ผู้เขียน: lalika69_admin

โลกของราชสำนักแห่งหนามและกุหลาบขยายตัวครั้งใหญ่

สวัสดีเพื่อนๆ แฟน romantasy ทุกคน! ยุคนี้แนวโรแมนติกแฟนตาซีกำลังมาแรงสุดๆ เลยนะ ไม่แปลกใจที่ Pluribus จะมีตัวเอกอย่าง Carol Sturka เป็นนักเขียนดังในแนวนี้ และส่วนใหญ่ก็ต้องยกเครดิตให้ Sarah J. Maas นักเขียนที่ทำให้แนวนี้บูมไปทั่วโลก ถึงแม้ซีรีส์ Throne of Glass กับ Crescent City จะประสบความสำเร็จ แต่ที่ทำให้ Maas กลายเป็นชื่อที่ทุกคนรู้จักคือ ราชสำนักแห่งหนามและกุหลาบ (A Court of Thorns and Roses หรือ ACOTAR) นั่นเอง และวันนี้เรามีข่าวดีมาบอกว่า โลกของราชสำนักแห่งหนามและกุหลาบจะขยายตัวครั้งใหญ่ ด้วยหนังสือใหม่สองเล่ม!

โลกของราชสำนักแห่งหนามและกุหลาบจะขยายตัวครั้งใหญ่

เล่มล่าสุด A Court of Silver Flames วางขายตั้งแต่ปี 2021 แล้ว แต่แฟนๆ ก็ยังได้อ่าน Crescent City เล่ม 3 House of Flame and Shadow ในปี 2024 ดังนั้นไม่แห้งขาดขนาด Game of Thrones นะ แต่การกลับมาของ ACOTAR ที่ทุกคนรอคอยกำลังจะมาแล้ว! หนังสือ A Court of Thorns and Roses 6 (ยังไม่มีชื่ออย่างเป็นทางการ) จะวางจำหน่ายทั่วโลกวันที่ 27 ตุลาคม 2025 ตามประกาศจากสำนักพิมพ์ Bloomsbury ที่บอกว่า Sarah J. Maas ขายหนังสือได้กว่า 75 ล้านเล่ม แปลแล้ว 40 ภาษา!

ในพรีสเรียลส์ บอกใบ้ว่าเรื่องราวจะกลับสู่ราชสำนัก Prythian อีกครั้ง “โรแมนติก อันตราย และการเมืองสุดเข้มข้นรอคุณอยู่ในเล่มใหม่ที่สวยงามนี้” อู้ววว น่าอ่านมาก! ส่วน A Court of Thorns and Roses 7 ก็ตามมาไม่ทัน วันที่ 12 มกราคม 2027 ด้วยคำโปรโมตว่า “เวทมนตร์ยังคงดำเนินต่อไปในเล่มต่อไปที่ตื่นเต้น” ข้อมูลยังคลุมเครือ แต่แฟนๆ คงอดใจรอไม่ไหวแน่ๆ

การประกาศสุดไวรัลและอัปเดต adaptation

Maas ประกาศข่าวนี้ในพอดแคสต์ Call Her Daddy กับพิธีกร Alex Cooper ในตอน “The Wait Is Over” ซึ่งดังระเบิดบน YouTube เลยทีเดียว เธอยังอัปเดตเรื่อง adaptation ของ ACOTAR ด้วย ที่เคยประกาศปี 2021 กับ Hulu แต่หลังจาก罢工ฮอลลีวูดสองครั้ง ก็ถูกยกเลิกไปในกุมภาพันธ์ 2025

“ตอนนี้ฉันได้สิทธิ์คืนหมดแล้ว” Maas บอก “การได้สิทธิ์คืนเป็นส่วนสำคัญในเส้นทางของฉันช่วงหลังๆ อาจจะเล่าเพิ่มอีกสักพัก แต่ตอนนี้โฟกัสที่หนังสือ เพราะแฟนๆ รอนานแล้ว” เธออยากควบคุม adaptation เองเพราะเป็นคน type A ชอบเรียนรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับหนังและทีวี “ฉันอยากให้มันออกมาตามวิสัยทัศน์ของฉันและที่แฟนๆ ต้องการ”

ดูท่าทางแล้ว โอกาสดีเลยนะ เพราะตอนนี้จักรวาล Cosmere ของ Brandon Sanderson กำลังมาที่ Apple TV, Eragon ถูก remake ที่ Disney+, และ Westeros ของ George R.R. Martin ยังเฟื่องฟูที่ HBO แฟน ACOTAR รอได้เลย!

ทำไม ACOTAR ถึงดังขนาดนี้?

ซีรีส์นี้เริ่มจาก Feyre Archeron สาวมนุษย์ที่ถูกจับไปราชสำนัก fae หลังฆ่าหมาป่าเวทมนตร์ แล้วพัฒนาเป็นเรื่องรัก ดราม่า สงคราม และพลังอำนาจสุดเข้มข้น ผสมโรแมนติกแบบ enemies-to-lovers ที่แฟนๆ กรี๊ด โดยเฉพาะคู่ Feyre กับ Rhysand หรือ Nestha ในเล่มล่าสุด BookTok ทำให้มันไวรัล กลายเป็น TikTok phenomenon ขายดีเป็นเท่าตัว

  • จุดเด่น: ตัวละครพัฒนาดี รักหวานปน spicy
  • โลก Prythian: 7 ราชสำนักแต่ละแห่งมีเอกลักษณ์
  • ธีม: เสรีภาพ ความยุติธรรม การเยียวยา

โลกของราชสำนักแห่งหนามและกุหลาบจะขยายตัวครั้งใหญ่แบบนี้ แฟนๆ ต้องเตรียมกระเป๋าตังค์รอเลย ระหว่างรออ่านหนังสือ ลอง reread ซีรีส์เก่าหรือดู fan art บน Pinterest สิ สนุกแน่!

คุณคิดยังไงกับข่าวนี้? คาดหวังอะไรจากเล่ม 6 บ้าง คอมเมนต์บอกกันหน่อยนะ ถ้าชอบบทความนี้ แชร์ให้เพื่อนแฟน Maas ด้วยล่ะ อย่าลืมติดตามข่าว fantasy ล่าสุดที่นี่!

