ผู้เขียน: lalika69_admin

ไวรัสอาหารทะเลลึกลับอาจก่อโรคตาใหม่ นักวิทยาศาสตร์เตือน

คุณเคยคิดไหมว่าอาหารทะเลที่เราชอบกินอย่างกุ้ง หอย หรือปลาดิบ อาจซ่อนอันตรายร้ายแรงที่ไม่ใช่แค่พยาธิหรือเชื้อแบคทีเรีย แต่เป็นไวรัสที่อาจทำลายดวงตาของเราได้? ไวรัสอาหารทะเลลึกลับอาจก่อโรคตาใหม่ นักวิทยาศาสตร์เตือนจากงานวิจัยล่าสุดในจีน ที่ชี้ว่ามันอาจเชื่อมโยงกับโรคตาใหม่ที่เรียกว่า POH-VAU ซึ่งทำให้ตาบอดถาวรได้!

ไวรัสอาหารทะเลลึกลับอาจก่อโรคตาใหม่ นักวิทยาศาสตร์เตือนอย่างไร

ไวรัสนี้ชื่อว่า Covert Mortality Nodavirus หรือ CMNV ซึ่งเป็นภัยร้ายต่ออุตสาหกรรมเลี้ยงกุ้งในเอเชียและออสเตรเลียมานาน นักวิจัยจีนค้นพบหลักฐานในเนื้อเยื่อตาของผู้ป่วย POH-VAU ซึ่งเป็นโรคตาที่มีอาการความดันในตาสูงผิดปกติและการอักเสบของชั้นยูเวีย (uvea) ส่วนหน้าของตา ผู้ป่วยส่วนใหญ่เคยสัมผัสอาหารทะเลดิบหรือสัตว์ทะเลล่าสุดๆ

พวกเขาศึกษาผู้ป่วย 70 รายตั้งแต่ปี 2022-2025 พบอนุภาคไวรัสคล้าย CMNV ในเนื้อเยื่อตาที่ผ่าตัดออกมา และไม่มีในกลุ่มควบคุม นอกจากนี้ ผู้ป่วยทุกคนมีแอนติบอดีต่อ CMNV และดีเอ็นเอของไวรัสที่แยกได้ตรงกับตัวอย่างจากสัตว์น้ำถึง 98.96%! ที่เจ๋งกว่านั้นคือ เมื่อฉีด CMNV เข้าหนู หนูก็มีอาการตาคล้ายมนุษย์เลย

POH-VAU คือโรคตาอะไร และทำไมต้องกลัวไวรัสอาหารทะเลลึกลับ

POH-VAU หรือ Persistent Ocular Hypertension Viral Anterior Uveitis เป็นโรคตาใหม่ที่กำลังระบาดในจีน ไม่ใช่จากไวรัสเริมอย่าง HSV ที่เป็นสาเหตุทั่วไป แต่จากไวรัสน้ำเค็ม! งานวิจัยนี้ตีพิมพ์ในวารสาร Nature Microbiology เมื่อปลายเดือนที่แล้ว นักวิจัยบอกว่า “นี่เป็นครั้งแรกที่ไวรัสจากสัตว์น้ำเชื่อมโยงกับโรคมนุษย์”

ที่น่ากลัวคือ CMNV พบแล้วใน 49 สปีชีส์สัตว์น้ำทั่วโลก รวมถึงอเมริกาและยุโรป แม้ 71% ผู้ป่วยสัมผัสอาหารทะเลโดยตรง แต่บางรายไม่มีประวัติชัดเจน อาจแพร่จากคนสู่คนได้? ยังไม่ยืนยัน แต่เสี่ยงมาก!

  • อาการหลัก: ตาแดง, เจ็บตา, ความดันตาสูง, อาจตาบอดถาวร
  • กลุ่มเสี่ยง: คนกิน sushi, กุ้งดิบ, หรือทำงานทะเล
  • การป้องกัน: ปรุงสุก, ล้างมือ, หลีกเลี่ยงสัมผัสสัตว์ทะเลป่วย

นี่ไม่ใช่แค่ zoonosis จากบกอย่างโควิด แต่จากทะเลด้วย! ถ้าคุณเป็นสายทะเล ต้องระวังแล้วล่ะ งานวิจัยยังต้องยืนยันเพิ่ม แต่หลักฐานชัดเจนขนาดนี้ อย่ารอช้า

สรุปแล้ว ไวรัสอาหารทะเลลึกลับอาจก่อโรคตาใหม่ได้จริง ควรตรวจตาเป็นประจำถ้ามีอาการผิดปกติ และบอกต่อเพื่อนๆ ที่รักอาหารทะเลดิบ ลองแชร์บทความนี้ และคอมเมนต์ว่าคุณเคยกินกุ้งดิบบ้างไหม?

