ผู้เขียน: lalika69_admin

บริษัทจรวดชนะ FAA ถอยมาตรการขยะอวกาศ

หลังจากที่ FAA เสนอมาตรการเข้มงวดเพื่อจัดการขยะอวกาศจากจรวด ล่าสุดหน่วยงานนี้กลับถอยหลัง ทำให้ บริษัทจรวดชนะ FAA ถอยมาตรการขยะอวกาศ ไปแบบเต็มตัว สร้างความโล่งใจให้อุตสาหกรรมอวกาศเอกชน แต่ก็ก่อให้เกิดคำถามถึงความเสี่ยงในอนาคต

บริษัทจรวดชนะ FAA ถอยมาตรการขยะอวกาศ: พื้นหลังของเรื่อง

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนกันยายน 2023 FAA เสนอกฎใหม่ ที่บังคับให้บริษัทอวกาศเอกชนต้องกำจัดชั้นบนของจรวด (upper stages) หลังจากปล่อยดาวเทียมเข้าวงโคจรแล้ว แต่ล่าสุดในเดือนมกราคม FAA ประกาศถอนข้อเสนอนี้ออกไป เพื่อศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมตามที่ ProPublica รายงาน การตัดสินใจนี้สอดคล้องกับนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต้องการลดกฎระเบียบให้อุตสาหกรรมอวกาศเอกชน โดยเฉพาะบริษัทอย่าง SpaceX ที่กดดันหนัก

ปัญหาขยะอวกาศจากจรวดคืออะไร?

หลังจากจรวดทำหน้าที่ปล่อย payload เข้าวงโคจร ชั้นบนของจรวดมักถูกทิ้งไว้ในอวกาศ กลายเป็นขยะที่ลอยวนอยู่นานหลายเดือนหรือหลายปี จนกว่าจะตกลงสู่อะตโมสเฟียร์แบบไม่ควบคุม ตามข้อมูลจาก European Space Agency (ESA) ชิ้นส่วนเหล่านี้คิดเป็น 11% ของวัตถุที่ติดตามได้ในวงโคจร ถือเป็นสาเหตุหลักของปัญหาขยะอวกาศที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

FAA เสนอทางเลือก 5 วิธีในการกำจัดขยะเหล่านี้ เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ใช้กับภารกิจอวกาศของตัวเอง

  • นำชั้นบนกลับเข้าอะตโมสเฟียร์แบบควบคุม (controlled reentry)
  • ย้ายไปยังวงโคจร graveyard ที่ไม่แออัด
  • ส่งออกนอกวงโคจรโลก (Earth-escape trajectory)
  • ดึงกลับภายใน 5 ปีหลังปล่อย
  • ปล่อยให้ไหม้ในชั้นบรรยากาศแบบไม่ควบคุม

บริษัทจรวดคัดค้านหนักหน่วง

บริษัทอย่าง SpaceX, Blue Origin และอื่นๆ วิจารณ์หนัก โดยตั้งคำถามถึงอำนาจของ FAA และต้นทุนที่สูงล้น FAA จึงตัดสินใจไม่บังคับใช้ โดยอ้างถึงปัญหาค่าใช้จ่ายและขอบเขตอำนาจ พร้อมจะศึกษาต่อและปรับปรุง

การถอยนี้สอดรับนโยบายทรัมป์ที่ในเดือนสิงหาคม 2025 ออกคำสั่งบริหาร เพื่อลดการตรวจสอบสิ่งแวดล้อมและเร่งใบอนุญาตปล่อยจรวด ทำให้ภาคเอกชนเติบโตแบบไร้ขีดจำกัด

อย่างไรก็ตาม SpaceX อ้างว่าตนเองพยายามลดขยะอยู่แล้ว โดยในปี 2024 มี upper stages ของ Falcon 9 ค้างในวงโคจร 13 จาก 134 ครั้ง และปี 2025 ลดเหลือ 3 จาก 165 ครั้ง ตาม แถลงการณ์ ของบริษัท

แม้บริษัทจรวดจะชนะรอบนี้ แต่ปัญหาขยะอวกาศยังคงเป็นภัยคุกคามใหญ่ หากไม่จัดการ อาจนำไปสู่กระบวนการ Kessler Syndrome ที่ขยะชนกันเพิ่มขึ้นแบบลูกโซ่ ส่งผลกระทบต่อดาวเทียมและภารกิจอวกาศทั้งหมด

คุณคิดอย่างไรกับการตัดสินใจนี้? มันช่วยอุตสาหกรรมหรือเสี่ยงอนาคตอวกาศ? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวอวกาศอัปเดตจากเรา!

ที่มา – Rocket Companies Win as Feds Retreat on Orbital Debris Crackdown

FCC สั่ง Amazon หยุดบ่น SpaceX แล้ว发射ดาวเทียมซะ

SpaceX สร้างความฮือฮาในวงการดาวเทียมช่วงปลายเดือนมกราคม เมื่อยื่นขอ FCC อนุญาต发射ดาวเทียมสูงสุด 1 ล้านดวง เพื่อสร้างคลัสเตอร์ข้อมูลในอวกาศ ซึ่งดูเหมือนจะทำให้ Amazon โมโหหนัก จนกลายเป็นศึกดุเดือด จนประธาน FCC ต้องออกมาพูดเอง

FCC สั่ง Amazon หยุดบ่น SpaceX แล้วเร่ง发射ดาวเทียม

วันที่ 6 มีนาคม Amazon ยื่นคำร้องต่อ FCC ขอปฏิเสธคำขอของ SpaceX โดยอ้างว่ามันเป็นแค่ “ความฝันยิ่งใหญ่ ไม่ใช่แผนจริง” บริษัทของ Jeff Bezos ชี้ว่าขาดรายละเอียดสำคัญ เช่น การออกแบบดาวเทียม ระดับความสูงวงโคจร ลักษณะคลื่นความถี่ และแผนจัดการการชนหรือรบกวนกันเองในระดับล้านดวง แถม timeline ก็ไม่ชัด อาจใช้เวลาหลายศตวรรษกว่าจะเสร็จ

