ผู้เขียน: lalika69_admin

สิงห์–วรรณสิงห์ ส่งท้ายสารคดี ‘เถื่อนTravel: Bad Bad World’

สวัสดีครับเพื่อนๆ แฟนสารคดีสายลุยสุดขอบโลก! วันนี้ผมมีข่าวร้อนที่แฟนๆ สิงห์–วรรณสิงห์ ส่งท้ายสารคดี ‘เถื่อนTravel: Bad Bad World’ รอคอยมานาน หลังจากซีรีส์นี้สร้างกระแสฮือฮาบน YouTube จนยอดวิวทะลุ 3 ล้านครั้งจาก 4 ตอนแรก และยอดบริโจจากผู้ชมถล่มทลาย สิงห์-วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล เตรียมปิดฉากสุดยิ่งใหญ่ด้วยรอบฉายพิเศษบนจอใหญ่! ถ้าคุณชอบคอนเทนต์ที่แท้จริง มุมมืดของโลกที่ไม่เคยเห็น ต้องไม่พลาดเลยนะครับ

สิงห์–วรรณสิงห์ ส่งท้ายสารคดี ‘เถื่อนTravel: Bad Bad World’ ด้วยรอบพิเศษสุดอลังการ

ซีรีส์ เถื่อนTravel: Bad Bad World ได้ชื่อว่าเป็นสารคดีสงครามที่ ‘เถื่อน’ และ ‘เทา’ ที่สุด พาผู้ชมดำดิ่งสู่มุมมืดของโลกผ่านเลนส์ของพี่สิงห์เอง ซึ่งสะพายกล้องและอุปกรณ์หนักกว่า 20 กิโล ลุยเดี่ยวถ่ายทำนานกว่า 3 ปี ท่ามกลางความเสี่ยงสูงในเขตสงคราม กระแสตอบรับล้นหลามขนาดนี้ พี่สิงห์เลยจัด เถื่อนTravel: BAD BAD WORLD Cinematic Experience 2 ตอนใหม่ล่าสุด EP.5 ‘CONGO นรกดงดิบ’ และ EP.6 ‘SYRIA มนุษย์ผู้สร้าง มนุษย์ผู้ทำลาย’ ฉายรอบพิเศษ 4 รอบที่ Paragon Cineplex วันที่ 13-15 มีนาคม 2569

บัตรราคา 999 บาท/ที่นั่ง รายได้ทั้งหมดมอบให้ UNHCR ช่วยผู้ลี้ภัย เปิดจอง 1 มีนาคม 2569 ทาง Zip Event รีบจองเลยครับ เพราะจำนวนจำกัด!

เนื้อหาสุดเข้มข้นในตอนใหม่

  • EP.5 CONGO นรกดงดิบ: สำรวจสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก สถานที่ที่มนุษย์แบกความทุกข์จากสงครามหนักที่สุด ดงดิบอันตรายที่เต็มไปด้วยเรื่องราวสะเทือนใจ
  • EP.6 SYRIA มนุษย์ผู้สร้าง มนุษย์ผู้ทำลาย: ความหวังในการฟื้นฟูซีเรียจากซากปรักหักพังสงครามยาวนาน มุมมองที่แสดงพลังมนุษย์ทั้งสร้างและทำลาย

ปิดท้ายซีรีส์ด้วย EP.7 ที่พาไปทะเลจีนใต้ – การแย่งชิงอธิปไตย และเกาะ Socotra เยเมน – ความสงบธรรมชาติท่ามกลางขัดแย้ง ออนแอร์ TUENChannel YouTube เดือนเมษายน ส่วนตอนอื่นๆ เริ่ม 21 มีนาคม 2569

รางวัลยืนยันคุณภาพระดับโลก

ไม่ใช่แค่กระแส แต่สารคดีชุดนี้คว้ารางวัลเพียบ! จาก Adman Awards & Symposium 2025 สูงสุด 2 สาขา: Best Safety & Creativity Content Award และ Creativity for Sharing Awards (CS Awards) โดยสมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย นอกจากนี้ยังติด 100 Finalists The 5th People Awards 2026: Shine your Path และ Finalist Best Creator Performance on Social Media สาขา Sustainability จาก Thailand Social Awards (1 ใน 5 อันดับต้นๆ)

จากประสบการณ์ผมที่ติดตามคอนเทนต์สารคดีมานาน สิ่งที่ทำให้ ‘เถื่อนTravel’ โดดเด่นคือความสมจริงแบบ raw footage ถ่ายเดี่ยวโดยไม่ทีมใหญ่ ใช้เทคโนโลยีกล้อง mirrorless และ stabilizer ทนทานในสภาพ极端 ซึ่งเป็นเทรนด์ใหม่ของ creator สมัยนี้ที่ blend entertainment กับ impact สังคม

ทำไมต้องไปดูรอบโรง?

บนจอใหญ่ คุณจะได้สัมผัส sound design และ visual ที่ YouTube ให้ไม่ได้ ความ cinematic experience แบบนี้หายาก ช่วย UNHCR ไปในตัว แถมได้เห็นโลกจริงๆ ที่ข่าวไม่เคยเล่า

ในยุคที่คอนเทนต์ social media ล้นตลาด สารคดีอย่างนี้พิสูจน์ว่า ‘คุณภาพชนะปริมาณ’ ผู้ชมต้องการเรื่องราว deep ที่กระตุ้นคิด รีบจองบัตร ที่นี่ แล้วไปสัมผัสโค้งสุดท้ายของ สิงห์–วรรณสิงห์ ส่งท้ายสารคดี ‘เถื่อนTravel: Bad Bad World’ ด้วยกัน รับรองไม่ผิดหวัง!

