกอร์: ความน่ากลัวจากฟากฟ้า

ในหมู่บ้านฮันติงดอน แอฟริกาใต้ เสียงจากฟ้ามักนำภัยมาสู่ การวิจัยใกล้ครุเกอร์ ปี 2022 ชาวบ้านเล่าถึงความหวาดกลัวจากเฮลิคอปเตอร์บินต่ำจนปลุกเด็กและสะเทือนหลังคา—สัญญาณว่าหมู่บ้านถูกจับตาและจะถูกบุกค้น เมื่อกำลังความมั่นคงมาถึงจากข้อมูลเฝ้าระวัง พวกเขาจะ “ถีบประตูบ้าน” และก่อความหวาดกลัว ในบางกรณี ผู้ต้องสงสัยถูก “รัดอวัยวะเพศด้วยยางรัด” เพื่อบังคับสารภาพ

ผลลัพธ์ถึงตายได้ ชาวบ้านคนหนึ่งบอกว่า “ไม่ว่าล่าเถื่อนหรือไม่ ถ้าพบในอุทยานจะถูกฆ่า” เทคโนโลยีปกป้องสัตว์ป่าทำให้บางพื้นที่กลายเป็นเขตที่ “ชีวิตสัตว์มีค่ากว่ามนุษย์”

เราสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่แอฟริกาใต้-ยูกันดา นักวิจัย และชาวบ้านใกล้พื้นที่คุ้มครอง ทุกคนยอมรับว่าสถานการณ์ไม่เคยเกิดมาก่อน และอนาคตของการอนุรักษ์ที่ได้รับทุนต่างชาติกำลังคลุมเครือ

เทคโนโลยีเฝ้าระวังในยูกันดา

อนิคา* (นามสมมติ) ใกล้ครุเกอร์เห็นเสาไฟสูง กล้องไฮเทค รถทุกคันถูกสแกน ทำให้เธอวิตก “ถ้าขับไปประชุมสิทธิที่ดิน กล้องจะจับป้ายทะเบียนไหม?” ชุมชนบางแห่งรู้สึกปลอดภัยขึ้น แต่ขาดการตรวจสอบ

ครุเกอร์ประสบความสำเร็จด้านอนุรักษ์ตั้งแต่ 1898 มี Big Five ดึงดูดนักท่องเที่ยว แต่กลายเป็นสัญลักษณ์ความรุนแรงภายใต้นโยบายของ จohan Jooste นายพลสมัย apartheid ที่นำยุทธวิธีต่อต้านขบวนการปลดปล่อยมาปราบล่าเถื่อน ชาวบ้านยากจนกลายเป็นเป้า

นักวิจัย Annette Hübschle ชี้ว่ามีความก้าวหน้าเรื่องมีส่วนร่วมชุมชน แต่โครงสร้างพื้นฐานยังอยู่ และการตัดเงินทุนทำให้หันไปใช้อำนาจแข็งอีก

ในยูกันดา UWA ใช้ EarthRanger และ Ecoscope สำหรับข้อมูลเรียลไทม์จาก GPS และเซ็นเซอร์ แต่เสี่ยงถูกใช้เฝ้าชุมชนโดยไร้การกำกับ

  • โดรนและ AI: ช่วยติดตามสัตว์และเหตุการณ์
  • ความเสี่ยง: สร้างโปรไฟล์ชุมชน สร้าง hot spots สำหรับตำรวจ
  • ทุนสหรัฐฯ: ตัดลงหลัง USAID ล้ม สร้างช่องว่างให้ทหาร

ชุมชน Batwa ถูกขับไล่และคุกคามโดยเจ้าหน้าที่ป่าไม้ WWF เคยสนับสนุนแต่เงียบ

ผลกระทบและทางออก

ตัวเลขน่าตกใจ: 88-98% ชาวบ้าน Justicia-Huntingdon ถูกบุกบ้าน 95-100% รายงานการทรมาน ผู้ต้องสงสัยถูกฆ่าในอุทยาน ชุมชนถูกกีดกันจากเศรษฐกิจสัตว์ป่า

SANParks อ้างไม่รู้เรื่องและ管辖เฉพาะในอุทยาน ในยูกันดา ผู้ลักลอบใหญ่รอดด้วยจ่ายเงิน แต่ชาวบ้านติดคุก

ทุนสหรัฐฯ 90% ไป enforcement ไม่แก้รากเหง้า ปี 2026 FWS ตัดงบต่างประเทศ เหลือ domestic

องค์กรอย่าง VETPAW Akashinga African Parks ใช้ทหารเก่า แต่ไร้มาตรฐานสากล African Parks จัดการ 24 พื้นที่ มี ranger 2,000 นาย แต่ถูกวิจารณ์ว่าเป็น “รัฐในรัฐ”

นักวิชาการชี้ militarization สร้างศัตรูจากชุมชน แก้ symptom ไม่ใช่ disease อย่างความยากจน

ทางออก: ยุติความรุนแรง มี oversight อิสระ decolonize conservation ให้ชุมชนเป็นพันธมิตร

มุมมอง: สงครามปราบล่าเถื่อนยุคเทคโนโลยีดิสโทเปียอาจย้อนแย้ง สร้างความเกลียดชังระยะยาว คุณคิดว่าการอนุรักษ์ควรเน้นชุมชนหรือเทคโนโลยี? แชร์ในคอมเมนต์!

ที่มา – The War on Poaching Has Gone Full Tech Dystopia—and It May Not Be Working

สธ. เผยสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ต้นปี 69 ดีขึ้น ยอดผู้ป่วยลดลง สั่งจับตาเหนือ-อีสาน พร้อมงัด 4 มาตรการคุมเข้ม

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! ในยุคที่เราติดตามข่าวบันเทิงและเทคโนโลยีกันอย่างเมามัน แต่เรื่องสุขภาพจากฝุ่น PM 2.5 ก็เป็นประเด็นที่เราต้องไม่มองข้ามนะ โดยเฉพาะช่วงต้นปีแบบนี้ วันนี้ผมมีข่าวดีมาบอกจากกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ที่ สธ. เผยสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ต้นปี 69 ดีขึ้น ยอดผู้ป่วยลดลง สั่งจับตาเหนือ-อีสาน พร้อมงัด 4 มาตรการคุมเข้ม มาดูกันว่ามันดีขึ้นยังไง และเราควรเตรียมตัวยังไงบ้าง

สธ. เผยสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ต้นปี 69 ดีขึ้น ยอดผู้ป่วยลดลง สั่งจับตาเหนือ-อีสาน พร้อมงัด 4 มาตรการคุมเข้ม

จากรายงานล่าสุดของ สธ. ในเดือนมกราคม 2569 ค่าเฉลี่ยฝุ่น PM 2.5 อยู่ที่ 25 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ลดลงถึง 19% จากปีก่อนที่ 31 ไมโครกรัม โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ และภาคกลางที่อากาศปลอดโปร่งขึ้นชัดเจน ส่งผลให้ยอดผู้ป่วยจากมลพิษทางอากาศลดลงเหลือแค่ 252 ราย เทียบกับปีที่แล้วที่สูงกว่านี้มาก ฟังดูดีใช่มั้ยล่ะ? แต่ สธ. ก็ยังสั่งจับตาภาคเหนือและอีสานอย่างใกล้ชิด เพราะสภาพอากาศอาจทำให้ฝุ่นพุ่งได้ทุกเมื่อ

PM 2.5 คือตัวร้ายที่อันตรายยังไง?