คำร้องนี้มีเหตุผลบางส่วน แต่ FCC Chairman Brendan Carr ไม่เห็นด้วย เขาโพสต์บน X ว่า “Amazon ควรโฟกัสที่ตัวเองที่กำลังขาดดาวเทียมเกือบ 1,000 ดวงจากเป้าหมายใกล้เข้ามา แทนที่จะเสียเวลาโจมตีบริษัทที่กำลัง发射ดาวเทียมเป็นพันๆ ดวง”

Carr พูดถูกนะ SpaceX เริ่ม发射 Starlink ตั้งแต่ปี 2019 และตอนนี้มีดาวเทียมกว่า 9,600 ดวงแล้ว เป็นคอนสเตลเลชันที่ใหญ่และโตเร็วที่สุดในโลก ให้บริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์แก่คนนับล้านทั่วโลก

Amazon Leo ยังตามหลัง SpaceX ไกล

ส่วน Amazon Leo (เดิม Project Kuiper) ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น Amazon เปิดตัวแผนแข่ง Starlink แค่เดือนก่อน SpaceX 发射ล็อตแรกจริง แต่ผลิตช้าและเพิ่งเข้าสู่เฟส部署

ดาวเทียมโปรโตไทป์首批发射ปี 2023 ตอนนี้มี 210 ดวง活跃 และแผนขยายเป็น 3,236 ดวง ตามกฎ FCC ต้อง发射ครึ่งหนึ่งก่อน 30 กรกฎาคม 2026

ปลายมกราคม Amazon ขอขยายเวลา 2 ปี อ้างขาดจรวด发射ใกล้ๆ ไม่เหมือน SpaceX ที่มี Falcon 9 เอง Amazon ต้องพึ่งพันธมิตร รวมถึง SpaceX ด้วย คำร้องบอกว่ามีปัญหาการผลิต จรวดใหม่ล้มเหลว และลิมิต spaceport

FCC ยังไม่ตัดสิน แต่ชัดเจนว่า Amazon จะไม่ทันเดดไลน์

คำขอ SpaceX 1 ล้านดาวเทียมยังคลุมเครือ

ถึงอย่างนั้น คำขอของ SpaceX ก็คลุมเครือจริง ไม่มีตาราง部署หรืองบประมาณ แม้ขอผ่อนผันกฎ发射ครึ่งใน 6 ปี เต็มใน 9 ปี ขาดสเปคขนาด มวลดาวเทียม ซึ่งสำคัญต่อการประเมินความเสี่ยง และวงโคจรกว้าง 500-2,000 กม.

โพสต์ดุเดือดของ Carr ไม่ใช่สัญญาว่า FCC จะไม่ฟัง Amazon แต่ดูไม่สู้ดีนัก SpaceX ได้เปรียบ Amazon ต้องเร่งแผนอวกาศตัวเอง

ศึกนี้แสดงให้เห็นการแข่งขันดุเดือดในวงการดาวเทียม SpaceX นำหน้า Amazon ต้องปรับกลยุทธ์ พึ่งตัวเองมากขึ้น คุณคิดว่า Amazon จะพลิกเกมได้ไหม? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ และติดตามข่าวอวกาศอัปเดตที่นี่!

ที่มา – Feds to Amazon: Quit Whining About SpaceX and Launch Some Damn Satellites

ตัวอย่าง Disclosure Day ใหม่ เปิดปริศนาเอเลี่ยน

ถึงแม้ตอนนี้จะเป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิ แต่ Universal ก็ตื่นขึ้นมาปล่อยตัวอย่างอย่างเป็นทางการของภาพยนตร์ไซไฟสุดยิ่งใหญ่ Disclosure Day จากผู้กำกับ Steven Spielberg เพื่อเตือนให้แฟน ๆ รู้ว่าซัมเมอร์บล็อกบัสเตอร์กำลังจะกลับมาอย่างยิ่งใหญ่!

ตัวอย่าง Disclosure Day ใหม่ เปิดปริศนาเอเลี่ยนสุดลึกลับ

ตัวอย่าง Disclosure Day ใหม่นี้เต็มไปด้วยความลึกลับแบบสมคอนสปิเรชั่นเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตนอกโลก เหมือนกับทีเซอร์ตัวก่อน ๆ แต่คราวนี้เพิ่มความเข้มข้นด้วยฉากอันตรายที่แสดงให้เห็นว่ามนุษย์จะทำทุกอย่างเพื่อปกปิดความลับนี้ นักแสดงชั้นนำอย่าง Josh O’Connor, Emily Blunt, Colin Firth, Eve Hewson และ Colman Domingo ต้องเผชิญหน้ากับความจริงว่าเราไม่ได้อยู่คนเดียวในจักรวาล

เสน่ห์ของ Spielberg อยู่ที่ภาพวิวุต scenic ของธรรมชาติ รัฐบาลสมคอนสปิเรชั่น และพลังจักรวาลที่มาบรรจบกันในหนังระทึกขวัญ การเปิดเผยปริศนาเอเลี่ยนที่ยังไม่ถูกเปิดเผยในตัวอย่าง Disclosure Day ใหม่ นำไปสู่ฉากไล่ล่าด้วยรถสุดระทึกและภาพหลอน ๆ ที่ทำให้ใจเต้นรัว พูดได้เลยว่าซัมเมอร์บล็อกบัสเตอร์กลับมาอย่างแท้จริง!