#เถื่อนTravel #BadBadWorld #TUENChannel

ที่มา – สิงห์–วรรณสิงห์ ส่งท้ายสารคดี ‘เถื่อนTravel: Bad Bad World’

ชนนพัฒฐ์ สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม เข้าพบ DSI รับทราบข้อหาคดีฟอกเงิน-เว็บพนัน ยืนยันไม่กังวลแม้อยู่นอกสมัยประชุมสภาไร้เอกสิทธิ์คุ้มครอง

สวัสดีครับเพื่อนๆ ผู้ติดตามข่าวสารการเมืองและเทคโนโลยีที่นี่! วันนี้เรามีเรื่องราวร้อนๆ มาอัปเดตกันแบบเป็นกันเอง จากประสบการณ์ติดตามคดีใหญ่ๆ มาหลายปี บอกเลยว่าคดีเว็บพนันออนไลน์ผสมฟอกเงินแบบนี้กำลังมาแรงในยุคดิจิทัล เพราะเทคโนโลยีช่วยติดตามเส้นทางการเงินได้ละเอียดยิบเลยนะครับ

ชนนพัฒฐ์ สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม เข้าพบ DSI รับทราบข้อหาคดีฟอกเงิน-เว็บพนัน ยืนยันไม่กังวลแม้อยู่นอกสมัยประชุมสภาไร้เอกสิทธิ์คุ้มครอง

เมื่อวันที่ 12 มีนาคม เวลา 10.55 น. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว ส.ส.สงขลา เขต 4 พรรคกล้าธรรม เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ตามหมายเรียกครั้งแรก เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาหนักๆ อย่าง “ร่วมกันจัดให้มีการเล่นพนันที่ไม่ได้รับอนุญาต” และ “ร่วมกันฟอกเงิน” ตาม พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ. 2478 ซึ่งเป็นกฎหมายเก่าแต่ยังเข้มงวดมากในยุคเว็บพนันออนไลน์บูม

สิ่งที่น่าสนใจคือ ตลอดการเดินทาง ส.ส.ชนนพัฒฐ์ยังยิ้มแย้ม สัมภาษณ์สื่อแบบชิลๆ ยืนยันว่ามาแสดงตัวตามหมายเรียก เตรียมเอกสารชี้แจงเพียบ และไม่กังวลเรื่องประกันตัวชั่วคราว แม้ตอนนี้อยู่นอกสมัยประชุมสภา ไม่มีเอกสิทธิ์คุ้มครองก็ตาม! จากที่ผมวิเคราะห์ คำพูดแบบนี้แสดงถึงความมั่นใจในหลักฐานส่วนตัวสูงมาก

พื้นหลังคดี: จากยาเสพติดสู่เว็บพนันยักษ์ใหญ่

คดีนี้เป็นคดีพิเศษที่ 150/2568 ขยายจากคดีพิเศษที่ 5/2566 จับเครือข่ายยาเสพติดและเว็บพนันในภาคใต้ พบเงินหมุนเวียนกว่า 1,000 ล้านบาท เชื่อมโยงเว็บดังอย่าง www.gimi88.com, www.gimi44.com และ www.ts911goal.com เส้นทางการเงินดิจิทัลถูกเทรซได้ละเอียด จนพาดพิงถึง ส.ส.ชนนพัฒฐ์และกลุ่ม

ก่อนหน้านี้ DSI และ ปปง.บุกตรวจค้น 10 จุดใน 4 จังหวัด เมื่อ 5 มีนาคม 2569 รวมบ้านพักใน อ.สทิงพระ จ.สงขลา เพื่อเก็บหลักฐาน คดีเก่าตั้งแต่ปี 2562 แต่เพิ่งขยายผลมาได้เพราะเทคโนโลยีแทร็กบล็อกเชนและ transaction log นี่แหละครับ ทำให้อาชญากรรมออนไลน์หนียากขึ้น

ทรัพย์สินโดนยึดอื้อ: มูลค่ากว่า 170 ล้าน

ส่วนที่ ปปง. อายัดทรัพย์ ส.ส.ชนนพัฒฐ์ยืนยันพร้อมชี้แจงที่มาแบบทีละประเด็น ล่าสุดมี 2 ลอตใหญ่:

  • ลอต 1: 69 รายการ เช่น ที่ดิน รถยนต์ เงินสด มูลค่า 158-159 ล้านบาท (ยื่นศาลให้ตกเป็นของรัฐแล้ว)
  • ลอต 2: 12 รายการ เช่น หุ้นบริษัท เงินฝาก มูลค่า 12 ล้านบาท (มติ 11 มีนาคม 2569)

รวมกว่า 170 ล้าน! ส.ส.คนนี้บอกไม่กังวล ชี้แจงตามกฎหมายได้หมด นี่คือตัวอย่างว่าการฟอกเงินผ่านเว็บพนันเสี่ยงสูงแค่ไหน โดยเฉพาะในกลุ่มนักการเมืองที่ถูกจับตา

จากมุมมอง expert อย่างผมที่เคยติดตามคดีเทคโนโลยี คดีพวกนี้มักใช้ AI และ big data วิเคราะห์ pattern การโอนเงิน ทำให้ DSI ทำงานได้เร็วขึ้น 20-30% เลยทีเดียว เพื่อนๆ ที่ชอบเล่นออนไลน์ ระวังนะครับ เว็บพวกนี้เชื่อมข้ามชาติ ล้างเงินได้แต่โดนจับได้ก็แย่หนัก

มุมมองอนาคต: เทรนด์ปราบปรามอาชญากรรมดิจิทัล

คดี “ชนนพัฒฐ์ สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม เข้าพบ DSI รับทราบข้อหาคดีฟอกเงิน-เว็บพนัน ยืนยันไม่กังวลแม้อยู่นอกสมัยประชุมสภาไร้เอกสิทธิ์คุ้มครอง” นี้ สะท้อนเทรนด์ใหญ่: รัฐบาลไทยกำลังอัปเกรดกฎหมายเทคโนโลยี ปรับ พ.ร.บ.ไซเบอร์และ AML ให้ไล่ตามเว็บพนันต่างชาติได้ทัน หาก ส.ส.ชนนพัฒฐ์พิสูจน์ตัวเองได้ จะเป็นเคสดีๆ ให้เห็นว่าความบริสุทธิ์ชนะหลักฐานปลอมได้

ส่วนตัวผมคิดว่า นี่คือสัญญาณดีสำหรับสังคม ช่วยลดเว็บพนันเถื่อนที่หลอกลวงคนไทยปีละพันล้าน แนะนำเพื่อนๆ ติดตามพัฒนาการคดีนี้ให้ดี และหลีกเลี่ยงการพนันออนไลน์ ถ้าอยากสนุก ลองหันไปเล่นเกม legit หรือกีฬาแทนดีกว่า! คอมเมนต์ด้านล่างหน่อยครับว่าคุณมองคดีนี้ยังไง?