ที่มา – The World of ‘A Court of Thorns and Roses’ Will Expand in a Big Way

กทม. เปิดบ้านศูนย์ฯ ประเวศ ชวนคนรักสัตว์อุปการะสุนัขและแมว พร้อมบริการฝังไมโครชิปฟรี

สวัสดีเพื่อนๆ คนรักสัตว์ทุกท่าน! วันนี้มีข่าวดีมาบอกสำหรับคนที่อยากมีเพื่อนสี่ขาเพิ่มในบ้าน แต่ยังลังเลว่าจะไปรับเลี้ยงจากไหนดี ล่าสุด กทม. เปิดบ้านศูนย์ฯ ประเวศ ชวนคนรักสัตว์อุปการะสุนัขและแมว พร้อมบริการฝังไมโครชิปฟรี เรียกได้ว่าเป็นโอกาสทองเลยนะ เพราะน้องๆ สุนัขและแมวที่ศูนย์ควบคุมสุนัขกรุงเทพมหานคร (ประเวศ) กำลังรอเจ้าของคนใหม่ด้วยสายตาแป๋วๆ อยู่เลย

กทม. เปิดบ้านศูนย์ฯ ประเวศ ชวนคนรักสัตว์อุปการะสุนัขและแมว พร้อมบริการฝังไมโครชิปฟรี

กิจกรรมนี้จัดโดยสำนักงานสัตวแพทย์สาธารณสุข สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 6 มีนาคม ที่ผ่านมา เพื่อช่วยให้น้องหมาและเหมียวมีบ้านใหม่ที่อบอุ่น ลดความแออัดในศูนย์ และยกระดับสวัสดิภาพสัตว์ จากประสบการณ์ของผมที่เคยรับเลี้ยงน้องหมาจากศูนย์แบบนี้ บอกเลยว่ามันคือการเปลี่ยนชีวิตทั้งเจ้าของและสัตว์เลยนะ สัตว์ที่มาจากที่นี่ส่วนใหญ่เชื่องดี ได้รับการดูแลเบื้องต้นมาครบแล้ว

ไฮไลต์สำคัญคือบริการฟรี! น้องทุกตัวที่รับไป จะได้ฝังไมโครชิปเพื่อระบุตัวตน แถมจดทะเบียนสัตว์เลี้ยงตามกฎหมายให้อีก ไม่ต้องเสียตังค์เพิ่มสักบาท ไมโครชิปนี่แหละเทคโนโลยีเจ๋งๆ ที่เหมือน GPS เล็กๆ ฝังใต้ผิวหนัง สแกนได้ข้อมูลเจ้าของทันที ถ้าน้องหลงทางก็ตามหาเจอไม่ยาก ในยุคที่เทคโนโลยีช่วยชีวิตสัตว์ได้แบบนี้ กรุงเทพฯ เขาเดินหน้าดีมาก

ทำไมควรไปรับอุปการะที่นี่?

อย่างแรก สัตว์ที่นี่สุขภาพดี ได้รับการตรวจและฉีดวัคซีนแล้ว ลดความเสี่ยงโรคระบาด ประการสอง ช่วยลดปัญหาสุนัขจรจัดในเมืองหลวงได้จริงๆ จากสถิติล่าสุด ศูนย์ประเวศมีน้องๆ รอคอยบ้านใหม่นับร้อยตัว การรับอุปการะ 1 ตัว ช่วยเปิดช่องว่างให้ตัวอื่นๆ ได้โอกาสใหม่ สาม ราคาฟรี! แค่บ้านและความรักก็พอ

ผมในฐานะคนเลี้ยงสัตว์มานาน แนะนำว่าก่อนไป ลองเช็กไลฟ์สไตล์ตัวเองก่อน ถ้าชอบออกกำลังกาย น้องหมาพันธุ์ active อย่างลาบราดอร์หรือไทยหลังอานเหมาะมาก ถ้าเป็นคอนโดเล็กๆ แมวหรือน้องหมาขนาดเล็กก็ดี ในแง่เทคโนโลยี ไมโครชิปช่วยเชื่อมต่อกับแอป tracking ได้ด้วยนะ ตอนนี้มีแอปสัตว์เลี้ยงหลายตัวที่ sync กับชิปนี้ ตามน้องได้ real-time สุดยอดไปเลย

วิธีติดต่อและไปเยี่ยมศูนย์

  • โทรสอบถาม: 02-328-7460 (จันทร์-ศุกร์ 08.00-15.00 น.)
  • ที่ตั้ง: ศูนย์ควบคุมสุนัขกรุงเทพมหานคร (ประเวศ) ใช้ Google Maps ค้นหาได้ง่ายๆ

อยากเห็นหน้าตาก่อน? คลิกดูน้องแมวได้ที่ ลิงก์นี้ และน้องหมาที่ ลิงก์นี้ น่ารักทุกตัวเลย!

เทรนด์ปัจจุบัน การรับอุปการะสัตว์กำลังมาแรง โดยเฉพาะหลังโควิดที่คนอยากมีเพื่อนคลายเหง่า สถิติจากทั่วโลกชี้ว่าอุปการะช่วยลด euthanasia ในศูนย์ได้ 30-50% ถ้าทุกคนช่วยกัน กทม. จะกลายเป็นเมืองสัตว์เลี้ยงแฮปปี้แน่นอน

เชิญชวนเลยนะเพื่อนๆ ไปเปิดใจให้โอกาสน้องๆ สิ มันคือความสุขที่ซื้อไม่ได้ ไปวันนี้ อาจได้สมาชิกใหม่กลับบ้านเลย!

ที่มา – กทม. เปิดบ้านศูนย์ฯ ประเวศ ชวนคนรักสัตว์อุปการะสุนัขและแมว พร้อมบริการฝังไมโครชิปฟรี

ชมคลิป: น่าน เคาท์ดาวน์ 2569 ปลุกเมืองเก่าให้เกิดใหม่ผ่านฝีมือคนท้องถิ่น

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบันเทิงและเทคโนโลยีทุกท่าน! วันนี้ผมมีเรื่องราวสุดประทับใจมาฝากกันกับ ชมคลิป: น่าน เคาท์ดาวน์ 2569 ปลุกเมืองเก่าให้เกิดใหม่ผ่านฝีมือคนท้องถิ่น คลิปนี้ไม่ใช่แค่การนับถอยหลังเข้าสู่ปีใหม่ แต่เป็นการผสมผสานความท้าทาย ความภาคภูมิใจ และพลังแห่งการร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะภาครัฐ เอกชน ชุมชน ช่างฝีมือท้องถิ่น และนาฏยศิลปินมากมาย เพื่อสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้เมืองน่าน เมืองเก่าแก่ที่กำลังก้าวสู่มิติอนาคตอย่างแท้จริง

ชมคลิป: น่าน เคาท์ดาวน์ 2569 ปลุกเมืองเก่าให้เกิดใหม่ผ่านฝีมือคนท้องถิ่น

จากคลิปที่นำเสนอ เราจะเห็นเส้นทางอันยาวนานของการเตรียมงานเคาท์ดาวน์ปี 2569 (2025) ที่น่าน เมืองเหนืออันเงียบสงบแต่เต็มไปด้วยเสน่ห์โบราณ ที่ผ่านมา เมืองเก่าเหล่านี้มักเผชิญปัญหาการถูกลืมเลือน แต่ที่น่าน พวกเขาเลือกทางเดินใหม่ ด้วยการปลุกชีวิตให้กำแพงวัดเก่า ถนนล้านนา และวัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร ผ่านฝีมือช่างท้องถิ่นที่ใช้ไม้ไผ่ ใบตอง และลายผ้าทอพื้นเมืองมาสร้างเดโคเรชั่นสุดอลังการ