ทีมงานและนักแสดงในตัวอย่าง Disclosure Day ใหม่

Spielberg ร่วมงานกับ David Koepp นักเขียนบทคู่ใจที่เคยเขียน Jurassic Park, War of the Worlds และ Indiana Jones and the Kingdom of the Crystal Skull จุดเด่นของตัวอย่าง Disclosure Day ใหม่คือ แม้จะเผยพล็อตหลักมากขึ้น แต่ก็ไม่สปอยล์จนเกินไป ทำให้เราไม่สามารถเดาเรื่องทั้งหมดได้ก่อนเข้าโรง

  • กวางเดินมากับเด็กหญิงไปยังบ้านเรืองแสง
  • วงกลมบนทุ่งนาลึกลับ
  • เครื่องมือขยายรูม่านตาไฮเทค
  • ฉากไล่ล่าบนรถไฟสุดหวาดเสียว
  • เสียงกลืนคอที่น่าขนลุก โดยเฉพาะคนฟังหูฟัง!

นี่คือตัวอย่าง Disclosure Day ใหม่ที่ชวนให้ตื่นเต้นกับรายละเอียดเล็ก ๆ เหล่านี้ ซึ่ง Spielberg ใช้เทคนิคสร้างความสงสัยได้อย่างลงตัว

ทำไม Disclosure Day ถึงน่าจับตามอง

หลังจาก Spielberg ได้รับสถานะ EGOT ล่าสุด ตัวอย่าง Disclosure Day ใหม่ยิ่งทำให้แฟน ๆ Letterboxd อยากจดปฏิทินเข้าโรงวันแรก (12 มิถุนายน) เพื่อพิสูจน์ว่าผู้กำกับที่จุดประกายบล็อกบัสเตอร์อย่าง Jaws ยังคงเก่งกาจ

หนังเรื่องนี้ผสมผสาน sci-fi conspiracy กับแอคชั่นได้อย่างลงตัว ภาพวิชวลสวยงาม เอฟเฟกต์พิเศษระดับโลก และดราม่าที่ทำให้เราคิดถึงความจริงเกี่ยวกับ UFO และเอเลี่ยน ตัวอย่าง Disclosure Day ใหม่ไม่เพียงแค่ hype แต่ยัง tease ปริศนาที่จะทำให้คุณนอนไม่หลับ

นอกจากนี้ ทีมนักแสดงออสการ์อย่าง Emily Blunt และ Colin Firth ยังเพิ่มมิติให้ตัวละคร ทำให้เรื่องราวไม่ใช่แค่เอเลี่ยน แต่เป็นการต่อสู้เพื่อความจริงที่มนุษย์ควรรู้

หากคุณชื่นชอบหนังไซไฟแนว Arrival หรือ Close Encounters of the Third Kind ของ Spielberg เอง ตัวอย่าง Disclosure Day ใหม่จะไม่ทำให้ผิดหวัง

สรุปแล้ว Disclosure Day คือหนังที่รอคอยของปีนี้ ตัวอย่าง Disclosure Day ใหม่ได้ทำหน้าที่ crack open ปริศนาเอเลี่ยนได้อย่างน่าประทับใจ

เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเปิดเผยครั้งใหญ่ในโรงภาพยนตร์ 12 มิถุนายนนี้ อย่าพลาดและแชร์ความเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง!

ที่มา – The New ‘Disclosure Day’ Trailer Cracks Its Alien Mystery Wide Open

iPhone พับได้ คล้าย Android มากกว่า iPad

มีรายละเอียดใหม่เกี่ยวกับ iPhone พับได้ จากนักวิเคราะห์ชื่อดัง Mark Gurman ที่ทำให้เราตื่นเต้นมาก! ในรายงานล่าสุดจาก Bloomberg เผยว่า iPhone พับได้ คล้าย Android มากกว่า iPad จริงๆ ด้วย เพราะมันจะมีฟีเจอร์มัลติทาสกิ้งแบบเรียบง่าย แสดงแอปสองตัวข้างๆ กัน เหมือนโฟลเดิลเบิลของ Android อย่าง Samsung Galaxy Z Fold 7 หรือ Google Pixel 10 Pro Fold

iPhone พับได้ คล้าย Android มากกว่า iPad

เครื่องนี้คาดว่าจะเปิดตัวฤดูใบไม้ร่วงปีหน้า ร่วมกับ iPhone 18 Pro และ 18 Pro Max แต่ที่น่าเสียดายคือ มันจะรัน iOS ธรรมดา ไม่ใช่ iPadOS ที่มีมัลติทาสกิ้งขั้นสูงแบบหน้าต่างยืดหดได้และเมนูบาร์ เหมือน Mac เลย iPadOS 26 เพิ่งอัปเดตฟีเจอร์เหล่านี้ใหม่ ทำให้ iPad ทำงานได้หลากหลายขึ้นมาก

แต่สำหรับ iPhone พับได้ จะมีระบบมัลติทาสกิ้งง่ายๆ แค่สปลิตสกรีนสองแอปเท่านั้น ไม่ได้ซับซ้อนเท่า iPad น่าจะเป็นกลยุทธ์ของ Apple เพื่อไม่ให้แย่งยอดขาย iPad อยู่ดี ถ้า iPad mini ยังรันสามแอปพร้อมกันได้ แต่ iPhone พับได้ทำไม่ได้ ก็คงเจ็บใจแฟนๆ ไม่น้อย

ฟีเจอร์เด่นของ iPhone พับได้ คล้าย Android

นอกจากนี้ นักพัฒนาจะเพิ่มไซด์บาร์ทางซ้ายของหน้าจอได้ เพื่อใช้ประโยชน์จากจอใหญ่ตอนกางออก ซึ่ง Apple ผลักดันฟีเจอร์นี้ในแอป iPad มานานแล้ว ช่วยให้เข้าถึงการตั้งค่าดีขึ้น แต่ฟังดูไม่ค่อยสร้างสรรค์เท่าไหร่