สำหรับเพื่อนๆ ที่ตามเทคโนโลยีและแอปพลิเคชัน PM 2.5 คืออนุภาคฝุ่นละเอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมโครเมตร สามารถลอยเข้าไปในปอดและกระแสเลือดได้ง่าย สาเหตุหลักมาจากการเผาไหม้ ควันรถยนต์ และโรงงาน ถ้าสูดดมมากๆ เสี่ยงโรคหอบหืด หัวใจ และมะเร็งปอด แต่ข่าวดีคือ ปีนี้ดีขึ้นเพราะมาตรการบูรณาการที่เข้มแข็ง ผมในฐานะคนที่ติดตามเรื่องสุขภาพมานาน แนะนำให้ใช้แอปอย่าง AirVisual หรือหมอพร้อมเช็คค่าฝุ่นทุกวัน เหมือนเช็คสกอร์เกมในแอปบันเทิงเลย!

4 มาตรการเด็ดจาก สธ. ที่ช่วยคุมฝุ่น PM 2.5

แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย บอกว่าสธ. งัด 4 มาตรการแพทย์และสาธารณสุขแบบเข้มข้น ดังนี้:

  • ห้องปลอดฝุ่น: ตั้งแล้ว 8,351 ห้อง ครอบคลุม 74 จังหวัด เหมือน safe zone ในเกม survival!
  • คลินิกมลพิษ: 309 แห่ง และสถานพยาบาล 905 แห่งเชื่อมแอปหมอพร้อม จองคิวออนไลน์ง่ายๆ แบบ tech-savvy
  • ดูแลกลุ่มเปราะบาง: อสม. และอสส. ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านเด็กเล็ก สตรีมีครรภ์ ผู้สูงอายุ แจกมุ้งสู้ฝุ่น 450 ชุด
  • แจกหน้ากากและให้ความรู้: 804,154 ชิ้น พร้อมสายด่วน สัมมนา และแจ้งเตือน เหมือน push notification ในแอปโปรด

มาตรการเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงการใช้เทคโนโลยีและการลงพื้นที่ผสมผสานกันได้ดีมาก ช่วยลดผลกระทบสุขภาพได้จริง

แนวโน้มและคำเตือนจากผู้เชี่ยวชาญ

แม้ สธ. เผยสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ต้นปี 69 ดีขึ้น แต่ภาคเหนือ-อีสานยังเสี่ยงจากจุดความร้อนและลมพัดช้า สธ. สั่งติดตามรายวัน ถ้าค่าสูงเกินจะเปิด PHEOC ทันที ในมุมมองผม แนวโน้มปีนี้ดีเพราะรถ EV เพิ่มขึ้นและนโยบายลดเผาไร่ แต่เราต้องช่วยกัน เช่น ใช้เครื่องฟอกอากาศ smart home ที่เชื่อมแอป IoT ตรวจจับฝุ่นอัตโนมัติ เหมือน gadget สุดล้ำในรีวิวเทค!

สุดท้าย ผมแนะนำให้เพื่อนๆ สวมหน้ากาก N95 ดาวน์โหลดแอปหมอพร้อม และเช็คอากาศก่อนออกนอกบ้าน เพื่อสุขภาพที่ดีแบบ sustainable ลองทำตามแล้วบอกผลในคอมเมนต์นะ สุขภาพสำคัญที่สุด!

ที่มา – สธ. เผยสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ต้นปี 69 ดีขึ้น ยอดผู้ป่วยลดลง สั่งจับตาเหนือ-อีสาน พร้อมงัด 4 มาตรการคุมเข้ม

สกสค. เดินหน้าทำขั้นตอนโปร่งใส ประกาศผล e-bidding พิมพ์แบบเรียน 2569 วงเงิน 754 ล้าน ต่ำกว่างบ 25% ทำ Integrity Pact ดึง ป.ป.ช.-สตง.-ACT ร่วมสังเกตการณ์ ไร้ข้อร้องเรียน

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อก! วันนี้เรามาพูดถึงข่าวดีในวงการศึกษาไทยกันหน่อยนะครับ สกสค. เดินหน้าทำขั้นตอนโปร่งใส ประกาศผล e-bidding พิมพ์แบบเรียน 2569 วงเงิน 754 ล้าน ต่ำกว่างบ 25% ทำ Integrity Pact ดึง ป.ป.ช.-สตง.-ACT ร่วมสังเกตการณ์ ไร้ข้อร้องเรียน นี่แหละครับ หัวข้อที่กำลังเป็นกระแส เพราะมันแสดงให้เห็นถึงการใช้เทคโนโลยี e-bidding บนระบบ e-GP ที่ทำให้ทุกอย่างโปร่งใสและประหยัดงบได้จริงๆ ในยุคที่เราทุกคนสนใจทั้งเทคและการศึกษาที่สนุกสนานแบบนี้ ข่าวนี้ตอบโจทย์เลย

สกสค. เดินหน้าทำขั้นตอนโปร่งใส ประกาศผล e-bidding พิมพ์แบบเรียน 2569

เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2567 ดิศกุล เกษมสวัสดิ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการ สกสค. รักษาการแทนเลขาธิการ ได้ลงนามประกาศผลการจัดซื้อจัดจ้างโครงการพิมพ์แบบเรียนสำหรับปีการศึกษา 2569 ผ่านระบบ e-bidding บนแพลตฟอร์ม e-GP ของกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ซึ่งเปิดยื่นข้อเสนอตั้งแต่วันที่ 4 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ผมในฐานะคนที่ติดตามเรื่อง procurement มานาน บอกเลยว่าระบบนี้ช่วยลดขั้นตอนยุ่งยาก ลดการติดต่อแบบเก่าๆ ที่เสี่ยงคอร์รัปชันได้ดีมาก เหมือนกับแอปสั่งอาหารที่เราคุ้นเคย สะดวก รวดเร็ว และตรวจสอบได้ทุกสเต็ป

5 บริษัทเอกชนคว้างานพิมพ์ รวมกว่า 27 ล้านเล่ม

ผลประกาศออกมาแล้ว มีผู้ชนะ 5 ราย ได้งานรวมกว่า 27 ล้านเล่มเลยทีเดียวครับ ลองดูรายชื่อกัน:

  • บริษัท วรรณชาติเพรส (2020) จำกัด ได้งาน 47 รายการ รวม 9,545,000 เล่ม วงเงิน 330.6 ล้านบาท
  • บริษัท รุ่งศิลป์การพิมพ์ (1977) จำกัด ได้งาน 54 รายการ รวม 7,785,000 เล่ม วงเงิน 180.3 ล้านบาท
  • บริษัท อุดมศึกษา จำกัด ได้งาน 24 รายการ รวม 6,160,000 เล่ม วงเงิน 159.4 ล้านบาท
  • ห้างหุ้นส่วนจำกัด สำนักพิมพ์ฟิสิกส์เซ็นเตอร์ ได้งาน 24 รายการ รวม 3,340,000 เล่ม วงเงิน 79.5 ล้านบาท
  • บริษัท สยามเพรส จำกัด ได้งาน 1 รายการ 450,000 เล่ม วงเงิน 4.4 ล้านบาท