ที่มา – Mysterious Seafood Virus May Be Behind Emerging Eye Disease, Scientists Warn

โชว์รันเนอร์ The Testaments เปิดเผยการปรากฏตัวจูน

The Testaments ซีรีส์ภาคต่อสุดเข้มข้นมาถึงแล้ว ต่อเนื่องจากเหตุการณ์ใน The Handmaid’s Tale ประมาณ 4 ปี ด้วยนักแสดงชุดใหม่ (ส่วนใหญ่) และเรื่องราวสดใหม่ในความชั่วร้ายอันคุ้นเคยของกิลีแอด Hulu ปล่อยตอนแรกสามตอนพร้อมกันคือ “Precious Flowers,” “Perfect Teeth,” และ “Daisy” ทำให้ผู้ชมได้รู้ความลับที่ The Testaments เก็บงำไว้อย่างดี

หากยังไม่ได้ดูตอนแรกสามตอน หยุดอ่านเดี๋ยวนี้! แต่ถ้าคุณอัปเดตเรื่องกิลีแอดครบแล้ว และอยากรู้ว่า Bruce Miller ผู้สร้าง The Testaments และ The Handmaid’s Tale พูดอะไรเกี่ยวกับการเปิดเผยนี้ อ่านต่อได้เลย

โชว์รันเนอร์ The Testaments เปิดเผยการปรากฏตัวจูน

เธอปรากฏตัวชัดเจนในตอนแรกตอนท้าย ระหว่างฟลาชแบ็กชีวิตก่อนกิลีแอดของ Daisy (Lucy Halliday) ในโตรอนโต: ใช่แล้ว นั่นคือ June Osborne (Elisabeth Moss) ตัวเอกจาก The Handmaid’s Tale ครั้งสุดท้ายที่เราเห็นเธอ เธออยู่ในซากคฤหาสน์ที่ถูกทำลายจากสงคราม กำลังเริ่มเขียนเรื่องราวอันน่าทึ่งของตัวเอง

ความรู้สึกว่าการต่อสู้ของจูนยังไม่จบชัดเจน และใน The Testaments เราจะเห็นแวบๆ ของจูนและงานต่อต้านของเธอกับกลุ่ม Mayday การปรากฏตัวของเธอในภาคต่ออาจดูหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ Miller และทีมตั้งใจเก็บเป็นความลับ ไม่ประชาสัมพันธ์ล่วงหน้า

“ผมอยากรักษาความสนุกของการเซอร์ไพรส์ไว้บ้าง” Miller บอก io9 ในการสัมภาษณ์ช่วงโปรโมท The Testaments ล่าสุด “ตลอดไป สปอยล์จะหลุดอยู่แล้ว นี่คือโอกาสเดียวที่คนดูจะได้สัมผัสแบบสดใหม่ มันสนุกดี… คุณไม่จำเป็นต้องดู The Handmaid’s Tale หรือรู้จัก Handmaid ก็สนุกได้ และตัวละครที่จูนเล่นใน The Testaments ก็น่าค้นหาแม้คุณไม่รู้จักเธอตั้งแต่แรก”

การเปลี่ยนแปลงของจูนใน The Testaments

จูนที่เราพบใน The Testaments เปลี่ยนไปจากตอนจบ The Handmaid’s Tale “เรากำลังสร้าง ‘เธออยู่ไหนตอนนี้’ สำหรับจูน” Miller อธิบาย “เธออดทนขึ้น จากเดิมที่ใจร้อน เธอหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง จากเดิมที่ชอบเผชิญหน้า ผมไม่อยากให้คุณจินตนาการเรื่องของเธอหมดก่อนดู หวังว่าจะเซอร์ไพรส์สนุกในสามตอนแรก แล้วรู้สึกว่าเธอกำลังดึงเชือกจากภายนอก เมื่อคุณรู้จักจูนแล้ว”

