วิกฤตฝุ่นเชียงใหม่รุนแรงต่อเนื่อง ติดอันดับ 1 เมืองอากาศแย่ที่สุดในโลก ทัศนวิสัยขุ่นมัวทั่วเมือง
สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้เรามาคุยกันเรื่องที่กำลังเป็นกระแสฮอตฮิตในโซเชียลเลย นั่นคือ วิกฤตฝุ่นเชียงใหม่รุนแรงต่อเนื่อง ติดอันดับ 1 เมืองอากาศแย่ที่สุดในโลก ทัศนวิสัยขุ่นมัวทั่วเมือง นะครับ ผมที่ติดตามสถานการณ์สิ่งแวดล้อมมานานหลายปี บอกเลยว่าปีนี้รุนแรงแบบไม่เคยเห็นมาก่อน โดยเฉพาะวันที่ 31 มีนาคมที่ผ่านมา ช่างภาพจาก THE STANDARD ลงพื้นที่จริงๆ แล้วเจออะไรบ้าง มาฟังกันเลย
วิกฤตฝุ่นเชียงใหม่รุนแรงต่อเนื่อง ติดอันดับ 1 เมืองอากาศแย่ที่สุดในโลก ทัศนวิสัยขุ่นมัวทั่วเมือง
เช้านี้ตัวเมืองเชียงใหม่ปกคลุมด้วยหมอกควันหนาทึบสุดๆ โดยเฉพาะที่จุดชมวิวขึ้นดอยสุเทพ มองลงไปเห็นแต่ขุ่นมัว ไม่เห็นวิวสวยๆ ของเมืองเลยครับ ประชาชนต้องเปิดไฟหน้ารถกันหมด เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่ เพราะทัศนวิสัยลดลงมาก บรรยากาศแบบนี้ทำให้ชีวิตประจำวันสะดุดจริงๆ ไม่ว่าจะเดินทาง ท่องเที่ยว หรือแม้แต่ถ่ายรูปเช็คอินที่เคยสวยปัง
สาเหตุหลักมาจากไฟป่าและจุดความร้อน (Hotspots) ในภาคเหนือที่พุ่งสูงปรี๊ด ข้อมูลล่าสุด จังหวัดเชียงใหม่นำอันดับ 1 ด้วยจุดความร้อนสะสม 301 จุด แม่ฮ่องสอน 255 จุด ลำปาง 186 จุด ไฟลุกไหม้ไม่หยุด ส่งผลให้ฝุ่น PM2.5 พุ่งทะลุมาตรฐานหลายเท่า
มาดูค่าฝุ่น PM2.5 สูงสุดกันครับ:
- ตำบลเมืองนะ อ.เชียงดาว เชียงใหม่: 330.12 ไมโครกรัม/ม³ – สูงจนน่าตกใจ!
- ตำบลเวียงใต้ อ.ปาย แม่ฮ่องสอน: 306.80 ไมโครกรัม/ม³
- ตำบลเวียงพานคำ อ.แม่สาย เชียงราย: 198.40 ไมโครกรัม/ม³
และที่เด็ดสุด จาก IQAir เวลา 09.00 น. เทศบาลนครเชียงใหม่ AQI 239 ติดอันดับ 1 โลกเลยครับ! เหนือกว่าเดลี (อินเดีย) 203 และกินชาซา (คองโก) 177 หน่วยงานกำลังเร่งดับไฟ แต่สถานการณ์ยังน่าเป็นห่วง
ผลกระทบต่อสุขภาพและชีวิตประจำวัน
ในฐานะคนที่ศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมมานาน ผมบอกเลยว่าฝุ่น PM2.5 ขนาดเล็กแบบนี้เข้าปอดได้ง่าย ส่งผลต่อระบบทางเดินหายามาก โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ และคนมีโรคประจำตัว อาจไอ จาม หายใจลำบาก หรือรุนแรงถึงหัวใจวายได้ครับ สำหรับคนรักการท่องเที่ยวเชียงใหม่ ปีนี้ต้องเลื่อนแผนซะแล้ว หรือไม่ก็เตรียมหน้ากาก N95 ไว้ให้ดี
เทคโนโลยีช่วยได้ยังไง? แอปและเครื่องมือสุดล้ำ
ยุคนี้ tech ช่วยได้เยอะเลยนะครับ! ดาวน์โหลดแอป IQAir หรือ AirVisual ตรวจ AQI แบบเรียลไทม์ได้ทันที รู้ค่าฝุ่นก่อนออกจากบ้าน หรือใช้เครื่องฟอกอากาศแบบ HEPA ที่มีเซ็นเซอร์ตรวจจับ PM2.5 อัตโนมัติ บ้านไหนมีเด็กเล็ก แนะนำเลย นอกจากนี้โดรนดับไฟป่าก็กำลังมาแรง หน่วยงานใช้เทคโนโลยีนี้สำรวจจุดความร้อนจากอากาศ ลดเวลาตอบสนองได้มาก
จากประสบการณ์ผม สถานการณ์แบบนี้เกิดซ้ำทุกปีเพราะการเผาในที่ดินเกษตรและไฟป่า แต่ปีนี้รุนแรงเพราะสภาพอากาศแปรปรวนจาก climate change ครับ ถ้าไม่แก้ที่ต้นเหตุ เช่น ส่งเสริมเกษตรยั่งยืนหรือกฎหมายเข้มงวด วิกฤตฝุ่นเชียงใหม่จะแย่กว่านี้อีก
สรุปแล้ว เพื่อนๆ ที่อยู่ในพื้นที่หรือจะไปเที่ยว ใส่หน้ากาก ลดเวลาอยู่นอกบ้าน อาบน้ำบ่อยๆ และติดตามข่าวสารนะครับ ในอนาคต tech จะช่วยให้เราจัดการได้ดีขึ้นแน่นอน! ถ้าชอบบทความนี้ แชร์ต่อให้เพื่อนๆ รู้ด้วย สู้ๆ ครับ
ที่มา – วิกฤตฝุ่นเชียงใหม่รุนแรงต่อเนื่อง ติดอันดับ 1 เมืองอากาศแย่ที่สุดในโลก ทัศนวิสัยขุ่นมัวทั่วเมือง