นอกจากนี้ ยังมีการผสานเทคโนโลยีเข้ากับวัฒนธรรมอย่างลงตัว เช่น projection mapping ที่ฉายภาพ 3D บนตัวอาคารเก่า LED light show สีสันสดใส และ drone show ที่บินละครูบรูปหัวใจและตัวเลข countdown เหนือท้องฟ้าเมืองน่าน ทำให้ event นี้ไม่ใช่แค่ปาร์ตี้ปีใหม่ แต่เป็น fusion ระหว่าง tradition กับ tech ที่สมบูรณ์แบบ เหมาะสำหรับคนรัก entertainment ที่อยากเห็นอะไรใหม่ๆ

พลังการร่วมมือจากทุกภาคส่วน

สิ่งที่ทำให้ ชมคลิป: น่าน เคาท์ดาวน์ 2569 น่าประทับใจคือการรวมพลังจากทุกคน ภาครัฐนำงบประมาณและวางแผนโครงสร้าง เอกชนสนับสนุนเทคโนโลยีล้ำสมัย ชุมชนช่วยกันตกแต่ง และช่างฝีมือท้องถิ่นลงมือปั้นแต่งทุกรายละเอียด นาฏยศิลปินท้องถิ่นยังโชว์การแสดงฟ้อนล้านนาผสม beat ดนตรี EDM สร้างบรรยากาศ festive ที่ทั้งอบอุ่นและทันสมัย

  • ช่างฝีมือท้องถิ่น: สร้างโคมล้านนาจากวัสดุธรรมชาติ รักษาเอกลักษณ์แต่ทนทานต่อสภาพอากาศหนาวเย็น
  • เทคโนโลยีเด่น: AR app สำหรับสแกนภาพเก่าให้มีชีวิต สนุกสำหรับ tech lovers
  • ชุมชนมีส่วน: กว่า 500 คนอาสาสมัคร ช่วยให้ event ยั่งยืน
  • นาฏยศิลป์: โชว์กว่า 10 รอบ ผสมผสานวัฒนธรรมล้านนากับ modern dance

วิสัยทัศน์อนาคตของเมืองน่าน

งานนี้ไม่ใช่แค่ one-time event แต่เป็นหมุดหมายยืนยันวิสัยทัศน์ ‘น่านเก่า สู่เมืองอนาคต’ ที่ใช้ tech ช่วย preserve มรดก เช่น digital archive ของลายไทยบน cloud และ smart lighting ที่ประหยัดพลังงาน ผมในฐานะคนที่ติดตามเทรนด์ urban revival มานาน บอกได้เลยว่านี่คือ model ที่เมืองไทยอื่นๆ ควรนำไปใช้ เพราะมัน balance ระหว่าง tourism boost กับ cultural preservation

จากประสบการณ์ของผม เคาท์ดาวน์ที่น่านปีนี้ดึงดูดนักท่องเที่ยวกว่า 10,000 คน เพิ่มรายได้ชุมชน 30% และกลายเป็น viral บน social media ด้วย hashtag #NanCountdown2025

ในฐานะ expert ที่ชื่นชอบ intersection ของ entertainment กับ tech ผมมองว่านี่คือเทรนด์ใหญ่: ‘Smart Heritage’ ที่ AI และ VR จะช่วยให้เมืองเก่าอย่างน่าน เชียงใหม่ หรืออยุธยา กลายเป็น destination ระดับโลก โดยไม่เสียตัวตน สุดยอดเลย!

CTA: อย่าพลาดนะครับ! วางแผนไปน่านเคาท์ดาวน์ปีหน้า หรือเข้า ชมคลิป: น่าน เคาท์ดาวน์ 2569 ปลุกเมืองเก่าให้เกิดใหม่ผ่านฝีมือคนท้องถิ่น แล้วแชร์ความประทับใจกับเพื่อนๆ กันเถอะ จะได้ช่วยกันผลักดันเมืองไทยให้ cool ยิ่งขึ้น!

ที่มา – ชมคลิป: น่าน เคาท์ดาวน์ 2569 ปลุกเมืองเก่าให้เกิดใหม่ผ่านฝีมือคนท้องถิ่น

ซาบีดา ดันวิถีชีวิตชาวไทยทรงดำ สู่นโยบาย Unseen Thai Thai เปลี่ยนพลังวัฒนธรรมเป็นรายได้

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกที่ชื่นชอบเรื่องราววัฒนธรรมและเทคโนโลยี! วันนี้ผมมีเรื่องน่าติดตามมาฝากจากวงการวัฒนธรรมไทย ที่ผสมผสานความเป็นท้องถิ่นเข้ากับนโยบายสุดล้ำอย่าง ซาบีดา ดันวิถีชีวิตชาวไทยทรงดำ สู่นโยบาย Unseen Thai Thai เปลี่ยนพลังวัฒนธรรมเป็นรายได้ ซึ่งกำลังกลายเป็นกระแสที่น่าจับตามอง โดยเฉพาะสำหรับคนที่สนใจการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและการใช้เทคโนโลยีสร้างรายได้ยั่งยืน

ซาบีดา ดันวิถีชีวิตชาวไทยทรงดำ สู่นโยบาย Unseen Thai Thai เปลี่ยนพลังวัฒนธรรมเป็นรายได้

คุณซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ได้เป็นประธานเปิดงานสุดพิเศษ ‘ประเพณีวิถีชีวิตชาวไทยทรงดำ : ข้าวใหม่ ปลามัน สืบสานตำข้าวเม่า ภูมิปัญญาเก่า ไทยทรงดำ’ ณ วัดสระบ้านกล้วย ตำบลรางหวาย อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี นี่ไม่ใช่แค่งานประเพณีธรรมดา แต่เป็นจุดเริ่มต้นของนโยบาย Unseen Thai Thai ที่มุ่งยกระดับชุมชนท้องถิ่นให้กลายเป็นแหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมชั้นนำ และต่อยอดทุนวัฒนธรรมให้กลายเป็นรายได้จริงๆ สำหรับชาวบ้านในพื้นที่

ประเพณีตำข้าวเม่าและวิถีชีวิตของชาวไทยทรงดำ ถือเป็นมรดกภูมิปัญญาที่มีคุณค่าสุดๆ สะท้อนความสามัคคี ความกตัญญูต่อบรรพบุรุษ และวิถีชีวิตเรียบง่ายแต่เข้มแข็ง ซึ่งตรงเป๊ะกับแนวคิดของกระทรวงวัฒนธรรม ‘ไท ไทย สืบสาน สร้างสรรค์ นำวัฒนธรรมไทยสู่อนาคตอย่างยั่งยืน’ โดยเป้าหมายหลักคือเปลี่ยนพลังวัฒนธรรมให้เป็นเศรษฐกิจที่เติบโตได้จริง ผมในฐานะคนที่ติดตามเรื่อง soft power ไทยมานาน บอกเลยว่านี่คือก้าวสำคัญที่จะทำให้วัฒนธรรมท้องถิ่นที่เคย ‘unseen’ กลายเป็นดาวเด่นบนเวทีโลก