ไม่สปอยล์ตอนที่ยังไม่ออก ซีซันแรกเหมือนบทนำ มีเรื่องราวต่อยอด Hulu ยืนยันแค่หนึ่งซีซัน แต่ Miller หวังว่าจะมีต่อ

“ผมคิดแบบปฏิบัติจริง ของครีเอทีฟ นักแสดงเจ๋ง เรื่องราวรุ่มรวย ทำได้นานเท่าที่ไฟยังติด แต่ผมรับผิดชอบต้องจบเรื่องให้ดี… หวังมีเวลาแผน แต่ทีวีมันไม่แน่นอน คิดไว้ 3-5 ซีซัน ยืดหยุ่นเพื่อจบที่น่าพอใจ”

เขาเน้นว่าอาจไม่เกิด “ธุรกิจทีวีไม่ทำงานแบบนั้น ไม่บอกจนสายเกินแก้ แต่จะพยายามทำให้สนุกที่สุด”

ตอนแรกสามตอนของ The Testaments สตรีมบน Hulu และ Hulu on Disney+ แล้ว อย่าลืมดูเพื่อสัมผัสการเปิดเผยสุดช็อก และติดตามอนาคตของจูนกับกิลีแอด คุณคิดว่าซีรีส์เรื่องนี้จะไปต่อกี่ซีซัน? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์!

  • จุดเด่น: การเซอร์ไพรส์จูนที่ลงตัว
  • การเปลี่ยนของตัวละครน่าติดตาม
  • ศักยภาพหลายซีซัน

ที่มา – ‘The Testaments’ Showrunner Lifts the Lid on That Major Reveal

สตีเวน โซเดอร์เบิร์ก เลิกหนังเบน โซโลแล้ว

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เราพูดถึงโปรเจกต์หนัง Star Wars มากมายที่ถูกพูดถึงแต่สุดท้ายก็ล้มเหลว นับตั้งแต่ The Rise of Skywalker ภาคสุดท้ายของไตรภาคีใหม่ แต่โปรเจกต์ที่แฟนๆ เสียดายมากที่สุดอาจเป็นไอเดียหนังเรื่อง The Hunt for Ben Solo ที่ Adam Driver และ Steven Soderbergh เผยออกมาแบบกะทันหันปลายปีที่แล้ว พวกเขาทำงานและเสนอไอเดียหนังเกี่ยวกับการกลับมาของ Kylo Ren หรือ Ben Solo หลังได้รับการไถ่บาป แต่ผู้บริหาร Disney สั่งยกเลิกทันที

แต่หลังจากนั้น Lucasfilm และ Disney มีการเปลี่ยนแปลงผู้นำครั้งใหญ่ แฟนๆ จึงหวังว่า สตีเวน โซเดอร์เบิร์ก เลิกหนังเบน โซโล หรือไม่? คำตอบชัดเจนจากปาก Soderbergh เองในบทสัมภาษณ์ล่าสุดกับ The Playlist

สตีเวน โซเดอร์เบิร์ก เลิกหนังเบน โซโลอย่างสิ้นเชิง

“ไม่” นั่นคือคำตอบตรงๆ ของ Soderbergh “ผมไม่เสียใจเลยสักนาทีที่ใช้เวลาทำงานเรื่องนั้น งานนั้นดี มันเหมือน CrossFit ที่ดีต่อร่างกาย จะมีผลกระทบเชิงบวกในอนาคตแน่นอน” เขากล่าว

สำหรับแฟน Star Wars ผลกระทบนั้นคงไม่เกิดขึ้นในกาแล็กซี่อันไกลโพ้น พอรู้ว่า Disney ไม่เอา Soderbergh ก็เริ่มเขียนโปรเจกต์ใหม่ทันที “พอรู้ว่าไม่เวิร์ก ผมก็เริ่มเขียนอย่างอื่นเลย เหมือนบ่นเรื่องอากาศไม่ได้ ต้องเดินหน้าต่อ” เขาเสริม

ทำไมแฟนๆ ถึงอยากเห็นเบน โซโล กลับมา?

