ผู้เขียน: lalika69_admin

Artemis 2 ตัวเลขสำคัญ: NASA กลับสู่ดวงจันทร์

เหลืออีกไม่กี่วัน NASA จะทดลองยิงจรวดครั้งแรกสำหรับภารกิจ Artemis 2 ที่ทุกคนรอคอย นี่คือตัวเลขสำคัญที่คุณต้องรู้ เมื่อหน่วยงานอวกาศเตรียมส่งนักบินอวกาศโคจรรอบดวงจันทร์เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 50 ปี

NASA วางแผนยิงจรวดยักษ์ในวันที่ 1 เมษายน ส่งลูกเรือ 4 คนไปภารกิจ 10 วันรอบดวงจันทร์ มีอะไรให้แกะกันเยอะเลย วันนี้เรามาถอดรหัส Artemis 2 ตัวเลขสำคัญ แบบง่าย ๆ กันเลย

Artemis 2 ตัวเลขสำคัญ

ถ้า Artemis 2 ยิงวันที่ 1 เมษายน จะครบ 19,474 วันนับจากมนุษย์ครั้งสุดท้ายออกจากวงโคจรต่ำของโลก (ต้องบวกวันเพิ่มเพราะ Orion จะออกเดินทางวัน thứสอง) นั่นคือช่วงห่างระหว่าง Apollo 17 – ภารกิจดวงจันทร์สุดท้ายของโปรแกรม Apollo ในปี 1972 – กับความพยายามครั้งใหม่ของ NASA ที่จะส่งคนเกินเข็มขัด Van Allen นับวันแล้ว 28,042,560 นาทีที่มนุษย์ไม่ได้ออกไปนอกชั้นปกป้องของสนามแม่เหล็กโลก มุ่งหน้าสู่ดวงจันทร์

จรวด Space Launch System (SLS) ของ NASA สร้างแรงขับ 8.8 ล้านปอนด์ตอนยกตัวขึ้น ปัจจุบันเป็นจรวดที่ทรงพลังที่สุดที่ใช้งานได้ (ขออภัย Starship ของ SpaceX ที่ยังไม่พร้อมเต็มรูปแบบ)

จรวดหนัก 5.75 ล้านปอนด์ มี core stage ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ RS-25 สี่ตัว แต่ละตัวให้แรงขับ 512,000 ปอนด์ สอง solid rocket boosters (SRB) รวมแรงขับ 7.2 ล้านปอนด์ จรวดนี้บินจริงแค่ครั้งเดียวใน Artemis 1 ปี 2022 ที่แรงขับมหาศาล ทำลายแพลตฟอร์มยิง รวมลิฟต์ด้วย

Artemis 2 ตัวเลขสำคัญ: เชื้อเพลิงและปัญหารั่ว

Core stage ต้องการเชื้อเพลิงมหาศาล 733,000 แกลลอน (2,775,000 ลิตร) ของไฮโดรเจนเหลวและออกซิเจนเหลวที่เย็นจัด ยากต่อการจัดการ ทีมภาคพื้นดินเจอปัญหารั่วใน Artemis 1 และ การซ้อม wet dress rehearsal ครั้งแรกของ Artemis 2 เมื่อ 3 กุมภาพันธ์ SLS ใช้เทคโนโลยีเก่าจาก Space Shuttle (สนุก ๆ นะ สามในสี่เครื่อง RS-25 เคยบินในภารกิจ Shuttle) สมัยนี้จรวดใหม่หันไปใช้มีเทนเหลวที่จัดการง่ายกว่า ทำไมรอยรั่วไฮโดรเจนยังเป็นปัญหาใหญ่

รายงานจาก NASA’s Office of Inspector General (OIG) ปี 2023 ชี้ว่าค่าใช้จ่ายต่อเที่ยวบิน SLS พุ่งถึง 4.2 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ความล่าช้า สัญญา cost-plus และอื่น ๆ ทำให้โอเวอร์บัดเจ็ต 6 พันล้านดอลลาร์จากระบบขับเคลื่อน คำถามใหญ่คือโปรแกรมนี้ยั่งยืนไหม

ภารกิจยาว 10 วัน ลูกเรือ 4 คน – Reid Wiseman, Victor Glover, Christina Koch จาก NASA และ Jeremy Hansen จาก CSA – เดินทางรวม 685,000 ไมล์ (1.1 ล้านกิโลเมตร)

เส้นทางรูปเลข 8 รอบดวงจันทร์ Orion ไปไกลด้านมืด 4,600 ไมล์ (7,400 กม.) ก่อนวนกลับ สูงสุดจากโลก 250,000 ไมล์ (400,000 กม.) ทำลายสถิติ Apollo 13 ปี 1970

รวมประสบการณ์ลูกเรือ 714 วันในอวกาศจาก ISS Wiseman 165 วัน, Glover 167, Koch 328 (สถิติผู้หญิงนานสุด) Hansen ยังไม่เคยไป

รังสีอาจสูงสุด 30 mSv หรือต่ำสุด 20 mSv ตาม NASA ถ้าพายุสุริยะแรง Orion จำกัดไม่เกิน 150 mSv ต่ำกว่าระดับ生涯 600 mSv

หลังดวงจันทร์ สัญญาณขาด 50 นาที (หรือ 30) Orion บินอัตโนมัติ ต้องแก้ปัญหาเอง

โมดูลบริการ Orion มีเครื่องยนต์ 33 ตัว รวม main engine 1, auxiliary 8, reaction control 24 บวก thrusters ใน crew module 12 ตัวสำหรับ reentry

Artemis 2 ไม่ลงจอดดวงจันทร์ เป็นบันไดสู่ Artemis 4 ปี 2028 แต่ตื่นเต้นและเสี่ยงมาก

กลับโลกเร็ว 25,000 mph (40,000 กม./ชม.) โล่ความร้อนทน > 3,000°F (1,650°C) Lockheed Martin บอกทนได้ถึง 5,000°F และ 24,700 mph Reentry เสี่ยงที่สุด

ชะลอจาก Mach 32 เป็นศูนย์ใน 20 นาที ด้วยร่มชูชีพ 11 ตัว Drogue 2 ตัวที่ 23,000 ฟุต ชะลอเหลือ 307 mph แล้ว pilot chutes ดึง main 4 ตัวกว้าง 116 ฟุต ที่ 9,500 ฟุต ลงสู่ 17 mph สัมผัสน้ำแปซิฟิกนอกแคลิฟอร์เนีย

ภารกิจ Artemis 2 จะเป็นก้าวสำคัญสู่ยุคใหม่ของการสำรวจอวกาศ คุณพร้อมติดตามตัวเลขสำคัญเหล่านี้แล้วหรือยัง? อย่าลืมแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ว่าตื่นเต้นส่วนไหนมากสุด!