สเปกอื่นๆ ที่หลุดมา: สั้นกว่าปกติตอนพับ จอกางออกอัตราส่วนกว้างเหมาะดูวิดีโอ จอด้านนอกมีกล้องเจาะรูแบบ Dynamic Island จอในก็เจาะรูเช่นกัน ไม่มี Face ID แต่มี Touch ID ที่ปุ่มข้าง รอยพับกลางจอลดลงแต่ไม่หายหมด Sonny Dickson ยังแชร์ภาพ CAD 3D แสดงขนาดสั้นอ้วนตอนพับ และกว้างตอนกาง

  • มัลติทาสกิ้งสองแอป เหมือน Android foldable
  • ไซด์บาร์ซ้ายสำหรับแอป
  • จอในอัตราส่วนวิดีโอ
  • กล้องเจาะรูทั้งสองด้าน
  • Touch ID แทน Face ID
  • รอยพับเบาลง

ทุกอย่างชี้ว่า iPhone พับได้ คล้าย Android มากกว่า iPad ชัดเจน Apple กำลังปรับตัวเข้าหาตลาด foldable ที่ Android ครองอยู่ ผมลองใช้ split-screen บน Galaxy Z Fold 7 แล้ว สนุกดี Apple น่าจะทำได้ไม่ยาก แต่หวังว่าจะมีเซอร์ไพรส์เพิ่ม!

คุณล่ะ คิดว่า iPhone พับได้จะมาเปลี่ยนเกมได้ไหม? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง แล้วอย่าลืมติดตามอัปเดตข่าวเทคโนโลยีล่าสุดนะ!

ที่มา – The Foldable iPhone Might Be More Android-Like Than iPad

‘Your AI Slop Bores Me’ ให้เห็นเบื้องหลัง AI

ในโลกของเทคโนโลยี AI คำว่า “AI” มักถูกใช้แบบผิดๆ ในกรณีส่วนใหญ่ มันไม่ได้หมายถึงปัญญาประดิษฐ์จริงๆ แต่เป็นแค่อัลกอริทึมที่คัดลอกข้อมูลฝึกฝนมาแล้วพ่นออกมาให้ดูเหมือนมนุษย์ แต่บางครั้งเบื้องหลังก็มีมนุษย์จริงๆ ทำงานอยู่! และวันนี้เราจะมาพูดถึงเว็บไซต์สุดแปลกที่ชื่อ ‘Your AI Slop Bores Me’ ให้เห็นเบื้องหลัง AI ซึ่งให้คุณได้ลองสวมบทเป็น AI เอง

‘Your AI Slop Bores Me’ ให้เห็นเบื้องหลัง AI แบบชัดๆ

เว็บ ‘Your AI Slop Bores Me’ ให้เห็นเบื้องหลัง AI นี้เปิดโอกาสให้ผู้ใช้สองทางเลือกหลัก: หนึ่ง คือแกล้งเป็น AI แล้วตอบคำถามจากผู้ใช้คนอื่น สอง คือส่งคำถามไปแล้วดูว่าคนอื่นตอบยังไง มันเหมือนได้เห็น “how the sausage is made” หรือเบื้องหลังการผลิตไส้กรอกที่ไม่ค่อยสวยงามของโลก AI

AI Slop คืออะไร? มันคือเนื้อหา AI ที่ไร้คุณภาพ ซ้ำซาก น่าเบื่อ เหมือนขยะดิจิทัลที่ AI สร้างขึ้นจากข้อมูลที่ขโมยมา เว็บนี้เลยให้คุณได้ลองสร้าง “slop” เอง โดยมีเวลาตอบแค่ 60 วินาทีต่อคำถาม! เราลองเล่นแล้ว ส่วนใหญ่คำถามคือวาดรูปตัวการ์ตูนอนิเมะแปลกๆ ที่ต้องเสียเวลาค้น Google ครึ่งเวลา สนุกแบบ shitpost สุดๆ

เบื้องหลัง AI จริงๆ มีมนุษย์ซ่อนอยู่

ไม่ใช่ AI ทุกตัวไร้สมองทั้งหมด บางทีมีมนุษย์คอยช่วย เช่น:

  • ผู้ก่อตั้งแอปโน้ต Fireflies.ai ที่แกล้งเป็น AI เองตอนโปรโมต
  • ทีมงาน Meta ที่ดูและติดป้ายข้อมูลจากแว่น Ray-Ban
  • คนขับหุ่นยนต์ Tesla แบบ remote control

เว็บ ‘Your AI Slop Bores Me’ ให้เห็นเบื้องหลัง AI ทำให้คุณได้ลองเป็น “มนุษย์เบื้องหลังม่าน” แบบนั้น โดยไม่ต้องสมัครงานบริษัทใหญ่

ระบบเครดิตแปลกๆ ที่น่าคิด

เว็บใช้ระบบเครดิต แต่ไหลย้อนทาง: ต้องใช้เครดิตส่งคำถามเพื่อ รับ เครดิตตอบคำถาม มันทำให้สงสัยว่าทำไมคนถึงอยากเป็น “Mechanical Turk” สมัยใหม่? หรือกำลังฝึกสำหรับอนาคตที่งานเหลือแค่อาร์กิวเมนต์กับ AI?

