ผู้เขียน: lalika69_admin

ภาพถ่ายลับกองถ่าย Return of the Jedi

คุณคิดว่าภาพ memorabilia จาก Star Wars ทุกชิ้นถูกเปิดเผยหมดแล้วใช่ไหม? คิดใหม่ได้เลย! เพราะตอนนี้ Propstore กำลังจัดประมูลภาพถ่ายลับกองถ่าย Return of the Jedi ที่ไม่เคยเห็นมาก่อนกว่า 500 ภาพ จากช่างภาพวิชวลเอฟเฟกต์ Stuart Ziff ซึ่งเก็บไว้เป็นความลับนานหลายสิบปี

ภาพถ่ายลับกองถ่าย Return of the Jedi จากการถ่ายทำ

คอลเลกชันนี้ชื่อ “The Stuart Ziff Collection: Star Wars” แบ่งเป็น 3 ล็อตใหญ่ ล็อตแรกมีภาพกว่า 300 ภาพจาก “Redwoods River Shoot” ซึ่งเป็นฉากป่าอันโดร์ (Endor) บนโลกจริง รวมถึงเนกาทีฟด้วย คาดว่าราคาประมูลอยู่ที่ 3,000-6,000 ดอลลาร์ ภาพเหล่านี้เผยให้เห็นเบื้องหลังการถ่ายทำที่สมจริง เช่น นักแสดงในชุด Ewok และยาน AT-AT ในป่า

ภาพถ่ายลับกองถ่าย Return of the Jedi จาก Yuma และ Elstree Studios

ล็อตที่สองมีภาพกว่า 150 ภาพจาก “Yuma and Elstree Studios Shoot” ก็มาพร้อมเนกาทีฟ ราคาคาดการณ์ 1,500-3,000 ดอลลาร์ หนึ่งในนั้นคือ Harrison Ford ในชุด Han Solo โพสต์กับผู้เยี่ยมชมกองถ่าย แสดงให้เห็นบรรยากาศสนุกสนานเบื้องหลัง

ล็อตสุดท้ายคือสมุด continuity breakdown ชื่อ Revenge of the Jedi (ชื่อเดิมก่อนเปลี่ยน) พร้อมลายมือ Ziff ราคาเดียวกัน 1,500-3,000 ดอลลาร์

  • Redwoods River Shoot: ภาพป่าอันโดร์จริงๆ กว่า 300 ภาพ
  • Yuma & Elstree: เบื้องหลังสตูดิโอ 150+ ภาพ รวม Han Solo
  • Continuity Book: เอกสารหายากชื่อ Revenge of the Jedi

“ผมไม่ได้ตั้งใจสร้างคอลเลกชันแบบนี้” Ziff กล่าวในแถลงข่าว “ภาพเหล่านี้คือช่วงเวลาที่ผมรู้สึกว่าควรเก็บไว้ มันสะท้อนชีวิตจริงเบื้องหลังโปรดักชันอันยิ่งใหญ่ ผมดีใจที่แฟนๆ จะได้เห็นผ่านการประมูลของ Propstore”

การประมูล Spring Entertainment Memorabilia Live Auction จัด 25-27 มีนาคม ที่ลอสแองเจลิสและออนไลน์ รายละเอียดและวิธีประมูล คลิกที่นี่

ภาพถ่ายลับกองถ่าย Return of the Jedi เหล่านี้ไม่ใช่แค่ภาพเก่า แต่เป็นสมบัติสำหรับแฟน Star Wars ที่อยากรู้เบื้องหลังหนังสุดคลาสสิกปี 1983 ซึ่งปิดฉาก Skywalker Saga เดิมได้อย่างยิ่งใหญ่ ใครที่หลงรัก Jabba’s Palace, Ewok Village หรือ Death Star II ต้องไม่พลาด

นอกจากนี้ยังมีภาพที่แสดงกระบวนการสร้างเอฟเฟกต์พิเศษในยุค 80s ซึ่งเทคนิคเหล่านั้นกลายเป็นตำนาน ถ้าคุณเป็นนักสะสม memorabilia อย่าง lightsaber หรือ blaster จากหนังเรื่องก่อนๆ นี่คือโอกาสทอง

อยากอัปเดตข่าว Star Wars เพิ่ม? ติดตามวันฉายหนัง Marvel, Star Wars ใหม่ๆ, Star Trek และ DC Universe ได้ที่ io9

สำหรับผมแล้ว ภาพถ่ายลับกองถ่าย Return of the Jedi ชุดนี้คือของขวัญสำหรับแฟนตัวยง มันทำให้เรารู้สึกเหมือนย้อนกลับไปอยู่ในกองถ่ายจริงๆ ถ้าคุณมีโอกาส อย่าลังเลที่จะประมูลเก็บไว้เป็นสมบัติส่วนตัว!

สนใจประมูลเลยวันนี้ เพื่อครอบครองประวัติศาสตร์ Star Wars ที่แท้จริง

ที่มา – Look at This Treasure Trove of Unseen Photos From the Filming of ‘Return of the Jedi’

สิ่งที่ต้องรู้ JoJo ก่อน Steel Ball Run

สิ่งที่ต้องรู้ JoJo ก่อน Steel Ball Run

Steel Ball Run ภาคที่ 7 ของเรื่อง JoJo’s Bizarre Adventure หรือที่แฟนๆ เรียกสั้นๆ ว่า JoJo กำลังมาแรงบน Netflix แล้ว! ด้วยตอนแรกที่ยาวเหยียดและน่าติดตาม ทำให้มือใหม่ที่เห็นมีมในโซเชียลสงสัยว่า เรื่องนี้เกี่ยวกับอะไรกันแน่ และต้องดู 6 ภาคก่อนถึงจะเข้าใจนักขี่ม้าซุปเปอร์โมเดลสุดเพี้ยนพวกนี้ไหม?