ที่มา – Artemis 2 by the Numbers: Breaking Down NASA’s Big Return to the Moon

‘ทักษิณ’ ผ่านด่านแรกคณะกรรมการเรือนจำฯ เข้าเกณฑ์พักโทษ ชงรายชื่อเข้าบอร์ดราชทัณฑ์ ลุ้นชี้ขาดเงื่อนไขกำไล EM 11 พ.ค. นี้

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกที่ชื่นชอบข่าวดราม่าบันเทิงการเมืองและเทคโนโลยีสุดล้ำ! วันนี้ผมมีอัพเดทสุดฮอตมาฝากกันเลยกับเรื่อง ‘ทักษิณ’ ผ่านด่านแรกคณะกรรมการเรือนจำฯ เข้าเกณฑ์พักโทษ ชงรายชื่อเข้าบอร์ดราชทัณฑ์ ลุ้นชี้ขาดเงื่อนไขกำไล EM 11 พ.ค. นี้ ซึ่งเป็นข่าวที่คนทั้งประเทศจับตาแบบไม่กระพริบตา โดยเฉพาะประเด็นกำไล EM หรือ Electronic Monitoring ที่เป็นเทคโนโลยีติดตามผู้ต้องขังสมัยใหม่ ผมในฐานะคนติดตามข่าวสารมานาน จะมาเล่าให้ฟังแบบละเอียด เป็นกันเอง พร้อม insight จากมุมมอง expert ว่ากระบวนการนี้จะไปต่อยังไง

‘ทักษิณ’ ผ่านด่านแรกคณะกรรมการเรือนจำฯ เข้าเกณฑ์พักโทษ ชงรายชื่อเข้าบอร์ดราชทัณฑ์ ลุ้นชี้ขาดเงื่อนไขกำไล EM 11 พ.ค. นี้

สำหรับท่านทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ สุดฮอต ที่กำลังรับโทษจำคุก 1 ปีในเรือนจำกลางคลองเปรม ตามคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ล่าสุดเจ้าตัวคุมขังมาแล้ว 6 เดือน 22 วัน เต็มที่ 8 เดือน หรือครบ 2 ใน 3 ของโทษแล้ว ทำให้เข้าข่ายพักโทษเพื่อคุมประพฤติได้แบบสบายๆ คาดว่าจะได้ปล่อยตัวเช้าวันที่ 11 พฤษภาคม 2567 (ไม่ใช่ 2569 นะครับ ข่าวเก่าแต่ฮิต) แล้วคุมประพฤติอีก 4 เดือน จนพ้นโทษสมบูรณ์

วันนี้ 31 มี.ค. คณะกรรมการพิจารณาพักโทษประจำเรือนจำฯ ชุดใหญ่ นำโดยผู้บัญชาการเรือนจำ มีตัวแทนจากกรมการปกครอง กรมคุมประพฤติ ป.ป.ส. ตำรวจ และเจ้าหน้าที่เรือนจำ มาร่วมประชุม พวกเขาตรวจบัญชีนักโทษเด็ดขาดทั้งหมด และมีมติอนุมัติ 10 รายที่ผ่านเกณฑ์ โดย ทักษิณ เป็นหนึ่งในนั้นแบบกรณีทั่วไป! ตอนนี้ผู้บัญชาการเรือนจำกำลังชงรายชื่อทั้งหมดไปกรมราชทัณฑ์ เพื่อรอขั้นตอนต่อไป

กระบวนการหลังจากนี้จะเป็นยังไง?

หลังชงไป คณะกรรมการกรมราชทัณฑ์จะใช้เวลา 2 เดือน กลั่นกรองเอกสาร แล้วส่งต่อคณะอนุกรรมการพักโทษ ชุดใหญ่ที่มีปลัดยุติธรรมเป็นประธาน ร่วมด้วยหน่วยงานยุติธรรมชั้นนำ พวกเขาจะตัดสินตาม พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ 2560 มาตรา 52 โดยดูปัจจัยรอบด้านแบบละเอียดยิบ ดังนี้:

  • พฤติการณ์คดีและประวัติความผิดเก่า: ดูว่าคดีนี้ร้ายแรงแค่ไหน และเคยทำผิดซ้ำไหม
  • ระยะเวลาคุมประพฤติ: ต้องคุมอีกกี่เดือน
  • ผู้อุปการะดูแล: มีคนรับผิดชอบที่น่าเชื่อถือไหม จะดูแลให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขได้?
  • พฤติกรรมในเรือนจำ: แสดงการกลับตัวเป็นคนดีหรือเปล่า
  • ผลกระทบต่อสังคม: ปล่อยออกไปแล้วปลอดภัยไหม
  • การบำบัดฟื้นฟู: ผ่านโปรแกรมแก้ไขพฤติในเรือนจำครบหรือยัง

ถ้าผ่าน จะแจ้งผล นักโทษต้องรายงานตัวกรมคุมประพฤติทันที และปฏิบัติตามกฎกระทรวง 2562 แบบเคร่งครัดเลยครับ

ประเด็นฮอต: กำไล EM จะต้องสวมหรือไม่?

ส่วนที่ทุกคนรอคอยคือกำไลข้อเท้า EM หรือ GPS Tracker สุดไฮเทคที่ใช้ติดตามตำแหน่งแบบเรียลไทม์ ใช้ในไทยมานานแล้ว โดยกรมคุมประพฤติ นี่คือเทคโนโลยีที่ช่วยลดภาระเรือนจำ ลดค่าใช้จ่าย และเพิ่มความปลอดภัยสังคม แต่สำหรับทักษิณ คงขึ้นดุลยพินิจคณะกรรมการ โดยดูสุขภาพ (อายุเกือบ 75 แล้ว) สภาพที่อยู่ ความเสี่ยงผิดซ้ำ และความปลอดภัยชุมชน Insight จากผม: ในต่างประเทศอย่างสหรัฐฯ อังกฤษ EM ใช้กับผู้ต้องขังสูงอายุน้อยมาก เพราะสุขภาพและสิทธิมนุษยชน แต่ในไทย กำลังเป็นเทรนด์มาแรง ด้วยงบประมาณปีละหลายล้าน ช่วยให้ระบบยุติธรรมทันสมัยขึ้น ถ้าทักษิณต้องใส่ ก็น่าจะเป็นข่าวใหญ่!

จากประสบการณ์ติดตามคดีดังๆ มานับไม่ถ้วน ผมมองว่าทักษิณน่าจะผ่านฉลุย เพราะพฤติในเรือนจำดี สุขภาพต้องคำนึง และผู้อุปการะแกร่ง แต่ EM อาจเว้นได้ถ้าคณะกรรมการเห็นว่าความเสี่ยงต่ำ เทรนด์โลกตอนนี้คือ ‘Smart Justice’ ใช้ AI+IoT ใน EM เพื่อตรวจจับพฤติกรรมผิดปกติ ลดการคุมขังจริง ช่วยประหยัดงบมหาศาล ในไทยกำลังขยาย อาจเห็นนักโทษดังๆ ใส่กันเพียบ!

เพื่อนๆ คิดยังไง ลุ้นทักษิณใส่ EM ไหม? Comment มาคุยกันได้เลย หรือติดตามอัพเดทข่าวเทคโนโลยียุติธรรมที่นี่นะครับ สมัครรับข่าวสารฟรีเพื่อไม่พลาดดราม่าฮอตๆ!