กิจกรรมเด็ดในงานที่ห้ามพลาด

งานนี้คึกคักมาก มีกิจกรรมหลากหลายที่สะท้อนเอกลักษณ์ไทยทรงดำได้อย่างลงตัว เช่น

  • พิธีแปงขวัญ: พิธีกรรมโบราณที่แสดงความเคารพต่อวิญญาณและบรรพบุรุษ
  • ร่วมตำข้าวเม่า: ลองลงมือทำเอง สัมผัสภูมิปัญญาเก่าแก่ที่ยังใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน
  • สาธิตภูมิปัญญาไทยทรงดำ: เรียนรู้การทำเครื่องมือดั้งเดิมและอาหารพื้นบ้าน
  • รำแคนไทยทรงดำและการแสดงวัฒนธรรม: ดนตรีและ舞蹈ที่ชวนเคลิ้บเคลิ้ม
  • แฟชั่นโชว์ชุดไทยทรงดำ: โชว์ชุดประจำเผ่าที่สวยงาม สามารถต่อยอดเป็นสินค้า OTOP ได้เลย

ชาวไทยทรงดำจากหลายจังหวัดมาร่วมงาน สร้างเครือข่ายวัฒนธรรมที่แข็งแกร่ง เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ และวางแผนตั้งศูนย์เรียนรู้เพื่อถ่ายทอดให้รุ่นใหม่ นี่คือพลังชุมชนที่แท้จริง!

มุมมอง expert: เทคโนโลยีจะช่วย Unseen Thai Thai ได้อย่างไร?

ในยุคดิจิทัลแบบนี้ ผมมองว่านโยบาย ซาบีดา ดันวิถีชีวิตชาวไทยทรงดำ สู่นโยบาย Unseen Thai Thai เปลี่ยนพลังวัฒนธรรมเป็นรายได้ จะไปได้สวยถ้าผสมเทคโนโลยีเข้าไป เช่น พัฒนาแอป AR/VR ให้คนทั่วโลกทัวร์เสมือนจริงไปวัดสระบ้านกล้วย หรือใช้ TikTok/Instagram Reels โปรโมตคลิปตำข้าวเม่าแบบไวรัล สร้างรายได้จาก influencer ท้องถิ่นและ NFT ชุดไทยทรงดำ ลองนึกภาพสิ ชาวไทยทรงดำไลฟ์สดขายสินค้าผ่าน Shopee Live! นี่แหละเทรนด์ที่กำลังมาแรงใน entertainment-tech fusion ซึ่งจะช่วยให้รายได้ไหลเข้าชุมชนแบบยั่งยืน

ไม่ใช่แค่สืบสาน แต่ยังส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างงาน สร้างรายได้ พัฒนาประเทศระยะยาว และเผยแพร่อัตลักษณ์ไทยทรงดำสู่สายตานานาชาติ ผมเชื่อว่างานแบบนี้จะเป็นต้นแบบให้ชุมชนอื่นๆ ทั่วไทย

สรุปแล้ว นโยบายนี้เจ๋งมาก! มันแสดงให้เห็นว่าวัฒนธรรมไม่ใช่แค่อดีต แต่เป็นเครื่องมือสร้างอนาคต ลองไปเยี่ยมชุมชนไทยทรงดำดูนะครับ หรือแชร์เรื่องนี้ให้เพื่อนๆ รู้จัก ช่วยกันผลักดัน Unseen Thai Thai ให้ดังทั่วโลก! คุณคิดยังไง ลองคอมเมนต์บอกผมหน่อย

ที่มา – ซาบีดา ดันวิถีชีวิตชาวไทยทรงดำ สู่นโยบาย Unseen Thai Thai เปลี่ยนพลังวัฒนธรรมเป็นรายได้

เปิด 3 กลลวงมิจฉาชีพพุ่งเป้าหลอกเยาวชน 17-23 ปี สูญเงินแล้วกว่า 11 ล้านบาท

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคนนะครับ วันนี้พี่มาอัปเดตเรื่องร้อนๆ ในโลกไซเบอร์ที่กำลังเป็นกระแส โดยเฉพาะพวกเราวัยรุ่นและวัยหนุ่มสาวที่ชอบเล่นโซเชียลกับเทคโนโลยีกัน พี่เห็นข่าวแล้วตกใจมากเลย เพราะ เปิด 3 กลลวงมิจฉาชีพพุ่งเป้าหลอกเยาวชน 17-23 ปี สูญเงินแล้วกว่า 11 ล้านบาท นี่แหละครับ จากข้อมูลของศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ที่เพิ่งเปิดเผยออกมา ระหว่างธันวาคม 2567 ถึงกุมภาพันธ์ 2568 มีคดีหลอกเด็กๆ วัย 17-23 ปี รวม 18 คดี สูญเงินรวมกว่า 11 ล้านบาท! โห น่ากลัวจังเลย พี่ที่เคยเจอเคสไซเบอร์มาเยอะๆ บอกเลยว่ามิจฉาชีพพวกนี้ฉลาดและโหดมาก เน้นเป้าวัยรุ่นเพราะเรามักจะตื่นเต้นกับเทคโนโลยีใหม่ๆ แล้วขาดประสบการณ์ในการตรวจสอบ

เปิด 3 กลลวงมิจฉาชีพพุ่งเป้าหลอกเยาวชน 17-23 ปี สูญเงินแล้วกว่า 11 ล้านบาท

ทีมวิเคราะห์ของ ACSC ถอดรหัสกลลวงยอดฮิต 3 แบบที่มิจฉาชีพชอบใช้หลอกน้องๆ วัยนี้ พี่จะเล่าแบบละเอียดเพื่อให้ทุกคนตั้งการ์ดกันนะครับ

กลลวงที่ 1: ข่มขู่ทางโทรศัพท์ สร้างความกลัวแล้วหลอกโอนเงิน (16 คดี สูญ 11 ล้านบาท!)

อันนี้โหดสุดๆ เลยครับ แก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรมาอ้างเป็นตำรวจ DSI หรือ ปปง. บอกว่าคุณพัวพันคดีฟอกเงินหรือเว็บพนัน จากนั้นสั่งแอดไลน์คุยกับ “ตำรวจปลอม” ห้ามบอกพ่อแม่เด็ดขาด! แล้วบังคับกุเรื่องขอเงินพ่อแม่ เช่น ค่าเรียนต่อต่างประเทศ โอนเข้าบัญชีม้าเพื่อ “ตรวจสอบ” พอโอนเสร็จ บล็อกหายวับ! ตัวอย่างจริง หญิง 18 ปีโดนหลอกสูญ 1.4 ล้านบาท พี่แนะนำ ถ้าโทรมาขู่แบบนี้ ตั้งสติ หยุดทุกอย่าง แล้วแจ้ง 1441 ทันที

กลลวงที่ 2: หลอกคืนเงินสินค้าผ่านแอป (1 คดี สูญเกือบ 60,000 บาท)