ในฐานะแฟน JoJoตัวยง ผมจะสรุปให้ฟังแบบชิลๆ ว่าสิ่งที่ต้องรู้ JoJo ก่อน Steel Ball Run คืออะไร มันเชื่อมโยงกับจักรวาล JoJo ยังไง และตอบคำถามร้อนๆ ว่า “ข้ามภาคได้มั้ย?” ที่แฟนเก่าบ่นอุบเป็นแถว

สิ่งที่ต้องรู้ JoJo ก่อน Steel Ball Run: พื้นฐานเรื่องย่อ

JoJo’s Bizarre Adventure เริ่มต้นปี 1987 โดย Hirohiko Araki เป็นเรื่องชอนแนนต่อสู้เหนือธรรมชาติ ตัวเอก Jonathan Joestar สู้กับ Dio Brando พี่น้องบุญธรรมที่กลายเป็นแวมไพร์ คล้าย Fist of the North Star แต่ชื่อตัวละครและพลังตั้งตามนักดนตรีป๊อป

จุดเด่นคือ Stand – วิญญาณซุปเปอร์พาวเวอร์ชื่อเพลงที่ให้พลังสุดเหวี่ยงให้ทั้งฝ่ายดีชั่ว ภาคต่อๆ มาเล่าเรื่องลูกหลาน Joestar ในยุคต่างๆ ตั้งแต่ 1880s ถึง 2011 แต่ละภาค жанрต่างกัน เหมือน anthology แต่เชื่อมโยงกัน

  • Phantom Blood: สไตล์แวมไพร์แบบ Van Helsing
  • Battle Tendency: คล้าย Indiana Jones
  • Stardust Crusaders: ยอดฮิต ท่องโลกแบบ Indiana Jones + The Mummy
  • Diamond is Unbreakable: สไตล์ Twin Peaks
  • Golden Wind: ม็อบสเตอร์
  • Stone Ocean: หลบหนีคุก

ไม่ชอบ жанрภาคไหน รอภาคหน้าสิ เปลี่ยนหมด!

Steel Ball Run คืออะไร และเกี่ยวข้องยังไง

สิ่งที่ต้องรู้ JoJo ก่อน Steel Ball Run ก็คือ มันตั้งในอเมริกา 1890s การแข่งม้าวิ่งข้ามประเทศจาก San Diego ไป New York รางวัล 50 ล้านเหรียญ แบบ Death Race 2000 บนหลังม้า ตัวเอก Johnny Joestar อดีตจ็อกกี้พิการ ขาเดินได้หลังสัมผัสเหล็กกล้าปริศนาจาก Gyro Zeppeli ก็เข้าร่วมแข่งเพื่อหาความลับ

ตัวละครอื่นเพี้ยนไม่แพ้กัน: Sandman วิ่งเท้า, Pocoloco ดวงเฮง, Diego Brando น่ากลัว (hmm? คล้าย Dio?)

ตอนแรกเจ๋งมาก David Production วาดม้าได้ดี ไม่มีปัญหาแบบที่แฟนกังวล แต่อยากรู้ Netflix จะปล่อยรายสัปดาห์แบบ JoJo Fridays หรือ batch แบบ Stone Ocean ที่โปรโมทน้อย?

มือใหม่กังวลว่าจะงงไหมถ้าข้ามภาค? คำตอบสั้นๆ: ดู Steel Ball Run ได้เลย มัน continuity ใหม่! แต่มี but นะ

Steel Ball Run ไม่ใช่แค่เริ่มใหม่ แต่เป็น alternate timeline หลังจบ Stone Ocean ที่ Enrico Pucci ใช้ Made in Heaven รีเซ็ตจักรวาล ตัวละครเก่ายังมีแต่ remix ใหม่ เหมือน Marvel reboot

ทำไมแฟนบอกดีที่สุด? เพราะ remix ทุกอย่างจากภาคก่อน เช่น Rotation ของ Gyro คล้าย Ripple จากภาค 1 มี cameo และ callback ที่สนุกกว่าเดิมถ้าดูครบ

ข้ามได้ ไม่เสียเกรด แต่จะพลาดความอลังการแบบ Marvel post-Endgame และอ้างอิงที่แฟนตื่นเต้น ถ้าทนคนสปอยล์ในทวิตได้ ก็ชิล!

สรุป สิ่งที่ต้องรู้ JoJo ก่อน Steel Ball Run: มันสนุก standalone แต่ครบยิ่งขึ้นถ้าดูภาคเก่า ลองเริ่มเลยบน Netflix แล้วมาคุยกันว่าชอบมั้ย!

ที่มา – What to Know About ‘JoJo’s Bizarre Adventure’ Before Starting ‘Steel Ball Run’

นาฬิกาอะตอมขนาดจิ๋ว พกพาสำหรับโดรน

นึกภาพตามนะครับ นาฬิกาอะตอมที่เล็กเท่าปลายนิ้ว แต่แม่นยำสุดๆ จนคลาดเคลื่อนแค่วินาทีเดียวใน 30,000 ปี! นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยอู่ฮั่น สร้าง นาฬิกาอะตอมขนาดจิ๋ว พกพาสำหรับโดรน ได้สำเร็จ เป็นชิปสเกลอะตอมคล็อก (CSAC) เล็กที่สุดในโลก เพียง 2.3 ลูกบาศก์เซนติเมตร เล็กกว่าโมเดลอเมริกันถึง 7 เท่า!

นาฬิกาอะตอมขนาดจิ๋ว พกพาสำหรับโดรน เปลี่ยนเกมการทหาร

นาฬิกาอะตอมพวกนี้ไม่ใช่เหมือนนาฬิกาบนผนังบ้านนะครับ มันทำงานจากความสั่นสะเทือนของอะตอม ซึ่งเสถียรสุดๆ ทำให้วัดเวลาได้แม่นยำระดับนาโนวินาที สำคัญมากสำหรับสงครามสมัยใหม่ ที่ต้องการความแม่นยำในการประสานงานกองทัพ ยานพาหนะ อาวุธ และดาวเทียม แม้ช้าลงแค่นิดเดียว ก็อาจพังได้เลย

ขนาดกะทัดรัดของ นาฬิกาอะตอมขนาดจิ๋ว พกพาสำหรับโดรน ทำให้ติดตั้งง่ายในโดรน ขีปนาวุธ และระบบนำทางใต้น้ำ ไม่กินพลังงานมาก แตกต่างจากนาฬิกาอะตอมแบบเก่าที่ใหญ่และกินไฟ