ประสบการณ์เล่นสนุกมาก ลองคิดภาพ: คุณรับคำสั่ง “วาดรูปแมวสวมชุดซามูไรจากอนิเมะ X” แล้วต้องร่างใน 60 วินาที มันเผยให้เห็นว่า AI จริงๆ มันเหนื่อยแค่ไหน และทำไม output ถึงน่าเบื่อบ้าง สนุก เหมือน anti-Grok ที่ตอบแบบมนุษย์จริงๆ

นอกจากนี้ เว็บยังช่วยให้เข้าใจปัญหา AI ethics เช่น การขโมยข้อมูล หรือ output อันตรายอย่างคำแนะนำยิงปืนหมู่ หรือกระตุ้น自杀 ที่จริงๆ แล้วแค่คัดลอกจาก training data

หากคุณเบื่อ AI slop ทั่วไป ลองเล่นเว็บนี้ดู มันให้มุมมองใหม่ๆ เกี่ยวกับอุตสาหกรรม AI ที่กำลังบูม

คำแนะนำ: ลองส่ง prompt แปลกๆ ไป แล้วดู response จากมนุษย์คนอื่นๆ คุณจะติดใจ!

ที่มา – ‘Your AI Slop Bores Me’ Gives You a Chance to See How the Sausage Is Made

ซีอีโอ Hasbro ยัน MTG D&D ไม่ใช้ AI

ในยุคที่ AI สร้างสรรค์กำลังถูกนำมาใช้ในทุกวงการ แต่ซีอีโอ Hasbro ยัน MTG D&D ไม่ใช้ AI อย่างชัดเจน ทำให้แฟน ๆ โล่งใจไม่น้อย

คริส ค็อกซ์ ซีอีโอของ Hasbro ที่ก่อนหน้านี้เคยพูดถึงการใช้ AI ในเกม Dungeons & Dragons (D&D) ว่ามัน “หลีกเลี่ยงไม่ได้” ตอนนี้กลับเปลี่ยนใจแล้ว ในพอดแคสต์ Decoder ของ The Verge เขากล่าวว่า “มีบางแบรนด์ที่แฟน ๆ และผู้สร้างไม่ต้องการมัน” จึงไม่มีแผนนำ AI สร้างสรรค์มาใช้ในวิดีโอเกม Magic: The Gathering (MTG) หรือ D&D เลย

ซีอีโอ Hasbro ยัน MTG D&D ไม่ใช้ AI

ค็อกซ์อธิบายเพิ่มว่า AI สร้างสรรค์ในกระบวนการสร้างสรรค์เป็นเรื่องของ “ใส่ขยะเข้า ไส่ออกมา” (garbage in, garbage out) และย้ำว่ามนุษย์ต่างหากที่เป็นผู้จุดประกายไอเดียดี ๆ และทำให้มันสำเร็จจริง ๆ

แม้ซีอีโอ Hasbro ยัน MTG D&D ไม่ใช้ AI ในผลิตภัณฑ์ แต่เขายังใช้ AI ในเกมส่วนตัวที่บ้านอยู่ดี เช่น แอนิเมชัน รูปภาพ เสียง และโคลนเสียง แต่ยืนยันว่าจะไม่นำมาใช้ในสินค้าอย่างเป็นทางการ

ประวัติศาสตร์ดราม่า AI ใน MTG และ D&D

ทั้งสองเกมมีแนวทางห้าม AI มาสักพักแล้ว หลังจากเกิดกระแสต่อต้านจากแฟน ๆ

  • D&D: ปี 2023 หนังสือ Bigby Presents: Glory of the Giants ถูกวิจารณ์หนักเพราะภาพบางส่วนใช้ AI สร้าง สุดท้ายต้องพิมพ์ใหม่และออกแนวทางห้ามใช้ AI ทุกขั้นตอน
  • MTG: ทีม MTG ตามห้าม AI ต่อมา แต่เดือนถัดไปภาพโปรโมท Ravnica Remastered ถูกจับได้ว่าใช้ AI ต้องขอโทษหลังจากเคยปกป้องว่ามนุษย์สร้าง

นี่คือเหตุผลที่ซีอีโอ Hasbro ยัน MTG D&D ไม่ใช้ AI เพื่อรักษาความไว้วางใจจากแฟน ๆ ที่รักความเป็นมนุษย์ในผลงาน

การตัดสินใจนี้เป็นสัญญาณดีในวงการเกมกระดานและการ์ด ที่แฟน ๆ ชื่นชอบความคิดสร้างสรรค์แท้ ๆ โดยไม่ต้องพึ่ง AI แม้เทคโนโลยีจะก้าวหน้าขนาดไหน

คุณคิดอย่างไรกับการตัดสินใจนี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ และติดตามข่าวเกมเพิ่มเติมจากเราเพื่อไม่พลาดอัปเดตใหม่ ๆ!

ที่มา – Hasbro’s CEO Says ‘Magic: The Gathering’ and ‘Dungeons & Dragons’ Will Never Use Generative AI

ดีเอสไอยันมติตีตกคดีฮั้ว สว. 229 ราย ยังไม่ใช่ข้อยุติ ชี้อำนาจเด็ดขาดอยู่ที่ กกต. ชุดใหญ่

ดีเอสไอยันมติตีตกคดีฮั้ว สว. 229 ราย ยังไม่ใช่ข้อยุติ ชี้อำนาจเด็ดขาดอยู่ที่ กกต. ชุดใหญ่

สวัสดีเพื่อนๆ ชาวบล็อก! วันนี้เรามาคุยกันเรื่องดราม่าการเมืองที่กำลังร้อนฉ่าเลยนะ คดีฮั้วเลือกตั้ง สว. ที่ใครๆ ก็จับตา ล่าสุดมีข่าวใหญ่โตว่า ดีเอสไอยันมติตีตกคดีฮั้ว สว. 229 ราย ยังไม่ใช่ข้อยุติ ชี้อำนาจเด็ดขาดอยู่ที่ กกต. ชุดใหญ่ ฟังดูซับซ้อนใช่มั้ยล่ะ แต่ไม่ต้องห่วง ผมในฐานะคนติดตามข่าวการเมืองมานาน จะเล่าให้ฟังแบบเข้าใจง่ายๆ เหมือนนั่งคุยกันที่ร้านกาแฟ