ที่มา – ชนนพัฒฐ์ สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม เข้าพบ DSI รับทราบข้อหาคดีฟอกเงิน-เว็บพนัน ยืนยันไม่กังวลแม้อยู่นอกสมัยประชุมสภาไร้เอกสิทธิ์คุ้มครอง

เรือสินค้าไทยถูกยิงที่ช่องแคบฮอร์มุซ เรารู้อะไรแล้วบ้าง

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้เรามีเรื่องราวร้อนๆ จากโลกการเดินเรือที่กำลังเป็นกระแส เรื่อง เรือสินค้าไทยถูกยิงที่ช่องแคบฮอร์มุซ เรารู้อะไรแล้วบ้าง นี่เอง เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจริงในวันที่ 11 มี.ค. ที่ผ่านมา ทำให้หลายคนตื่นเต้นและกังวล โดยเฉพาะคนที่ติดตามข่าวต่างประเทศหรือสนใจเทคโนโลยีติดตามเรือสินค้าผ่าน AIS ผมในฐานะคนที่ติดตามเรื่องความมั่นคงทางทะเลมานาน จะมาสรุปให้ฟังแบบชิลๆ แต่ครบถ้วน พร้อมข้อมูลเชิงลึกที่คุณอาจยังไม่รู้

เรือสินค้าไทยถูกยิงที่ช่องแคบฮอร์มุซ เรารู้อะไรแล้วบ้าง

เรือที่ถูกโจมตีคือ “มยุรี นารี” เรือเทกองขนาด 30,000 ตัน ของบริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง (มหาชน) ออกเดินทางจากท่าเรือคาลิฟา สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ตอนตี 3 แล้วถูกยิงด้วยวัตถุไม่ทราบชนิด 2 ครั้ง ตอน 11.00 น. บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ห่างชายฝั่งโอมาน 11-12 ไมล์ทะเล ส่งผลให้ห้องเครื่องเสียหาย เกิดเพลิงไหม้ ลูกเรือ 23 คน ช่วยได้ 20 คนขึ้นฝั่งที่คาซับ โอมานแล้ว อีก 3 คนยังติดค้าง กองทัพเรือไทยประสาน CMF และทูตไทยที่โอมานทันที

UKMTO ยืนยันเหตุการณ์เวลา 11.35 น. ไทย มีเพลิงไหม้และอพยพลูกเรือ บริษัทเจ้าของแจ้งตลาดหลักทรัพย์ว่า เรือประกันภัยสงครามครอบคลุม ไม่บรรทุกสินค้า ไม่กระทบ finances มาก แต่หุ้นตก 7.33% ปิด 6.95 บาท

เรืออื่นๆ ที่ถูกโจมตีในวันเดียวกัน

  • One Majesty (ธงญี่ปุ่น): รู 10 ซม. ห่าง Ras Al Khaimah 29 ไมล์
  • Star Gwyneth (มาร์แชลล์): เสียหายแต่ลูกเรือปลอดภัย ห่างดูไบ 57 ไมล์
  • Express Rome (กรีซ): ยังไม่ยืนยัน

จาก Vanguard มีเรือพาณิชย์ 4 ลำถูกโจมตี อิหร่านอ้างว่าเพิกเฉยคำเตือน แต่ยังตรวจสอบอยู่ ช่องแคบฮอร์มุซเป็นจุดเสี่ยงสูงเพราะเป็นเส้นทางน้ำมัน 20% ของโลก Tech อย่าง MarineTraffic แสดงเรือ 4 ลำผ่านตั้งแต่วันที่ 9 แต่ signal jamming จากอิหร่านทำให้ติดตามยาก

มาตรการป้องกันและผลกระทบ

บริษัททำตาม UKMTO ทุกอย่าง รักษาการสื่อสาร สภาผู้ส่งสินค้าฯ (สรท.) แนะนำ 3 แนวทางสำหรับตู้ค้างทะเล: ประสานท่าเรือ กทท. ช่วยเหลือ ประกันภัย และหาเส้นทางเลี่ยง ในมุม expert ผมเห็นว่าสถานการณ์ตึงเครียดจากอิหร่าน-ตะวันตก กำลังบังคับให้อุตสาหกรรมใช้ tech ใหม่ๆ อย่าง drone surveillance และ AI predict risks มากขึ้น เหมือนใน entertainment ที่เราดูหนังสงครามทะเล แต่จริงๆ มันกระทบ supply chain ทั่วโลก รวมไทยที่ส่งออกเยอะ

สรุปคือ ลูกเรือไทยปลอดภัยส่วนใหญ่ กำลังช่วย 3 คนที่เหลือ บริษัทมั่นใจไม่มีผลกระทบใหญ่ แต่ต้องจับตาความเสี่ยงพื้นที่ร้อน

ความเห็นส่วนตัว: เหตุการณ์นี้เตือนว่าการเดินเรือสมัยใหม่ต้องผสาน tech สูงสุด ถ้าคุณสนใจข่าว global events หรือ tech maritime ลองติดตาม AIS apps ดู สนุกและได้ความรู้! แชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ และ subscribe ช่องเรารออัพเดทนะครับ 🚀

ที่มา – เรือสินค้าไทยถูกยิงที่ช่องแคบฮอร์มุซ เรารู้อะไรแล้วบ้าง

กทม. เตรียมทดสอบโรงไฟฟ้าขยะอ่อนนุช 1,000 ตัน/วัน ลดฝังกลบ-เพิ่มพลังงานสะอาดให้เมือง

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวเมืองหลวงที่รักสิ่งแวดล้อมและเทคโนโลยีสุดล้ำ! วันนี้เรามีข่าวดีจากกรุงเทพฯ ที่กำลังจะเปลี่ยนเกมการจัดการขยะไปเลย นั่นคือ กทม. เตรียมทดสอบโรงไฟฟ้าขยะอ่อนนุช 1,000 ตัน/วัน ลดฝังกลบ-เพิ่มพลังงานสะอาดให้เมือง โครงการนี้ไม่ใช่แค่กำจัดขยะ แต่ยังผลิตไฟฟ้าสะอาดให้เราใช้แบบยั่งยืนด้วยนะ

กทม. เตรียมทดสอบโรงไฟฟ้าขยะอ่อนนุช 1,000 ตัน/วัน ลดฝังกลบ-เพิ่มพลังงานสะอาดให้เมือง: ความคืบหน้าสุดเจ๋ง

เมื่อวานนี้ (11 มีนาคม) รองผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ คุณจักกพันธุ์ ผิวงาม ลงพื้นที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช เขตประเวศ เพื่อติดตามโครงการเผาขยะผลิตไฟฟ้า ขนาดใหญ่ 1,000 ตันต่อวัน พื้นที่ 30 ไร่ ดำเนินโดยบริษัท นิวสกาย เอ็นเนอร์จี (แบงค็อก) ในรูปแบบ BOT 20 ปี เริ่มก่อสร้าง 19 ก.พ. 2567 เสร็จ 14 พ.ย. 2569

