ผู้เขียน: lalika69_admin

โรคตับอักเสบพุ่ง 400% ไม่ใช่แค่เพราะแอลกอฮอล์

เชื่อหรือไม่ว่าในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา ผู้คนทั่วโลกกำลังเผชิญกับปัญหาโรคตับอักเสบพุ่ง 400% ซึ่งหลายคนอาจปักใจเชื่อว่าเป็นเพราะการดื่มแอลกอฮอล์เป็นหลัก แต่ผลการศึกษาล่าสุดกลับชี้ให้เห็นว่าสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ใกล้ตัวเรามากกว่าที่คิด

เหตุผลที่ โรคตับอักเสบพุ่ง 400% ไม่ใช่แค่เพราะแอลกอฮอล์

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเวอร์จิเนียได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลจากศูนย์พิษวิทยาและพบว่า ยาแก้ปวดที่หาซื้อได้ทั่วไปอย่าง อะเซตามิโนเฟน (Acetaminophen) หรือที่เรารู้จักกันในชื่อการค้าว่า ไทลีนอล คือสาเหตุหลักของการบาดเจ็บที่ตับในปัจจุบัน ข้อมูลระบุว่าอัตราการได้รับบาดเจ็บที่ตับจากสารแปลกปลอมเพิ่มขึ้นจาก 10.9 ต่อล้านคน เป็น 52.9 ต่อล้านคนในช่วงปี 2000-2024

ทำไมยาแก้ปวดทั่วไปถึงทำให้ โรคตับอักเสบพุ่ง 400%

แม้ว่ายาอะเซตามิโนเฟนจะเป็นยาสามัญประจำบ้านที่มีประสิทธิภาพสูงและปลอดภัยกว่ายาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs ในด้านผลข้างเคียงต่อกระเพาะอาหาร แต่หากใช้เกินขนาดก็มีความเสี่ยงร้ายแรง ต่อไปนี้คือข้อควรระวังในการใช้ยา:

  • อ่านฉลากให้ละเอียด: ห้ามรับประทานเกินปริมาณที่กำหนดไว้ต่อวัน (ปกติไม่เกิน 4,000 มิลลิกรัม)
  • ความเสี่ยงเมื่อได้รับยาเกินขนาด: การกินยาซ้ำซ้อนหรือเกินโดสเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะตับวาย
  • ควรปรึกษาแพทย์: หากอาการปวดไม่ดีขึ้น อย่าเพิ่มปริมาณยาเองโดยไม่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

เป็นเรื่องที่น่าสนใจว่าในช่วงปี 2010 เมื่อมีการจำกัดปริมาณอะเซตามิโนเฟนในยาผสม อัตราการเกิดโรคตับอักเสบก็ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ สิ่งนี้พิสูจน์ให้เห็นว่าความรู้และการควบคุมปริมาณการใช้ยาที่ถูกต้องสามารถลดความเสี่ยงลงได้จริง

สุดท้ายนี้ แม้ว่ายาแก้ปวดจะเป็นตัวช่วยที่ดีในยามเจ็บป่วย แต่การใช้ยาอย่างมีสติและไม่เกินความจำเป็นคือหัวใจสำคัญของการมีสุขภาพตับที่ดี อย่าลืมว่าทางสายกลางคือทางออกที่ดีที่สุดในการรักษาโรคต่างๆ และปกป้องอวัยวะที่สำคัญที่สุดของคุณครับ

ที่มา – Liver Injuries Are Up 400%—and Alcohol Isn’t the Main Reason Why

นักวิทยาศาสตร์ค้นพบเห็ดที่ทำให้เห็นภาพหลอนคนตัวจิ๋ว

เชื่อหรือไม่ว่าตำนานเรื่องราวเกี่ยวกับภูตจิ๋วหรือสิ่งมีชีวิตตัวเล็กๆ นั้นมีอยู่แทบทุกวัฒนธรรมทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นแถบอเมริกาเหนือ ยุโรป ไปจนถึงแอฟริกาและเอเชีย ล่าสุดเหล่านักวิทยาศาสตร์ได้ไขปริศนาที่น่าทึ่ง เมื่อมีการยืนยันว่ามีเห็ดชนิดหนึ่งที่สามารถทำให้คนเราเห็นภาพหลอนของคนตัวจิ๋วได้จริง ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่แค่ตำนานเล่าขานอีกต่อไป