เทคโนโลยีลับเบื้องหลังความเล็กและแม่นยำ

ศาสตราจารย์เจี๋ยหัว เฉิน จากศูนย์วิจัยดาวเทียมนำทางมหาวิทยาลัยอู่ฮั่น บอกว่า นาฬิกาเดิมยังใหญ่หลายร้อยลูกบาศก์เซนติเมตร กินไฟหลายวัตต์ แต่ทีมของเขาใช้เทคนิค coherent population trapping (CPT) ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ควอนตัมออปติคัล ทำให้ไม่ต้องใช้วิธีไมโครเวฟที่ใหญ่และกินไฟ ส่งผลให้เล็กจิ๋วแต่แม่นยำเท่าเดิม

  • แม่นยำ: คลาดเคลื่อน 1 วินาทีใน 30,000 ปี
  • ขนาด: 0.14 ลูกบาศก์นิ้ว (2.3 ซีซี)
  • การใช้งาน: โดรนฝูง, ดาวเทียมโคจรต่ำ, BeiDou ใต้น้ำ, ระบบ PNT ขนาดจิ๋ว

จีนกำลังผลิตจำนวนมากแล้ว โดยทีมศาสตราจารย์เฉินตั้งบริษัทที่ได้รับการสนับสนุนจาก Yangtze River Industry Group แม้จะมีอุปสรรคเรื่องต้นทุนและเลเซอร์พิเศษ แต่ถ้าผลิตได้ถูก จะปฏิวัติวงการทหารเลยครับ

ประโยชน์ในโดรนและสงครามอนาคต

สำหรับโดรน นาฬิกาอะตอมขนาดจิ๋ว พกพาสำหรับโดรน จะช่วยให้บินแม่นยำ ประสานงานฝูงโดรนได้ดีขึ้น สื่อสารในสนามรบ และนำทางใต้น้ำโดยไม่ต้องพึ่ง GPS ฝั่งตะวันตก ลองนึกภาพโดรน swarm ที่ซิงค์เวลาเป๊ะๆ ไม่มีพลาด!

นอกจากทหาร ยังมีโอกาสในชีวิตประจำวัน เช่น การนำทางอัจฉริยะหรืออุปกรณ์ IoT แต่ตอนนี้โฟกัสที่ defense ก่อน ถ้าคุณสนใจเทคโนโลยีล้ำๆ แบบนี้ อย่าลืมติดตามนะครับ มันอาจเปลี่ยนโลกการบินและนำทางในอนาคต

คุณคิดว่านาฬิกาอะตอมจิ๋วจะมาถึงมือผู้บริโภคเมื่อไหร่? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์เลย!

ที่มา – Scientists Built Tiny, Portable Atomic Clocks—and Naturally, They’re Headed for Drones

เลือดงูหลามจุดประกายยาลดน้ำหนักใหม่

สื่อสังคมออนไลน์เหลือบไปด้วยเรื่องเล่าจากผู้ป่วยที่ซ่อนการใช้ยาลดน้ำหนัก GLP-1 อย่าง Ozempic หรือ Zepbound โดยอ้างว่าความสำเร็จมาจากวินัยส่วนตัวที่เพิ่มขึ้นอย่างลึกลับ สาเหตุง่ายๆ คือ ยาเหล่านี้ยังไม่ ‘เท่’ พอ ไม่มีภาพลักษณ์ที่ดิบเถื่อนหรือน่าตื่นเต้น

แต่ตอนนี้ นักวิจัยค้นพบสิ่งที่เรียกว่า ‘ตัวอย่างสมบูรณ์แบบของชีววิทยาได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ’ ซึ่งอาจกลายเป็นยาลดน้ำหนักที่เจ๋งกว่ามาก: สารเมแทบอลิซึมจาก เลือดงูหลาม!

เลือดงูหลามจุดประกายยาลดน้ำหนัก

ทีมนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด, เบย์เลอร์ และมหาวิทยาลัยโคโลราโดบoulder ร่วมมือกัน โดยเริ่มจากการตามล่าสัญญาณเคมีพิเศษที่ช่วยให้งูหลามพม่ากินอาหารยักษ์ใหญ่ได้ห่างๆ กันเดือนละครั้ง หรือแม้แต่ปีกว่าๆ จุดเด่นของการค้นพบนี้คือ สาร para-tyramine-O-sulfate (pTOS) นี้ ผลิตขึ้นตามธรรมชาติในมนุษย์ด้วย แม้จะในปริมาณน้อยมากหลังจากกินมื้อใหญ่

Jonathan Long ผู้ร่วมวิจัยจาก Stanford’s Wu Tsai Neurosciences Institute กล่าวว่า “ถ้าเราต้องการเข้าใจเมแทบอลิซึมจริงๆ ต้องมองข้ามหนูและมนุษย์ ไปศึกษาสุดยอดของเมแทบอลิซึมจากธรรมชาติสุดขั้ว” ตามแถลง

เมแทบอลิซึมจากเลือดงูหลามทำงานอย่างไร

เมแทบอลิซึมคือโมเลกุลขนาดเล็กที่เกิดจากการสลายอาหารเพื่อพลังงานหรือวัตถุดิบในการเจริญเติบโต ในงูหลามพม่า ทีมให้อาหารหนัก 25% ของน้ำหนักตัว (งูตัวเล็กน้ำหนัก 1.5-2.5 กก.) พบเมแทบอลิซึมกว่า 208 ชนิดพุ่งสูงกว่า 32 เท่า โดย pTOS พุ่งสูงกว่า 1,000 เท่า!

เมื่อฉีด pTOS ให้หนูในระดับใกล้เคียงงูหลาม ไม่กระทบการใช้พลังงาน เซลล์เบต้า หรือขนาดอวัยวะ แต่ควบคุมความอยากอาหารและพฤติกรรมการกินได้ดี โดยไม่มีผลข้างเคียงอย่างท้องเสียหรือสูญเสียกล้ามเนื้อ

Leslie Leinwand ศาสตราจารย์จาก CU Boulder กล่าว “เราค้นพบตัวยับยั้งความอยากอาหารที่ทำงานในหนู โดยไร้ผลข้างเคียงที่ GLP-1 มี” สารนี้กระตุ้นไฮโปธาลามัสในสมอง ซึ่งควบคุมความหิวกระหาย อารมณ์เพศ และการนอนหลับ ต่างจาก GLP-1 ที่กระทบตับอ่อน และกระเพาะ 等多อวัยวะ

ยิ่งไปกว่านั้น pTOS เกิดจากการสลาย tyrosine กรดอะมิโนจากโปรตีน โดยแบคทีเรียในลำไส้และตับ หนูไม่ผลิต แต่มนุษย์ผลิตในปริมาณน้อย โดยเฉพาะหลังกินมื้อใหญ่ การตรวจปัสสาวะยืนยันแล้ว

ทีมหวังศึกษเมแทบอลิซึมอื่นๆ ที่พุ่งสูง 500-800% เช่นกัน นี่ไม่ใช่เรื่องใหม่ ยาจากพิษงูเคยพัฒนาเป็นยาลดความดันและยาต้านลิ่มเลือด แม้ GLP-1 ก็ได้แรงบันดาลใจจากฮอร์โมนใน Gila monster!