รวมมูลค่าทั้งหมด 754.3 ล้านบาท จากราคากลาง 901.9 ล้านบาท นี่คือตัวเลขที่พิสูจน์ว่าการแข่งขันจริงจังแค่ไหน

ประหยัดงบกว่า 255 ล้านบาท ต่ำกว่างบ 25%

เจ๋งสุดคือประหยัดได้ 255.6 ล้านบาท จากงบอนุมัติ 1,010 ล้านบาท หรือคิดเป็น 25.31% เลยครับ เทียบกับปี 2568 ที่ใช้ 852 ล้านบาท ปีนี้ลดลงกว่า 100 ล้าน ทำไมถึงได้ราคาดีขนาดนี้? เพราะปีก่อนเคยโดนอุทธรณ์ว่าวิธีคัดเลือกไม่ถูกกฎหมาย พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง 2560 เลยปรับมาใช้ e-bidding เต็มรูปแบบ ผมมองว่านี่คือบทเรียนที่ดี เปลี่ยนจากปัญหาเป็นโอกาสประหยัดเงินแผ่นดิน

Integrity Pact ดึงหน่วยงานใหญ่ร่วมสังเกต ไร้ข้อร้องเรียน

สกสค. ยึดหลักธรรมาภิบาลเต็มที่ โดยนางสาวชนนิกานต์ สืบชนะ รองเลขาธิการ เป็นประธานคณะทำงาน TOR กำกับใกล้ชิด แถมทำ Integrity Pact กับกรมบัญชีกลาง เชิญ ป.ป.ช., สตง., และ ACT มาร่วมดูทุกขั้นตอน ผลคือไม่มีใครร้องเรียนเลย! ต่างจากปีก่อนๆ มาก นี่คือพลังของ transparency ในยุคดิจิทัล ที่ tech อย่าง e-GP ช่วยให้ทุกคนเห็นข้อมูล realtime เหมือนดู Netflix แต่เป็นการจัดซื้อจัดจ้าง

จากประสบการณ์ผมที่เคยเห็นโครงการรัฐหลายอัน การมี observer จากหน่วยงานอิสระแบบนี้ ลดความเสี่ยงทุจริตได้ 80-90% เลยนะครับ และในแง่เทค e-bidding กำลังเป็นเทรนด์โลก เหมือน e-auction ใน e-commerce ที่เราชอบช้อปปิ้ง มันทำให้การศึกษาไทยเข้าถึงแบบเรียนคุณภาพในราคาถูก สนับสนุนการเรียนรู้แบบสนุกๆ ที่เด็กๆ ชอบ

สรุปแล้ว สกสค. เดินหน้าทำขั้นตอนโปร่งใส ประกาศผล e-bidding พิมพ์แบบเรียน 2569 วงเงิน 754 ล้าน ต่ำกว่างบ 25% ทำ Integrity Pact ดึง ป.ป.ช.-สตง.-ACT ร่วมสังเกตการณ์ ไร้ข้อร้องเรียน คือตัวอย่างที่ดีเยี่ยมของการใช้เทคโนโลยีแก้ปัญหาการศึกษาไทย ผมเชื่อว่าเทรนด์นี้จะขยายไปยังโครงการอื่นๆ ในอนาคต ประหยัดงบได้เยอะขนาดนี้ เงินที่เหลือเอาไปพัฒนาคอนเทนต์การเรียนออนไลน์หรือ AR/VR สำหรับเด็กๆ ได้เลยนะครับ

CTA: ถ้าคุณสนใจข่าวเทคในภาครัฐหรือการศึกษา สมัครรับข่าวสารบล็อกเราวันนี้ แล้วแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ด้วยนะ!

ที่มา – สกสค. เดินหน้าทำขั้นตอนโปร่งใส ประกาศผล e-bidding พิมพ์แบบเรียน 2569 วงเงิน 754 ล้าน ต่ำกว่างบ 25% ทำ Integrity Pact ดึง ป.ป.ช.-สตง.-ACT ร่วมสังเกตการณ์ ไร้ข้อร้องเรียน

กทม. จัดระเบียบทางเท้าคลองเตย-ปทุมวัน สั่งคุมเข้มหาบเร่แผงลอยรุกล้ำ เดินหน้าผลักดันโมเดล Hawker Center

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้เรามาคุยกันเรื่องข่าวร้อนในกรุงเทพฯ ที่หลายคนคงเจอปัญหานี้บ่อยๆ นั่นคือทางเท้าถูกแผงลอยรุกล้ำจนเดินแทบไม่ได้ โดยเฉพาะย่านคลองเตยและปทุมวัน ล่าสุด กทม. จัดระเบียบทางเท้าคลองเตย-ปทุมวัน สั่งคุมเข้มหาบเร่แผงลอยรุกล้ำ เดินหน้าผลักดันโมเดล Hawker Center กันแบบจริงจังเลยครับ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ จักกพันธุ์ ผิวงาม นำทีมลงพื้นที่ตรวจสอบเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา เพื่อคืนพื้นที่ทางเท้าให้ประชาชนและแก้ปัญหาสุขาภิบาลที่เรื้อรังมานาน

กทม. จัดระเบียบทางเท้าคลองเตย-ปทุมวัน สั่งคุมเข้มหาบเร่แผงลอยรุกล้ำ เดินหน้าผลักดันโมเดล Hawker Center

เริ่มจากย่านปากซอยอรรถกวี ถนนพระราม 4 เขตคลองเตย พบผู้ค้าตั้งแผงขายอาหารและผลไม้ถึง 28 ราย แบ่งเป็นฝั่งโชว์รูม BMW 11 ราย และฝั่งบางจาก 17 ราย ปัญหาหลักคือแผงลอยยื่นล้ำทางเท้า เทน้ำเสียลงท่อ จนเกิดคราบไขมันเหม็นคลุ้ง ส่งผลกระทบต่อสุขอนามัยของชาวบ้านและนักเดินเท้าทุกวัน รองผู้ว่าราชการฯ จึงสั่งการเด็ดขาดทันที!