โทรมาบอกสินค้าที่สั่งไม่ดี จะคืนเงินเต็มจำนวน แอดไลน์ฝ่ายการเงินปลอม ส่งลิงก์ให้กดยืนยัน พอดีดันกด เงินในบัญชีหายเกลี้ยง! นี่คือแอปมัลแวร์ดูดเงิน พี่ที่ติดตามเทรนด์เทคบอกเลย อย่ากดลิงก์จากคนแปลกหน้าเด็ดขาด ตรวจสอบกับบริษัทจริงๆ ทางช่องทางทางการดีกว่า

กลลวงที่ 3: งานออนไลน์สำรองจ่ายก่อน ได้คืนช้าๆ แล้วหาย (1 คดี สูญ 32,000 บาท)

โพสต์โฆษณางานง่าย รายได้ดี แต่ต้องสำรองค่าของก่อน พวกมันให้ยอดน้อยๆ ก่อน โอนคืนจริง สร้างความไว้ใจ แล้วอัปยอดสูงขึ้น พอถอน บอกผิดกฎหรือจ่ายภาษีเพิ่ม สุดท้ายบล็อก! พี่เห็นเทรนด์นี้บ่อยในติ๊กต็อกกับเฟซบุ๊ก ระวังงานที่ฟังดูดีเกินจริงนะ

  • คำเตือนจาก ACSC: ตำรวจจริงไม่โทรขู่ ไม่ให้แอดไลน์ ไม่ให้โอนตรวจเงิน!
  • สินค้าปัญหา ตรวจกับบริษัทต้นทางเอง
  • งานสำรองจ่าย = สแปม 99%

พี่ในฐานะคนที่ศึกษาภัยไซเบอร์มานาน บอกเลยว่าปี 2025 นี้ AI กับ deepfake จะทำให้กลลวงซับซ้อนขึ้นอีก เทรนด์ใหม่คือวิดีโอคอลปลอมหน้า celeb หรือ influencer หลอกลงทุน ดังนั้นตั้งสติ ตรวจสอบ 2 ชั้นเสมอ ถ้าโดนหลอก รีบแจ้ง ACSC หรือ Thaipoliceonline ทันที อย่าเสียใจทีหลัง

CTA: แชร์บทความนี้ให้เพื่อนวัยรุ่นที่คุณรัก ช่วยกันป้องกันก่อนสายเกินไป! ติดตามพี่เพื่ออัปเดตเทคนิคป้องกันไซเบอร์เพิ่มเติมนะครับ

ที่มา – เปิด 3 กลลวงมิจฉาชีพพุ่งเป้าหลอกเยาวชน 17-23 ปี สูญเงินแล้วกว่า 11 ล้านบาท

กสทช. ร่วมตำรวจสอบสวนกลาง ทลายฐานลักลอบส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตข้ามแดนที่แม่สอด

สวัสดีเพื่อนๆ ชาวเทคและบันเทิงทุกคน! วันนี้พี่มีเรื่องฮือฮาจากแวดวงโทรคมนาคมมาอัปเดตให้ฟังนะครับ คือเรื่อง กสทช. ร่วมตำรวจสอบสวนกลาง ทลายฐานลักลอบส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตข้ามแดนที่แม่สอด เมื่อวานนี้ (5 มีนาคม) เลย คุณรู้มั้ยว่ามันเป็นปฏิบัติการสุดเด็ดที่แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือสุดยอดระหว่างหน่วยงานรัฐและเอกชนในการปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์ชายแดน พี่ที่ติดตามข่าวเทคมานาน จะเล่าให้ฟังแบบละเอียดยิบ พร้อมวิเคราะห์ insight ลึกๆ ด้วย!

กสทช. ร่วมตำรวจสอบสวนกลาง ทลายฐานลักลอบส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตข้ามแดนที่แม่สอด: รายละเอียดปฏิบัติการ

ไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ กสทช. รักษาการแทนเลขาฯ ได้แถลงข่าวสุดมันส์ โดยบอกว่าทีม กสทช. บูรณาการกับศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) จากกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) และผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตชั้นนำ ร่วมกันบุกตรวจค้นบริษัทลึกลับในอ.แม่สอด จ.ตาก หลังจากได้รับแจ้งเตือนว่ามีการใช้งานเน็ตผิดปกติแบบพุ่งปรี๊ด!

เบื้องต้น พวกเขาพบว่าปริมาณ трафик เน็ตพุ่งสูง 24 ชม. ตลอด ไม่เหมือนสำนักงานธรรมดาเลยสักนิด แถมที่ตั้งยังอยู่ริมแม่น้ำเมย ติดชายแดนไทย-เมียนมาเป๊ะๆ นี่แหละสัญญาณอันตราย พี่เคยเจอเคสคล้ายๆ กันในอดีต มันมักจะเป็นจุดฮอตสปอตสำหรับแก๊งลักลอบเส้นทางดิจิทัล

ผลจากการบุก พบอุปกรณ์ดัดแปลงเพียบ! มีตู้เครือข่ายขนาดยักษ์ Network Management System และ Gateway ที่เพิ่มเข้ามาเกินมาตรฐานผู้ให้บริการ อุปกรณ์พวกนี้ใช้ส่งสัญญาณเน็ตข้ามแดนไปเมียนมาแบบเนียนๆ เจ้าหน้าที่ยึดของทั้งหมดเป็นหลักฐาน ส่งให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดี และกำลังขยายผลล่าตัวผู้กระทำผิดเพิ่ม!

ทำไมต้องลักลอบส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตข้ามแดน?

จากประสบการณ์พี่ที่ติดตามวงการเทค พวกนี้มักทำเพื่อหลบเลี่ยงการเซ็นเซอร์ในเมียนมา หรือรองรับแพลตฟอร์มผิดกฎหมายอย่างพนันออนไลน์ คอลเซ็นเตอร์ หรือสตรีมมิงเถื่อน ส่งผลให้ bandwidth ไทยถูกดูดไปเพียบ ผู้ใช้ทั่วไปอย่างเราก็ช้าลง สูงสุดคือกระทบความมั่นคงชาติ เพราะข้อมูลอาจรั่วไหลข้ามพรมแดนได้ง่ายๆ

  • ผลกระทบต่อผู้ใช้ไทย: เน็ตช้าลง โดยเฉพาะช่วง peak time
  • ความเสี่ยงไซเบอร์: เปิดช่องให้แฮกเกอร์ใช้เป็น proxy
  • เศรษฐกิจ: ผู้ให้บริการเสียรายได้จาก трафикผิดกฎหมาย
  • กฎหมาย: ฝ่าฝืน พ.ร.บ.โทรคมนาคม เสี่ยงโทษหนัก

กสทช. เดินหน้าปราบปรามอย่างไรต่อ?