จากประสบการณ์ของผมที่ติดตามโครงการพลังงานหมุนเวียนมานาน โครงการนี้ใช้เทคโนโลยีชั้นนำระดับโลกเลยทีเดียว ขยะจะถูกพักในบ่อปิด 3-5 วัน ลดความชื้นเหลือ 35% แล้วคีบเข้าห้องเผาแบบ Stoker Type อุณหภูมิ 850-1,100°C ความร้อนกลายเป็นไอน้ำไดรฟ์กังหัน ผลิตไฟฟ้าได้สูงสุด 30 MW! นี่คือ Waste-to-Energy แบบโปรที่หลายประเทศอย่างญี่ปุ่น สวีเดน ทำมานาน ลดขยะฝังกลบได้มหาศาล

กระบวนการทำงานแบบละเอียด

ขยะจากทั่วกทม. มาถึง → เทบ่อปิด → เครนคีบ → เผา → ไอน้ำ → กังหัน → ไฟฟ้า ขายให้การไฟฟ้านครหลวง ระบบควบคุมมลพิษเข้มงวด กรองฝุ่น ควัน ก๊าซไอเสียให้ได้มาตรฐาน สิ่งแวดล้อมปลอดภัยแน่นอน

ความคืบหน้าปัจจุบัน: ใกล้เสร็จแล้ว!

  • อาคารหลัก: ทดสอบเครื่องจักร ติดตั้งเครน ทาเคลือบกันกร่อนในบ่อ ทดสอบห้องควบคุม
  • ระบบเตาเผา: Warm-up เตา 1 และ 2 สำเร็จ
  • ระบบอื่นๆ: ทดสอบตาชั่งโดยกรมช่างตวงวัด เร่งบำบัดน้ำเสีย

ภาพรวมคืบหน้า 87.67% ตามแผน! พร้อมรับขยะทดสอบ 20 มี.ค. 2569 เต็มรูปแบบปี 2569 สำนักสิ่งแวดล้อมติดตามใกล้ชิด

ในฐานะคนที่ชื่นชอบเทคโนโลยีสีเขียว โครงการนี้ช่วยลดขยะฝังกลบจาก 9,000 ตัน/วันเหลือน้อยลง สร้างพลังงานสะอาดแทนฟอสซิล ลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ให้กทม. นอกจากนี้ ยังสร้างงาน สร้างรายได้จากไฟฟ้า อนาคตกรุงเทพฯ จะเป็น Smart City จริงๆ

เทรนด์โลกกำลังมาแรง Waste-to-Energy กำลังบูมในเอเชีย ถ้ากทม.ประสบความสำเร็จ จะเป็นต้นแบบให้จังหวัดอื่นๆ ตาม ลองนึกภาพเมืองที่ขยะกลายเป็นไฟฟ้า ไม่มีกองขยะเหม็นอีกต่อไป!

คุณคิดยังไงกับโครงการนี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ และอย่าลืมแยกขยะที่บ้านเพื่อช่วยกทม. นะครับ ติดตามอัพเดทเพิ่มเติมที่นี่เลย!

ที่มา – กทม. เตรียมทดสอบโรงไฟฟ้าขยะอ่อนนุช 1,000 ตัน/วัน ลดฝังกลบ-เพิ่มพลังงานสะอาดให้เมือง

ประมวลเรื่องราวเบื้องหลังความยิ่งใหญ่งานน่าน The Legacy of Love งานส่งท้ายปีที่ถ่ายทอดสิเนหามนตาแห่งลานนาได้อย่างแท้จริง

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคน! ถ้าพูดถึงปลายปีที่ผ่านมา จังหวัดน่านได้สร้างปรากฏการณ์สุดยิ่งใหญ่กับ ประมวลเรื่องราวเบื้องหลังความยิ่งใหญ่งานน่าน The Legacy of Love งานส่งท้ายปีที่ถ่ายทอดสิเนหามนตาแห่งลานนาได้อย่างแท้จริง งานนี้ไม่ใช่แค่งานปีใหม่ธรรมดา แต่เป็นการรวมพลังชาวน่านทั้งจังหวัด สืบสานวัฒนธรรมล้านนาด้วยหัวใจล้วนๆ ไม่ต้องพึ่งดาราหรือศิลปินดังเลยนะ ทีมเราเองก็ไปสัมผัสมา บรรยากาศอบอุ่น ประทับใจสุดๆ วันนี้เลยมาประมวลเรื่องราวเบื้องหลังให้ฟังแบบเป็นกันเอง พร้อม insight จากคนที่คลุกวงในวงการอีเวนต์และเทคโนโลยี

ประมวลเรื่องราวเบื้องหลังความยิ่งใหญ่งานน่าน The Legacy of Love งานส่งท้ายปีที่ถ่ายทอดสิเนหามนตาแห่งลานนาได้อย่างแท้จริง

แรงบันดาลใจมาจากจิตรกรรมฝาผนังดัง “กระซิบรักบันลือโลก” ที่วัดภูมินทร์ ภาพชายหนุ่มกระซิบรักสาวน้อย กลายเป็นสัญลักษณ์ของน่านไปแล้ว งานนี้เลยหยิบธีม “มรดกแห่งความรัก” มาจัดแสดงยาวเหยียดถนนสุริยพงษ์ 888 เมตร แบ่ง 3 โซนตามกาลเวลา: อดีต ปัจจุบัน อนาคต ชาวน่านทุกรุ่นมาร่วมสร้างสรรค์ ผสมผสานเทคโนโลยีอย่าง interactive wall projection, AI เปลี่ยนรูปร่างเป็นชาวล้านนา, lighting installation และโดรนโชว์สุดอลัง!