ที่มา – ‘ทักษิณ’ ผ่านด่านแรกคณะกรรมการเรือนจำฯ เข้าเกณฑ์พักโทษ ชงรายชื่อเข้าบอร์ดราชทัณฑ์ ลุ้นชี้ขาดเงื่อนไขกำไล EM 11 พ.ค. นี้

Kris Jenner คนดังโซเชียลจีนยอดฮิต?

ดารารายการเรียลลิตี้จากอเมริกากำลังฮอตฮิตในโซเชียลมีเดียจีน? คำตอบง่ายๆ คือ “ทำไมเธอจะไม่ดังล่ะ?” แต่ถ้าคุณเป็นคนอเมริกันและงงกับความนิยมกะทันหันของ Kris Jenner ในหมู่ชาวเน็ตจีน คุณต้องการบริบทมากมาย

เราไม่ค่อยนึกถึงมีม (meme) ในแง่เดียวกับเศรษฐกิจดิจิทัล แต่จริงๆ แล้วมีความคล้ายคลึงระหว่างวิวัฒนาการของเวลากับเงินที่เราจ่ายออนไลน์ กับการเติบโตของมีมตลกโซเชียลในแต่ละยุค ตั้งแต่โปสเตอร์ demotivational ไปจนถึง “ข้อเท็จจริง” เกี่ยวกับ Chuck Norris, image macros, trollface, wojak, slop และอื่นๆ ความเร็วในการเปลี่ยนแปลงมันเหมือนดูปลาไต่จากทะเลโบราณแล้วกลายร่างเป็นนิวแอนเดอร์ทัลต่อหน้าต่อตา

Kris Jenner คนดังโซเชียลจีนยอดนิยม

เมื่ออินเทอร์เน็ตแบ่งแยกตัวเองเป็นชุมชนเฉพาะกลุ่ม มีมก็ยิ่งเข้าใจยากสำหรับคนนอก ยกเว้นคนที่ออนไลน์ตลอดเวลาและเข้าใจทุกอัน เว็บอย่าง KnowYourMeme.com ช่วยบันทึกและจำแนกมีมใหม่ๆ แต่ตอนนี้ การครองอำนาจทางวัฒนธรรมตะวันตกกำลังล่มสลาย มีมจีนกำลังเกิดขึ้นใหม่ แม้แต่นักวิชาการมีมยังตามไม่ทัน สื่อเก่าๆ ก็งง

ต้นปีนี้ ตัวละคร Harry Potter อย่าง Draco Malfoy กลายเป็นมาสคอตตรุษจีน เพราะชื่อแมนดารินฟังดูเหมือน “ม้า” และ “โชคลาภ” หน้าของ Tom Felton พระเอกเลยติดเต็มห้าง บ้าน และโซเชียลจีน

ทำไม Kris Jenner ถึงเป็น Kris Jenner คนดังโซเชียลจีนยอดนิยม

ในยุคที่เงินดอลลาร์ปิโตรเลียมกำลังจะตาย มีมจีนใหม่โฟกัสความมั่งคั่งกำลังเต้นฉลองโชคร้ายของเรา ขณะที่วัยรุ่นตะวันตกอยาก “กลายเป็นจีน” ชาว Gen-Z จีนบางกลุ่มกลับอยากมีชีวิตแบบ Kris Jenner แม่พระแห่งตระกูล Kardashian

เธอกลายเป็นไอคอนชั่วข้ามคืนบน RedNote (Xiaohongshu) ผู้ใช้เปลี่ยนรูปโปรไฟล์เป็นรูป Kris Jenner จากรายการ Keeping Up With the Kardashians บางคนอธิษฐานขอโชคลาภ ชื่อเสียง หรือแม้แต่ข้อเสนองานจากเธอ ผู้ใช้ TikTok marcelowang0527 บอกว่า แฟน Kris Jenner ที่อยากได้งานแต่งรูปเธอในชุดอาชีพต่างๆ เช่น หมอ วิศวกร ครู

รายงานจาก Business Insider พบผู้ใช้ RedNote เรียกเธอว่า “จักรพรรดินี” และเชิญชวนทุกคน “รักษาสมดุลธนาคาร 9 หลัก!”

หลังดราม่า Chappell Roan ที่ ส่วนใหญ่เป็นบอท และ AI ที่ทำให้เราไม่เชื่อความจริง อาจสงสัยว่านี่เป็นกลยุทธ์การตลาด รายการ KUWTK กำลังถ่ายทำฤดูกาลใหม่ แต่รายการนี้ถูกแบนในจีนตั้งแต่ปี 2011 และอินฟลูเอนเซอร์อวดรวยบางคนถูกถอดแพลตฟอร์มปี 2024 ดังนั้นไม่น่าจะเป็นโปรโมชั่น แฮชแท็ก #krisjenner มียอดวิว 53 ล้าน แสดงว่านี่คือ shitposting ที่บริสุทธิ์ใจจากวัฒนธรรมอื่น

KnowYourMeme อาจยังไม่บันทึกมีมจีนจากมหาอำนาจที่ยิ่งใหญ่ที่สุด แต่เราควรสนใจ ไม่ว่าจะเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวหรือเพราะความตลกที่เป็นสากล มีมจีนหลุดกรอบ containment ออกมาแล้ว หวังว่าเราจะได้เห็นเพิ่มก่อนที่ทุกอย่างจะมืดมนที่นี่

คุณล่ะ สนใจลองเปลี่ยนโปรไฟล์เป็น Kris Jenner เพื่อเรียกทรัพย์ไหม? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์และติดตามอัปเดตมีมฮิตๆ เพิ่มเติม!

ที่มา – China’s Biggest Social Media Celebrity Is… Kris Jenner?

UPDATE: บิ๊กมูฟ ทรู คอร์ปอเรชั่น!รัฐบาลญี่ปุ่นไฟเขียว เอ็นทีที โดโคโม เลือก ทรูวิชั่นส์ นาว เป็นพันธมิตรหลักบุกตลาดไทย เปิดประตูเชื่อมสู่จักรวาลบันเทิงญี่ปุ่นเต็มรูปแบบ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบันเทิงและเทคโนโลยี! วันนี้ผมมีข่าวใหญ่มาอัปเดตให้ฟังแบบเป็นกันเองเลยนะ UPDATE: บิ๊กมูฟ ทรู คอร์ปอเรชั่น!รัฐบาลญี่ปุ่นไฟเขียว เอ็นทีที โดโคโม เลือก ทรูวิชั่นส์ นาว เป็นพันธมิตรหลักบุกตลาดไทย เปิดประตูเชื่อมสู่จักรวาลบันเทิงญี่ปุ่นเต็มรูปแบบ นี่คือก้าวสำคัญที่ทำให้แฟนๆ ญี่ปุ่นอย่างเราตื่นเต้นสุดๆ เพราะในที่สุดคอนเทนต์พรีเมียมจากแดนปลาดิบก็บุกมาถึงไทยแบบเต็มสูบผ่าน TrueVisions NOW แล้ว!