ดีเอสไอยันมติตีตกคดีฮั้ว สว. 229 ราย ยังไม่ใช่ข้อยุติ ชี้อำนาจเด็ดขาดอยู่ที่ กกต. ชุดใหญ่

เรื่องราวเริ่มจากคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหา คณะที่ 36 ของ กกต. มีมติ 5 ต่อ 2 เสียง ให้ตีตกข้อกล่าวหาฮั้วเลือกตั้ง สว. ถึง 229 รายเลยนะ ไม่มีมูลความผิด! แต่เดี๋ยวก่อน มตินี้สวนทางกับคณะที่ 26 ที่เคยเห็นว่าควรดำเนินคดีซะด้วยซ้ำ แหล่งข่าวดีเอสไอชี้ชัดว่ามตินี้แค่ “ความเห็น” เท่านั้นเอง ยังไม่ใช่คำตัดสินสุดท้าย ต้องส่งไปให้บอร์ด กกต. ชุดใหญ่ตัดสินจริงๆ

ทำไมถึงเป็นแบบนี้? เพราะอนุกรรมการทั้งสองคณะแค่กลั่นกรองข้อมูล ให้คำปรึกษาแก่ กกต. เท่านั้น ไม่มีอำนาจเด็ดขาด คณะที่ 26 (ที่เป็นทีมร่วม กกต.-ดีเอสไอ) ไม่มีสิทธิ์อุทธรณ์ด้วย ต้องรอ กกต. ชุดใหญ่เท่านั้น ฟังดูยุติธรรมดีนะ แต่ก็มีดราม่าเพียบ!

ภูมิหลังคดีฮั้วเลือกตั้ง สว. ที่ทุกคนต้องรู้

ย้อนไปก่อน คณะที่ 26 สรุปว่าควรดำเนินคดี สว. ชุดปัจจุบัน 138 ราย บวกเครือข่ายอีก 91 ราย รวม 229 ราย ครอบคลุม สว. สส. กรรมการบริหารพรรค และพวกพ้อง เดือนกันยายน 2567 (ในเนื้อหา 2568? คงพิมพ์ผิด) ตั้งคณะที่ 36 นำโดย ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล อดีตรองอธิบดีดีเอสไอ

ระหว่างทาง มีข้อกังวลจาก สว.สำรอง และทนาย เรื่องล่าช้า ไม่โปร่งใส โดยเฉพาะภาพประธานคณะไปต้อนรับ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ที่เป็นจำเลยด้วย! สุดท้ายมติ 5:2 ตีตกทั้งหมด เสียงน้อย 2 เสียงอยากให้ชี้ผิด สว. 134 ราย

  • มติไม่ผูกพันคดีอาญา: ดีเอสไอย้ำ คดีนี้ไม่กระทบคดีอั้งยี่ ฟอกเงิน ที่ดีเอสไอกำลังสอบ สองกฎหมายต่างกัน
  • ดีเอสไอยังเดินหน้า: รวบรวมพยาน เส้นเงิน 7 กลุ่ม ตามคำสั่งอัยการ รอผล กกต.
  • ขั้นตอนถัดไป: ส่งความเห็นทั้งสองฝั่งให้บอร์ด กกต. ชี้ขาด

ในมุมผมที่ติดตามคดีเลือกตั้งมานับไม่ถ้วน คดีแบบนี้แสดงให้เห็นระบบตรวจสอบที่ซับซ้อน เพื่อป้องกันอคติ แต่ก็เปิดช่องให้เกิดคำถามเรื่อง transparency สมัยนี้ Tech เข้ามาช่วยได้เยอะ เช่น Blockchain สำหรับบันทึกการเลือกตั้ง ลดโกงได้จริง!

วิเคราะห์สถานการณ์: จะจบยังไง?

ตอนนี้ทุกอย่างยังค้าง รอ กกต. ชุดใหญ่ ถ้าตีตกจริง สว. 229 รายรอด แต่ดีเอสไอคดีอาญายังไปต่อได้ เพราะแยกส่วน สำหรับคนติดตามข่าวเหมือนดูซีรีส์การเมือง ดราม่านี้ยังไม่จบตอน!

จากประสบการณ์ ผมเห็น trend ว่าคดีใหญ่ๆ มักยืดเยื้อเพื่อ political pressure แต่สุดท้ายหลักฐานจะตัดสิน กลุ่มนี้มีเส้นทางการเงินน่าสงสัย ถ้า กกต. ชี้ผิด จะเป็นจุดเปลี่ยนวงการเลือกตั้งไทยเลย

เพื่อนๆ คิดยังไง? คดีนี้ควรจบแบบไหนถึงยุติธรรม ลองคอมเมนต์บอกหน่อยนะ สุดท้าย ผมแนะนำติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด เพราะอาจกระทบ สว. ชุดใหม่ และการเมืองทั้งประเทศ อย่าพลาดอัพเดทจากเรา!