นักวิทยาศาสตร์ค้นพบเห็ดที่ทำให้เห็นภาพหลอนคนตัวจิ๋ว

ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยยูทาห์ได้ทำการถอดรหัสพันธุกรรมของเห็ดสายพันธุ์ Lanmaoa asiatica ที่พบในจีนและฟิลิปปินส์ และพบว่าเห็ดชนิดนี้คือต้นเหตุของอาการหลอนที่ผู้คนมักจะเห็นคนตัวจิ๋วสูงประมาณ 3 ถึง 30 เซนติเมตรปรากฏตัวขึ้นมากมาย สิ่งที่น่าตกใจที่สุดคือ นักวิทยาศาสตร์ค้นพบเห็ดที่ทำให้เห็นภาพหลอนคนตัวจิ๋ว ชนิดนี้กลับไม่มีสารไซเคเดลิกที่เรารู้จักกันทั่วไป ทำให้กลไกทางเคมีของมันยังคงเป็นปริศนาที่รอการพิสูจน์

ปรากฏการณ์คนตัวจิ๋วในมุมมองวิทยาศาสตร์

จากการสัมภาษณ์ผู้ที่เคยมีประสบการณ์พบว่า คนส่วนใหญ่กว่า 90% เห็นตัวละครเหมือนเอลฟ์หรือตัวตลกแต่งกายสีสันสดใส พวกมันมีปฏิสัมพันธ์กับโลกกายภาพตามกฎฟิสิกส์ปกติ เช่น การตกจากขอบโต๊ะหรือการกระโดดลงไปในชามซุป ซึ่งนักวิจัย Colin Domnauer อธิบายว่าปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “Lilliputian hallucinations” นี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากอาการทางวัฒนธรรมเพียงอย่างเดียว แต่น่าจะมีพื้นฐานทางเคมีและระบบประสาทที่เชื่อมโยงกันอย่างแท้จริง

  • พบเห็ด 17 สายพันธุ์ในกลุ่ม Lanmaoa
  • ยืนยันว่า L. asiatica เป็นสายพันธุ์เดียวในกลุ่มที่มีฤทธิ์หลอนประสาท
  • ยังไม่พบสาร psilocybin หรือสารที่เรารู้จักในเห็ดชนิดนี้

แม้ว่าการวิจัยครั้งนี้จะยังไม่พบคำตอบว่าสารตัวใดในเห็ดที่ทำให้เกิดอาการนี้ แต่มันได้พิสูจน์ให้เห็นว่าประสบการณ์ที่ผู้คนหลายวัฒนธรรมรายงานตรงกันนั้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ สิ่งที่น่าสนใจคืออาการนี้ยังพบได้ในผู้ที่มีภาวะถอนพิษสุราหรือโรคทางระบบประสาทอื่นๆ ซึ่งหมายความว่าสมองของมนุษย์เราอาจมีกลไกบางอย่างที่ตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นจนสร้างภาพจินตนาการที่สมจริงขนาดนี้ออกมา

ในอนาคต นักวิทยาศาสตร์หวังว่าจะสามารถไขความลับของเห็ดชนิดนี้ได้อย่างสมบูรณ์ เพื่อทำความเข้าใจถึงธรรมชาติของสมองและการทำงานของจิตใต้สำนึก หากใครสนใจเรื่องราวลึกลับทางวิทยาศาสตร์เช่นนี้ ลองติดตามผลงานของทีมวิจัยนี้ต่อไปครับ เพราะการค้นพบครั้งนี้อาจเปลี่ยนวิธีที่เราเข้าใจโลกของภาพหลอนไปตลอดกาล

ที่มา – Scientists Identify Mushroom That Makes You Hallucinate ‘Tiny People’

รัฐบาลทรัมป์เตรียมรวม Open Models ไว้ในกรอบความปลอดภัย AI

ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เติบโตอย่างรวดเร็ว รัฐบาลทรัมป์กำลังปรับจูนแนวทางการกำกับดูแลใหม่ โดยมีรายงานว่า รัฐบาลทรัมป์เตรียมรวม Open Models ไว้ในกรอบความปลอดภัย AI ที่ก่อนหน้านี้ดูเหมือนจะเป็นเรื่องลับเฉพาะสำหรับโมเดลปิด (Closed Models) จากผู้ให้บริการรายใหญ่เท่านั้น

รัฐบาลทรัมป์เตรียมรวม Open Models ไว้ในกรอบความปลอดภัย AI อย่างไร

เดิมทีทางรัฐบาลมีแผนจะสร้างกรอบความปลอดภัยเพื่อตรวจสอบขีดความสามารถด้านไซเบอร์ของโมเดล AI โดยเก็บรายละเอียดเป็นความลับ แต่ทว่าการขยายขอบเขตมายังโมเดลแบบโอเพนซอร์สถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญ เพราะรัฐบาลเริ่มกังวลว่าหากมุ่งเน้นแต่โมเดลปิดเพียงอย่างเดียว อาจทำให้โมเดลเปิดเสียเปรียบและลดแรงจูงใจในการพัฒนาจากบริษัทในสหรัฐฯ