UPDATE: บิ๊กมูฟ ทรู คอร์ปอเรชั่น!รัฐบาลญี่ปุ่นไฟเขียว เอ็นทีที โดโคโม เลือก ทรูวิชั่นส์ นาว เป็นพันธมิตรหลักบุกตลาดไทย เปิดประตูเชื่อมสู่จักรวาลบันเทิงญี่ปุ่นเต็มรูปแบบ

เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 มีนาคม ที่ผ่านมา เอ็นทีที โดโคโม (NTT DOCOMO) ยักษ์ใหญ่เทเลคอมญี่ปุ่น ร่วมกับทรู คอร์ปอเรชั่น ลงนาม MOU เชิงยุทธศาสตร์ภายใต้นโยบาย “New Cool Japan Strategy” โดยมีรัฐบาลญี่ปุ่นและหน่วยงานสำคัญอย่างกระทรวง MIC เป็นตัวหนุนหลังเต็มตัว ไทยถูกเลือกเป็นฮับกระจายคอนเทนต์ญี่ปุ่นสู่อาเซียน ผ่าน Lemino Japanese Collection บน TrueVisions NOW ที่เปิดให้ดูตั้งแต่ 25 มีนาคมเป็นต้นไป

ผมในฐานะคนติดตามวงการสตรีมมิ่งมานาน บอกเลยว่านี่คือโอกาสทอง! คอลเลกชันนี้มีกว่า 1,500 ตอน คัดสรรจากความฮิตในไทย เช่น ซีรีส์ LGBTQ+ หญิงแกร่ง ดราม่าชีวิตจริง วาไรตี้ฮาๆ และคอนเทนต์ไลฟ์แอคชั่นจาก 76 สถานีดังทั่วญี่ปุ่น ทั้งโตเกียว โอซาก้า นาโกย่า แถมแปลไทย ปรับให้เข้ากับบริบทเราด้วย รับรองดูเพลิน!

ผู้บริหารคนสำคัญพูดอะไรบ้าง?

  • ทาเคชิ ไซโต้ รองประธาน NTT DOCOMO: “ไทยคือพันธมิตรหลักในอาเซียน สร้างสะพานวัฒนธรรม สร้างชุมชนรักญี่ปุ่นใหญ่สุดในไทย”
  • โนบุโอะ คิริยามะ จากกระทรวง MIC: “ตั้งเป้าส่งออกคอนเทนต์ 20 ล้านล้านเยนปี 2033 คอนเทนต์ญี่ปุ่นคือซอฟต์พาวเวอร์”
  • พีรธน เกษมศรี ณ อยุธยา จากทรู: “ไทยพร้อมเป็นจุดยุทธศาสตร์ดิจิทัล ตามวิสัยทัศน์ กสทช.”
  • องอาจ ประภากมล หัวหน้าทรูวิชั่นส์: “รวบคอนเทนต์เอ็กซ์คลูซีฟ 125 เรื่องเปิดตัว ครบทุกแนว!”
  • นายแพทย์สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช.: “คอนเทนต์คือพลังเศรษฐกิจ เชื่อมวัฒนธรรม”

งานนี้มีสักขีพยานระดับสูงเพียบ ทั้งทูตญี่ปุ่น ผู้บริหารทรู และ กสทช. จัดที่ True Digital Park สุดยิ่งใหญ่ แถมมีเสวนา “เชื่อมโลกคอนเทนต์ญี่ปุ่น สู่อนาคตสตรีมมิ่งไทย” พูดถึงเทรนด์ตลาด พฤติกรรม Gen Z ที่ชอบแชร์ไวรัล และศักยภาพไทยเป็นเกตเวย์อาเซียน

ทำไมญี่ปุ่นเลือกไทยตอนนี้?

มาซาโทชิ มากิโนะ จาก NTT DOCOMO เผย 3 เหตุผล: 1) พฤติกรรมดิจิทัลเปลี่ยน ทุกคนสตรีมทุกที่ 2) นโยบาย All Japan รวมคอนเทนต์ 3 ปี 3) พันธมิตรทรูแข็งแกร่ง ตลาดไทย 28 ล้านยูสเซอร์ รักญี่ปุ่นสุดๆ จากอนิเมะ วาไรตี้ ไลฟ์แอคชั่น

นราทิพย์ ไวยรัชพานิช จากทรู บอกว่า Gen Z คือกุญแจ แชร์กระแสไว และทรูเข้าใจรสนิยมคนไทยดี จากฮิต TV Champion สมัยก่อน ยุคนี้คอนเทนต์ต้องคุณภาพสูง Localization ดี

แฟนพันธุ์แท้อย่าง ธนกร จาก Uncanny Boy ชมซีรีส์ญี่ปุ่นว่าจริงใจ สมจริง คาแรกเตอร์ลึก แตกต่างจากชาติอื่นๆ จะยกระดับสตรีมมิ่งไทย พิม TikToker สายญี่ปุ่นบอกว่าเติบโตมากับญี่ปุ่น ตอนนี้ดูง่ายละ!

ในมุมผมที่ติดตามเทรนด์สตรีมมิ่ง นี่คือจุดเปลี่ยนใหญ่ Soft Power ญี่ปุ่นจะบูสต์ตลาดไทย ผู้ชมได้คอนเทนต์พรีเมียมถูกลิขสิทธิ์ แถมแผนต่อยอดแฟนมีต คอมมูนิตี้ จะทำให้ชุมชนรักญี่ปุ่นแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เทรนด์อนาคตคือ cross-culture content ที่ไทย-ญี่ปุ่น collab กัน สร้างฮิตเวทีโลก

รีบสมัคร TrueVisions NOW 来看 Lemino Japanese Collection เลยครับ! รับรองติดงอมแงม เปิดประสบการณ์บันเทิงญี่ปุ่นแบบ full access

ที่มา – UPDATE: บิ๊กมูฟ ทรู คอร์ปอเรชั่น!รัฐบาลญี่ปุ่นไฟเขียว เอ็นทีที โดโคโม เลือก ทรูวิชั่นส์ นาว เป็นพันธมิตรหลักบุกตลาดไทย เปิดประตูเชื่อมสู่จักรวาลบันเทิงญี่ปุ่นเต็มรูปแบบ

รองจเรฯ แจงปม พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ฟ้องกลับตำรวจชุดทำคดีเว็บพนัน BNK Master ชี้เป็นเทคนิคฟ้องแก้เกี้ยว หวังเบี่ยงเบนคดี

สวัสดีเพื่อนๆ ชาวบล็อกทุกคน! วันนี้เรามาคุยกันแบบชิลๆ เรื่องดราม่าระดับตำรวจใหญ่ที่กำลังเป็นกระแสฮอตในโซเชียล โดยเฉพาะคนที่ชอบติดตามข่าวบันเทิงผสมเทคโนโลยีอย่างเว็บพนันออนไลน์นะครับ หัวข้อหลักของวันนี้คือ รองจเรฯ แจงปม พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ฟ้องกลับตำรวจชุดทำคดีเว็บพนัน BNK Master ชี้เป็นเทคนิคฟ้องแก้เกี้ยว หวังเบี่ยงเบนคดี เรื่องนี้มันน่าสนใจมาก เพราะเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีเว็บพนันที่ซับซ้อนและการต่อสู้ทางกฎหมายแบบมือโปรเลยล่ะ