Ben Solo หรือ Kylo Ren รับบทโดย Adam Driver เป็นตัวละครที่ได้รับความนิยมสูงสุดตัวหนึ่งในยุคใหม่ของ Star Wars การไถ่บาปในตอนจบ The Rise of Skywalker ทำให้แฟนๆ อยากเห็นเรื่องราวต่อ แม้จะตายไปแล้ว แต่ไอเดียหนังที่ Soderbergh เสนอคือการตามล่าหรือการกลับมาของเขา ซึ่งน่าตื่นเต้นมาก

อย่างไรก็ตาม สตีเวน โซเดอร์เบิร์ก เลิกหนังเบน โซโล ไปแล้ว มันกลายเป็นหนึ่งในโปรเจกต์ที่ถูกยกเลิกมากมาย เช่น Taika Waititi, Rian Johnson หรือ Dave Filoni projects อื่นๆ แฟนๆ อาจต้องรอคนอื่นมาชุบชีวิตไอเดียนี้

อนาคตของหนัง Star Wars บนจอเงินตอนนี้อยู่ที่ The Mandalorian and Grogu ที่จะฉายเดือนหน้า และโปรเจกต์ของ Ryan Gosling ปีถัดไป Disney กำลังปรับทิศทางใหม่ภายใต้ผู้นำคนใหม่ แต่ Soderbergh ยืนยันชัด ไม่กลับมาแล้ว

นอกจากนี้ Lucasfilm ยังมีซีรีส์และหนังอื่นๆ รออยู่อีกเพียบ เช่น Mandalorian spin-offs หรือ Rey’s New Jedi Order ที่แฟนๆ สามารถติดตามได้

  • โปรเจกต์ที่ถูกยกเลิกมากที่สุดใน Star Wars คืออะไร?
  • ทำไม Ben Solo ถึงเป็นตัวละครโปรด?
  • อนาคต Star Wars หลังเปลี่ยนผู้นำ Disney

แฟนๆ Star Wars อย่าท้อใจ สตีเวน โซเดอร์เบิร์ก เลิกหนังเบน โซโล แล้ว แต่จักรวาลนี้ยังกว้างใหญ่ ลองติดตาม The Mandalorian and Grogu ที่จะพาคุณตื่นเต้นอีกครั้ง คุณคิดยังไงกับเรื่องนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย!

ที่มา – Steven Soderbergh Is Done With His Ben Solo Movie Idea, Now That We All Know About It

‘พาณิชย์’ ดัน FTA เต็มสูบ! ติดอาวุธ SMEs ชูจุดแข็งการทูตต่อรองเกมการค้า สู้โลกผันผวน

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! ในยุคที่โลกหมุนติ้วๆ แบบนี้ เหมือนกับดูซีรีส์แอคชั่นบน Netflix เลยนะ วันนี้เรามาคุยกันแบบเป็นกันเองเรื่องเศรษฐกิจการค้าที่กำลังฮอตฮิตสุดๆ นั่นคือ ‘พาณิชย์’ ดัน FTA เต็มสูบ! ติดอาวุธ SMEs ชูจุดแข็งการทูตต่อรองเกมการค้า สู้โลกผันผวน ใครที่ชอบติดตามข่าวเทคหรือบันเทิง คงรู้ดีว่าการค้าทั่วโลกตอนนี้ผันผวนเหมือนราคาคริปโตเลย โดยเฉพาะห่วงโซ่อุปทานที่สะเทือนจากตะวันออกกลาง สงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน และราคาน้ำมันพุ่งปรี๊ด!

‘พาณิชย์’ ดัน FTA เต็มสูบ! ติดอาวุธ SMEs ชูจุดแข็งการทูตต่อรองเกมการค้า สู้โลกผันผวน

คุณกิริฎา เภาพิจิตร อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เคยขึ้นปาฐกถาพิเศษในงานสัมมนา ‘FTA GO! ขับเคลื่อนการค้า เพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการไทย’ บอกเลยว่าฟังแล้วตื่นเต้นมาก! เธอชี้ว่าตอนนี้โลกการค้าไม่ได้แข่งกันที่ต้นทุนถูกสุดแล้ว แต่เปลี่ยนมาแข่งที่ ลดความเสี่ยง (Risk Minimization) แทน เหมือนเทคคอมพานีอย่าง Apple ที่กระจายโรงงานผลิตไม่พึ่งจีนคนเดียวไง

ไทยเรากำลังเจอความท้าทายใหญ่ เพราะนำเข้าน้ำมัน-ก๊าซ 8% ของ GDP ส่งผลให้ต้นทุนผลิตและขนส่งแพงขึ้น สหรัฐฯ ยังเป็นตลาดส่งออกอันดับ 1 มูลค่าเกือบ 9 แสนล้านบาท! แต่โอกาสยังมีเพียบ ถ้าเราปรับตัวทัน