ทำไม Open Models ถึงกลายเป็นประเด็นร้อนแรง

เหตุผลที่ประเด็นนี้ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นเพราะการแข่งขันระดับโลก โดยเฉพาะโมเดลจากจีนที่เริ่มมีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับฝั่งสหรัฐฯ ทำให้บรรดาผู้นำวงการ AI อย่าง Meta, Microsoft และ Nvidia ออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องให้รัฐบาลให้การสนับสนุนโมเดลเปิด เพื่อไม่ให้สหรัฐฯ ตกขบวนในสงคราม AI นี้

  • การสนับสนุนจากยักษ์ใหญ่: Jensen Huang ซีอีโอของ Nvidia เชื่อว่าโมเดลเปิดจะช่วยเสริมความปลอดภัยและนวัตกรรมได้
  • ผลกระทบต่ออุตสาหกรรม: การจำกัดโมเดลเปิดอาจทำให้การพัฒนาเทคโนโลยีล่าช้ากว่าคู่แข่งในตลาดโลก
  • ความขัดแย้งของมุมมอง: มีการตั้งข้อสังเกตว่าบริษัทที่ทำโมเดลปิดอาจได้ประโยชน์หากมีการคุมเข้มโมเดลเปิดจนเกินไป

เราต้องมาจับตาดูกันต่อไปว่า การที่ รัฐบาลทรัมป์เตรียมรวม Open Models ไว้ในกรอบความปลอดภัย AI นี้จะส่งผลกระทบอย่างไรต่อทิศทางของเทคโนโลยีในอนาคต ความสมดุลระหว่างความปลอดภัยของชาติและการเปิดกว้างของนวัตกรรมเป็นเรื่องที่ท้าทายมาก หากมองในมุมผู้ใช้งาน การมีตัวเลือกที่หลากหลายและเปิดเผยมักจะนำไปสู่การพัฒนาที่รวดเร็วและคุ้มค่ากว่าเสมอ เชื่อได้ว่านี่จะเป็นหนึ่งในสมรภูมิทางเทคโนโลยีที่ดุเดือดที่สุดในปีนี้ครับ

ที่มา – Trump Administration May Include Open Models in Secretive AI Framework

ผู้กำกับอนิเมะ RG Xarx เตรียมปฏิวัติ Mobile Suit Gundam ใหม่

เชื่อว่าเหล่าสาวกหุ่นยนต์ยักษ์ต้องตื่นเต้นกันสุดๆ เมื่อ Bandai Namco Filmworks ได้เปิดตัวโปรเจกต์อนิเมะเรื่องล่าสุดอย่าง Mobile Suit Gundam RG Xarx-Zero ออกมาเรียกน้ำย่อย โดยได้ Kenji Kamiyama ผู้กำกับมือทองจาก Ghost in the Shell: Stand Alone Complex มาเป็นผู้กุมบังเหียนหลัก งานนี้บอกเลยว่าแฟนๆ Gundam จะได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ที่ลึกซึ้งกว่าเดิมอย่างแน่นอน

ทำความรู้จักกับแนวคิดการนำ Mobile Suit Gundam มาตีความใหม่

การมาถึงของ ผู้กำกับอนิเมะ RG Xarx เตรียมปฏิวัติ Mobile Suit Gundam ใหม่ ในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่การนำเอาหุ่นยนต์มาสู้กันเหมือนที่ผ่านๆ มา แต่ Kamiyama ตั้งใจจะนำปรัชญาของซีรีส์กลับไปสู่จุดเริ่มต้นเพื่อสร้างโลกใหม่ที่เข้มข้นขึ้น เขาเผยว่าเหตุผลที่เลือกใช้ชื่อตัวเอกว่า “Ray” และมีตัวละครชุดสีแดงปรากฏตัว ก็เพื่อให้แฟนๆ เข้าใจถึงรากเหง้าของตำนานนี้ได้ทันทีโดยไม่ต้องอธิบายอะไรให้ยุ่งยาก

เหตุผลที่ผู้กำกับอนิเมะ RG Xarx เตรียมปฏิวัติ Mobile Suit Gundam ใหม่

สำหรับคำถามที่ว่าทำไมต้องตั้งชื่อโปรเจกต์นี้ว่า RG Xarx-Zero (อ่านว่า อเล็กซ์ ซีโร่) ทางผู้กำกับได้อธิบายไว้อย่างน่าสนใจว่า:

  • มันสื่อถึงการรีเซ็ตความคิดเรื่อง Gundam ของเขากลับไปที่จุดศูนย์ (Zero Base)
  • เป็นการทบทวนแก่นแท้ของซีรีส์ในมุมมองร่วมสมัย
  • เพื่อเป็นการสร้างไทม์ไลน์ใหม่ที่เป็นอิสระ ทำให้ผู้ชมหน้าใหม่สามารถเริ่มดูได้ทันที