รองจเรฯ แจงปม พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ฟ้องกลับตำรวจชุดทำคดีเว็บพนัน BNK Master ชี้เป็นเทคนิคฟ้องแก้เกี้ยว หวังเบี่ยงเบนคดี

เมื่อวันที่ 31 มีนาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ชัดๆ กรณีที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หรือ “บิ๊กโจ๊ก” อดีตรองผบ.ตร. มอบอำนาจทนายยื่นฟ้องตำรวจชุดสืบสวนคดีเว็บพนัน BNK Master ถึง 10 คน ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามมาตรา 157 และแจ้งความเท็จ

รองจเรฯ บอกตรงๆ เลยว่าการฟ้องกลับแบบนี้เป็นสิทธิ์ตามกฎหมายของผู้ต้องหา และเป็นเทคนิคเก่าๆ ที่ผู้มีอิทธิพลชอบใช้ เพื่อ “ฟ้องแก้เกี้ยว” ให้ตำรวจเสียสมาธิ กังวล หรือบีบให้เจรจา มันเหมือนกลยุทธ์ในหนัง法庭ดราม่าเลยนะ แต่ในโลกจริง โดยเฉพาะคดีเทคโนโลยีเว็บพนันที่ใช้ระบบซับซ้อนอย่าง BNK Master ซึ่งอาจมี AI หรือ blockchain เข้ามาเกี่ยว มันยิ่งทำให้การสืบสวนยากขึ้นไปอีก

ประเด็นฟ้องร้องที่ซ้ำซากจำเจ

สิ่งที่ทนายนำมาฟ้อง เช่น เรื่องขอหมายค้น หมายจับ หรือขัดขวางการแต่งตั้ง ล้วนแต่เป็นเรื่องเก่าที่เคยฟ้องไปแล้ว ศาลก็ตัดสินแล้วว่าเป็นแค่จินตนาการของฝั่งผู้ต้องหา ดังนั้นครั้งนี้ก็แค่เปลี่ยนตัวละครใหม่ เหมือนรีเมคหนังเก่าๆ นั่นแหละ รองจเรฯ ยืนยันชัดว่าตำรวจชุดนี้ไม่ได้เป็นคู่กรัดแย้งส่วนตัว เปรียบเทียบง่ายๆ ว่าถ้าจับคนฝ่าไฟแดง แล้วเขาฟ้องกลับ พรุ่งนี้เขาฝ่าอีก ตำรวจก็ต้องจับต่อ เพราะหน้าที่ไงล่ะ!

มุมมองจาก ป.ป.ช. และกระบวนการยุติธรรม

ส่วนที่ ป.ป.ช. ส่งสำนวนกลับให้ตำรวจสอบสวนต่อ รองจเรฯ ชี้ว่าไม่ใช่ชัยชนะฝ่ายใด แต่เป็นดุลยพินิจเพื่อความยุติธรรม ตำรวจจะขยายผล แล้วรายงานกลับ ส่งอัยการต่อไป เรียบร้อยตามระบบ นอกจากนี้ยังอธิบายคดีที่แยกกัน เช่น ฟอกเงิน แอบอ้างทรัพย์สิน ติดสินบน เหมือนบ่อนหลายแห่งใช้บัญชีเดียวกัน จับแห่งนึงไม่ได้แปลว่าอีกแห่งรอด

  • เทคนิคฟ้องแก้เกี้ยว: ใช้กดดันจิตใจตำรวจ
  • เว็บพนัน BNK Master: ตัวอย่างแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ซ่อนเทคโนโลยีล้ำๆ
  • บทบาทตำรวจ: มุ่งสืบตามกฎหมาย ไม่หวั่นฟ้อง

จากประสบการณ์ผมที่ติดตามคดีเทคโนโลยีมานาน จะเห็นว่าเว็บพนันพวกนี้ใช้เซิร์ฟเวอร์ต่างประเทศ VPN และคริปโต ทำให้ตำรวจต้องอัพสกิลดิจิทัลตลอดเวลา ดราม่านี้เหมือน entertainment show ที่ตำรวจใหญ่ปะทะกัน แต่สุดท้ายกฎหมายต้องชนะ

ในมุมส่วนตัว ผมคิดว่าการฟ้องแบบนี้กำลังเป็นเทรนด์ใหม่ในคดีใหญ่ๆ โดยเฉพาะที่เกี่ยว tech crime มันทำให้กระบวนการยุติธรรมช้าลง แต่ก็เป็นบททดสอบให้ตำรวจเข้มแข็งขึ้น เพื่อนๆ ลองคิดดูสิ ถ้าเป็นคุณจะรับมือยังไง? มาแชร์ความเห็นกันในคอมเมนต์นะครับ และอย่าลืมติดตามบล็อกเพื่ออัพเดทข่าวเทคโนโลยีกับบันเทิงแบบนี้ต่อไป!

ที่มา – รองจเรฯ แจงปม พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ฟ้องกลับตำรวจชุดทำคดีเว็บพนัน BNK Master ชี้เป็นเทคนิคฟ้องแก้เกี้ยว หวังเบี่ยงเบนคดี

วิกฤตฝุ่นเชียงใหม่รุนแรงต่อเนื่อง ติดอันดับ 1 เมืองอากาศแย่ที่สุดในโลก ทัศนวิสัยขุ่นมัวทั่วเมือง

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้เรามาคุยกันเรื่องที่กำลังเป็นกระแสฮอตฮิตในโซเชียลเลย นั่นคือ วิกฤตฝุ่นเชียงใหม่รุนแรงต่อเนื่อง ติดอันดับ 1 เมืองอากาศแย่ที่สุดในโลก ทัศนวิสัยขุ่นมัวทั่วเมือง นะครับ ผมที่ติดตามสถานการณ์สิ่งแวดล้อมมานานหลายปี บอกเลยว่าปีนี้รุนแรงแบบไม่เคยเห็นมาก่อน โดยเฉพาะวันที่ 31 มีนาคมที่ผ่านมา ช่างภาพจาก THE STANDARD ลงพื้นที่จริงๆ แล้วเจออะไรบ้าง มาฟังกันเลย

วิกฤตฝุ่นเชียงใหม่รุนแรงต่อเนื่อง ติดอันดับ 1 เมืองอากาศแย่ที่สุดในโลก ทัศนวิสัยขุ่นมัวทั่วเมือง

เช้านี้ตัวเมืองเชียงใหม่ปกคลุมด้วยหมอกควันหนาทึบสุดๆ โดยเฉพาะที่จุดชมวิวขึ้นดอยสุเทพ มองลงไปเห็นแต่ขุ่นมัว ไม่เห็นวิวสวยๆ ของเมืองเลยครับ ประชาชนต้องเปิดไฟหน้ารถกันหมด เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่ เพราะทัศนวิสัยลดลงมาก บรรยากาศแบบนี้ทำให้ชีวิตประจำวันสะดุดจริงๆ ไม่ว่าจะเดินทาง ท่องเที่ยว หรือแม้แต่ถ่ายรูปเช็คอินที่เคยสวยปัง