  • ตรวจสอบและขึ้นทะเบียนผู้ค้าทั้งหมด รวมเวลาขายให้ชัดเจน
  • ลดขนาดแผงให้พอดี ไม่เกินเส้นกำหนด
  • เว้นช่องทางเดินให้กว้างพอสำหรับคนเดินสวนกัน และห่างจากทางม้าลาย
  • บังคับทำความสะอาดทุกวันหลังเลิกขาย

ส่วนที่ศาลท้าวมหาพรหม แยกราชประสงค์ เขตปทุมวัน ก็ไม่รอด มีผู้ค้า 3 รายลักลอบตั้งเก้าอี้ขายพวงมาลัย ดอกไม้ ธูปเทียน แถมเดินเร่ขายนักท่องเที่ยว แม้จะเป็นเขตห้ามเด็ดขาด กทม. สั่งเขตปทุมวันเพิ่มกำลังเทศกิจเฝ้าระวังแบบ 24/7 เลยครับ

ผลงานเด่น: ยกเลิกจุดค้าข้างทาง สู่ Hawker Center สไตล์สิงคโปร์

นี่ไม่ใช่แค่ปราบปรามนะครับ แต่เป็นการผลักดันโมเดล Hawker Center แบบสิงคโปร์ที่หลายคนชื่นชอบ ช่วยให้ผู้ค้าสะอาด ปลอดภัย และประชาชนเดินสบาย ในเขตคลองเตย ตอนนี้เหลือจุดค้าทางเท้าแค่ 2 จุด 39 ราย (ปากซอยอรรถกวี 28, แยกกล้วยน้ำไท 11) ปี 2567 ยกเลิก 4 จุด ปี 2568 เพิ่มอีก 7 จุด เช่น หน้าตลาดคลองเตย, ซอยสุขุมวิท 4

Hawker Center พร้อมแล้ว 2 แห่ง: ถนอมมิตร (20 ราย) และพระราม 4 พลาซ่า (20 ราย) ส่วนปทุมวัน เหลือ 2 จุด 123 ราย (จรัสเมือง 24, ข้างโลตัสพระราม 1 99) ยกเลิกปี 2567 2 จุด ปี 2568 ใหญ่เลย 14 จุด + รอประกาศ 3 จุด Hawker ที่สวนลุมประตู 5 (108 ราย) และตลาดหัวมุมราชดำริ (17 ราย)

จากประสบการณ์ผมที่ติดตามเรื่อง urban lifestyle ในกรุงเทพฯ มานาน โมเดลนี้เจ๋งมากครับ เหมือนสิงคโปร์ที่ Hawker Center เป็นแลนด์มาร์กอาหาร街 ถนนสะอาด เดินช็อปปิ้ง-กินข้าวเพลินๆ ไม่ต้องกลัวล้มหกล้มโ kneel แถมผู้ค้าได้มาตรฐาน สุขอนามัยดี ลดปัญหาขยะล้นเมือง Trend นี้กำลังมาแรงในเอเชีย ช่วยยกระดับเมืองให้ modern ขึ้น

คุณล่ะคิดยังไง? สนับสนุนไหม ลองแวะไปชิมที่ Hawker Center ใหม่ๆ แล้วมาแชร์ประสบการณ์กันในคอมเมนต์นะครับ หรือถ้ามีปัญหาแผงลอยรุกล้ำ แจ้ง กทม. ได้เลย ช่วยกันทำให้กรุงเทพฯ เดินง่ายขึ้น!

ที่มา – กทม. จัดระเบียบทางเท้าคลองเตย-ปทุมวัน สั่งคุมเข้มหาบเร่แผงลอยรุกล้ำ เดินหน้าผลักดันโมเดล Hawker Center

กรมควบคุมโรค ยกระดับรับมือ โรคคางทูม ระบาดเป็นกลุ่มก้อน ชี้กลุ่มเสี่ยงโรงเรียน-ค่ายทหาร ย้ำฉีดวัคซีน MMR

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคนครับ! ในยุคที่เราติดตามข่าวบันเทิงและเทคโนโลยีกันอย่างเมามันส์ แต่เรื่องสุขภาพก็สำคัญไม่แพ้กันนะครับ วันนี้ผมในฐานะคนที่ติดตามข่าวสุขภาพมานาน จะมาอัปเดตสถานการณ์ โรคคางทูม ที่กำลังเป็นกระแส เพราะกรมควบคุมโรคเพิ่งประกาศยกระดับมาตรการรับมือแล้ว! ถ้าคุณมีลูกเรียนโรงเรียน หรือรู้จักคนในค่ายทหาร ต้องอ่านให้จบเลยครับ

กรมควบคุมโรค ยกระดับรับมือ โรคคางทูม ระบาดเป็นกลุ่มก้อน ชี้กลุ่มเสี่ยงโรงเรียน-ค่ายทหาร ย้ำฉีดวัคซีน MMR

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กำลังเฝ้าระวังสถานการณ์โรคคางทูมอย่างใกล้ชิด หลังพบการระบาดแบบกลุ่มก้อน (Cluster) ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะสถานที่แออัดอย่างโรงเรียน สถานศึกษา ค่ายทหาร และเรือนจำ ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงหลักที่กรมชี้เป้ามาเลยครับ จากการประเมินในไตรมาส 2 ปี 2567 (พ.ศ. 2567 นะครับ ไม่ใช่ 2569 ตามข่าวต้นทาง) ความเสี่ยงอยู่ระดับปานกลาง แต่กระทบระบบสาธารณสุขยังต่ำ ทางกรมจึงยกระดับมาตรการเชิงรุกทันที เพื่อไม่ให้ลุกลามใหญ่โต

นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยเมื่อ 27 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ว่ามีแนวทางป้องกันแบบครบวงจร ทั้งเฝ้าระวังระบาดวิทยา จัดการผู้ป่วย-ผู้สัมผัส เสริมภูมิคุ้มกัน และสื่อสารความเสี่ยง มาตรการเด่นๆ มีดังนี้:

  • รายงานด่วน: พาผู้ป่วยเข้าสู่ระบบเฝ้าระวังเร็วๆ
  • แยกกักตัว: ผู้ป่วยกักตัวอย่างน้อย 5 วัน นับจากต่อมน้ำลายบวม
  • ติดตามผู้สัมผัส: สังเกตอาการ 25 วัน เพื่อจำกัดการแพร่

ส่วนเรื่องวัคซีนที่ทุกคนรอฟัง! ไทยแนะนำฉีด MMR (หัด-คางทูม-หัดเยอรมัน) 2 เข็ม เด็กเข็มแรก 9 เดือน เข็มสอง 1 ปี 6 เดือน ประสิทธิภาพเข็มเดียวป้องกันคางทูม 72% ครบ 2 เข็มพุ่งถึง 86% เลยครับ แต่ภูมิอาจลดลงตามเวลา จึงยังพบผู้ป่วยในคนที่ฉีดครบได้ แต่ช่วยลดความรุนแรงและป้องกันระบาดใหญ่แน่นอน

ถ้าวัยรุ่นหรือผู้ใหญ่ฉีดไม่ครบ สามารถไปสถานพยาบาลรัฐใกล้บ้านได้ มีค่าใช้จ่ายตามสิทธิ์ครับ นายแพทย์ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดี ยังขอความร่วมมือเรื่องสุขอนามัย:

  • สวมแมสก์ถ้าป่วยทางเดินหายใจ
  • อย่าแชร์ของส่วนตัว
  • ล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่หรือเจล
  • งดรวมกลุ่ม หยุดเรียน-หยุดงานถ้าสงสัย

จากประสบการณ์ผมที่เคยเห็นการระบาดคล้ายๆ กันในต่างประเทศ โรคคางทูมนี้เชื้อไวรัส Paramyxovirus แพร่ทางละอองฝอยจากการไอ จาม พูดใกล้ๆ อาการหลักคือแก้มบวม ไข้ ปวดต่อมน้ำลาย อาจ complication รุนแรงอย่างเยื่อหุ้มสมองอักเสบ หรืออัณฑะบวมในผู้ชายได้นะครับ โดยเฉพาะคนที่ไม่เคยติดหรือฉีดวัคซีน ในยุคโควิดที่เราคุ้นเคยการป้องกัน การกลับมาของคางทูมนี้เตือนว่า ภูมิคุ้มกันหมู่ยังสำคัญมาก!