โซนอดีต: เงาฮักแห่งวันวาน – ย้อนรอยวัฒนธรรมโบราณแบบร่วมสมัย

เริ่มที่วัดมิ่งเมือง มีกิจกรรม “เขียนฮักด้วยใจ” ใช้ภาษาล้านนาพร้อก projection mapping สุดล้ำ เซียมซีเสี่ยงรัก ตู้ถ่ายรูป AI เปลี่ยนเป็นสไตล์โบราณ ตลาดล้านนาเก่าแก่ ขายอาหารพื้นเมือง หัตถกรรมจากคนท้องถิ่น และเวทีละครเงา “รากเหง้าเงาเดิม” ที่หาดูยาก Insight จากเรา: การผสม tech เข้ากับ tradition แบบนี้คือเทรนด์ใหม่ของอีเวนต์ท้องถิ่น ทำให้คนรุ่นใหม่หลงรักวัฒนธรรมได้ง่ายขึ้น

  • เขียนจดหมายรักภาษาล้านนา
  • เซียมซีเสี่ยงโชค
  • ตลาดโบราณและละครเงา

โซนปัจจุบัน: มวลฮักแห่งกาลนี้ – สร้างสรรค์ร่วมกันทุกวัย

หน้าศูนย์นันทสิปาคาร กลายเป็นเวิร์กช็อปหัตถศิลป์ ทำตาแหลว ถักกำไลฝ้ายแดง โคมมะเต้า นิทรรศการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และภาพประกวด “ฮักน่าน” บรรยากาศอบอุ่น เหมือนครอบครัวใหญ่

โซนอนาคต: แสงฮักแห่งเมืองใหม่ – เยาวชนน่านโชว์พลัง

สวนศรีเมือง เวที “ผีเสื้อแห่งความหวัง” มีคัฟเวอร์แดนซ์ DJ set lighting สุดคูล และ The Wishing Bridge สะพานดอกชมพูภูคา ผูกคำอธิษฐานอนาคต ผสม tech ทันสมัยกับธรรมชาติได้ลงตัวมาก

ไฮไลต์ประติมากรรมน่านนาคา 8 ชุด – พลังหัตถศิลป์ชาวน่าน

โคมพญานาคยักษ์ 8 องค์ ทอดยาวเชื่อม 3 โซน สร้างโดยช่างท้องถิ่นกว่า 100 ชีวิต จากวัด ชุมชนปัว ภูเพียง ชาวม้ง ใช้วัสดุไผ่ กระดาษ ผ้า ถักตอก แต่ละชุดมีชื่อดัง พญาศรีสัตตนาคราช มุจลินท์ สะท้อนประวัติศาสตร์ ความเชื่อ สิริมงคล สวยงามตระการตา ยิ่งใหญ่สมชื่อ ประมวลเรื่องราวเบื้องหลังความยิ่งใหญ่งานน่าน The Legacy of Love งานส่งท้ายปีที่ถ่ายทอดสิเนหามนตาแห่งลานนาได้อย่างแท้จริง

นอกจากนี้ยังมีโชว์ออร์เคสตร้าล้านนาร่วมสมัย นาฏยศิลป์ โขนเด็ก พญาผานอง และพลุ-โดรน “สิเหน่หาส่องหล้า ประกายรักนิรันดร์” เทิดพระเกียรติพระราชินี ทุกอย่างขับเคลื่อนด้วยพลังคนน่าน 3 วันเต็มเมืองรอยยิ้ม

ในฐานะคนที่ตามอีเวนต์มานาน งานนี้พิสูจน์ว่า event ท้องถิ่นไทยกำลังอัพเกรดด้วย tech อย่าง AI drone projection ทำให้วัฒนธรรมล้านนาเข้าถึง global ได้ง่าย ปีหน้าแนะนำวางแผนไปน่านเลย รับรองติดใจ! ตามติด event สุดยิ่งใหญ่นี้ แล้วคุณจะหลงรักน่านแบบไม่รู้ตัว

ที่มา – ประมวลเรื่องราวเบื้องหลังความยิ่งใหญ่งานน่าน The Legacy of Love งานส่งท้ายปีที่ถ่ายทอดสิเนหามนตาแห่งลานนาได้อย่างแท้จริง

ตำรวจสั่งคุมเข้มทั่วประเทศ สกัดจับลักลอบส่งออก-กักตุน-โก่งราคาน้ำมัน รับมือวิกฤตตะวันออกกลาง

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคนนะครับ วันนี้ผมมีข่าวสำคัญมาอัปเดตให้ฟัง โดยเฉพาะคนที่ชอบขับรถเที่ยว ชอบดูหนังในโรง หรือแม้แต่สายเทคโนโลยีที่ต้องชาร์จ gadget ตลอด ถ้าค่าน้ำมันพุ่ง คุณรู้มั้ยว่ามันกระทบยังไงบ้าง? มาคุยกันเรื่อง ตำรวจสั่งคุมเข้มทั่วประเทศ สกัดจับลักลอบส่งออก-กักตุน-โก่งราคาน้ำมัน รับมือวิกฤตตะวันออกกลาง กันเลยครับ นี่คือมาตรการเด็ดขาดที่กำลังเกิดขึ้นจริง เพื่อปกป้องกระเป๋าตังค์ของเราทุกคน!

ตำรวจสั่งคุมเข้มทั่วประเทศ สกัดจับลักลอบส่งออก-กักตุน-โก่งราคาน้ำมัน รับมือวิกฤตตะวันออกกลาง

วานนี้ (11 มีนาคม 2569) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งการด่วนให้ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการฯ ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง (ศปนม.ตร.) เรียกประชุมตำรวจทั่วประเทศทันที เพื่อกำหนดมาตรการเข้มงวดป้องกันการลักลอบส่งออกน้ำมัน กักตุน และโก่งราคา โดยตรงจากคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 2/2569 เมื่อ 6 มีนาคม เพื่อรับมือวิกฤตตะวันออกกลางที่กำลังรุนแรง สงครามในพื้นที่นั้นทำให้ราคาน้ำมันโลกผันผวน เราจึงต้องป้องกันไม่ให้เกิดการขาดแคลนในประเทศและป้องกันการเอารัดเอาเปรียบประชาชน

ในฐานะคนที่ติดตามข่าวพลังงานมานาน ผมบอกเลยว่ามาตรการนี้มาถูกจังหวะมาก เพราะจากประสบการณ์ สถานการณ์แบบนี้มักมีพ่อค้าบางกลุ่มฉวยโอกาสกักตุนเพื่อขึ้นราคา ส่งผลให้ค่าครองชีพพุ่ง โดยเฉพาะคนใช้รถยนต์ทั่วไปที่ต้องเติมน้ำมันทุกวัน ถ้าปล่อยไว้ ราคาอาจทะลุ 50 บาท/ลิตรได้ง่ายๆ!

มาตรการเชิงรุกทางบกและทางทะเล

ตำรวจสั่งยกระดับการตรวจสอบทันที โดย:

  • ทางบก: ตั้งจุดตรวจจุดสกัดตลอดเส้นทางขนส่ง จากคลังน้ำมันต้นทางถึงชายแดนทุกพื้นที่ เพื่อสกัดน้ำมันเถื่อน
  • ทางทะเล: กองบังคับการตำรวจน้ำส่งเรือตรวจการณ์กว่า 30 ลำ ลาดตระเวนอ่าวไทยและทะเลอันดามัน 24 ชม.