สาเหตุหลักมาจากไฟป่าและจุดความร้อน (Hotspots) ในภาคเหนือที่พุ่งสูงปรี๊ด ข้อมูลล่าสุด จังหวัดเชียงใหม่นำอันดับ 1 ด้วยจุดความร้อนสะสม 301 จุด แม่ฮ่องสอน 255 จุด ลำปาง 186 จุด ไฟลุกไหม้ไม่หยุด ส่งผลให้ฝุ่น PM2.5 พุ่งทะลุมาตรฐานหลายเท่า

มาดูค่าฝุ่น PM2.5 สูงสุดกันครับ:

  1. ตำบลเมืองนะ อ.เชียงดาว เชียงใหม่: 330.12 ไมโครกรัม/ม³ – สูงจนน่าตกใจ!
  2. ตำบลเวียงใต้ อ.ปาย แม่ฮ่องสอน: 306.80 ไมโครกรัม/ม³
  3. ตำบลเวียงพานคำ อ.แม่สาย เชียงราย: 198.40 ไมโครกรัม/ม³

และที่เด็ดสุด จาก IQAir เวลา 09.00 น. เทศบาลนครเชียงใหม่ AQI 239 ติดอันดับ 1 โลกเลยครับ! เหนือกว่าเดลี (อินเดีย) 203 และกินชาซา (คองโก) 177 หน่วยงานกำลังเร่งดับไฟ แต่สถานการณ์ยังน่าเป็นห่วง

ผลกระทบต่อสุขภาพและชีวิตประจำวัน

ในฐานะคนที่ศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมมานาน ผมบอกเลยว่าฝุ่น PM2.5 ขนาดเล็กแบบนี้เข้าปอดได้ง่าย ส่งผลต่อระบบทางเดินหายามาก โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ และคนมีโรคประจำตัว อาจไอ จาม หายใจลำบาก หรือรุนแรงถึงหัวใจวายได้ครับ สำหรับคนรักการท่องเที่ยวเชียงใหม่ ปีนี้ต้องเลื่อนแผนซะแล้ว หรือไม่ก็เตรียมหน้ากาก N95 ไว้ให้ดี

เทคโนโลยีช่วยได้ยังไง? แอปและเครื่องมือสุดล้ำ

ยุคนี้ tech ช่วยได้เยอะเลยนะครับ! ดาวน์โหลดแอป IQAir หรือ AirVisual ตรวจ AQI แบบเรียลไทม์ได้ทันที รู้ค่าฝุ่นก่อนออกจากบ้าน หรือใช้เครื่องฟอกอากาศแบบ HEPA ที่มีเซ็นเซอร์ตรวจจับ PM2.5 อัตโนมัติ บ้านไหนมีเด็กเล็ก แนะนำเลย นอกจากนี้โดรนดับไฟป่าก็กำลังมาแรง หน่วยงานใช้เทคโนโลยีนี้สำรวจจุดความร้อนจากอากาศ ลดเวลาตอบสนองได้มาก

จากประสบการณ์ผม สถานการณ์แบบนี้เกิดซ้ำทุกปีเพราะการเผาในที่ดินเกษตรและไฟป่า แต่ปีนี้รุนแรงเพราะสภาพอากาศแปรปรวนจาก climate change ครับ ถ้าไม่แก้ที่ต้นเหตุ เช่น ส่งเสริมเกษตรยั่งยืนหรือกฎหมายเข้มงวด วิกฤตฝุ่นเชียงใหม่จะแย่กว่านี้อีก

สรุปแล้ว เพื่อนๆ ที่อยู่ในพื้นที่หรือจะไปเที่ยว ใส่หน้ากาก ลดเวลาอยู่นอกบ้าน อาบน้ำบ่อยๆ และติดตามข่าวสารนะครับ ในอนาคต tech จะช่วยให้เราจัดการได้ดีขึ้นแน่นอน! ถ้าชอบบทความนี้ แชร์ต่อให้เพื่อนๆ รู้ด้วย สู้ๆ ครับ

ที่มา – วิกฤตฝุ่นเชียงใหม่รุนแรงต่อเนื่อง ติดอันดับ 1 เมืองอากาศแย่ที่สุดในโลก ทัศนวิสัยขุ่นมัวทั่วเมือง

ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น กลุ่มดีเซลบวก 1.80 บาท เบนซิน-แก๊สโซฮอล์ขึ้น 1.00 บาท มีผลวันนี้

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคนครับ วันนี้ (31 มีนาคม) ผมลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์ราคาน้ำมันในกรุงเทพฯ และปริมณฑลมาให้ดูกันแบบเรียลไทม์เลยนะ หลังจากที่มีข่าว ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น กลุ่มดีเซลบวก 1.80 บาท เบนซิน-แก๊สโซฮอล์ขึ้น 1.00 บาท มีผลวันนี้ ทำให้หลายคนที่ใช้รถใช้ถนนต้องเตรียมใจกันหน่อย เพราะค่าครองชีพอาจพุ่งตามไปด้วย

จากที่ผมไปดูป้ายราคาที่ปั๊มหลายแห่ง พบว่าราคาขึ้นจริงตามประกาศ กลุ่มดีเซลที่ขึ้นเยอะสุดถึง 1.80 บาทต่อลิตร ส่วนเบนซินและแก๊สโซฮอล์ก็ไม่น้อยหน้า ขึ้นคนละ 1.00 บาท ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ใช้รถกระบะ รถบรรทุก หรือแม้แต่รถเก๋งที่นิยมแก๊สโซฮอล์ประหยัดๆ ในยุคนี้ที่เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นเต็มที่ การขึ้นราคาแบบนี้ยิ่งทำให้หลายคนคิดหนัก

ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น กลุ่มดีเซลบวก 1.80 บาท เบนซิน-แก๊สโซฮอล์ขึ้น 1.00 บาท มีผลวันนี้: รายละเอียดราคาขายปลีก

มาดูรายละเอียดราคาแบบชัดๆ กันเลยครับ (ราคาโดยประมาณในกรุงเทพฯ และปริมณฑล อาจต่างกันนิดหน่อยตามแต่ละปั๊ม)

กลุ่มน้ำมันดีเซล

  • ไฮพรีเมียม ดีเซล S B7: 56.84 บาท/ลิตร
  • ดีเซล B7 / B20: 38.94 บาท/ลิตร

กลุ่มน้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์

  • เบนซิน 95: 40.14 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95: 31.55 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91: 31.18 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20: 29.34 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E85: 27.29 บาท/ลิตร

ราคาเหล่านี้เป็นราคาขายปลีกที่ปรับใหม่ มีผลตั้งแต่วันนี้เลยนะครับ เพื่อนๆ ที่กำลังจะเติมน้ำมัน แนะนำให้เช็คป้ายราคาที่ปั๊มจริงๆ ก่อน เพราะบางแห่งอาจมีโปรโมชั่นหรือปรับต่างกันเล็กน้อย

ทำไมราคาน้ำมันถึงปรับตัวสูงขึ้นแบบนี้? จากประสบการณ์ที่ผมติดตามมานาน สาเหตุหลักมาจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ผันผวน จากความตึงเครียดในตะวันออกกลางและนโยบายของ OPEC ที่ลดการผลิต บวกกับค่าเงินบาทที่อ่อนตัว ทำให้ต้นทุนนำเข้าน้ำมันแพงขึ้น ส่งผลตรงถึงผู้บริโภคอย่างเราๆ โดยเฉพาะกลุ่มดีเซลที่ขึ้นสูงสุด เพราะรถบรรทุกและแท็กซี่ใช้งานเยอะ สินค้าอุปโภคบริโภคอาจแพงตามไปด้วยในอีกไม่กี่วัน