ที่มา – ดีเอสไอยันมติตีตกคดีฮั้ว สว. 229 ราย ยังไม่ใช่ข้อยุติ ชี้อำนาจเด็ดขาดอยู่ที่ กกต. ชุดใหญ่

เลือกตั้ง 2569 : ภูมิใจไทยจัดโผ ครม.ลงล็อก 3 มืออาชีพคุมเศรษฐกิจไม่มี รมช. โควตาการเมืองกระจายไป มท.-คมนาคม

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้เรามาพูดถึงเรื่องร้อนๆ จากวงการการเมืองไทยกันแบบชิลๆ เลยนะครับ หลังจาก เลือกตั้ง 2569 : ภูมิใจไทยจัดโผ ครม.ลงล็อก 3 มืออาชีพคุมเศรษฐกิจไม่มี รมช. โควตาการเมืองกระจายไป มท.-คมนาคม ที่กำลังเป็นข่าวใหญ่โต พรรคภูมิใจไทยในฐานะแกนนำรัฐบาล ภายใต้การนำของอนุทิน ชาญวีรกูล ได้วางโครงสร้างคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ให้ชัดเจนแล้วเรียบร้อย โครงสร้างนี้รับโควตา 14 กระทรวง รวม 26 ตำแหน่ง เพื่อขับเคลื่อนประเทศไปด้วยกันกับพรรคร่วม

เลือกตั้ง 2569 : ภูมิใจไทยจัดโผ ครม.ลงล็อก 3 มืออาชีพคุมเศรษฐกิจไม่มี รมช. โควตาการเมืองกระจายไป มท.-คมนาคม

เริ่มจากหัวใจสำคัญเลย นายกฯ อนุทิน ควบกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นกระทรวงยุทธศาสตร์เรื่องการบริหารท้องถิ่นและการเมืองฐานราก มี รมช. มหาดไทย 4 คนด้วยกัน เช่น ทรงศักดิ์ ทองศรี, เจเศรษฐ ไทยเศรษฐ, วรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์ และพลพีร์ สุวรรณฉวี แน่นทั้งทีมเลยครับ ส่วนรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ก็มีชื่อเด่นๆ อย่างภราดร ปริศนานันทกุล, ศุภมาส อิศรภักดี และอื่นๆ ที่อาจปรับไปสาธารณสุข

ด้านความมั่นคง พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ ขยับขึ้นเป็น รมว.กลาโหม ส่วน พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ อยู่ต่อที่ยุติธรรม สานต่อนโยบายเก่าได้ดี

คมนาคม พิพัฒน์ สานต่อ แม่ทัพภาคใต้

กระทรวงคมนาคม พิพัฒน์ รัชกิจประการ ยังคุมต่อ มี รมช. 3 คน สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ, ภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ และสรรเพชญ บุญญามณี จากโควตาภาคใต้ ชื่อใหม่ที่น่าจับตา!

กระทรวงอื่นๆ ของภูมิใจไทยก็ครบครัน ไชยนก ชิดชอบ ที่ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล ที่ท่องเที่ยวและกีฬา, สุชาติ ชมกลิ่น ที่ทรัพยากรธรรมชาติ, เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ที่พลังงาน, ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ที่วัฒนธรรม, พัฒนา พร้อมพัฒน์ ที่สาธารณสุข และวราวุธ ศิลปอาชา ที่อุตสาหกรรม

จุดเด่น: 3 มืออาชีพคุมเศรษฐกิจแบบไม่มี รมช.

นี่แหละครับ insight สุดเจ๋ง! กระทรวงเศรษฐกิจสำคัญๆ มอบให้มืออาชีพเต็มตัว ไม่มี รมช. เพื่อให้บริหารคล่องตัว ลดแรงกดดันการเมือง เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง, ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ที่พาณิชย์, สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ที่ต่างประเทศ บวกบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ช่วยกฎหมาย แนวคิดนี้ช่วยให้เศรษฐกิจไทยพุ่งได้จริงๆ โดยเฉพาะในยุคดิจิทัลและเทคโนโลยีที่เราชอบติดตามกัน

  • คลัง: เอกนิติ มือโปรคลัง
  • พาณิชย์: ศุภจี เชี่ยวชาญการค้า
  • ต่างประเทศ: สีหศักดิ์ 外交专家

พรรคเพื่อไทยได้ 5 ตำแหน่งใหญ่ เกษตร, ศึกษา, อวสวป, แรงงาน, พม. พลังประชารัฐ 1 ตำแหน่ง ครม.ทั้งหมด 35 ชื่อ ผ่านตรวจ 18 หน่วยงานก่อนทูลเกล้า

ฝั่งสภา โสภณ ซารัมย์ ประธานสภา, มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองคน1, เลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองคน2, กรวีร์ ปริศนานันทกุล ประธานวิปรัฐบาล

จากมุมมองผมที่ติดตามการเมืองมานาน การจัดโผแบบนี้ฉลาดมากครับ โดยเฉพาะการให้มืออาชีพคุมเศรษฐกิจ จะช่วยดึงดูดการลงทุนเทคโนโลยีและท่องเที่ยวได้ดี ในยุคที่ entertainment กับ tech เป็นเทรนด์ใหญ่ คาดว่ารัฐบาลชุดนี้จะผลักดันนโยบายดิจิทัลและโครงสร้างพื้นฐานให้ปัง ลองติดตามกันต่อนะ! ถ้าชอบข่าวแบบนี้ แชร์และกดติดตามเลยครับ

ที่มา – เลือกตั้ง 2569 : ภูมิใจไทยจัดโผ ครม.ลงล็อก 3 มืออาชีพคุมเศรษฐกิจไม่มี รมช. โควตาการเมืองกระจายไป มท.-คมนาคม

แซนเดอร์สัน ยืมไอเดียจักรวาลภาพยนตร์ทำหนัง Mistborn

จักรวาล Cosmere กำลังจะปรากฏบน Apple TV+ ทั้งในรูปแบบภาพยนตร์และซีรีส์ แฟนๆ ของ Brandon Sanderson ตื่นเต้นกันมาก แต่ตอนนี้ยังห่างไกลจากการได้เห็นการดัดแปลงแฟนตาซีเหล่านี้มีชีวิตจับต้องได้ นักเขียนคนนี้ที่กำลังทำงานร่วมกับสตรีมเมอร์อย่างใกล้ชิด ได้เริ่มทีเซอร์สิ่งที่แฟนๆ อาจคาดหวังในอนาคต

ในพอดแคสต์ Intentionally Blank ตอนที่ชื่อตรงตัวว่า “Mistborn Movie Episode” แซนเดอร์สันล้อเรื่องแฟนแคสติ้ง รวมถึงไอเดียที่ Henry Cavill ผู้หลงใหลแฟนตาซีควรเล่นทุกตัวละคร!