FTA GO! ตัวช่วยเด็ดสำหรับ SMEs ไทย

กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าต่างประเทศ ลุยโปรเจกต์ FTA GO! จัดสัมมนา-อบรมทั่วประเทศ สอนตั้งแต่กฎถิ่นกำเนิดสินค้า (Rules of Origin) ไปจนถึงการขอ CO (Certificate of Origin) ช่วย SMEs ใช้สิทธิ FTA ลดภาษี ขยายตลาดใหม่ๆ เช่น EU, แคนาดา, เกาหลีใต้, UAE ใครทำเทคหรือสินค้าสร้างสรรค์ ลองนึกภาพส่งออกแอพหรือ гаджет ไปตลาดเหล่านี้แบบไม่มีภาษีสิ สุดยอดไปเลย!

นอกจากนี้ ยังเร่งเจรจา FTA ใหม่ๆ และใช้ การทูตเศรษฐกิจ (Economic Diplomacy) ดึงทูตไทยทั่วโลกมาเป็น ‘Extended Team’ เปิดประตูตลาดแอฟริกา ลาตินอเมริกา ชูจุดแข็งด้านการต่างประเทศ-ความมั่นคง ต่อรองเกมการค้าให้ไทยได้เปรียบ เหมือนในหนังสายลับที่ทีมเวิร์คชนะทุกอย่าง

กระทรวงพาณิชย์ จับมือกระทรวงต่างประเทศ บรรเทาผลกระทบราคาพลังงาน

เพื่อรับมือราคาน้ำมันผันผวน พาณิชย์ออกมาตรการครอบคลุมห่วงโซ่อุปทานทั้งหมด ติดตามเส้นทางขนส่งช่องแคบสำคัญ ประสานทูตหาตลาดใหม่ แบ่งปันข้อมูลเชิงลึก วาระเศรษฐกิจขึ้นโต๊ะเจรจากับผู้นำต่างชาติทุกครั้ง ไม่ใช่แค่การเมืองอย่างเดียว

  • กระจายความเสี่ยง: อย่าพึ่งตลาดเดียว กระจายไปหลายที่ ลดผลกระทบจากวิกฤต
  • ใช้ FTA ขยายตลาดใหม่: เปิดประตูสู่โอกาสที่ใหญ่กว่าเดิม
  • ยกระดับ ESG และนวัตกรรม: ปรับผลิตให้ยั่งยืน รองรับ CBAM ของ EU ใช้เทคสร้างสินค้ามูลค่าสูง (High Value-Added) เหมือนสตาร์ทอัพไทยที่ทำ AI หรือ green tech

คุณกิริฎาบอกชัด ‘ผู้อยู่รอดคือคนปรับตัวเร็วสุด’ ภาครัฐพร้อมช่วยข้อมูล อำนวยความสะดวก ลดอุปสรรค แต่เอกชนต้องร่วมมือ ภาครัฐไม่ทำคนเดียวได้

ในมุมผมที่ติดตามเทคมานาน เห็น trend ชัดเจนว่า SMEs ไทยที่เก่ง tech อย่าง fintech หรือ e-commerce กำลังโตไว ถ้า pair กับ FTA จะพุ่งทะยาน ลองคิดถึง Shopee หรือ Lazada ที่ขยายตลาดอาเซียนด้วย FTA ไง ในอนาคตไทยเป็นประธานอาเซียน 2568 โอกาสทองเลย!

CTA: ถ้าคุณเป็น SME หรือสนใจส่งออก ลองเช็คสิทธิ FTA ผ่านเว็บกรมการค้าต่างประเทศด่วนเลยครับ อย่าปล่อยโอกาสหลุดมือ ปรับตัววันนี้ สู้โลกพรุ่งนี้!