สำหรับคนที่ใช้รถในเมืองอย่างกรุงเทพฯ การขึ้นราคานี้กระทบไม่น้อย โดยเฉพาะคนขับ Grab หรือแกร็บฟู้ดที่ต้องวิ่งทั้งวัน ค่าใช้จ่ายน้ำมันอาจเพิ่ม 20-30% เลยทีเดียว แต่ในมุมบวกนะครับ มันเป็นสัญญาณให้เราคิดถึงทางเลือกใหม่ๆ เช่น รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ตอนนี้เทคโนโลยีเจริญมาก แบตเตอรี่อึด ชาร์จเร็ว และต้นทุนต่อกิโลต่ำกว่าน้ำมันหลายเท่า แบรนด์อย่าง Tesla, BYD หรือ Neta กำลังมาแรงในไทย เหมาะสำหรับคนรักเทคที่อยากอัพเกรดไลฟ์สไตล์

เคล็ดลับจากผมที่เป็นคนใช้รถประจำ: 1) เติมแก๊สโซฮอล์ E20 หรือ E85 ที่ถูกกว่าแต่ประหยัดดี 2) ใช้แอพเช็คราคาปั๊มอย่าง PTT Station หรือ Bangchak เพื่อหาที่ถูกสุด 3) ขับนุ่มๆ ลดน้ำหนักรถเพื่อประหยัดน้ำมัน และ 4) มองหารถ EV ในอนาคตเพราะแนวโน้มราคาน้ำมันยังน่าจะขึ้นต่อเนื่องจากปัญหาโลกร้อนและพลังงานหมุนเวียน

สรุปแล้ว ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น กลุ่มดีเซลบวก 1.80 บาท เบนซิน-แก๊สโซฮอล์ขึ้น 1.00 บาท มีผลวันนี้ เป็นข่าวที่เราต้องปรับตัวกัน แต่ผมเชื่อว่ามันจะเร่งให้ตลาดรถ EV เติบโตเร็วขึ้นในไทย ซึ่งเป็นเทรนด์ที่น่าตื่นเต้นสำหรับคนชอบเทคโนโลยี ลองเช็คราคาและวางแผนการเติมน้ำมันของคุณวันนี้เลยครับ! ถ้ามีคำถาม comment มาคุยกันนะ

ที่มา – ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น กลุ่มดีเซลบวก 1.80 บาท เบนซิน-แก๊สโซฮอล์ขึ้น 1.00 บาท มีผลวันนี้

หอจดหมายเหตุออสเตรเลียเพิ่ม Succulent Chinese Meal Guy

ชีวิตของแจ็ค คาร์ลสัน ผู้โด่งดังจากคลิปไวรัลสุดฮา Succulent Chinese Meal สิ้นสุดลงเมื่อไม่ถึงสองปีก่อน แต่เรื่องราวของเขายังคงเป็นตำนาน หอจดหมายเหตุออสเตรเลียเพิ่ม Succulent Chinese Meal Guy เข้าคอลเลกชันแห่งชาติแล้ว! คลิปนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของมรดกทางวัฒนธรรมออสเตรเลีย แม้เจ้าตัวจะมีประวัติอาชญากรรมยาวเหยียดตั้งแต่เด็ก ถูกจับบ่อยครั้ง สนิทกับมาเฟียใหญ่ และเคยถูกกล่าวหาว่าฆ่าเมีย แต่คลิปการจับกุมที่ร้านอาหารจีนครั้งนี้ ทำให้เขาเป็นไอคอนอินเทอร์เน็ต

หอจดหมายเหตุออสเตรเลียเพิ่ม Succulent Chinese Meal Guy: ความสำคัญของคลิปไวรัล

หอจดหมายเหตุภาพยนตร์และเสียงแห่งชาติออสเตรเลีย (NFSA) ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐบาล ได้เพิ่มคลิปดังนี้เข้าไปในคลังสมบัติแล้ว คอลเลกชันนี้มีทั้ง The Babadook และของจาก Mad Max เรื่องต้นฉบับ แต่ตอนนี้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นด้วยส่วนใหม่ชื่อ ‘Democracy manifest’: Anatomy of a viral moment ที่เล่าเรื่องคลิปธรรมดาจากข่าวท้องถิ่นที่กลายเป็นคอนเทนต์อินเทอร์เน็ตขั้นสุดยอด

เบื้องหลังคลิปหอจดหมายเหตุออสเตรเลียเพิ่ม Succulent Chinese Meal Guy

เรื่องเกิดขึ้นเมื่อนักสืบอเมริกันเอ็กซ์เพรสสันนิษฐานว่าแจ็ค คาร์ลสัน (ชื่อจริงอาจไม่ใช่) เป็นมิจฉาชีพ ใช้บัตรเครดิตปลอม ก็นำไปสู่ปฏิบัติการจับกุมสุดพิถีพิถันที่ร้านอาหารจีน แต่เขาอ้างว่าไม่ได้ผิดครั้งนี้! แทนที่จะยอมให้จับ เขาแสดงทักษะการแสดงจากเรือนจำที่เรียนเชกสเปียร์ ปล่อยมอนologue สุดโด่งดัง: “What is the charge? Eating a meal? A succulent Chinese meal?” และ “Gentlemen, this is democracy manifest!”

คลิปเต็มถูกซ่อนในเทปเก่าจนปี 2009 รัสเซล เฟอร์แมน พนักงานช่อง 9 พบและอัปโหลดลงยูทูบเพื่อแชร์กับเพื่อนในวงการ ตอนแรกดังปานกลาง แต่พอถูกยูทูบเบอร์อื่นอย่างคลิปนี้นำไปใช้ วิวพุ่งทะลุฟ้า และยังคงดังต่อเนื่อง

NFSA ไม่ธรรมดา เขามีรายการ Tonight Live with Paisley Beebe จาก Second Life ปี 2009 ด้วย! นี่คือการใช้เงินภาษีให้เกิดประโยชน์สูงสุด ควรเอาเป็นเยี่ยงอย่าง

ประวัติสุดเข้มของ Succulent Chinese Meal Guy

แจ็ค คาร์ลสัน เติบโตในวัยเด็กโหดร้าย ถูกจับตั้งแต่วัยรุ่น สนิทกับแก๊งอันตราย เรียนละครในคุกจนได้แสดงจริงๆ มีเรื่องฆ่าเมีย และเพิ่งจากไปเมื่อสิงหาคม 2024 อายุ 82 แต่คลิปนี้ทำให้เขาเป็นส่วนหนึ่งของสังคมออสเตรเลีย ถือเป็น democracy manifest จริงๆ!