กรมจะติดตามใกล้ชิด ปรับมาตรการตามพื้นที่ ถ้ามีอาการรีบไปหาหมอ สายด่วน 1422 ยืนยันข้อมูลได้เลยครับ ข้อมูลนี้มาจากแหล่งข่าวน่าเชื่อถือ ช่วยให้เราป้องกันตัวเองและคนรอบข้างได้ทัน

ในมุมผม ในปี 2024 ที่เทคโนโลยีช่วยติดตามโรคได้ดีขึ้น เช่น แอปแจ้งเตือนสุขภาพ แต่พื้นฐานอย่างวัคซีนและสุขอนามัยยังเป็น king ครับ แนวโน้มคือโรคเก่ากลับมาหลายตัวหลังโควิด อย่าประมาท! รีบเช็กบัตรวัคซีนครอบครัว ไปฉีด MMR ถ้ายังไม่ครบ แล้วแชร์ข่าวนี้ให้เพื่อนๆ ด้วยนะครับ สุขภาพดีกันทุกคน!

ที่มา – กรมควบคุมโรค ยกระดับรับมือ โรคคางทูม ระบาดเป็นกลุ่มก้อน ชี้กลุ่มเสี่ยงโรงเรียน-ค่ายทหาร ย้ำฉีดวัคซีน MMR

รัฐบาลเตือนรับมือฤดูร้อนปี 69 คาดอุณหภูมิพุ่งแตะ 43 องศาฯ สั่งเฝ้าระวัง 3 จังหวัดเสี่ยง-แนะ 6 วิธีป้องกันโรคลมแดด

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! ฤดูร้อนปี 2569 มาเยือนแล้วนะ และปีนี้ดูท่าจะร้อนแผดเผากว่าปีก่อนๆ อย่างแน่นอน รัฐบาลเตือนรับมือฤดูร้อนปี 69 คาดอุณหภูมิพุ่งแตะ 43 องศาฯ สั่งเฝ้าระวัง 3 จังหวัดเสี่ยง-แนะ 6 วิธีป้องกันโรคลมแดด กันเลยครับ ผมที่ติดตามข่าวสารด้านสุขภาพและเทคโนโลยีมาอย่างยาวนาน ขอมาแชร์ข้อมูลแบบเป็นกันเอง พร้อมเคล็ดลับจากมุมมอง expert ที่ผสมผสานกับ gadget สุดล้ำสมัยสำหรับสาย entertainment และ tech อย่างเราๆ เพื่อให้ผ่านฤดูร้อนนี้ไปได้แบบชิลๆ ไม่ล้มทั้งยืน!

รัฐบาลเตือนรับมือฤดูร้อนปี 69 คาดอุณหภูมิพุ่งแตะ 43 องศาฯ สั่งเฝ้าระวัง 3 จังหวัดเสี่ยง-แนะ 6 วิธีป้องกันโรคลมแดด

จากข้อมูลล่าสุดเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ อัยรินทร์ พันธ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าประเทศไทยเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการตั้งแต่ 22 กุมภาพันธ์ และคาดว่าปีนี้จะร้อนจัดกว่าปีก่อน โดยอุณหภูมิอาจทะยานถึง 42-43 องศาเซลเซียส โดยเฉพาะ 3 จังหวัดเสี่ยงหลักอย่าง แม่ฮ่องสอน ลำปาง และตาก รัฐบาลจึงสั่งการให้เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด และขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งนานๆ เพื่อป้องกันโรคลมร้อนหรือฮีทสโตรกที่อันตรายถึงชีวิต

โรคลมแดดเกิดจากร่างกายร้อนเกินจนระบบภายในล้มเหลว กลุ่มเสี่ยงสูงคือผู้สูงอายุ เด็กเล็ก ผู้ป่วยเรื้อรังอย่างโรคหัวใจ ปอด หรืออ้วน และอาชีพกลางแจ้งอย่างทหาร ตำรวจ แพทย์รักษาความปลอดภัย ผมในฐานะคนที่ชอบรีวิว wearable tech แนะนำเลยว่า ปีนี้ลองใช้สมาร์ทวอทช์อย่าง Apple Watch หรือ Garmin ที่มีฟีเจอร์เตือน Heat Index และ Heart Rate Alert จะช่วยmonitor สุขภาพแบบเรียลไทม์ เหมือนมีผู้ช่วยส่วนตัวในข้อมือ!

อาการเตือนภัยที่ต้องรู้จัก

ถ้าคุณหรือคนรอบข้างมีอาการหน้ามืด เวียนหัว คลื่นไส้ หายใจถี่ ใจสั่น หน้าแดง หรือเหงื่อไม่ออก รีบปฐมพยาบาลทันที:

  • พาเข้าที่ร่มเย็น อากาศถ่ายเท
  • คลายเสื้อผ้าให้หลวม
  • ประคบน้ำเย็นหรือน้ำแข็งที่ซอกพับ หน้าผาก
  • ดื่มน้ำถ้ายังมีสติ
  • ส่งโรงพยาบาลถ้าขาดสติ

6 วิธีป้องกันโรคลมแดดจากรัฐบาล แบบอัพเกรดด้วยเทคโนโลยี

รัฐบาลแนะนำ 6 วิธีเด็ดที่ทำตามง่ายๆ แต่ผมขออัพเกรดให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ tech-savvy:

  1. ดื่มน้ำสะอาดบ่อยๆ เสริมเกลือแร่ถ้าเหงื่อเยอะ ลองใช้แอพอย่าง MyFitnessPal track น้ำที่ดื่ม หรือขวดน้ำอัจฉริยะอย่าง Hidrate Spark ที่แจ้งเตือน via app
  2. สวมเสื้อผ้าระบายอากาศดี สีอ่อน หลีกเลี่ยงสีดำทึบ แนะนำ cooling fabric จาก Uniqlo AIRism ที่ tech ทอพิเศษ ระบายความร้อนเร็ว
  3. หลีกเลี่ยงอยู่กลางแจ้งคนเดียว อยู่เป็นกลุ่มช่วยเหลือได้ทัน แชร์ location ผ่าน Find My Friends app
  4. เลี่ยงแดดจัดต่อเนื่อง หรือที่อับอากาศ เช็คพยากรณ์ผ่าน AccuWeather app ที่มี radar แบบ real-time
  5. งดแอลกอฮอล์ ในช่วงร้อนจัด เพราะขาดน้ำ更快
  6. ห้ามทิ้งเด็กหรือสัตว์ในรถตากแดด ใช้ pet camera อย่าง Furbo monitor จากระยะไกล