ที่มา – ‘พาณิชย์’ ดัน FTA เต็มสูบ! ติดอาวุธ SMEs ชูจุดแข็งการทูตต่อรองเกมการค้า สู้โลกผันผวน

Artemis 2 วันที่ 8: ติดตามภารกิจสด 🔴

สวัสดีเพื่อนๆ ชาวอวกาศ! วันนี้เรามาถึง Artemis 2 วันที่ 8: ติดตามภารกิจสด 🔴 แล้วนะครับ ภารกิจประวัติศาสตร์ของ NASA ที่ส่งนักบินอวกาศ 4 คน Reid Wiseman, Victor Glover, Christina Koch และ Jeremy Hansen จาก Canadian Space Agency ไปโคจรรอบด้านมืดของดวงจันทร์และกลับมา ตอนนี้ Orion กำลังอยู่ในช่วงสุดท้ายของการเดินทางกลับโลก หลังจากทำลายสถิติหลายอย่างและถ่ายภาพสุดอลังการมาเพียบ

Artemis 2 วันที่ 8: ติดตามภารกิจสด 🔴 สถานะล่าสุด

เมื่อคืนที่ผ่านมา (ตามเวลา ET) Orion ทำการจุด thrusters เป็นเวลา 15 วินาที เพื่อปรับความเร็ว 1.6 ฟุตต่อวินาที ให้ตรงเป้าสำหรับการลงจอดในมหาสมุทรแปซิฟิกวันศุกร์นี้ Christina Koch และ Jeremy Hansen กำลังตรวจสอบขั้นตอนและข้อมูลนำทางกันอย่างใกล้ชิด NASA ยืนยันว่าเรือ USS John P. Murtha ออกเดินทางไปยังจุดรับแล้ว

ภาพถ่ายสุดเจ๋งจากลูกเรือ

ลูกเรือถ่ายรูปทางช้างเผือกได้ภาพงดงามมาก! และยังมีภาพ Earthset ที่โลกกำลังลับขอบดวงจันทร์ เมฆหมุนวนเหนือออสเตรเลียชัดเจน แถมยังเห็นหลุมอุกกาบาต Ohm ด้วย ระหว่าง flyby พวกเขายังเห็นแสงวาบจากอุกกาบาตกระทบพื้นดวงจันทร์ ซึ่งเป็นข้อมูลวิทยาศาสตร์ล้ำค่า

ก่อนหน้านี้ ในวัน flyby ลูกเรือทำลายสถิติ Apollo 13 โดยไปไกลจากโลกถึง 252,756 ไมล์ พวกเขาถ่ายภาพด้านมืดดวงจันทร์ที่มนุษย์ไม่เคยเห็นด้วยตาเปล่า เช่น South Pole-Aitken basin, Orientale และ Hertzsprung ชมภาพทั้งหมดได้ที่ NASA Gallery

  • ภาพ Earth และ Moon ก่อน Earthset 6 นาที
  • หลุมอุกกาบาตใหม่ๆ สว่างเหมือนรูเข็ม
  • สีน้ำตาล-เขียวของพื้นผิวดวงจันทร์ใกล้ๆ

ลูกเรือยังคุยกับทีมวิทยาศาสตร์ดวงจันทร์และ ISS ชม Koch บอกว่าพื้นที่มืดของอวกาศลึกทำให้รู้สึกยิ่งใหญ่ของจักรวาล ตอนนี้มีมนุษย์ 14 คนในอวกาศ!

ไฮไลต์จากวันก่อนๆ

ย้อนไปวัน launch วันที่ 1 เมษายน 2026 SLS พุ่งทะยานด้วยแรงขับ 8.8 ล้านปอนด์ ทุกอย่างราบรื่นแม้มีปัญหา LAS battery เล็กน้อย TLI burn สำเร็จ ส่ง Orion ออกจาก LEO เป็นครั้งแรกใน 54 ปี

วัน flyby (Flight Day 6) พวกเขาเห็น Apollo landing sites และตั้งชื่อ crater ใหม่ๆ “Integrity” และ “Carroll” Jeremy Hansen พูดซึ้งใจมาก มีข้อความจาก Jim Lovell ด้วย

มีเรื่องสนุกอย่าง Nutella ลอยในห้องด้วย! และ selfie สวมแว่น eclipse ระหว่าง solar eclipse

ตอนนี้ Orion ออกจาก lunar influence แล้ว กำลังถูกแรงโน้มถ่วงโลกดึงกลับ สิ้นสุดการเดินทาง 10 วันที่น่าทึ่ง

ภารกิจนี้ไม่ใช่แค่ test flight แต่ยังเก็บข้อมูลสุขภาพมนุษย์ใน deep space รังสีสูง และสังเกตการณ์ดวงจันทร์เพื่อ Artemis 4