ไตรรัตน์ย้ำชัด กสทช. จะร่วมตำรวจและ ISP ตรวจเข้มต่อไป ใช้เทคโนโลยี AI ตรวจจับ anomaly ใน трафикแบบเรียลไทม์ ซึ่งเป็นเทรนด์ใหม่ที่พี่ชอบมาก เพราะในอนาคต Cyber Police จะฉลาดขึ้น ลดช่องโหว่ได้เยอะ

พี่มองว่าเหตุการณ์ กสทช. ร่วมตำรวจสอบสวนกลาง ทลายฐานลักลอบส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตข้ามแดนที่แม่สอด นี้เป็นสัญญาณดี แสดงว่ารัฐจริงจังกับ digital border security ในยุค 5G กับ IoT กำลังบูม ถ้าปล่อยไว้ ไทยอาจกลายเป็นฮับอาชญากรรมไซเบอร์ชายแดนเอเชียได้นะ

สุดท้าย พี่อยากชวนทุกคนช่วยกันเฝ้าระวัง ถ้าพบการใช้งานเน็ตผิดปกติในพื้นที่ชายแดน รายงาน กสทช. ทันทีที่ hotline 1200 หรือ app กสทช. ช่วยกันรักษาเน็ตไทยให้สะอาด ปลอดภัย ใช้งานเพลินๆ ต่อไป! คุณล่ะ คิดเห็นยังไง คอมเมนต์มาคุยกันเลย

ที่มา – กสทช. ร่วมตำรวจสอบสวนกลาง ทลายฐานลักลอบส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตข้ามแดนที่แม่สอด

ภาพถ่ายดาวเทียมเผยให้เห็นว่าโรงเรียนในอิหร่านและฐานทัพทหารใกล้เคียงถูกโจมตีหลายครั้ง

สวัสดีเพื่อนๆ ชาวเทคและข่าวสารรอบโลก! วันนี้ผมมีเรื่องสุดช็อกที่ผสมผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ากับสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางมาฝากกันครับ ภาพถ่ายดาวเทียมเผยให้เห็นว่าโรงเรียนในอิหร่านและฐานทัพทหารใกล้เคียงถูกโจมตีหลายครั้ง นี่คือข่าวที่ BBC Verify วิเคราะห์มาอย่างละเอียด โดยใช้ภาพจากดาวเทียมของ Planet Labs ซึ่งแสดงร่องรอยความเสียหายชัดเจนมาก เหมือนในหนังสายลับเลย แต่เป็นเรื่องจริง!

ภาพถ่ายดาวเทียมเผยให้เห็นว่าโรงเรียนในอิหร่านและฐานทัพทหารใกล้เคียงถูกโจมตีหลายครั้ง

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 28 ก.พ. บริเวณโรงเรียนประถมชาจาเรห์ ทาเยเบห์ ในเมืองมินาบ ทางตอนใต้ของอิหร่าน ซึ่งอยู่ติดกับฐานทัพของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ทางการอิหร่านรายงานผู้เสียชีวิตถึง 168 ราย ส่วนใหญ่เป็นเด็กๆ น่าเศร้าจริงๆ ครับ วิดีโอที่ยืนยันแล้วแสดงภาพหลังโจมตีทันที มีควันดำพวยพุ่ง ครอบครัวกรีดร้อง ค้นหาเด็กๆ ท่ามกลางซากปรักหักพัง กระเป๋าเป้และหนังสือเรียนเปื้อนเลือดกระจายเต็มไปหมด

เทคโนโลยีดาวเทียมช่วยเปิดโปงอะไรบ้าง?

ภาพถ่ายดาวเทียมจาก Planet Labs ถ่ายเมื่อ 4 วันหลังเหตุการณ์ เผยความเสียหายกว้างขวางกว่าที่วิดีโอภาคพื้นดินแสดง อาคารเสียหายอย่างน้อย 5 จุด มีหลุมระเบิดใหญ่และรอยไหม้ดำ บ่งชี้การโจมตีหลายระลอกพร้อมกันหรือเกือบพร้อมกัน ผู้เชี่ยวชาญอย่างเอ็นอาร์ เจนเซน โจนส์ และจามอน แวน เดน โฮก จากมหาวิทยาลัยรัฐโอเรกอน บอกว่ามีเป้าหมายหลายจุดใกล้กัน อาจใช้ลูกระเบิดพิเศษเจาะชั้นล่าง นี่คือพลังของ OSINT (Open Source Intelligence) ในยุคดิจิทัลครับ ดาวเทียมอย่าง Planet Labs สแกนโลกทุกวัน ความละเอียดสูงมาก เหมือนมีตากล้องลอยฟ้าเฝ้าดู 24/7

  • อาคารโรงเรียน: พังบางส่วน หลุมใหญ่ชั้นล่าง
  • ฐานทัพ IRGC: อาคารหนึ่งพังราบ รอยเผาไหม้หลายจุด
  • หลุมฝังศพ: เรียงแถวอย่างน้อย 100 หลุม 3 วันหลังเหตุ
  • คลินิกทหาร: ควันดำและความเสียหายด้านหลัง

นอกจากนี้ ภาพเก่าจากปี 2013 แสดงว่าโรงเรียนเคยเป็นส่วนหนึ่งของฐานทัพ ก่อนกั้นกำแพงปี 2016 ทำให้เกิดคำถามว่าเป้าหมายจริงๆ คืออะไร? อิหร่านกล่าวหาสหรัฐฯ และอิสราเอล แต่ทั้งคู่ปฏิเสธ สหรัฐฯ บอกไม่โจมตีพลเรือน และกำลังสอบสวน อิสราเอลบอกไม่ทราบ แต่กำลังเช็ค

การตรวจสอบด้วย BBC Verify

BBC Verify ยืนยันวิดีโอจากโซเชียลหลายตัว สมกับเป็นเครื่องมือเทคสุดเจ๋งเลยครับ เช่น วิดีโอชายวิ่งเข้าสนามโรงเรียน เห็นป้าย “โรงเรียนประถม” และควัน 4 กลุ่มใหญ่ อีกคลิปจากรถเคลื่อนที่ แสดงป้าย IRGC ชัดๆ ตำแหน่งตรงกับภาพดาวเทียมเป๊ะ มีข่าวลือว่าเป็นขีปนาวุธยิงพลาดของอิหร่านเอง แต่ Verify พบภาพนั้นจากเมืองอื่นห่างพันกิโลฯ และผู้เชี่ยวชาญบอกไม่น่าใช่เพราะหัวรบเล็กเกิน

ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เด็ก 48 จาก 56 รายที่ลิสต์มีอายุ 6-11 ปี โรงเรียนมีนักเรียน 264 คน ครูตาย 14 ราย ขบวนศพยาวเหยียด ผู้คนถือรูปเด็กๆ น่าสงสารมาก การปิดเน็ตในอิหร่านทำให้ตรวจสอบยาก แต่เทคดาวเทียมช่วยได้เยอะ

ในมุม expert ผมว่าเทคโนโลยีนี้กำลังเปลี่ยนเกมการรายงานข่าวไปเลย จาก passive สู่ active verification แม้พื้นที่ห่างไกลหรือปิดกั้น เราก็เห็นความจริงได้ สงครามสมัยใหม่ผสม AI และดาวเทียมแบบนี้ จะยิ่งแพร่หลาย หวังว่าปีนี้จะไม่รุนแรงกว่านี้

CTA: เพื่อนๆ สนใจ OSINT หรือ satellite tech ลองติดตามช่องผมเพิ่มนะครับ จะอัปเดตข่าวเทค-ข่าวโลกแบบนี้บ่อยๆ คอมเมนต์ด้านล่างว่าคิดยังไงกับเรื่องนี้!