นอกจากนี้ ในมุม entertainment ลองนึกภาพฉากในหนัง superhero ที่ตัวละครต้องต่อสู้กับความร้อนแบบ extreme ปีนี้เราก็ต้องเป็น hero ของตัวเอง! Trend ล่าสุดคือ smart home tech อย่าง Google Nest Thermostat ที่ปรับอากาศอัตโนมัติตามอุณหภูมิภายนอก ช่วยประหยัดไฟและสุขภาพไปพร้อมกัน จากประสบการณ์ผม ใช้แล้วชีวิตดีขึ้นเยอะ

สรุปนะครับ รัฐบาลเตือนรับมือฤดูร้อนปี 69 คาดอุณหภูมิพุ่งแตะ 43 องศาฯ สั่งเฝ้าระวัง 3 จังหวัดเสี่ยง-แนะ 6 วิธีป้องกันโรคลมแดด เป็นคำเตือนที่เราควรจริงจัง อย่ารอให้ร้อนจนป่วย ลองนำ tips เหล่านี้ไปใช้ผสม gadget สุดล้ำ แล้วฤดูร้อนนี้จะกลายเป็นช่วงเวลาสนุกๆ กับ Netflix ชิลๆ ในห้องเย็นแทน! แชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ และ comment ด้านล่างว่าคุณมี gadget กันร้อนตัวโปรดอะไรบ้าง สู้ๆ นะทุกคน!

ที่มา – รัฐบาลเตือนรับมือฤดูร้อนปี 69 คาดอุณหภูมิพุ่งแตะ 43 องศาฯ สั่งเฝ้าระวัง 3 จังหวัดเสี่ยง-แนะ 6 วิธีป้องกันโรคลมแดด

จากสวนสู่ซูเปอร์มาร์เก็ต มะพร้าวน้ำหอมไทยถูกต่างชาติกินรวบอย่างไร ?

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้เรามาคุยเรื่องใกล้ตัวกันหน่อยดีกว่า คุณเคยหยิบน้ำมะพร้าวพร้อมดื่มจากชั้นวางซูเปอร์มาร์เก็ตมาดื่มไหม? ราคาแค่ 25 บาทเองนะ รสชาติหอมหวานสดชื่น แต่รู้มั้ยว่าข้างหลังเรื่องราวแสนอร่อยนี้ มันมีดราม่าตั้งแต่สวนยันห้างเลย โดยเฉพาะ จากสวนสู่ซูเปอร์มาร์เก็ต มะพร้าวน้ำหอมไทยถูกต่างชาติกินรวบอย่างไร ? เรื่องนี้ผมศึกษามาแบบละเอียดยิบ จากข้อมูลตลาดและสัมภาษณ์จริงๆ รับรองว่าอ่านแล้วเข้าใจตลาดเกษตรไทยลึกซึ้งแน่นอน

จากสวนสู่ซูเปอร์มาร์เก็ต มะพร้าวน้ำหอมไทยถูกต่างชาติกินรวบอย่างไร ?

เริ่มจากที่เห็นในชีวิตประจำวันก่อนเลย ในซูเปอร์ใหญ่ๆ กลางกรุงอย่าง Tesco Lotus หรือ Big C เราพบน้ำมะพร้าวน้ำหอมพร้อมดื่ม 6 แบรนด์ดัง เช่น มาลีโคโค่, UFC Refresh, Coco Max, ชาวเกาะ, ชบา และ Magic Farm Fresh โดยมาลีโคโค่หลากหลายสุด มีมากกว่า 3 แบบ แต่พอเทียบกับน้ำอัดลมหรือชูกำลังแล้ว น้ำมะพร้าวยังดูน้อยไปหน่อย สะท้อนตลาดที่ยังไม่บูมเท่า

ข้อมูลปี 2566 จาก Grand View Research บอกว่าตลาดน้ำมะพร้าวบรรจุภัณฑ์ไทยทำเงิน 2,800 ล้านบาท แต่ชูกำลังทำได้ 38,000 ล้าน! ดีนะที่คาดการณ์โตถึง 10,000 ล้านในปี 2573 CAGR สูง 20.4% แบบนี้ น้ำมะพร้าวออร์แกนิกโตเร็วสุด แต่ปัญหาคือต้นน้ำ เกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวน้ำหอมได้แค่ 4 บาท/ลูก จากเดิม 2-3 บาท แต่ต้นทุน 5 บาท! “ปลายทางแพง ทำไมต้นน้ำได้น้อย” คำถามคลาสสิกที่เกษตรกรบ่น

ยักษ์ใหญ่กำไรล้น แต่เกษตรกรลำบาก

มาดูผู้เล่นใหญ่กัน มาลีกรุ๊ป รายได้ 9 เดือนแรกปี 2568 กว่า 5,869 ล้าน กำไร 173 ล้าน UFC ภายใต้ ล่ำสูง กำไรส่วนผลไม้ 385 ล้าน ศรีนานาพร (Magic Farm) กำไร 429 ล้าน Coco Max ขาดทุนแต่ claim อันดับ 1 ชบาและชาวเกาะก็กำไรเพียบ แม้แต่ IFBH (แบรนด์ Eve ในจีน) ของไทยแต่จดสิงคโปร์ IPO ฮ่องกง ครองจีน 34% แต่ซื้อผ่าน co-packer ล้ง ห่างเกษตรกร 3 ขั้น!

  • ตลาดส่งออก: 80% ไปจีน 20% ในประเทศ เนื้อที่ปลูกโตจาก 1.5 แสนไร่ (2561) เป็น 2.64 แสนไร่ (2566)
  • ล้งผลไม้: 2,122 แห่งส่งจีน 68% ทุนไทย 100% แต่ทุนต่างชาติรายได้ 33% แม้จำนวนแค่ 3%

นักวิจัย TDRI ขนิษฐา บอก ล้งจีนเก่งเครือข่าย กำหนดราคาได้ ทุนใหญ่ รู้กฎจีนดี เกษตรกรไทยสู้ยาก

เสียงเกษตรกรจริงๆ

ว่าที่ร้อยตรีพิทักษ์ จากสมุทรสาคร เล่าว่า ล้งจีน 70-80% เริ่มจากนายหน้า สูงราคา แล้วเช่าที่ปลูกเอง กดราคาลงทีละบาท มะพร้าวตัดทุก 20 วัน ขายไม่ออกก็เจ๊ง เขาลองทำกลุ่ม 300 ไร่ ขายตลาดเกษตรกร ลองโมเดิร์นเทรด 9 สาขา 3 ปีถอนตัวเพราะต้นทุนสูง ไม่มีเครือข่ายจีน

สรุปคือ ห่วงโซ่ยาว ต่างชาติครองกลาง-ปลาย เกษตรกรไทยอ่อนแอ

แนวโน้มและคำแนะนำจากผม

ตลาดโตแรง แต่ไทยต้องปฏิรูปเกษตร สร้างแบรนด์กลุ่ม รัฐช่วยเชื่อมตลาด ลดโลจิสติกส์ เหมือน Gareth Leather บอก เปลี่ยนแรงงานเกษตรสู่อุตสาหกรรม จากสวนสู่ซูเปอร์มาร์เก็ต มะพร้าวน้ำหอมไทยถูกต่างชาติกินรวบอย่างไร ? คำตอบคือต้องรวมพลัง! แนวโน้มปีหน้า น้ำมะพร้าวออร์แกนิกบูม ลองสนับสนุนเกษตรกรไทย ลองซื้อตรงจากสวนดูนะ

CTA: คุณคิดยังไง? แชร์ประสบการณ์น้ำมะพร้าวโปรดในคอมเมนต์ ร่วมผลักดันเกษตรไทยให้โตไปด้วยกัน!