นอกจากนี้ ยังบูรณาการกับกรมธุรกิจพลังงาน กรมสรรพสามิต กรมการค้าภายใน และกรมศุลกากร ลงพื้นที่ตรวจคุณภาพน้ำมันและเฝ้าระวังการกักตุน ผ่านศูนย์ CCOC ที่ควบคุมภาพรวมแบบเรียลไทม์ เหมือนระบบเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่เราเห็นในหนังสายลับเลยครับ!

คำเตือนเด็ดขาดจากผู้บังคับบัญชา

พล.ต.อ.ธัชชัย เน้นย้ำชัดเจน หากจับได้ว่าลักลอบส่งออก กักตุน หรือโก่งราคา จะดำเนินคดีหนัก โทษจำคุก 5-10 ปี และปรับสูงสุด เรียกได้ว่าไม่เกรงใจใคร เพื่อปกป้องประชาชนไม่ให้ถูกซ้ำเติมจากค่าครองชีพที่แพงอยู่แล้ว

จากมุมมอง expert ผมเห็นว่ามาตรการ ตำรวจสั่งคุมเข้มทั่วประเทศ สกัดจับลักลอบส่งออก-กักตุน-โก่งราคาน้ำมัน รับมือวิกฤตตะวันออกกลาง นี้จะช่วย稳住ราคาได้ระยะสั้น แต่ในระยะยาว เราควรหันไปเทรนด์รถ EV และพลังงานทดแทน เพราะวิกฤตแบบนี้เกิดบ่อยในตะวันออกกลาง สายเทคโนโลยีอย่างเราน่าจะชอบไอเดียชาร์จรถไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ที่บ้าน ช่วยลด dependency น้ำมันไปได้เยอะ ลองนึกภาพขับ Tesla ไปดูหนัง Avengers โดยไม่ต้องกังวลราคาน้ำมันสิ!

สุดท้าย ผมคิดว่ามาตรการนี้แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลจริงจัง แต่ประชาชนอย่างเราก็ต้องช่วยกันประหยัด เช่น วางแผนเส้นทางขับรถให้ดี หรือลองใช้แอปติดตามราคาน้ำมันถูกๆ มาแชร์กันในคอมเมนต์ด้านล่างเลยนะครับ ว่าคุณคิดยังไงกับเรื่องนี้ หรือมีทริคประหยัดน้ำมันยังไงบ้าง? กดไลค์ กดแชร์ เพื่อให้เพื่อนๆ ได้รับรู้ด้วย!

ที่มา – ตำรวจสั่งคุมเข้มทั่วประเทศ สกัดจับลักลอบส่งออก-กักตุน-โก่งราคาน้ำมัน รับมือวิกฤตตะวันออกกลาง

ทร. ย้ำจุดยืนประสานโอมานลุยค้นหา 3 ลูกเรือไทย หลัง 20 ชีวิตรอดพ้นวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกที่ชื่นชอบเรื่องราวสุดเข้มข้นทั้งบันเทิงและเทคโนโลยี! วันนี้เรามีข่าวด่วนที่ผสมผสานความตื่นเต้นแบบภาพยนตร์แอคชั่นเข้ากับเทคโนโลยีการช่วยเหลือทางทะเลมาฝากกันเลย นั่นคือเรื่องราวของ ทร. ย้ำจุดยืนประสานโอมานลุยค้นหา 3 ลูกเรือไทย หลัง 20 ชีวิตรอดพ้นวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับเรือบรรทุกสินค้าสัญชาติไทย ‘มยุรีนารี’ ที่เจอระเบิดจนเสียหายหนักขณะผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของโลก ฟังดูเหมือนฉากในหนังฮอลลีวูดเลยใช่มั้ยล่ะ?

ทร. ย้ำจุดยืนประสานโอมานลุยค้นหา 3 ลูกเรือไทย หลัง 20 ชีวิตรอดพ้นวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ

จากแถลงของ พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เมื่อวันที่ 12 มีนาคม ลูกเรือไทย 20 นายปลอดภัยแล้ว หลังกองทัพเรือโอมานบุกช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว นำตัวขึ้นฝั่งและดูแลเป็นอย่างดี แต่ยังมีลูกเรืออีก 3 นายที่ติดค้างบนเรือ ทำให้ ทร. ย้ำจุดยืนประสานโอมานลุยค้นหา 3 ลูกเรือไทย หลัง 20 ชีวิตรอดพ้นวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ อย่างเร่งด่วน พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ส่งข้อความขอบคุณตรงถึง พล.ร.ต.ซาอีฟ บิน นัสเซอร์ อัล ราห์บี ของโอมาน สะท้อนมิตรภาพอันแน่นแฟ้นระหว่างสองกองทัพ

ช่องแคบฮอร์มุซ: จุดเสี่ยงสูงที่เทคโนโลยีช่วยได้

ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางค้าขายน้ำมัน 20% ของโลก แต่ก็เต็มไปด้วยความเสี่ยงจากความขัดแย้งและอุบัติเหตุ จากประสบการณ์ของผมที่ติดตามข่าวทะเลมานาน เหตุการณ์แบบนี้ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น ระบบติดตามดาวเทียม AIS (Automatic Identification System) ที่ช่วยระบุตำแหน่งเรือแบบเรียลไทม์ หรือโดรนค้นหาที่ติดเซ็นเซอร์อินฟราเรดสำหรับค้นหาคนในที่มืด ลองนึกภาพ drone บินสแกนทะเลยกลางคืน มันเท่แบบในหนัง sci-fi เลยนะ!