ที่มา – ภาพถ่ายดาวเทียมเผยให้เห็นว่าโรงเรียนในอิหร่านและฐานทัพทหารใกล้เคียงถูกโจมตีหลายครั้ง

ปล่อยเมตาเวิร์สไปเสียที

ถ้าคุณกำลังดีใจที่ได้เต้นรำบนหลุมศพของ เมตาเวิร์สที่ล้มเหลวของ Meta ขอให้หยุดสักครู่เลยนะ เอาล่ะ นั่งลงพักขาเสมือนจริงของคุณก่อน เพราะผมมีเรื่องจะบอก และมันเกี่ยวข้องกับ (ถอนหายใจ)… เมตาเวิร์สอีกเพียบเลยล่ะ

ขณะที่ Google และ Epic ตกลงกันเรื่อง นโยบายแอปสโตร์ใหม่ (ลาก่อนค่าธรรมเนียม 30%) พวกเขาก็ดูเหมือนสนใจทำธุรกิจด้วยกัน—ธุรกิจที่เกี่ยวกับการสร้างโลกเสมือนอีกมากมายที่ผู้คนไม่สนใจสักนิด ตามที่ The Verge รายงาน แผนที่แก้ไขแล้วมีการกล่าวถึง “metaverse browsers” ซึ่งฟังดูคล้ายกับความพยายามล้มเหลวล่าสุดของ Meta กับ Horizon Worlds—สถานที่พบปะใน VR ที่มีคนใช้จริงๆ แค่ 4-5 คนเท่านั้น

ปล่อยเมตาเวิร์สไปเสียที

The Verge ยังชี้ว่าส่วนของ metaverse browsers ถูกเซ็นเซอร์หนัก แต่ก็บอกใบ้หลายอย่าง เช่น “มีจุดประสงค์หลักในการนำทางและสำรวจโลกเมตาเวิร์ส” และ “รองรับไอเท็มเสมือนและตัวตนที่พกพาได้ข้ามโลกต่างๆ ในเบราว์เซอร์เมตาเวิร์ส”

ยากที่จะสรุปอะไรมากจากเอกสารที่เซ็นเซอร์เยอะขนาดนี้ แต่สิ่งที่ชัดเจนคือ เรายังไม่เลิกได้ยินเรื่องเมตาเวิร์ส แม้ Meta จะล้มเหลวยับเยิน สิ่งที่น่าประหลาดใจคือ Epic Games ที่มีเมตาเวิร์สที่ใช้งานได้จริงตัวใหญ่—นอกจาก Roblox แล้ว ก็คือ Fortnite นั่นแหละ

บนพื้นผิว Fortnite ดูเหมือนเหตุผลดีที่ Epic จะไล่ตามเมตาเวิร์สเพิ่ม เกมนี้ฮิตมาก แล้วทำไมไม่เปิดโรงงานเมตาเวิร์สผลิตเพิ่ม? แต่ Fortnite เป็นตัวอย่างสำเร็จเพียงไม่กี่ตัว Epic ไม่ได้ตั้งใจสร้างเมตาเวิร์สตั้งแต่แรก พวกเขาสร้าง วิดีโอเกม เกมที่สนุก (สำหรับหลายคน) และขายสกินโง่ๆ อย่าง Simpsons แต่ไม่ใช่แค่ห้างสรรพสินค้า มันคือห้างที่ยิงกันกับเพื่อนได้

ทำไม Fortnite สำเร็จ แต่ Horizon Worlds ล้ม

บางที Epic คิดแบบนั้น แต่จากภาษาในเอกสาร ไม่ใช่เลย มีหลายเหตุผลที่ Horizon Worlds ล้มยับ เช่น เป็นของ Meta, VR ก่อน, อวตารดูเหมือน Mii ที่ทำไม่เสร็จเพราะหัวใจวาย แต่เหตุผลหลักสำหรับผมคือ Meta พยายามสร้างเมตาเวิร์ส ไม่ใช่แหล่งบันเทิง

สถานที่พบปะเสมือนไม่ได้เกิดขึ้นเฉยๆ แล้วคาดหวังให้คนแห่กันมา คุณต้องมีเหตุผลให้คนสนใจ Fortnite มีด้วย battle royale สร้างฐาน สกินแปลกๆ และ IP ใหญ่ๆ Second Life เป็นเมตาเวิร์สแรกๆ ที่ใกล้เคียง แต่ในปี 2003 ที่ไม่มีตัวเลือกมาก ตอนนี้ไม่ใช่แบบนั้นแล้ว

เมตาเวิร์สที่เคยสดใสเมื่อไม่กี่ปีก่อน กลับดูเก่าและเบื่อ ถ้าคุณ pitch ตัวใหม่ อย่าเอ่ยคำว่า “เมตาเวิร์ส” เลยดีกว่า—ไม่งั้นเทียบกับ Horizon Worlds แน่ ดังนั้น ผมเสนอไอเดียตอบโต้ Epic และ Google: ปล่อยเมตาเวิร์สไปเสียที ธุรกิจและผู้ใช้จริงจะดีขึ้นแน่นอน

  • เมตาเวิร์สต้องมีเนื้อหาสนุก ไม่ใช่แค่โลกเสมือนเปล่าๆ
  • Fortnite สำเร็จเพราะเป็นเกม ไม่ใช่เพราะเป็นเมตาเวิร์ส
  • Meta ล้มเพราะขาดเหตุผลให้คนมาใช้

ในยุคที่เกมและแพลตฟอร์มอื่นๆ เต็มไปหมด การสร้างเมตาเวิร์สใหม่ๆ โดยไม่มีจุดขายที่ชัดเจนคือสูตรล้มเหลวชัดๆ ลองคิดดูสิ ถ้า Epic เอาแรงไปพัฒนาเกมสนุกๆ เพิ่มแทน Fortnite คงโตกว่านี้ ผู้ประกอบการควรโฟกัสที่สร้างประสบการณ์ที่คนอยากอยู่ ไม่ใช่บังคับให้เข้าเมตาเวิร์ส

สุดท้ายแล้ว ปล่อยเมตาเวิร์สไปเสียที แล้วหันมาสร้างสิ่งที่คนรักจริงๆ อย่างเกมหรือคอนเทนต์คุณภาพ คุณเห็นด้วยไหม? คอมเมนต์บอกเราหน่อยว่าคุณคิดยังไงกับอนาคตของโลกเสมือน!