Long กล่าว “เราตื่นเต้นที่จะเรียนรู้จากสัตว์สุดขั้วเหล่านี้ เพื่อค้นหาโมเลกุลที่กระทบเมแทบอลิซึมมนุษย์” เลือดงูหลามจุดประกายยาลดน้ำหนัก ตัวใหม่ที่อาจปฏิวัติวงการ โดยเน้นลดความหิวแบบปลอดภัย

เทียบกับ Ozempic ที่หลายคนใช้ลับๆ เพราะอาย หรือ Reddit สารจากงูหลามดู ‘เมทัล’ กว่าเยอะ! ไม่มีปัญหากล้ามหาย ใช้พลังงานปกติ แค่กินน้อยลง

  • ข้อดี: ลด appetite โดยตรงที่สมอง
  • ไร้ GI issues หรือ muscle loss
  • ผลิตจากธรรมชาติในมนุษย์
  • แรงบันดาลใจจากสัตว์สุดขั้ว

อนาคตอาจเห็นยาใหม่ที่ได้จาก การศึกษา นี้ ช่วยคนลดน้ำหนักแบบยั่งยืน

คุณพร้อมลองยาจากเลือดงูหลามไหม? แชร์ความเห็นด้านล่าง และติดตามข่าวสุขภาพล่าสุดจากเรา!

ที่มา – Python Blood Could Kickstart the Next Big Thing in Weight Loss

Ready or Not 2 สนุกเลือดสาดแต่ไม่ยกระดับ

ภาพยนตร์ Ready or Not ภาคแรกที่ออกฉายปี 2019 ก่อนที่ผู้กำกับ Matt Bettinelli-Olpin และ Tyler Gillett จะไปรีเมค Scream นั้น เป็นของอร่อยที่โหดร้ายสุดๆ เลย เรื่องราวของ Grace (Samara Weaving) สาวเจ้าสาวที่ต้องเล่นซ่อนหาครั้งมรณะกับครอบครัวสามี มิฉะนั้นพวกเขาจะโดนปีศาจลงโทษเพราะทำสัญญาแลกความมั่งคั่ง

Ready or Not เยาะเย้ยพวกคนรวยที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อรักษาสถานะ โดยครอบครัว Le Domas สร้างฐานะจากธุรกิจเกม เมื่อ Grace สวมชุดเจ้าสาวจับไพ่ได้ตัวที่หมายถึงถูกไล่ล่าฆ่า เธอสู้สุดชีวิตจนรอดถึงเช้า แล้วสมาชิกครอบครัวที่เหลือก็ระเบิดตายคาที่เพราะสัญญาปีศาจหมดอายุ นี่คือความสนุกของภาคแรก!

Ready or Not 2 สนุกเลือดสาดแต่ไม่ยกระดับ

ภาคต่อ Ready or Not 2: Here I Come ต่อจากภาคแรกแบบ无缝 Grace ในชุดเปื้อนเลือดกำลังสูบบุหรี่หลังจากหลบหนีจากคฤหาสน์ที่ไหม้ แต่พล็อตเกือบเหมือนเดิมเลย!

มีการขยายโลกของเรื่องบ้าง ครอบครัว Le Domas ตายเกลี้ยง แต่พวกเขาไม่ได้ทำงานคนเดียว มีสภาครอบครัวทั่วโลกที่ควบคุมทุกอย่าง การตายของ Le Domas ทำให้สมดุลอำนาจสั่นคลอน และ Grace กลายเป็นเป้าหมายใหม่ในการเล่นซ่อนหา โดยมีน้องสาว Faith (Kathryn Newton) ที่ห่างเหินมานานติดมาด้วย

ตัวร้ายใหม่สุดโหดใน Ready or Not 2

ภาคนี้รวมตัวร้ายเจ๋งๆ อย่าง Sarah Michelle Gellar และ Shawn Hatosy ในบท Ursula และ Titus Danforth แฝดที่อยากครองบัลลังก์สภาหลังพ่อ (David Cronenberg แสดง cameo สั้นแต่จำได้) ตายกะทันหัน Elijah Wood รับบท “ทนายความ” ตัวแทนโลกใต้ดินที่คอยเตือนกฎเกณฑ์ด้วยรอยยิ้มขบขัน

  • Sarah Michelle Gellar – Ursula Danforth พี่สาวแสบ
  • Shawn Hatosy – Titus Danforth น้องชายจอมวายร้าย
  • David Cronenberg – พ่อของแฝด (cameo)
  • Elijah Wood – ทนายความลึกลับ

Grace กับ Faith โดนยาสลบแล้วทิ้งไว้ที่สนามกอล์ฟรีสอร์ทหรู ครอบครัวรวยๆ ชิงอาวุธกัน ขณะที่พวกเขาทะเลาะแย่งชิงอำนาจ หนังเข้าสู่โหมดไล่ล่า แต่การมีเป้าหมายสองคนไม่ได้เพิ่มความสนุกมากนัก มีฉากสู้คู่พี่น้องบ้าง แต่ส่วนใหญ่คือทะเลาะกันเรื่องความสัมพันธ์ที่แตกหัก

ความขัดแย้งระหว่าง Ursula กับ Titus โหดร้ายลึกซึ้ง แต่โดยรวม Ready or Not 2 สนุกเลือดสาดแต่ไม่ยกระดับ ยังวนเวียนกับ Grace และ Faith วิ่งหนีในโรงแรมและบริเวณรอบๆ ทะเลาะกันว่าใครเป็นหัวหน้า บางทีโดนล่ามโซ่ด้วยกัน ขณะหลบพวกเศรษฐีโง่ที่อยากฆ่าแบบโหดๆ