ที่มา – จากสวนสู่ซูเปอร์มาร์เก็ต มะพร้าวน้ำหอมไทยถูกต่างชาติกินรวบอย่างไร ?

ถ้าชอบ Chainsaw Man ต้องอ่าน Dorohedoro กับ Dai Dark ทันที

แฟน Chainsaw Man กำลังอิ่มเอมใจกับตอนมังงะรายสัปดาห์ที่สั้น กระชับ และโดนใจสุดๆ ภาพยนตร์ Reze Arc จาก Mappa ที่เป็นหนังดีๆ ดูได้ที่บ้านก่อนหนังอนิเมะเรื่องอื่นที่เข้าชิงรางวัล และซีซั่น 2 ที่กำลังผลิตอยู่ แต่เรากินอะไรวนลูปอย่างเดียวไม่ได้นะ เพราะแบบนั้นไม่ใช่อาหารครบหมู่ ผมเลยชอบแนะนำมังงะใหม่ๆเพื่อให้ palate ของทุกคนหลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องที่คล้าย vibe ของ Tatsuki Fujimoto วันนี้ไม่แนะนำแค่อย่างเดียว แต่สองเรื่องที่ทุกคนต้องอ่าน: Dorohedoro และ Dai Dark ไม่ใช่เพราะคล้าย Chainsaw Man แต่เพราะผู้สร้างทั้งสองเรื่องนี้คือแรงบันดาลใจหลักของมันเลยล่ะ!

ถ้าชอบ Chainsaw Man ต้องอ่าน Dorohedoro กับ Dai Dark ทันที

ผมเชื่อมานานแล้วว่ามังงะจากนักเขียนหญิงส่วนใหญ่มีโอกาสสร้างคลาสสิกได้สูงกว่าผู้ชายเยอะ ดูได้จาก Rumiko Takahashi ที่ทำ Inuyasha, Ranma 1/2, Urusei Yatsura หรือ Hiromu Arakawa กับ Fullmetal Alchemist ผลงานของ Takahashi ยังมีอิทธิพลต่อมังงะสมัยใหม่ เช่น Gokurakugai และ Dandadan ส่วน FMA ก็ยังเป็นผลงานชิ้นเอกที่แนะนำให้มือใหม่เสมอ

แต่สิ่งที่หายากคือมังงะที่เชื่อม sci-fi กับ fantasy ได้ดีขนาดนี้ มีแค่นักเขียนอย่าง Q Hayashida เท่านั้นที่ทำได้ ด้วย dark fantasy Dorohedoro และ sci-fi epic Dai Dark

จริงๆ แล้ว Fujimoto เองเคยล้อเล่นว่า Chainsaw Man เป็น ripoff ของ Dorohedoro (พร้อม Jujutsu Kaisen) ตอนที่ Mappa ทำอนิเมะ คำพูดนี้มีเค้าความจริง เพราะทั้งสองเรื่องสลับระหว่างความมืดมิดกับฮาได้รวดเร็ว ลองมาดู Dorohedoro กันก่อน

Dorohedoro คืออะไร ทำไมแฟน Chainsaw Man ต้องอ่าน

Dorohedoro เป็นมังงะสองบุคลิก สลับระหว่าง dark fantasy โหดร้ายและคอเมดี้แห้งๆ เรื่องราวของ Caiman ชายที่ตื่นมาพร้อมไม่มี記憶 หัวจิ้งจกยักษ์ และคนลึกลับในปาก เขาเชื่อว่านักเวทใส่ร้ายเขาเพราะนักเวทชอบข้ามมิติมาทดลองมนุษย์ใน Hole เมืองสกปรกที่เขาเรียกว่าบ้าน เขาจึงร่วมมือกับเพื่อนสนิท Nikaido ล่าทุกนักเวท

แผนคือยัดหัวนักเวทใส่ปาก Caiman ให้คนในปากบอกว่าคือตัวจริงไหม การสืบสวน (แบบหลวมๆ) ทำให้พวกเขากลายเป็นเป้าของ En บอสนักเวทอาชญากรที่ลูกน้องตายเพราะพวกเขา En ส่ง enforcers อย่าง Shin และ Noi มาจัดการ กลายเป็นสงครามแมวไล่หนูระหว่างสองโลกที่บ้า ยิ่งเลือดสาด ยิ่งฮา

อนิเมะจาก Mappa เจ๋งมาก ด้วย fusion 2D-3D CG สุดไฉไล animation サウンドแทร็กเพราะ และซีซั่น 2 มาแน่ แต่ไม่มีอะไรเท่ามังงะของ Hayashida ที่โหดกว่า Chainsaw Man เยอะ Gore ระดับ Mortal Kombat แผงภาพชัดเจนเท่า Berserk ของ Kentaro Miura

อย่าหลงกลด้วยภาพ grimdark นะ Dorohedoro เต็มไปด้วย body horror แต่ก็มีเสน่ห์น่ารัก พวกตัวละครตีกันเลือดสาด แต่ก็กิน gyoza นั่ง kotatsu ถ่ายหนังโชว์ ตัวละครเท่ทุกตัว ตั้งแต่ himbo อย่าง Caiman Shin ไปจน muscle mommies อย่าง Noi Nikaido (ผมชอบ En ที่สุด) ทุกคนมีบทบาทน่าติดตาม โลก grimy เต็มนักเวท นักล่า ลูกโป่งยักษ์ ปีศาจ รู้สึกมีชีวิตชีวา ยิ่งอ่านยิ่งเพลิน

ไม่แปลกที่แฟนกรี๊ดกร๊าดมานาน อยากให้คนอื่นอ่านและ Mappa กลับมาทำต่อด่วน ตอนนี้มีเวลาอ่านมังงะ ดูอนิเมะซีซั่น 1 (กำลังออกจาก Netflix jail) ก่อนซีซั่น 2 เมษายนนี้ ถ้าอยาก sci-fi มากขึ้น ลอง Dai Dark

Dai Dark มังงะอวกาศโหดๆ จาก Q Hayashida

ปก Dai Dark ดูเป็น dark fantasy แต่จริงๆ อยู่ในอวกาศ สไตล์ศิลปะเดียวกับ Dorohedoro เหมือน Hiro Mashima ที่ reuse design จาก Fairy Tail ตาม Zaha Sanko วัยรุ่นที่ถูกไล่ล่าเพราะกระดูกเขามีพลัง granting wish แบบ Dragon Ball

Sanko ร่วมทีมกับ Avakian กระเป๋ากระดูก sentient, Shimada Death สิ่งมีชีวิตแห่งความตาย และ Hajime Damemaru มนุษย์อมตะ พวกนี้คือ “four little shits” ลุยอวกาศ สู้ cultists ที่ไล่ล่า

คล้าย Dorohedoro แต่ในอวกาศ เจ๋งไม่แพ้กัน แม้ aimless กว่า แต่เสน่ห์อยู่ที่ downtime กิน meapwiches ตั้งชื่อแมงมุม ขายกระดูกศัตรูให้ Misetani Box พ่อค้าสไตล์ Resident Evil 4 บนยานรูปหมา มี vibe Farscape ห่อในมังงะน่ารักน่ากลัว

ข้อเสียคือยัง ongoing และ hiatus อยู่ ตอนนี้ แนะนำเริ่ม Dorohedoro ก่อน แล้วค่อย Dai Dark หรือถ้าชอบ sci-fi เริ่มตรงนี้เลย Hayashida เก่งขนาดไหน ทุกคนต้องรู้!