  • คลิปถูกค้นพบและอัปโหลดปี 2009
  • กลายเป็นไวรัลหลังถูกนำไปรีมิกซ์
  • NFSA เพิ่มเพื่อบันทึกมรดกดิจิทัล
  • เทียบกับ Mad Max หรือ Babadook ในความสำคัญทางวัฒนธรรม

น่าเสียดายที่ยังไม่มีคลิปนายกฯ ออสเตรเลียกินหัวหอมทั้งเปลือกแบบนี้ ควรเพิ่มด่วน!

หอจดหมายเหตุออสเตรเลียเพิ่ม Succulent Chinese Meal Guy แสดงให้เห็นว่าอินเทอร์เน็ตเปลี่ยนมรดกวัฒนธรรมได้อย่างไร คลิปเล็กๆ กลายเป็นสมบัติชาติ สะท้อนยุคสมัยที่คอนเทนต์ไวรัลมีค่าดั่งภาพยนตร์คลาสสิก คุณคิดยังไงกับคลิปนี้? ลองดูอีกครั้งแล้วแชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย!

ที่มา – National Film and Sound Archive of Australia Adds ‘Succulent Chinese Meal’ Guy

จับแก๊งคอลเซ็นเตอร์เกาหลีใต้หนีกบดานไทย อ้างตัวเป็นอัยการหลอกเหยื่อสูญกว่า 3 พันล้านวอน

สวัสดีเพื่อนๆ ชาวบล็อกทุกคน! ในยุคที่เทคโนโลยีเชื่อมโลกเข้าด้วยกันแบบนี้ ข่าวอาชญากรรมไซเบอร์ยิ่งน่าติดตามสุดๆ โดยเฉพาะแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่โผล่มาจากต่างแดน วันนี้เรามีเรื่องฮอตฮิตมาอัปเดตกัน นั่นคือ จับแก๊งคอลเซ็นเตอร์เกาหลีใต้หนีกบดานไทย อ้างตัวเป็นอัยการหลอกเหยื่อสูญกว่า 3 พันล้านวอน ซึ่งเป็นปฏิบัติการสุดเจ๋งของตำรวจไทย ร่วมกับสถานทูตเกาหลีใต้ รับรองว่าอ่านแล้วจะได้ทั้งความตื่นเต้นและเคล็ดลับป้องกันตัวเอง!

จับแก๊งคอลเซ็นเตอร์เกาหลีใต้หนีกบดานไทย อ้างตัวเป็นอัยการหลอกเหยื่อสูญกว่า 3 พันล้านวอน

วานนี้ (30 มีนาคม) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นำโดย พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ร่วมกับเจ้าหน้าที่กงสุลตำรวจจากสถานเอกอัครราชทูตเกาหลีประจำไทย แถลงผลปฏิบัติการ “Thailand-Korea Breaking Chains EP.2” สำเร็จลุล่วง! จับผู้ต้องหาชาวเกาหลีใต้ได้ถึง 11 ราย ชื่อดังนี้ กอนโก (25), ดงฮวา (25), จุนกี (35), นูรี (35), ซอกอู (31), ฮยอนอู (33), จองกู (31), กวังมิน (19), ยงกยู (39), ยุนคโย (27) และ ฮเยรี (32 ปี) ทุกคนถูกจับคากูฏในบ้านหรูย่านรามอินทรา ที่ดัดแปลงเป็นออฟฟิศคอลเซ็นเตอร์เต็มรูปแบบ

ของกลางที่ยึดได้เพียบเลยนะเพื่อนๆ ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์ VoIP 11 เครื่อง, มือถือ 33 เครื่อง, บทสคริปต์หลอกลวง, เงินสด และเอกสารปลอมที่แสร้งเป็นหนังสือจากอัยการเกาหลีใต้ สุดยอดไปเลย!

วิธีการหลอกลวงสุดแสบของแก๊งนี้

จากที่ผมติดตามข่าวอาชญากรรมเทคโนโลยีมาหลายปี แก๊งนี้ใช้เทคนิคโปรสุดๆ โดยปลอมตัวเป็นอัยการหรือเจ้าหน้าที่รัฐเกาหลี โทรข่มขู่เหยื่อว่าติดคดีใหญ่ ต้องโอนเงินมาจัดการด่วน! พวกเขาพึ่งพาเทคโนโลยี VoIP ที่โทรผ่านอินเทอร์เน็ต ทำให้หมายเลขดูเหมือนโทรจากเกาหลีใต้จริงๆ บนโต๊ะทำงานแต่ละจุดมีสคริปต์พร้อมรายชื่อเหยื่อและเบอร์โทร ว้าว! มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 3,000 ล้านวอน หรือราว 65 ล้านบาท มีเหยื่อตกหลุมพรางหลายรายแล้ว

นี่คือตัวอย่างพฤติกรรมที่ผมเห็นบ่อยในวงการสแกม跨境 แก๊งคอลเซ็นเตอร์เกาหลีใต้หนีจากกัมพูชามาตั้งฐานไทย เพราะระบบอินเทอร์เน็ตแรงและค่าครองชีพถูก ทำให้ขยายเครือข่ายได้ง่าย ก่อนหน้านี้ปฏิบัติการ EP.1 จับไป 17 รายในชลบุรีและกรุงเทพฯ คราวนี้ขยายผลมาจนได้!

ผลการจับกุมและบทบาทของตำรวจไทย

พล.ต.ต.ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผบก.ปอท. เล่าว่าบ้านหรูนี้มีโต๊ะทำงาน 11 จุด Router แจกสัญญาณ และอุปกรณ์ครบครัน ข้อหาก็ชัด เป็นคนต่างด้าวทำงานไม่มีใบอนุญาต ส่ง สน.โคกคราม แล้วประสานสถานทูตเกาหลีเพื่อดำเนินคดีต่อ ความร่วมมือไทย-เกาหลีครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าประเทศเรากำลังเข้มงวดกับสแกมมากขึ้น

  • เคล็ดลับป้องกันจากผม: ถ้าโทรมาบอกติดคดี อย่าโอนเงินเด็ดขาด! ตรวจสอบด้วยการโทรกลับหน่วยงานจริง
  • ใช้แอปบล็อกสแปม และอัปเดตซอฟต์แวร์ป้องกัน
  • แจ้งตำรวจทันทีถ้าถูกหลอก ช่วยลดความเสียหายได้เยอะ

ในฐานะคนที่ตามเทรนด์เทคโนโลยีและบันเทิง ผมมองว่าสแกมแบบนี้กำลังมาแรงเพราะ AI และ VoIP กำลังพัฒนาเร็ว แนวโน้มปีหน้าคือแก๊งจะใช้ deepfake เสียงเหมือนจริงยิ่งขึ้น ดังนั้นทุกคนต้องฉลาดขึ้น! ถ้าคุณเคยเจอโทรหลอกแบบนี้ แชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ได้นะ หรือรายงานไป ปอท. เลย เพื่อช่วยสังคม

สุดท้าย อย่าให้ตัวเองกลายเป็นเหยื่อ รู้ทันสแกม = ปลอดภัย 100%!

ที่มา – จับแก๊งคอลเซ็นเตอร์เกาหลีใต้หนีกบดานไทย อ้างตัวเป็นอัยการหลอกเหยื่อสูญกว่า 3 พันล้านวอน