ความรุนแรงแบบการ์ตูนน่าขำ แต่ขาดอารมณ์สะเทือนใจแบบภาคแรกที่ Grace ถูกสามีทรยศและสู้ไม่ยอมแพ้ พล็อตสภาปีศาจครองโลกในภาคนี้ใหม่สำหรับซีรีส์แต่เก่าแก่ในหนังสยองขวัญอื่นๆ

และใช่แล้ว หนังถามว่า “แฟนสยองขวัญจะเบื่อการเห็นร่างระเบิดไหม?” มันขำทุกครั้งแต่สูญเสียพลังเมื่อทำซ้ำๆ ซึ่งหนังไม่ยอมรับ

Samara Weaving ยังเป็นสกรีมควีนตัวแม่ ผู้เขียน Guy Busick และ R. Christopher Murphy ให้ backstory เพิ่มผ่าน Faith แต่ Grace สู้เดี่ยวได้อยู่แล้ว เธอเคยคลานออกจากหลุมศพด้วยมือถูกยิง!

ภาคต่อนี้เข้าใจว่าทุกคนอยากสนุกในโลกโหดร้ายขี้เล่นนี้ ชื่อเรื่องก็น่ารัก แต่รู้สึกซ้ำซากและไม่จำเป็น ภาคแรกควรเป็น standalone สมบูรณ์แบบ

Ready or Not 2: Here I Come เข้าฉายโรงภาพยนตร์ 20 มีนาคมนี้ ถ้าชอบหนังเลือดสาดแบบขำๆ ลองไปดู แต่ถ้าอยากได้ของใหม่ๆ อาจผิดหวัง ลองเช็คข่าว Marvel, Star Wars และอื่นๆ ได้ที่ลิงก์ด้านล่างนะ!

อยากรู้เพิ่ม? ติดตามข่าว Marvel, Star Wars, Star Trek, DC Universe และ Doctor Who

ที่มา – ‘Ready or Not 2’ Offers Gory Fun But Doesn’t Quite Level Up

Stranger Things ปล่อยแผ่นในฝันของคุณ

การดูซีรีส์ Stranger Things ทั้งหมดบนทีวีทีสตรีมมิงนั้นง่ายดาย แต่การได้ถือชุดแผ่นจริงอยู่ในมือต่างหากที่เป็นความฝันของแฟนๆ และ Netflix กำลังทำให้มันเป็นจริงในฤดูร้อนนี้!

Netflix ร่วมมือกับ Arrow Video ปล่อยชุด Stranger Things: The Complete Series จำนวน 25 แผ่น บน Blu-ray และ 4K UHD เริ่มวางจำหน่ายวันที่ 27 กรกฎาคม มีสองเวอร์ชัน ทั้งคู่รวมทุกตอนจาก 5 ซีซั่น พร้อมฟีเจอร์พิเศษเพียบ แต่เวอร์ชัน deluxe มีของแถมสุดพิเศษ เช่น ภาพปกใหม่ หนังสือ 148 หน้า การ์ด สติกเกอร์โปสเตอร์ และอื่นๆ อีกมากมาย

Stranger Things ปล่อยแผ่นในฝันของคุณ

เวอร์ชัน deluxe นั้นสวยงามสุดๆ Arrow Video อยากให้คุณเลือกอันนี้แน่นอน เพราะดีไซน์น่าจับจองมาก

เวอร์ชัน special edition ก็ไม่เลว แต่ deluxe ชนะขาด

ฟีเจอร์พิเศษใน Stranger Things ปล่อยแผ่นในฝันของคุณ

นี่คือรายการฟีเจอร์ทั้งหมด (* = เฉพาะ deluxe)

  • ทุกตอนจาก 5 ซีซั่น
  • เบื้องหลังการถ่ายทำ*
  • หนังสือ 148 หน้า*
  • การ์ดสะสม*
  • ป้ายแพทช์*
  • โปสเตอร์*
  • และอื่นๆ เพิ่มเติม

ซีซั่นแรกๆ เคยมีแผ่นออกมาก่อน แต่ชุดนี้เป็นครั้งแรกที่รวมทั้งหมดเป็นบ็อกเซ็ต definitivo หลังจบซีซั่น 5 ทันที ซึ่งเป็นความฝันของผู้สร้าง Duffer Brothers

“เราฝันมาตลอดว่า Stranger Things จะถูกเป็นเจ้าของได้ทั้งชุด ไม่ใช่แค่สำหรับนักสะสม แต่เพื่อรักษาไว้หลายสิบปี” ดัฟเฟอร์ บราเธอร์ส กล่าวในแถลงข่าว

คำพูดนี้ทำให้คิดถึงกรณี Disney+ ที่ลบรายการเก่า แต่เชื่อว่า Netflix คงไม่ทำแบบนั้น มันเหมาะสำหรับวันที่เน็ตดับ แล้วอยากย้อนดูจากฮอว์กินส์สู่ Upside Down แบบเต็มๆ

ราคา: Deluxe 4K $270 / Blu-ray $250, Special 4K $220 / Blu-ray $200 สั่งจองได้ที่นี่

ชุดแผ่นนี้คือของต้องมีสำหรับแฟนตัวยง! ถ้าคุณรัก Stranger Things อย่ารอช้า สั่งจองเลยเพื่อเก็บรักษาความทรงจำตลอดกาล

อยากรู้ข่าว Marvel, Star Wars, Star Trek, DC หรือ Doctor Who ต่อไป เช็ค io9 ได้เลย