เนื้อเรื่องของภาคนี้จะพาเราไปพบกับยุคสมัยที่มนุษยชาติต้องเผชิญกับสิ่งที่เรียกว่า “วันสิ้นโลก” (Apocalypse) ซึ่งเกิดจากระบบนิเวศประหลาดที่รุกรานหลังจากมนุษย์ค้นพบเทคโนโลยีจากอวกาศ เรื่องราวเข้มข้นจนน่าติดตามว่าการต่อสู้ในครั้งนี้จะเปลี่ยนโลกของหุ่นยนต์ไปในทิศทางไหน

นอกเหนือจากเนื้อเรื่องแล้ว งานภาพยังเป็นจุดเด่นที่ Kamiyama ให้ความสำคัญ โดยเขานำการทำงานระหว่างงานวาดมือกับเทคนิค CGI มาผสมผสานกันอย่างลงตัว เพื่อให้ผู้ชมรู้สึกถึงความสมจริงราวกับใช้กล้องภาพยนตร์ถ่ายทำ โดยที่ยังคงจิตวิญญาณความคลาสสิกของหุ่นยนต์ในตระกูล Mobile Suit ไว้อย่างครบถ้วน

สุดท้ายนี้ สำหรับใครที่รอคอยทั้งตัวอนิเมะและเกมภาคแยกอย่าง Gundam Rogue Orbit อดใจรอกันอีกสักนิด เพราะโปรเจกต์นี้มีกำหนดการปล่อยออกมาในช่วงปี 2027 นี่ถือเป็นโอกาสทองที่แฟนๆ รุ่นเก่าและรุ่นใหม่จะได้เริ่มต้นทำความรู้จักกับตำนานหุ่นยนต์ในรูปแบบที่สดใหม่และทรงพลังกว่าที่เคย ถ้าคุณเป็นแฟนตัวยงของอนิเมะแนวไซไฟ บอกเลยว่าห้ามพลาดเด็ดขาด

ที่มา – ‘RG Xarx’ Anime Director Wants to Rewrite the Legacy of ‘Mobile Suit Gundam’ From Zero

หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Matic จะมองเห็นและได้ยินคุณแล้ว

ถ้าใครที่ได้ติดตามรีวิวอุปกรณ์สมาร์ทโฮมอยู่เป็นประจำ คงจะพอคุ้นหน้าคุ้นตากับหุ่นยนต์ดูดฝุ่นรูปทรงสี่เหลี่ยมสุดล้ำอย่าง Matic กันมาบ้างแล้ว แม้ว่าดีไซน์ที่ดูแปลกตาและขนาดของมันอาจจะไม่ได้มุดใต้โซฟาได้ทุกซอกทุกมุมเหมือนรุ่นอื่น แต่นี่คือหุ่นยนต์ที่ฉลาดและมีประสิทธิภาพมากที่สุดตัวหนึ่งที่ผมเคยสัมผัสมา และล่าสุดทางผู้ผลิตได้ประกาศอัปเดตครั้งใหญ่ที่ทำให้ หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Matic จะมองเห็นและได้ยินคุณแล้ว ด้วยฟีเจอร์ใหม่ที่เรียกว่า “Matic Cues”

หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Matic จะมองเห็นและได้ยินคุณแล้ว

ด้วยระบบการสั่งงานใหม่ผ่านเสียงและท่าทาง ทำให้การใช้งานหุ่นยนต์ทำความสะอาดเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เพียงแค่พูดคำว่า “Hey Matic” หุ่นยนต์ก็จะพร้อมรับคำสั่งภาษาธรรมชาติของคุณ โดยอาศัยขุมพลังจาก Google Gemini ในการประมวลผลบนคลาวด์ คุณสามารถสั่งงานง่ายๆ เช่น “เริ่มทำความสะอาด” หรือสั่งงานที่ซับซ้อนขึ้นอย่าง “ดูดฝุ่นพรมห้องทานข้าว แล้วถูพื้นห้องนอน” ได้อย่างอิสระ

ศักยภาพที่เหนือชั้นเมื่อหุ่นยนต์ดูดฝุ่น Matic จะมองเห็นและได้ยินคุณแล้ว

จากการที่ผมได้ทดลองใช้ฟีเจอร์นี้มาสักพัก พบว่าหุ่นยนต์ตอบสนองได้ดีมากครับ ตัวหุ่นยนต์จะหันมาหาคุณพร้อมไฟสีฟ้าบนหน้าจอที่แสดงคำว่า “Listening…” เพื่อบ่งบอกว่ามันกำลังรอรับคำสั่ง ไม่ว่าจะเป็นการสั่งให้มันเดินตามหรือการชี้จุดบนพื้นแล้วบอกว่า “ทำความสะอาดตรงนี้” ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของเทคโนโลยีหุ่นยนต์ทำความสะอาดบ้าน