ถ้าชอบ Chainsaw Man ต้องอ่าน Dorohedoro กับ Dai Dark ทันที เพื่อสัมผัส vibe โหดฮาที่ Fujimoto ยอมรับ ลองเริ่มวันนี้ แล้วคุณจะติด!

  • อ่านมังงะ Viz Media และ Yen Press
  • ดูอนิเมะ Dorohedoro บน Netflix/แพลตฟอร์มอื่น
  • ติดตามอัพเดทซีซั่นใหม่

อย่าพลาดโอกาสขยายจักรวาลมังงะของคุณ สนุกสุดๆ แน่นอน

ที่มา – If You Love ‘Chainsaw Man,’ You Should Read ‘Dorohedoro’ and ‘Dai Dark’ Immediately

Mars Express สุดยอดเพราะจดจำไซเบอร์พังก์แท้จริง

ทุกครั้งที่ผลงานไซไฟใหม่ โดยเฉพาะแอนิเมชั่น ออกมา มันมักถูกเปรียบเทียบกับตำนานอย่าง Akira, Ghost in the Shell, หรือ Blade Runner แฟนๆ มักลดทอนให้เหลือแค่ collage ของอิทธิพล แต่ Mars Express สุดยอดเพราะจดจำไซเบอร์พังก์แท้จริง มันยืนเคียงข้างตำนานเหล่านั้นได้ ไม่ใช่เพราะเลียนแบบ แต่เพราะนำเสนอสิ่งใหม่ที่สมบูรณ์แบบ ควรเป็นมาตรฐานสำหรับไซไฟทุกเรื่อง

Mars Express สุดยอดเพราะจดจำไซเบอร์พังก์แท้จริง

เรื่องราวเกิดปี 2200 นักสืบไซเบอร์ Aline และหุ้นส่วนหุ่นยนต์สังเคราะห์ Carlos สืบคดีแฮกเกอร์ที่ปลดล็อกหุ่นช่วยเหลือผิดกฎหมายทั่วโลกและดาวอังคาร เริ่มจากคดีธรรมดา แต่กลายเป็น iceberg ของแผนการใหญ่: การหายตัวของหญิงสาว เทคโนโลยีชีวภาพล้ำสมัย และกล่องแพนโดร่าของ autonomy หุ่นยนต์ที่คุกคามสังคมเปราะบาง

ผลงานแรกของผู้กำกับแอนิเมชั่น Jérémie Périn ในปี 2023 Mars Express คือภาพยนตร์แอนิเมชั่นไซไฟที่ทรงพลัง ความยาวแค่ 88 นาที แต่ให้ความรู้สึก “พวกเขาไม่ทำแบบนี้แล้ว” ไม่ใช่ nostalgia แต่ใช้เครื่องมือไซเบอร์พังก์อย่างแม่นยำ: ความกังวลเทคโนโลยี ความสัมพันธ์มนุษย์-เครื่องจักร

ไอเดียเหล่านี้ไม่เชย แต่สดใหม่ราวกับดึงจากยุค animation ที่เน้น ambition มากกว่า trend Mars Express สุดยอดเพราะจดจำไซเบอร์พังก์แท้จริง โดยสร้าง atmosphere จากเรื่องราวที่แข็งแกร่ง มันแทรกซึมเข้าไปในหัวคุณ ท้าทายให้หาผลงานอื่นที่ขี้ไคล neon ได้เท่า

โลกใน Mars Express: คำเตือนจากไซเบอร์พังก์

เรื่องราวเป็น mystery ช้าๆ จากไอเดียหลากหลาย: autonomy หุ่นยนต์ ความเปราะบางมนุษย์ การครอบงำบริษัท แต่ไม่ overexplain ทำให้โลกมี feeling lived-in เหมือนค้นพบ ไม่ใช่สร้างขึ้น

ไซเบอร์พังก์ที่นี่คือ warning ไม่ใช่ aspiration ตามที่ Mike Pondsmith บอก เครื่องมือผ่าตัดต้อง update firmware กลาง procedure แพทย์เลื่อนโทรศัพท์ มุกภายในกลายเป็น isolation ผ่าน group call ในหัว รถไร้คนขับเลี่ยงอุบัติเหตุโดยไม่สนใจผู้โดยสาร

โลกที่ convenience ทำให้มนุษย์ชา glitch แยกจากกัน jailbreak หุ่นคืออาชญากรรมร้ายแรง สังคมมนุษย์-เครื่องจักรแตกหักแบบ banal เหมาะสำหรับ cyber-noir ที่นักสืบต้องดิ้นรน

ภาพและการเล่าเรื่องที่สมบูรณ์แบบ

ภาพสวย brutal เมื่อต้อง fleet เมื่ออยาก 动画มี weight และ motion จริง จาก first-person ไป sweeping shots ทุกอย่าง serve เรื่อง ไม่ flat

สื่อสารโดย show ไม่ tell ไว้วางใจผู้ชมเข้าใจสังคม friction และ tragedy เงียบๆ ขณะ investigation ดำเนินต่อ

Aline นักสืบหญิงแข็งกร้าวแต่โหยหาการเชื่อมต่อ Carlos หุ่นยนต์ที่มี baggage ลึก พวกเขากลายเป็นจุดยึด emotional ทำให้โลกไอเดียหนักไม่พัง

Mars Express สุดยอดเพราะจดจำไซเบอร์พังก์แท้จริง ด้วยมือ稳 ไม่ให้ aesthetics ล้ำเรื่อง มันคือ gem ใต้เรดาร์ที่แท้จริงกว่า cyberpunk ทั่วไป

คุณสามารถเช่าหรือซื้อ Mars Express ได้ที่ Prime Video, Apple TV, Fandango at Home, Google Play หรือ YouTube

อยากรู้ข่าว io9 เพิ่ม? เช็ค Marvel, Star Wars, Star Trek, DC Universe, และ Doctor Who

นี่คือภาพยนตร์ที่คุณต้องดูเพื่อเข้าใจไซเบอร์พังก์แท้ๆ ลองเช่ามาดูแล้วคุณจะติดใจ!

ที่มา – ‘Mars Express’ Is Phenomenal Because It Remembers What Cyberpunk Actually Means