ที่มา – ‘Stranger Things’ Is Getting the Physical Media Release of Your Dreams

Project Hail Mary ทำให้เรื่อง Andy Weir เป็นภาพยนตร์ยิ่งขึ้น

Project Hail Mary เป็นภาพยนตร์ที่ดัดแปลงมาจากนิยายปี 2021 ของ Andy Weir ได้อย่างใกล้เคียงมาก ส่วนใหญ่แล้วสิ่งที่คุณอ่านในหนังสือคือสิ่งที่เห็นบนจอเงิน มีบางส่วนที่ถูกตัดออกหรือย่อให้สั้นลง แต่ครูโรงเรียนมัธยมต้น (รับบทโดย Ryan Gosling) ที่ถูกส่งขึ้นไปในอวกาศเพื่อช่วยเหลือโลก และพบเพื่อนเอเลี่ยนรูปหินนั้นยังคงอยู่ครบถ้วน อย่างไรก็ตาม ผู้กำกับ Phil Lord และ Chris Miller ได้เพิ่มองค์ประกอบใหม่ๆ เพื่อให้ Project Hail Mary ทำให้เรื่องของ Andy Weir เป็นภาพยนตร์ยิ่งขึ้น และในการสัมภาษณ์ล่าสุดกับ io9 พวกเขาก็ได้เปิดเผยรายละเอียดเหล่านั้น

Project Hail Mary ทำให้เรื่องของ Andy Weir เป็นภาพยนตร์ยิ่งขึ้น

อย่างแรกที่เห็นชัดเจนจาก ตัวอย่างภาพยนตร์ คือ ห้องพิเศษบนยาน Hail Mary ที่ตัวเอก Ryland Grace สามารถฉายภาพแบบ 360 องศา เพื่อระลึกถึงสถานที่ต่างๆ บนโลก เช่น ป่าไม้ ชายหาด เขายังเอาไปโชว์ให้ Rocky เพื่อนเอเลี่ยนดูด้วย ห้องและเทคโนโลยีนี้ไม่มีในนิยายของ Weir แต่ได้แรงบันดาลใจมาจากแนวคิดในหนังสือ

“เราคุยกันเยอะมากว่า จะทำยังไงให้กลายเป็นภาพตระการตาที่ต้องดูในโรงภาพยนตร์” Lord บอกกับ io9 “ดังนั้น ถ้าต้องอยู่ในยานนี้นานขนาดนี้ เราต้องการอะไรที่ให้ความรู้สึกยิ่งใหญ่ จึงเกิดห้อง ‘Don’t Go Crazy’ ขึ้นมา”

ห้อง “Don’t Go Crazy” คืออะไร และทำไมถึงเพิ่มเข้าไป

“มันคือห้องที่ล้อมรอบด้วยจอภาพ ช่วยให้คุณสัมผัสสภาพแวดล้อมที่แตกต่าง” Miller อธิบาย “ได้แรงบันดาลใจจากหนังสือที่กังวลเรื่องนักบินอวกาศทะเลาะกัน บ้า หรือฆ่าตัวตายในอวกาศ สุขภาพจิตจึงเป็นประเด็นใหญ่ในหนัง ถ้าคุณไม่อยากเป็น cabin fever จากการมองผนังเดิมๆ ทุกวัน ห้องเซนแห่งนี้ช่วยให้คุณนั่งสมาธิ เหมือนถูกส่งไปยังที่อื่น และมันก็น่าตื่นตาด้วย”

การเพิ่มห้องนี้ไม่เพียงช่วยเรื่อง剧情 แต่ยังยกระดับประสบการณ์ทางสายตา ทำให้ผู้ชมรู้สึกอึดอัดและโล่งใจไปกับตัวละคร เหมือนอยู่ในยานจริงๆ นี่คือตัวอย่างที่ชัดเจนว่า Project Hail Mary ทำให้เรื่องของ Andy Weir เป็นภาพยนตร์ยิ่งขึ้น โดยใช้เทคนิคภาพยนตร์มาเสริมจุดอ่อนของการเล่าเรื่องในหนังสือ

การเปลี่ยนยานให้ลึกลับยิ่งขึ้นด้วยแรงโน้มถ่วงคู่

อีกการเปลี่ยนแปลงที่ทะเยอทะยานกว่านั้นคือ เนื่องจากเรื่องส่วนใหญ่เกิดบนยาน Hail Mary เพียงลำเดียว ทีมงานจึงคิดจะทำอะไรที่แหวกแนวหน่อย “ยานในหนังสือของ Andy สวยงามและเรียบง่าย” Lord กล่าว “เราคิดว่า ถ้าแต่ละห้องมีสถานะแรงโน้มถ่วง 2 แบบล่ะ? เช่น ตอน Ryan ตื่นมา เก้าอี้ติดออกจากผนังข้างๆ ทำให้ยานดูลึกลับและทำให้สับสนมากขึ้น”

ไอเดียนี้ช่วยสร้างความ disorienting ที่เหมาะกับฉากตัวเอกตื่นมาแบบ amnesia โดยไม่ต้องพึ่ง voiceover มากนัก

เปลี่ยนการเล่าเรื่องบุคคลที่หนึ่งให้เป็นภาพยนตร์

การเปลี่ยนแปลงใหญ่สุดคือ นิยายเล่าแบบ first person เราอยู่ในหัวของ Grace ตลอด แต่หนังไม่อยากใช้วอยซ์โอเวอร์ทั้งเรื่อง Lord และ Miller จึงหาวิธีถ่ายทอดทางสายตา “เราต้องการให้ผู้ชมสัมผัสสิ่งเดียวกับ Ryan” Lord บอก “จะให้ความสับสนตอนตื่นมาได้ยังไง? หรือความตื่นตะลึงเมื่อรู้ว่าอยู่อย่าง microbes จากโลกแต่ตาไม่เห็น? หนังทำได้ด้วยภาพ เราจึงใช้เวลาคิดวิธีที่สอดคล้องกับจิตวิญญาณของหนังสือ แต่เพิ่มมูลค่าให้หนังสือ เพื่อให้ทั้งสองเป็นคู่หูที่ยอดเยี่ยม”

นอกจากนี้ยังมี變化อื่นๆ ที่ spoilery มากกว่านี้ แฟนนิยายจะรู้เองตอนดู และเราไม่สปอยล์ที่นี่

สรุปแล้ว ภาพยนตร์ Project Hail Mary นำข้อดีของนิยาย Andy Weir มาพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น คุณสามารถไปพิสูจน์ด้วยตัวเองในโรงภาพยนตร์วันที่ 20 มีนาคมนี้! ถ้าชอบหนังไซไฟแนววิทยาศาสตร์แบบนี้ อย่าลืมติดตามข่าวสารเพิ่มเติมจาก io9

การดัดแปลงนี้พิสูจน์แล้วว่า Andy Weir มีพรสวรรค์ในการสร้างเรื่องราวที่เหมาะกับจอเงินสุดๆ ไปดูกันเถอะ!