แซนเดอร์สัน ยืมไอเดียจักรวาลภาพยนตร์ทำหนัง Mistborn

แต่พูดจริงจัง แซนเดอร์สันรู้ดีว่ามีความสนใจมหาศาลในหนัง Mistborn โครงการยังอยู่ในระยะเริ่มต้น เช่นเดียวกับซีรีส์ Stormlight Archive ที่ใกล้เคียงกัน “ยังไม่มีรายละเอียดมากนัก” เขากล่าว

เขามีหน้าที่ต่อพันธมิตร Apple TV “เป้าหมายของผมคือทำให้พวกเขาสบายใจกับสิ่งที่ผมแชร์ ไม่ใช่ให้ผมเป็นตัวแปรที่ควบคุมไม่ได้… เราตัดสินใจร่วมกันว่าจะปล่อยข่าวเมื่อไหร่” เขาอธิบาย “พวกเขาให้อิสระผมในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน แต่ผมไม่อยากละเมิดความไว้วางใจนั้น”

ดังนั้น Intentionally Blank จะไม่ใช่ที่สำหรับอัปเดตใหญ่ แต่เขาจะตอบสนองต่ออัปเดตหลักผ่านช่องทางทางการบนพอดแคสต์

แรงบันดาลใจจาก James Gunn และ Peter Jackson

อย่างไรก็ตาม แซนเดอร์สันพูดถึงแนวทางการดัดแปลง Mistborn สำหรับจอเงิน โดยเฉพาะแรงบันดาลใจที่เขาใช้ หลังเตือนว่ากระบวนการทำหนังช้า เขาเล็งใช้ “โมเดล James Gunn: สคริปต์ยอดเยี่ยม ไม่ต้องถ่ายใหม่”

“การถ่ายใหม่แพงมาก และอาจทำลายความต่อเนื่องของหนังได้ เพราะ Gunn เป็นนักเขียน-ผู้กำกับ เขาส่งสคริปต์ ทุกคนเห็นด้วย แล้วถ่ายตามนั้น ถ้าอ่านสคริปต์ Superman จะเห็นว่ามันใกล้เคียงเวอร์ชันฉายมาก” เขากล่าว

เขายังยกตัวอย่างไทม์ไลน์สคริปต์ The Hobbit ของ Peter Jackson “เราจะพยายามหลีกเลี่ยง… ผมอาจทำดีกว่า Jackson ไม่ได้ แต่เรียนรู้จากเขาได้ และหวังว่าจะช่วยเรา” ที่นี่ “เรา” คือแซนเดอร์สันและทีมที่ยังไม่ประกาศ เขาคิดว่าสคริปต์จะเขียนโดย “ผม บวกผู้กำกับ (ขึ้นกับว่าได้ใคร) และนักเขียนบทอีกคน”

แซนเดอร์สันยังเล่าถึงเหตุผลที่เลือก Apple TV และบทบาทต่อไป โดยเปรียบกับวงการคอมิก “หน้าที่ผมตามสัญญาคือเป็นผู้นำ เป็น Kevin Feige ของ Cosmere นี่น่ากลัวนิดหน่อย”

ทำไมแซนเดอร์สัน ยืมไอเดียจักรวาลภาพยนตร์ทำหนัง Mistborn จึงน่าตื่นเต้น? เพราะ Cosmere เป็นจักรวาลแฟนตาซีที่ซับซ้อน มีตัวละคร Allomancer ที่ใช้โลหะผสานพลัง โลกศาตร์ (Scadrial) เต็มไปด้วยหมอกและการเมืองอันเข้มข้น การนำมาทำหนังต้องรักษาความสมดุลระหว่าง visual effect สุดอลังการกับเนื้อเรื่องลึกซึ้ง แซนเดอร์สันที่ควบคุมเอง จะช่วยให้ไม่หลุดกรอบเหมือนบาง adaptation

เทียบกับ MCU ที่ James Gunn สร้าง Guardians of the Galaxy ด้วยสคริปต์แน่น หรือ DC ที่ Gunn กำกับ Superman การยืมโมเดลนี้ช่วยลดความเสี่ยง reshoots ที่เคยกินงบ The Hobbit เกือบ 1 พันล้านดอลลาร์

  • โมเดล James Gunn: สคริปต์ชัด ไม่ถ่ายใหม่ ประหยัดและคงคุณภาพ
  • เรียนจาก Peter Jackson: วางแผนไทม์ไลน์ให้ดี หลีกเลี่ยง crunch
  • บทบาท Kevin Feige: แซนเดอร์สัน shepherd ทั้ง Cosmere

นอกจากนี้ Cosmere ยังมี Stormlight Archive ที่กำลังพัฒนาเป็นซีรีส์ ทำให้แฟนๆ รอคิวหนัง Mistborn Era 1 กับ Vin และ Kelsier ผู้พลิกโลก

ในฐานะแฟน Sanderson ผมคิดว่านี่คือก้าวสำคัญที่แฟนตาซีวรรณกรรมจะเทียบชั้น superhero universe ได้ ลองจินตนาการ Allomancy กับ Pushing/Pulling โลหะบนจอ IMAX สุดมันส์! คุณพร้อมเห็น Mistborn บน Apple TV หรือยัง? แสดงความเห็นด้านล่างและติดตามอัปเดตเพิ่มเติมได้เลย

ที่มา – Brandon Sanderson Is Cribbing From the Cinematic Universe Best for His ‘Mistborn’ Movie