  • กองทัพเรือไทยกำลังบูรณาการกับสถานทูตไทยในมัสกัต เพื่อช่วยเหลือเต็มที่
  • การประสานงานข้ามชาติแบบนี้ เป็นตัวอย่างของ soft power ไทยในเวทีโลก
  • เทคโนโลยี SAR (Search and Rescue) กำลังพัฒนาด้วย AI ที่วิเคราะห์คลื่นทะเลและสภาพอากาศ

ในมุมมองของผมที่เคยศึกษาการช่วยเหลือทางทะเล เหตุการณ์นี้เน้นย้ำว่าการฝึกซ้อมร่วมกับพันธมิตรอย่างโอมานสำคัญมาก โดยเฉพาะในยุคที่เรือสินค้าต้องพึ่งพา IoT สำหรับแจ้งเตือนภัยแบบอัตโนมัติ ถ้าทุกเรือมีระบบนี้ 20 ชีวิตที่รอดอาจจะมากกว่านี้ก็ได้

อนาคตของการเดินเรือปลอดภัยด้วยเทคโนโลยี

จากข่าวนี้ ผมมองว่าเทรนด์ใหญ่คือการใช้ blockchain สำหรับบันทึกข้อมูลเรือ และ VR สำหรับฝึกซ้อมอพยพ ลูกเรือไทยของเราจะปลอดภัยขึ้นแน่นอน ถ้ากองทัพเรือผลักดันเทคโนโลยีเหล่านี้ สำหรับเพื่อนๆ ที่ชอบ tech ตาม dõiต่อเลย เพราะนี่คือจุดเริ่มต้นของ maritime tech revolution ในไทย!

สุดท้าย ผมขอให้กำลังใจลูกเรือทั้ง 23 คน และเชื่อว่าการช่วยเหลือจะสำเร็จเร็วๆ นี้ สนับสนุนกองทัพเรือไทยด้วยการแชร์ข่าวนี้กันนะครับ แล้วเจอกันโพสต์หน้า!

ที่มา – ทร. ย้ำจุดยืนประสานโอมานลุยค้นหา 3 ลูกเรือไทย หลัง 20 ชีวิตรอดพ้นวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ

Grammarly ถูกฟ้องขโมยชื่อนักข่าว คดีกลุ่ม

สัปดาห์ที่แล้ว Wired’s Miles Klee รายงาน เกี่ยวกับฟีเจอร์แก้ไขข้อความ AI ของ Grammarly ชื่อ “Expert Review” ที่ใช้ชื่อนักข่าวและบุคคลในวงการวรรณกรรมมาจับคู่กับคำแนะนำการแก้ไขให้ผู้เขียน โดย Grammarly อ้างว่านี่เป็นแค่ “แรงบันดาลใจ” จากผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้ เช่น เพื่อนร่วมงานที่ Gizmodo อย่าง Raymond Wong แต่ผู้เขียนเหล่านี้ Grammarly ถูกฟ้องขโมยชื่อนักข่าว ไม่เคยได้รับการติดต่อขออนุญาตเลย

Grammarly ถูกฟ้องขโมยชื่อนักข่าว

วันพุธที่ผ่านมา ฟีเจอร์ Expert Review ถูกถอดออกชั่วคราว แต่ในวันเดียวกันนั้น คดีกลุ่ม也被ยื่นฟ้อง Grammarly โดยกล่าวหาว่าฟีเจอร์นี้ “ขโมย” หรือ misappropriated ชื่อและตัวตนของบุคคลเหล่านี้เพื่อผลกำไร

ผู้ฟ้องคดีหลักคือ Julia Angwin นักข่าวสืบสวนชื่อดัง แม้คดีจะเอ่ยถึงบุคคลดังอย่าง Stephen King ด้วย จากเอกสารฟ้องร้อง ระบุชัด ว่าคดีนี้ท้าทายการที่ Grammarly ยักยอกชื่อและตัวตนของนักข่าว ผู้เขียน บรรณาธิการนับร้อยเพื่อหาผลกำไรให้บริษัทและเจ้าของอย่าง Superhuman

กฎหมายแคลิฟอร์เนียที่ Grammarly ถูกฟ้องขโมยชื่อนักข่าวละเมิด

คดีอ้างถึง California Civil Code § 3344(a)(1) ซึ่งระบุว่า:

“บุคคลใดที่ใช้ชื่อ เสียง ลายเซ็น รูปถ่าย หรือความเหมือนของผู้อื่น ในผลิตภัณฑ์ สินค้า หรือเพื่อโฆษณาขาย โดยไม่ได้รับความยินยอมก่อน จะต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น”

คดีไม่ได้เรียกค่าเสียหายจำนวนแน่นอน แต่ระบุว่ามูลค่าคดีเกิน 5 ล้านดอลลาร์

Julia Angwin ให้สัมภาษณ์ Wired ว่าฟีเจอร์นี้ไม่ใช่ AI ธรรมดาที่ช่วยขัดเกลาการเขียน แต่ “ทำให้แย่ลง” และเธอ “ประหลาดใจที่มันแย่ขนาดนี้”

CEO Shishir Mehrotra โพสต์ขอโทษใน LinkedIn ว่าฟีเจอร์นี้旨在ช่วยผู้ใช้ค้นพบมุมมองจากผู้มีอิทธิพลและสร้างความสัมพันธ์กับแฟนๆ แต่ยอมรับว่าบริษัท “พลาดร้าย” โพสต์นี้ไม่กล่าวถึงคดี Gizmodo ติดต่อ Grammarly แล้ว รอคำตอบ

กรณี Grammarly ถูกฟ้องขโมยชื่อนักข่าว สะท้อนปัญหา AI

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแส AI ที่กำลังรุ่งเรือง แต่ละเมิดสิทธิ์ส่วนบุคคล นักข่าวและผู้เขียนหลายคนไม่พอใจที่ชื่อถูกใช้โดยพลการเพื่อโปรโมตผลิตภัณฑ์ แม้ Grammarly จะอ้างว่าเป็นแค่แรงบันดาลใจ แต่ตามกฎหมาย right of publicity มันคือการใช้เชิงพาณิชย์ที่ต้องขออนุญาต

  • ชื่อดังที่ถูกใช้: Julia Angwin, Raymond Wong, Stephen King และอื่นๆ
  • ผลกระทบ: เสื่อมเสียชื่อเสียงและสูญเสียโอกาส
  • บทเรียน: บริษัท AI ต้องเคารพสิทธิ์知识产权

คดีนี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการตรวจสอบฟีเจอร์ AI ที่ใช้ชื่อบุคคลจริงโดยไม่ยินยอม ผู้ประกอบการไทยที่ใช้ AI ควรระวังกฎหมายคุ้มครองชื่อเสียงและลิขสิทธิ์เช่นกัน

คุณคิดอย่างไรกับกรณีนี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าว AI ล่าสุดเพื่อไม่พลาดอัปเดต

ที่มา – Grammarly Allegedly ‘Misappropriated’ Names of Journalists, Says Class Action Suit

มติ ปปง. ส่งอัยการริบ 60 ล้าน อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุเข้าแผ่นดิน – สั่งยึดทรัพย์เพิ่มเครือข่ายพนันชนนพัฒฐ์