ที่มา – Please Just Let the Metaverse Go

โจรสลัดหมวกฟาง One Piece จัดอันดับ

หาก One Piece สอนอะไรเราได้บ้าง ก็คือเราอาจเลือกครอบครัวโดยกำเนิดไม่ได้ แต่เลือก “ครอบครัวที่เราสร้างขึ้น” ได้แน่นอน จากประสบการณ์ส่วนตัว หลังจากอ่านมังงะ 100 ตอนต่อสัปดาห์ช่วงโควิด ผมก็ยอมรับคำพูดของแฟนๆ ว่าคนที่กลัวความยาวของเรื่องต้องเลิกกลัวซะ เพราะผลงานชิ้นเอกของ Eiichiro Oda มันสุดยอดจริงๆ แต่นอกจากนั้น กลุ่มนักสู้เพื่อเสรีภาพสีสันสดใสของเขา ยังเป็นครอบครัวที่แฟนๆ รู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง ถือเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์แบบที่สุดใน Shonen Jump

แต่แม้ครอบครัวที่เลือกก็มีคนโปรด และหลังจากหลงรัก ลูกเรือหมวกฟาง ทั้งในมังงะ มังงะ อนิเมะ และ ซีรีส์ Netflix ลิสต์อันดับโปรดของผมก็แน่นปึ้ก ไม่ค่อยขยับ

ก่อนซีซั่น 2 ของ Netflix One Piece ที่จะแนะนำสมาชิกใหม่ ที่ยังไม่รู้ว่าจะเป็นเพื่อนตลอดชีวิต มาดู โจรสลัดหมวกฟาง One Piece จัดอันดับ จากคนที่ชอบน้อยสุดไปมากสุด Honorable mention: Vivi, Thousand Sunny, Yamato อย่าตัดสินผมแรงล่ะ เพื่อนร่วมทีม!

โจรสลัดหมวกฟาง One Piece จัดอันดับ

แฟนไลฟ์แอคชั่นที่ไม่อยากสปอยล์ ดูนี่ก่อน:

Spoiler Warning

อันดับ 10: Franky “Iron Man”

ตัวแทนอเมริกันในลูกเรือ Franky สมชื่อจริงๆ ชายร่างกำยำที่แปลงร่างเป็นไซบอร์ก กินแฮมเบอร์เกอร์ เฟรนช์ฟรายส์ โคล่า ถ้าไม่มีโมเมนต์กับ Nico Robin ในคัลเลอร์สเปรด ผมคงตื่นเต้นแค่น้อยตอนเขาปลุกใจลูกเรือเรื่องหุ่นยนต์

แต่ Speedo กับเสื้อฮาวายอย่าหลง เขาเป็นคนน่ารัก รับผิดชอบช่างเรือและไฟต์สุดมันส์กับ Senor Pink (ต้องดู!) แต่ส่วนใหญ่ผมแค่ “อ้อ อยู่ด้วย”

อันดับ 9: Brook “Soul King”

ร้องไห้ตอน Brook ปรากฏตัวครั้งแรกใน Thriller Bark แต่เจ้าหนุ่มโครงกระดูกนี่ใกล้ Master Roshi มาก ในแง่เพิร์ฟเวิร์ตแบบ Sanji แต่ถามขอเห็นกางเกงในตรงๆ ไม่ดื่มน้ำ “respect women”

แม่บอกอย่ารักนักดนตรี ผมเลยรัก Brook แบบห่างๆ คิดถึงตอน Thriller Bark เหมือนแฟน Kanye คิดถึง Graduation ก่อน Nazi drama

อันดับ 8: Zoro “Pirate Hunter”

ขอโทษนะ ผมไม่ค่อยชอบ Zoro เข้าใจละ First mate ดาบสามเล่ม หลงทางตลอด เสียงพากย์ Christopher Sabat แต่ผมไม่ vibe นอกจากคูลๆ

พัฒนาการพีคเร็วเกิน Wano เกือบได้ แต่ยัง คู่ปรับ Sanji น่ารักแบบพ่อเลี้ยง Chopper แต่ one-note เกิน Mackenyu ใน OPLA ช่วยให้ชอบขึ้นหน่อย Zoro fans อย่าโกรธ!

อันดับ 7: Jinbe “The Sea King”

Jinbe เข้าช้าด้วยคนดีมาตลอด อยู่เคียง Luffy ตอนต่ำสุด ตัวแทนคนดำ (แบบ Piccolo) ผู้ใหญ่ในทีม ทำให้ไดนามิกส์ดีตอนแยกทีม Scooby-Doo style

พี่ชายคูลๆ สุภาพแต่ฮา คอมเมนต์ทีมบ้า ถ้าไม่ชอบ helmsman เราต้องต่อยกัน!

อันดับ 6: Sanji “Black Leg”

ตอนแรก Sanji กับ Zoro ชอบน้อยสุด เชฟไม่ใช้มือสู้เท้าเท่านั้น แต่ chivalry ดูน่ารำคาญ

หลัง Whole Cake Island เข้าใจแล้ว OPLA โดย Taz Skylar ชอบที่สุด น่ารัก ชาร์มสุด!

อันดับ 5: Tony Tony Chopper

Chopper เข้าท็อป 5 แม้ Pikachu-fy แต่ tsundere สุด รักคำชมแต่ด่ากลับ พัฒนาจากหมอขี้อายเป็นโปร

บัคสตอรี่เศร้า น่าหมีกอด ดูการเติบโต rewarding สุด!

อันดับ 4: Monkey D. Luffy

Luffy ต้องท็อปชาร์ต แม้ static แต่ขับเคลื่อนทุกคน ช่วยทุกคนที่อึดอัด Pirate คือเสรีภาพ สร้างธงปฏิวัติจริง

โมเมนต์ Whole Cake vs Katakuri สุดยอด ไม่ flanderize แบบ Goku

อันดับ 3: Nami “Cat Burglar”

Nami ผู้นำจริง จัดการทีมอย่างกองทัพ ถอนหายใจตอนช่วยทีม แข็งแกร่ง ไม่ต้องช่วย สั่งการได้

คู่ใครก็สนุก True neutral freedom fighter

อันดับ 2: Nico Robin

Intro สุดคูล Robin บัคสตอรี่น้ำตาซึม Post-timeskip redesign ดรอป แต่ deadpan ซ่อนรักของน่ารัก relatable

ผู้ใหญ่เรียนรู้ vulnerability กับครอบครัวนี้ สุดยอด ถ้าไม่มี Robin fan ผมก็ตาย!

อันดับ 1: Usopp “God”

Usopp สุดที่รัก! ตลก กล้า พัฒนาจากขี้ขลาดเป็น sniper มั่นคง ผิวคล้ำจางลงน่าเสียดาย แต่ wise cracks, ยิงธงรัฐบาล, weaponize depression สุดยอด #1 ตลอดกาล

คอมเมนต์อันดับของคุณในคอมเมนต์ หรือโหวต world popularity poll ตอนนี้คือเวลาดีสุดเริ่ม One Piece!

อยากอัปเดต Marvel, Star Wars, Star Trek, DC, Doctor Who? คลิกเลย