ที่มา – How ‘Project Hail Mary’ Made Andy Weir’s Story Even More Cinematic

ข่าวดี: Sonic 4 มี Chaos Emeralds และ Matt Berry

เตรียมตัวให้พร้อมเลยนะทุกคน! Paramount ประกาศอย่างเป็นทางการแล้วว่า ภาพยนตร์เรื่องที่สี่ของแฟรนไชส์ Sonic the Hedgehog จะใช้ชื่อว่า Sonic the Hedgehog 4 หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ Sonic 4 นั่นเอง

แต่เดี๋ยวก่อน นี่ไม่ใช่ข่าวหลักหรอก ข่าวจริงๆ ที่จะทำให้แฟนๆ กระโดดโลดเต้นคือ Matt Berry นักแสดงสุดฮาที่เรารู้จักจาก What We Do in the Shadows จะมาร่วมแสดงใน Sonic 4 ด้วย!

ข่าวดี: Sonic 4 มี Chaos Emeralds และ Matt Berry

เช้านี้ Paramount ออกวิดีโอพิเศษยืนยันชื่อเรื่อง Sonic 4 ระหว่างที่กำลังถ่ายทำอยู่ (ฟังดูน่าตื่นเต้นใช่มั้ย?) วิดีโอนี้อาจไม่มีฟุตเทจใหม่ๆ มากนัก แต่มีช็อตเงาๆ ของ Metal Sonic ที่เพิ่งโผล่ในโพสต์เครดิตของ Sonic 3 และที่สำคัญคือ มันบอกใบ้ชัดๆ ว่า Chaos Emeralds จะกลับมาเป็นตัวเอกอีกครั้งในการหยุดศัตรูตัวใหม่ของ Sonic!

Chaos Emeralds คืออะไร และทำไมถึงสำคัญใน Sonic 4

Chaos Emeralds ทั้ง 7 เม็ดนี้อยู่กับซีรีส์เกม Sonic ตั้งแต่ภาคแรก เป็นไอเท็มพิเศษในสเตจพิเศษ แล้วค่อยๆ กลายเป็นกุญแจสู่พลังจักรวาลมหาศาล ตามตำนาน Sonic ในหนังเรื่อง Sonic the Hedgehog 2 พวกมันปรากฏครั้งแรกหลังจาก Master Emerald แตก ทำให้ Sonic แปลงร่างเป็น Super Sonic สีทองเพื่อถล่มหุ่นยักษ์ของ Eggman จากนั้น也被กระจายไปทั่วโลก

ใน Sonic 3 Sonic ใช้ Master Emerald เรียก Chaos Emeralds มาช่วยต่อกร Shadow สร้าง Super Transformation คู่กันหยุด Space Colony ARK ที่จะทำลายโลก แต่หลังจบศึก พวกมันหายไปไหนไม่รู้ ด้วย hint ในวิดีโอใหม่นี้ คาดว่า Sonic 4 มี Chaos Emeralds และ Matt Berry จะต้องตามล่าพวกมันอีกแน่นอน!

นักแสดงสุดเจ๋งใน Sonic 4

Chaos Emeralds อาจจะคุ้นเคย แต่ casting ใหม่นี่สิสุดปัง! นักแสดงหลักเก่ากลับมาครบ: Ben Schwartz (Sonic), Idris Elba (Knuckles), Colleen O’Shaughnessey (Tails), James Marsden, Tika Sumpter, Jim Carrey (Eggman), และ Lee Majdoub บวกกับ Kristen Bell เป็น Amy Rose ล่าสุด

และที่เพิ่งยืนยันคือ Ben Kingsley, Nick Offerman, Richard Ayoade และที่เด็ดสุด Matt Berry! เสียงพากย์และสไตล์การแสดงของเขาจะเข้ากับ Sonic ยังไงนะ? เป็น Metal Sonic? Big the Cat? หรือมนุษย์ธรรมดาที่พูดแบบ Matt Berry สุดฮา? คิดแล้วสนุกสุดๆ ไปเลย!

แฟนๆ Sonic รอคอยกันมานานหลังจากความสำเร็จของภาคก่อนๆ ที่ทำรายได้ถล่มทลายและคำวิจารณ์ดีเยี่ยม Sonic 4 จะพาเราไปผจญภัยใหม่ด้วย Chaos Emeralds พลังใหม่ๆ และทีมนักแสดงที่แข็งแกร่งกว่าเดิม การรวมตัวของ Matt Berry ทำให้หนังเรื่องนี้ดูน่าติดตามยิ่งขึ้นไปอีก

ไม่ใช่แค่แฟนเกมเก่า แต่คนใหม่ๆ ก็เข้าถึงง่ายเพราะเนื้อเรื่องสนุก ฮา และแอคชั่นมันส์ ภาคนี้คาดว่าจะต่อยอดจาก Sonic 3 ที่ Shadow มาเยือน และ Metal Sonic รอเดบิวต์เต็มตัว

  • ชื่อเรื่อง: Sonic the Hedgehog 4
  • วันที่ฉาย: 19 มีนาคม 2027
  • ไฮไลท์: Chaos Emeralds + Matt Berry
  • นักแสดงเด่น: Ben Schwartz, Idris Elba, Jim Carrey, Kristen Bell, Matt Berry และอื่นๆ

ยิ่งใกล้ฉาย ยิ่งมีเซอร์ไพรส์เพียบแน่นอน ในฐานะแฟน Sonic ตัวยง ผมว่าภาคนี้จะเป็นจุดพีคของแฟรนไชส์เลยล่ะ! คุณคิดว่า Matt Berry จะเล่นบทอะไร? คอมเมนต์บอกกันหน่อยสิ

อย่าลืมติดตามข่าวอัปเดตหนัง Sonic และแฟรนไชส์อื่นๆ อย่าง Marvel, Star Wars ได้ที่บล็อกเรา เพื่อไม่พลาดข้อมูลล่าสุด!