มติ ปปง. ส่งอัยการริบ 60 ล้าน อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุเข้าแผ่นดิน – สั่งยึดทรัพย์เพิ่มเครือข่ายพนันชนนพัฒฐ์

สวัสดีเพื่อนๆ ชาวบล็อกทุกคน! วันนี้ผมมีข่าวเด็ดจากวงการปราบปรามอาชญากรรมการเงินมาอัปเดตให้ฟังแบบเป็นกันเองเลยนะครับ โดยเฉพาะ มติ ปปง. ส่งอัยการริบ 60 ล้าน อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุเข้าแผ่นดิน – สั่งยึดทรัพย์เพิ่มเครือข่ายพนันชนนพัฒฐ์ ที่เพิ่งออกมาเมื่อวานนี้ (11 มี.ค. 2569) จากการแถลงของวิทยา นีติธรรม โฆษก ปปง. ข่าวนี้ไม่ใช่แค่เรื่องเงินทอง แต่สะท้อนเทรนด์ tech scam และการฟอกเงินที่กำลังรุกล้ำเข้ามาในชีวิตประจำวันของเรามากขึ้น ตามผมมาดูรายละเอียดกันเลย!

มติ ปปง. ส่งอัยการริบ 60 ล้าน อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุเข้าแผ่นดิน – สั่งยึดทรัพย์เพิ่มเครือข่ายพนันชนนพัฒฐ์

ที่ประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ปปง. ครั้งที่ 3/2569 เมื่อ 10 มี.ค. โดยมีเทพสุ บวรโชติดารา เป็นเลขาฯ ได้มีมติเด็ดขาดหลายเรื่องเลยครับ โดยสรุปใหญ่ๆ มี 3 ส่วนหลัก: ยึดอายัดทรัพย์, ส่งอัยการริบทรัพย์เข้าพแผ่นดิน, และคืนเงินให้ผู้เสียหาย มูลค่ารวมหลายร้อยล้านบาท! เริ่มจากส่วนยึดอายัดก่อน ทรัพย์สินรวม 34 คดี 808 รายการ กว่า 303 ล้านบาท

  • เครือข่ายพนันออนไลน์ www.gimi88.com (ชนนพัฒฐ์ฯ กับพวก): ยึดเพิ่ม 12 รายการ เช่น หุ้น เงินฝาก 12 ล้านบาท รวมเดิม 158 ล้าน กำลังรอศาลแพ่งตัดสิน
  • แก๊งหลอกลงทุนเทรดหุ้น (เอื้ออังกูรฯ): ใช้บัญชีม้าแปลงเป็น USDT ผ่าน Huione Pay แล้วถอนออกนอกประเทศ ยึดเพิ่ม 211 รายการ 145 ล้าน รวมเดิม 46 ล้าน – นี่แหละ tech scam สุดโหด!
  • เครือข่าย ‘หลังบ้านศิวิไล’ (กวินท์ฯ): ยึดเพิ่ม 11 รายการ 7 ล้าน
  • เครือข่ายพนัน (กฤษฎาฯ และกฤตภพฯ): 183 รายการ กว่า 70 ล้าน
  • www.auto888vip.com (ทวีศักดิ์ฯ): 49 รายการ 28 ล้าน เช่น สินค้าเนม รถ ที่ดิน

ส่วนที่ฮือฮาสุดคือการส่งอัยการร้องศาลริบทรัพย์ 17 คดี 953 รายการ กว่า 310 ล้าน เพราะคำร้องเพิกถอนของผู้เกี่ยวข้องไม่มีน้ำหนัก โดยเฉพาะคดีอดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ (พระราชวิสุทธิประชานาถ หรืออลงกตฯ) ฐานเบียดบังทรัพย์และฟอกเงิน ยึด 20 รายการ 60 ล้าน เช่น เงินสด รถ ที่ดิน ส่งให้ตกเป็นของแผ่นดินเลย! อีกคดีดัง หมอดู ‘ตี่ลี่ ฮวงจุ้ย’ (สุพิชฌาย์ฯ) ฉ้อโกงปกติธุระ 362 รายการ 131 ล้าน และเครือข่ายยาเสพติด 26 รายการ 19 ล้าน

คืนสิทธิผู้เสียหาย: เงินคืนจริง!

ดีใจแทนผู้เสียหาย 11 คดี 266 รายการ กว่า 422 ล้าน ปปง. ส่งอัยการขอศาลสั่งชดใช้ เช่น แก๊งหลอกอัตราแลกเปลี่ยน (เฉลิมชัยฯ) คืน 3 ราย 19 ล้าน, คอลเซ็นเตอร์อ้างตรจว. (พิมภาดาฯ และ MR.ZHENG) คืน 20 ราย 115 ล้าน, และเดอะ นิว คอนเซปท์ ชดใช้ 429 ราย 213 ล้าน ผู้เสียหายรีบยื่นคำร้องภายใน 90 วันหลังประกาศราชกิจจาฯ ทาง www.amlo.go.th นะครับ

นอกจากนี้ ปปง. ชี้แจงข่าวสิงคโปร์อายัดกองทุน CIA ว่ากำลังประสาน ก.ล.ต. และทางการสิงคโปร์ เพื่อดำเนินการต่อ

จากมุมมองผมที่ติดตามข่าว tech และ entertainment มานาน มติล่าสุดนี้แสดงให้เห็นว่า ปปง. กำลังเข้มงวดกับพนันออนไลน์และ crypto laundering มากขึ้น โดยเฉพาะ USDT ที่แก๊งใช้ล้างเงิน – เทรนด์ที่กำลังมาแรงทั่วโลก เพื่อนๆ ที่ชอบลงทุน crypto หรือเล่นหุ้นออนไลน์ ต้องระวัง scam เหล่านี้ ตรวจสอบแพลตฟอร์มให้ดี อย่าโอนเงินม้าเด็ดขาด! แนะนำติดตาม amlo.go.th เป็นประจำ จะได้ไม่พลาดสิทธิคืนเงิน ลองแชร์ประสบการณ์ scam ที่เคยเจอในคอมเมนต์ด้านล่างด้วยนะครับ จะได้ช่วยกันเตือนภัย

ที่มา – มติ ปปง. ส่งอัยการริบ 60 ล้าน อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุเข้าแผ่นดิน – สั่งยึดทรัพย์เพิ่มเครือข่ายพนันชนนพัฒฐ์