นอกเหนือจากเรื่องคำสั่งเสียงแล้ว Matic ยังมีแผนที่จะอัปเกรดความสามารถในการมองเห็นวัตถุรอบข้างให้แม่นยำยิ่งขึ้น เช่น:

  • ตรวจจับของเล่นเด็กหรือรองเท้าที่วางระเกะระกะ
  • หลบหลีกเฟอร์นิเจอร์ได้อย่างชาญฉลาด
  • จัดระเบียบสิ่งของที่ขวางทางเดินโดยการขยับออกเบาๆ

อย่างไรก็ตาม แม้เทคโนโลยีจะล้ำสมัยเพียงใด แต่สิ่งหนึ่งที่ผมยังคงเป็นห่วงคือเรื่องความเป็นส่วนตัวและการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต แม้ทางบริษัทจะพยายามพัฒนาให้รองรับการทำงานแบบ Offline ในอนาคต แต่ในปัจจุบันการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตยังคงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการใช้งานฟีเจอร์เหล่านี้ให้เต็มประสิทธิภาพ

ในมุมมองของผม แม้ว่ากระแสโลกจะพยายามเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคที่สั่งงานด้วยเสียงเพียงอย่างเดียว แต่การมีอินเทอร์เฟซแบบแอปพลิเคชันควบคู่กันไปก็ยังคงมีความสำคัญ เพราะในสถานการณ์ที่คุณรีบหรือไม่อยากพูดคุยกับอุปกรณ์ การกดปุ่มสั่งงานบนหน้าจอสมาร์ทโฟนก็ยังเป็นทางเลือกที่รวดเร็วและแม่นยำที่สุดสำหรับหลายๆ คนครับ สำหรับใครที่กำลังมองหาหุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่ฉลาดเหมือนมีเลขาส่วนตัว Matic คือตัวเลือกที่น่าจับตาแม้ว่าราคาจะสูงขึ้นตามต้นทุนชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ก็ตาม

ที่มา – Matic’s Robot Vacuum Will See (and Hear) You Now

ชม 5 นาทีแรกของ Lanterns บน YouTube ได้แล้ววันนี้

หลังจากที่ซีรีส์ฟอร์มยักษ์อย่าง House of the Dragon จบซีซันลงไปได้ไม่นาน HBO Max ก็ไม่ปล่อยให้แฟนๆ รอนาน เตรียมส่งซีรีส์ซูเปอร์ฮีโร่เรื่องใหม่จาก DC Comics อย่าง Lanterns มาให้เราได้รับชมกัน โดยล่าสุดทางค่ายได้ปล่อยคลิปเปิดตัว 5 นาทีแรกออกมาให้แฟนๆ ได้ยั่วน้ำลายกันก่อนใครบน YouTube ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่น่าสนใจเพื่อให้ผู้ชมหันมาสนใจซีรีส์เรื่องนี้มากขึ้น

ชม 5 นาทีแรกของ Lanterns บน YouTube ได้แล้ววันนี้

หลายคนอาจจะยังจำกระแสข่าวลือหรือประเด็นดราม่าก่อนหน้านี้เกี่ยวกับซีรีส์เรื่องนี้ได้ แต่เชื่อเถอะว่าตัวอย่างล่าสุดและคลิป 5 นาทีแรกนี้จะเปลี่ยนความคิดคุณไปเลย โดยเนื้อหาในคลิปจะพาเราไปทำความรู้จักกับโลกของ Green Lantern ที่ดูมีความสมจริงและเข้มข้นขึ้น โดยเฉพาะการเปิดเรื่องในปี 1996 ที่เราได้เห็น Hal Jordan รับบทโดย Kyle Chandler กำลังให้สัมภาษณ์ในรายการ 60 Minutes ในขณะที่ John Stewart ตัวละครหลักอีกคนกำลังเฝ้าดูด้วยความตื่นเต้น

ไขปมปริศนาการเดินทางของ Lanterns

คลิปนี้ไม่ได้เผยอะไรออกมามากนัก แต่เป็นการปูพื้นฐานความสัมพันธ์ระหว่างสองตัวละครหลักอย่าง Hal Jordan ที่เป็นเหมือนรุ่นพี่มากประสบการณ์ กับ John Stewart ที่เป็นเหมือนศิษย์น้อง ซึ่งเคมีแบบคู่หูแนวตำรวจ (buddy-cop) ระหว่างทั้งคู่นี่แหละที่เป็นจุดขายที่น่าสนใจที่สุด โดยเรื่องราวจะสลับไปมาระหว่างปี 1996 และ 2016 ทำให้เราเห็นพัฒนาการและภารกิจที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ

รายชื่อนักแสดงชุดใหญ่ที่น่าจับตามอง:

  • Kelly Macdonald
  • Garret Dillahunt
  • Poorna Jagannathan
  • Laura Linney
  • Jason Ritter
  • Ulrich Thomsen
  • Nathan Fillion
  • J. Alphonse Nicholson
  • Jasmine Cephas Jones

ซีรีส์ Lanterns ได้รับการสร้างสรรค์โดยทีมงานฝีมือเยี่ยมอย่าง Chris Mundy, Damon Lindelof และ Tom King โดยมีกำหนดการฉายอย่างเป็นทางการในวันที่ 16 สิงหาคมนี้ ทาง HBO และ HBO Max ใครที่เป็นแฟนตัวยงของจักรวาล DC ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง เพราะนี่อาจเป็นซีรีส์ที่ฉีกกฎเกณฑ์เดิมๆ ของฮีโร่ที่เราเคยเห็นมา

ในความคิดเห็นของผม การปล่อย 5 นาทีแรกออกมาแบบนี้เป็นการสร้างความคาดหวังที่ดีมาก มันช่วยลดความกังวลจากข่าวลือเก่าๆ และเน้นย้ำถึงคุณภาพงานสร้างที่ดูจริงจังและน่าติดตาม หากคุณเป็นสายซีรีส์ไซไฟฮีโร่ บอกเลยว่า Lanterns จะเป็นหนึ่งในลิสต์ที่คุณต้องปักหมุดรอชมในเดือนสิงหาคมนี้แน่นอน อย่าลืมไปหาชมคลิปตัวอย่างกันก่อนนะครับ แล้วมาเตรียมตัวพบกับความยิ่งใหญ่ไปพร้อมกัน!

ที่มา – You Can Watch the First Five Minutes of ‘Lanterns’ on YouTube Right Now

American Horror Story ซีซั่น 13 เผยโฉมตัวละครสุดหลอนในทีเซอร์แรก

เชื่อว่าแฟนซีรีส์สยองขวัญระดับตำนานอย่าง American Horror Story ซีซั่น 13 เผยโฉมตัวละครสุดหลอนในทีเซอร์แรก ออกมาให้แฟนๆ ได้ตื่นเต้นกันแล้ว หลังจากที่กระแสของซีรีส์ในช่วงหลังอาจจะเงียบเหงาไปบ้าง แต่คราวนี้ Ryan Murphy กลับมาทวงบัลลังก์ความสยองด้วยโปรเจกต์รวมมิตรตัวละครสุดปังที่จะทำให้แฟนๆ ที่เคยถอดใจไปตั้งแต่ซีซั่น 1984 ต้องกลับมานั่งเฝ้าหน้าจออีกครั้ง

American Horror Story ซีซั่น 13 เผยโฉมตัวละครสุดหลอนในทีเซอร์แรก

แม้ว่าในทีเซอร์แรกจะยังไม่มีการเปิดเผยพล็อตเรื่องที่ชัดเจนตามสไตล์ซีรีส์เรื่องนี้ แต่สิ่งที่เรารู้แน่ชัดคือรายชื่อตัวละครที่จะกลับมาสร้างความระทึกขวัญให้เราได้ขนลุกกันอีกครั้ง งานนี้บอกเลยว่าจัดเต็มทั้งตัวละครระดับไอคอนิคที่เราคิดถึง ไม่ว่าจะเป็น Constance Langdon, Kai Anderson, Cordelia Goode, Marie Laveau และตัวละครสุดคลาสสิกอย่าง Rubber Man ที่กลับมาให้เราได้หายคิดถึง

ความคาดหวังต่อ American Horror Story ซีซั่น 13 เผยโฉมตัวละครสุดหลอนในทีเซอร์แรก

การกลับมาครั้งนี้เป็นการรวมตัวจากหลายซีซั่นที่ผ่านมา ทั้ง Murder House, Cult, Coven, Freak Show และล่าสุดมีการยืนยันจาก Ryan Murphy แล้วว่าเราจะได้เห็นกลิ่นอายจากซีซั่น Asylum มารวมอยู่ในซีซั่นนี้ด้วย ซึ่งเป็นการทำออกมาเพื่อเอาใจแฟนคลับตัวยงที่ต้องการเห็นการครอสโอเวอร์ของตัวละครที่รักมากที่สุดนั่นเอง

นอกเหนือจากนักแสดงรุ่นเก๋าแล้ว ยังมีรายชื่อนักแสดงชุดใหม่ที่น่าสนใจอีกเพียบ เช่น:

  • John Waters (เซอร์ไพรส์สุดๆ สำหรับแฟนหนัง)
  • Avantika
  • Elle Chapman
  • Madelaine Petsch
  • Mena Suvari ที่กลับมาปรากฏตัวในฐานะ Black Dahlia

รายชื่อนักแสดงที่ยาวเหยียดนี้เป็นเครื่องยืนยันได้ดีว่า American Horror Story ซีซั่น 13 จะเป็นซีซั่นที่อัดแน่นไปด้วยความเข้มข้นทางอารมณ์และเรื่องราวเหนือธรรมชาติที่คุณไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับความสยองขวัญรูปแบบใหม่ที่กำลังจะมาถึง โดยซีรีส์จะเริ่มออกอากาศในวันที่ 24 กันยายนนี้ ทาง FX และ Hulu สำหรับตัวผมเอง รู้สึกตื่นเต้นมากที่ได้เห็นการรวมพลังของนักแสดงยุคเก่าและใหม่มารวมตัวกัน เชื่อว่าซีซั่นนี้จะกลายเป็นหนึ่งในซีซั่นที่น่าจดจำที่สุดของแฟรนไชส์นี้แน่นอนครับ

ที่มา – ‘American Horror Story’ Season 13 Shows Off Its Cast in a Ghastly First Teaser

Nine PBS ฟ้องเพื่อทวงคืนประวัติศาสตร์ทีวี 70 ปี

เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินคำเตือนเรื่องการฝากไฟล์ไว้บน Cloud แต่ล่าสุดเหตุการณ์ที่สถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นอย่าง Nine PBS ในเซนต์หลุยส์กำลังเผชิญอยู่นั้น ถือเป็นบทเรียนราคาแพงที่พิสูจน์ให้เห็นว่า การพึ่งพา Cloud เพียงอย่างเดียวนั้นมีความเสี่ยงสูงเพียงใด เมื่อพวกเขาต้องเดินหน้าฟ้องร้องเพื่อทวงคืนข้อมูลประวัติศาสตร์กว่า 70 ปีกลับคืนมา

Nine PBS ฟ้องเพื่อทวงคืนประวัติศาสตร์ทีวี 70 ปี

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ Nine PBS ประสบปัญหาการเข้าถึงข้อมูลไฟล์วิดีโอ архив กว่า 50 เทราไบต์ ซึ่งประกอบไปด้วยเหตุการณ์สำคัญมากมาย เช่น การรายงานข่าวเกี่ยวกับ East St. Louis, สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 และเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ในปี 1993 ข้อมูลทั้งหมดนี้ถูกฝากไว้กับผู้ให้บริการ Cloud รายหนึ่งที่ชื่อว่า Open Source Storage (OSS) แต่จู่ๆ ทุกอย่างก็กลายเป็นฝันร้ายเมื่อบริษัทดังกล่าวปิดตัวลงและตัดการเข้าถึงข้อมูลทั้งหมดของสถานี

บทเรียนจากการพึ่งพา Cloud เพียงอย่างเดียวเมื่อ Nine PBS ฟ้องเพื่อทวงคืนประวัติศาสตร์ทีวี 70 ปี

ปัญหาบานปลายไปถึงบริษัท Iron Mountain Data Centers ซึ่งเป็นผู้ดูแลสถานที่จัดเก็บข้อมูลทางกายภาพ OSS ได้ทำสัญญาเช่าพื้นที่กับ Iron Mountain ไว้ แต่ในเมื่อ OSS ไม่สามารถดำเนินการต่อได้ ทาง Iron Mountain จึงปฏิเสธที่จะคืนข้อมูลให้กับ Nine PBS โดยอ้างว่าผู้เช่าคือ OSS ไม่ใช่สถานีโดยตรง ทำให้เกิดการต่อสู้ทางกฎหมายเพื่อปกป้องข้อมูลอันมีค่านี้

ปัจจุบัน Nine PBS ได้รับคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวจากศาล เพื่อป้องกันไม่ให้ Iron Mountain ทำการลบหรือเขียนทับข้อมูลเหล่านั้น ซึ่งถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญ Leah Freeman ผู้บริหารของ Nine PBS ได้กล่าวว่าข้อมูลเหล่านี้คือส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ในภูมิภาคที่ต้องได้รับการปกป้อง

บทสรุปของเรื่องนี้สอนให้เรารู้ว่า:

  • การสำรองข้อมูล (Backup) ในหลายช่องทางคือสิ่งที่สำคัญที่สุด
  • การตรวจสอบเสถียรภาพของผู้ให้บริการ Cloud ควรทำเป็นประจำ
  • ความเสี่ยงในการจัดการข้อมูลผ่านบุคคลที่สามมีผลกระทบมหาศาล

เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า Nine PBS จะสามารถทวงคืนไฟล์ประวัติศาสตร์อันล้ำค่ากลับมาได้สำเร็จโดยเร็ว นี่ถือเป็นกรณีศึกษาที่ดีสำหรับองค์กรต่างๆ ในการทบทวนกลยุทธ์การจัดเก็บข้อมูลของตนเองให้รัดกุมยิ่งขึ้น อย่ารอให้เกิดวิกฤตแล้วค่อยหันมาให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของข้อมูลดิจิทัลของคุณครับ

ที่มา – PBS Station Sues to Regain Access to 70 Years of Archival TV History

ระวัง! แบคทีเรียกินเนื้อคนกำลังระบาดหนักในช่วงซัมเมอร์นี้

ช่วงซัมเมอร์ที่อากาศร้อนระอุแบบนี้ หลายคนคงวางแผนไปเที่ยวทะเลหรือทำกิจกรรมทางน้ำกันอย่างสนุกสนาน แต่รู้หรือไม่ว่านี่คือช่วงเวลาที่อันตรายที่สุด เพราะ แบคทีเรียกินเนื้อคนกำลังระบาดหนักในช่วงซัมเมอร์นี้ อย่างน่ากังวล โดยเฉพาะในแถบชายฝั่งอ่าวและชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐอเมริกาที่มีรายงานผู้ติดเชื้อรุนแรงจากแบคทีเรีย Vibrio vulnificus เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ทำความรู้จักกับแบคทีเรียกินเนื้อคนกำลังระบาดหนักในช่วงซัมเมอร์นี้

Vibrio vulnificus คือเชื้อแบคทีเรียที่พบได้ตามน้ำเค็มและน้ำกร่อย ซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องการก่อให้เกิดโรคเนื้อเยื่ออักเสบเน่าตาย (Necrotizing fasciitis) เชื้อชนิดนี้สามารถทำลายผิวหนังและเนื้อเยื่อรอบข้างได้อย่างรวดเร็ว จนดูเหมือนว่าเนื้อเยื่อถูกกัดกินไป ทำให้มันถูกขนานนามว่าเป็นแบคทีเรียกินเนื้อคน แม้ว่าการติดเชื้อจะพบได้ไม่บ่อยนัก แต่ก็นับว่าเป็นอันตรายถึงชีวิต เพราะผู้ป่วยหนึ่งในห้าคนอาจเสียชีวิตได้ภายใน 1-2 วันหลังจากเริ่มมีอาการ

สัญญาณเตือนภัยเมื่อแบคทีเรียกินเนื้อคนกำลังระบาดหนักในช่วงซัมเมอร์นี้

ปัจจุบันพบรายงานการติดเชื้อในหลายรัฐ ทั้งอลาบามา แมริแลนด์ มิสซิสซิปปี ลุยเซียนา และฟลอริดา ซึ่งมีทั้งผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ข้อมูลจากงานวิจัยปี 2023 ระบุว่าจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นถึง 8 เท่าในช่วงปี 1988-2018 ปัจจัยหลักที่น่ากังวลคือการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่ทำให้น้ำทะเลอุ่นขึ้น ซึ่งเป็นสภาวะที่เหมาะสมต่อการเติบโตของเชื้อเหล่านี้

วิธีป้องกันตัวจากเชื้อร้าย:

  • หลีกเลี่ยงการลงเล่นน้ำเค็มหรือน้ำกร่อยหากคุณมีบาดแผลเปิด
  • หากจำเป็นต้องลงน้ำ ควรปิดบาดแผลด้วยพลาสเตอร์กันน้ำให้สนิท
  • ล้างทำความสะอาดแผลทันทีหากสัมผัสกับน้ำทะเลหรืออาหารทะเลดิบ
  • ระมัดระวังในการสัมผัสหรือรับประทานอาหารทะเลที่ปรุงไม่สุก
  • หากพบว่าแผลมีอาการบวมแดงหรือปวดรุนแรงหลังสัมผัสน้ำทะเล ให้รีบไปพบแพทย์ทันที

แม้ว่าโอกาสติดเชื้อจะไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน แต่การประมาทเพียงเล็กน้อยอาจส่งผลร้ายแรงต่อสุขภาพได้ ดังนั้น ในช่วงซัมเมอร์นี้ขอให้ทุกคนเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ และหมั่นสังเกตอาการผิดปกติของร่างกายอยู่เสมอ เพื่อให้การพักผ่อนของคุณปลอดภัยและปราศจากโรคร้ายครับ

ที่มา – ‘Flesh-Eating’ Bacteria Is Having a Killer Summer