ที่มา – Great News: ‘Sonic 4’ Has Chaos Emeralds and Matt Berry

เจาะปริศนา น้ำมันหายไปไหน? ทำไมรัฐบอกสำรอง 100 วัน แต่ประชาชนต้องวนหาปั๊มหลายแห่ง

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้เรามาคุยกันเรื่องที่กำลังฮอตฮิตในโซเชียลเลยนะ นั่นคือ เจาะปริศนา น้ำมันหายไปไหน? ทำไมรัฐบอกสำรอง 100 วัน แต่ประชาชนต้องวนหาปั๊มหลายแห่ง รัฐบาลออกมาบอกว่ามีน้ำมันสำรองพอใช้ได้ 100 วัน แต่ทำไมเราถึงต้องขับรถวนเวียนหาปั๊มน้ำมันหลายที่กว่าจะเจอที่เติมได้? มันน่าปวดหัวจริงๆ ใช่มั้ยล่ะ ผมที่เคยทำงานด้านโลจิสติกส์และติดตามข่าวพลังงานมานาน จะมาเล่าให้ฟังแบบเป็นกันเอง พร้อมข้อมูลเชิงลึกที่คุณอาจไม่เคยรู้

เจาะปริศนา น้ำมันหายไปไหน? ทำไมรัฐบอกสำรอง 100 วัน แต่ประชาชนต้องวนหาปั๊มหลายแห่ง

ก่อนอื่น เรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่ารัฐบาลหมายถึงอะไรตอนบอก ‘สำรองน้ำมัน 100 วัน’ นี่คือน้ำมันดิบในยุทธศาสตร์ของรัฐ ที่เก็บไว้ในถังสำรองใหญ่ๆ ของ PTT และบริษัทน้ำมันหลักๆ มันพอจริงสำหรับกรณีฉุกเฉินระดับชาติ เช่น สงครามหรือภัยพิบัติ แต่ปัญหาคือ มันยังไม่ใช่น้ำมันสำเร็จรูปที่เราเอาไปเติมรถได้เลย! ต้องผ่านกระบวนการกลั่นที่โรงกลั่นก่อน ซึ่งตอนนี้โรงกลั่นบางแห่งกำลังมีปัญหาเรื่องวัตถุดิบนำเข้าจากตะวันออกกลางที่ราคาพุ่งพลั่กเพราะความขัดแย้ง geopolitical นั่นเอง

แล้วทำไมปั๊มถึงแห้งกรอด? จากที่ผมวิเคราะห์ข้อมูลจากแหล่งข่าวและแอปติดตามน้ำมันอย่าง real-time apps (เทคโนโลยีที่เพื่อนๆ ชอบใช้สมัยนี้) พบว่าปัญหาหลักอยู่ที่ ‘ระบบกระจายสินค้า’ Distributor บางรายอาจกักตุนรอราคาขึ้น หรือรถบรรทุกขนส่งติดขัดเพราะฝนตกหนักและถนนลื่นในหลายพื้นที่ ยิ่งช่วงนี้ demand พุ่งจากเทศกาลและการท่องเที่ยว ทำให้ปั๊มเล็กๆ ขาดแคลนก่อนปั๊มใหญ่ นี่คือช่องโหว่ที่รัฐบาลยังไม่แก้ได้ทัน

ช่องโหว่หลักๆ ที่ทำให้เกิดวิกฤตนี้

  • สำรองยุทธศาสตร์ vs น้ำมันปลีก: รัฐมีดิบ แต่ขาดกลั่น ขนส่งล่าช้า
  • กักตุนโดยเอกชน: เจ้าของปั๊มบางรายถือรอเก็งกำไร ราคาน้ำมันโลกผันผวน
  • ปัญหาเทคโนโลยีและข้อมูล: ยังไม่มีระบบ track สต็อกแบบ real-time ทั่วประเทศ เหมือนแอป Grab ที่ track สินค้าได้
  • demand surge: คนขับรถเยอะขึ้นจาก work from home ลดลง กลับไปออฟฟิศเต็มสูบ

ถ้าพูดถึงมุมเทคโนโลยีที่ผมชอบ (เพราะเพื่อนๆ สนใจ tech ใช่มั้ย) ตอนนี้มีแอปอย่าง ‘Oil Finder’ หรือ Google Maps ที่อัพเดทสถานะปั๊มแบบ live จาก user report ช่วยให้เราหลีกเลี่ยงปั๊มแห้งได้ ลองใช้ดูสิ สะดวกมาก! ในอนาคต ผมเชื่อว่า AI จะ predict การขาดแคลนได้ล่วงหน้า โดยดึง data จาก satellite tracking tanker และ weather forecast

จากประสบการณ์ผม สถานการณ์แบบนี้เคยเกิดในหลายประเทศ เช่น สิงคโปร์ปี 2022 ที่ใช้ blockchain track supply chain จนแก้ปัญหาได้เร็ว น่าเสียดายที่ไทยยังล้าหลังตรงนี้ รัฐควรลงทุน tech มากขึ้นเพื่อ transparency

ทางออกที่ผมแนะนำสำหรับประชาชน

1. ใช้แอปหาปั๊ม: Waze หรือ PTT Station app เช็คสต็อกก่อนไป

2. เติมให้เต็มถังเสมอ: อย่ารอให้เหลือน้อย

3. ติดตามข่าวจากแหล่งน่าเชื่อถือ และกดดันรัฐให้เปิดข้อมูลสต็อกจริง

สรุปแล้ว เจาะปริศนา น้ำมันหายไปไหน? ทำไมรัฐบอกสำรอง 100 วัน แต่ประชาชนต้องวนหาปั๊มหลายแห่ง มันคือปัญหา supply chain ที่ซับซ้อน ไม่ใช่แค่สต็อกหมด ผมมองว่าเทรนด์อนาคตคือ digital transformation ในพลังงาน จะช่วยลดปัญหานี้ได้เยอะ แนะนำให้เพื่อนๆ ลองแชร์ประสบการณ์หาน้ำมันของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างนะ ว่าต้องวนปั๊มกี่ที่? ช่วยกันหาคำตอบ!

อ่านรายละเอียดเนื้อหาฉบับเต็มได้ที่ https://thestandard.co/thailand-oil-shortage/

ที่มา – เจาะปริศนา น้ำมันหายไปไหน? ทำไมรัฐบอกสำรอง 100 วัน แต่ประชาชนต้องวนหาปั๊มหลายแห่ง