อย่าพลาด! ติดตาม Artemis 2 วันที่ 8: ติดตามภารกิจสด 🔴 ต่อไปผ่าน NASA livestream และ AROW tracker สุดยอดภารกิจที่ทำให้มนุษยชาติกลับสู่ดวงจันทร์อีกครั้ง

ที่มา – Artemis 2 Day 8: Follow the Mission With Our Live Updates 🔴

Absolute Robin หุ่นยนต์ยักษ์สุดโหด

จักรวาล Absolute ของ DC กำลังจุดชนวนสงครามแขนขาเรื่องขนาดตัวละครคอมิกส์ที่บ้าบิ่นแค่ไหน เริ่มต้นด้วย Absolute Batman ที่ตัวใหญ่เท่าตึกเลยทีเดียว หนุ่มนักรบมืดตัวปึ้ก จากนั้นเรื่องราวก็ยิ่งบานปลาย ใหญ่โตและแปลกประหลาด เมื่อโลกของบรูซขยายไปสู่ เหล่าศัตรูตัวประหลาด ตอนนี้ล่ะ? พวกเขากำลังล้อเล่นชัดๆ เพราะ Absolute Robin กำลังมาแล้ว และมันเป็นหุ่นยนต์ยักษ์มากกว่าเด็กน้อยอัศวิน!

Absolute Robin หุ่นยนต์ยักษ์ใน Absolute Batman #20

สัปดาห์นี้ DC Comics ปล่อยปกสำหรับ Absolute Batman ฉบับที่ 20 ซึ่งเผยโฉม Absolute Robin อย่างเต็มตัว และ Absolute Robin หุ่นยนต์ยักษ์นี่มัน Gundam ที่สูบน้ำ Bane เข้าไปเต็มๆ เลยล่ะ!

ที่จริงแล้ว Absolute Robin ไม่ใช่แค่ตัวเดียว แต่เป็น หลายตัว หุ่นยักษ์! ดูเหมือน “Robin” จะเป็นชื่อทีมมากกว่าแมนเทิลส่วนตัว เราจะเห็น Absolute Robin หุ่นยนต์ยักษ์ตัวหลัก พร้อมหุ่น Robin แบบทางการแพทย์ที่กำลังเหยียบย่ำพื้นหลังปก และกลุ่มมนุษย์ขนาดปกติสามคนที่ล้อมบาตแมน สวมเกราะสีแยกกับมอเตอร์ไซค์คู่ใจ เหมือนทีม Power Rangers หรือ Super Sentai ชัดๆ แต่แน่นอนว่าต้องบิดเบี้ยวโหดร้ายตามสไตล์ Absolute!

จุดเด่นของ Absolute Robin หุ่นยนต์ยักษ์

  • ขนาดมหึมา: สูงเท่าตึก สไตล์ Gundam ที่พร้อมเหยียบย่ำ Gotham
  • ทีมเวิร์ค: ไม่ใช่ Robin เดี่ยว แต่เป็นกองทัพหุ่นและนักรบมนุษย์
  • ดีไซน์โหด: ผสมผสาน Bane Venom กับเทคโนโลยีเมคะสุดล้ำ
  • บทบาทลึกลับ: เข้ามาห่าหัดหลังเหตุการณ์ [redacted] ใน Gotham

DC ให้ logline สั้นๆ ว่า: “เมื่อฝุ่นควันจางหายใน Gotham หลังการสูญเสีย [redacted] เหล่า Robins เข้าสู่สนามล่า และความลับหลายอย่างจะถูกเปิดเผยในฉบับสำคัญนี้”

น่าสนใจที่ Scott Snyder ผู้เขียน Absolute Batman เคยเล่นธีมหุ่นบาตแมนมาก่อน สมัยปี 2015 ใน Batman หลัก เมื่อบรูซเลิกเป็นบาตแมน จิม กอร์ดอนเลยสวมชุดเมคะบาต (แต่ โดนทำลาย สุดท้าย) สนิเดอร์คงหลงรักไอเดียหุ่นยักษ์จริงๆ!

เมื่อบาตแมนตัวเองก็ใหญ่เท่าถังแล้ว การทำให้ Absolute Robin หุ่นยนต์ยักษ์ก็ดูสมเหตุสมผลใช่มั้ย? ถ้า Absolute Batgirl มา บางทีเธออาจเป็น Death Star เลยนะ! Absolute Batman #20 วางขาย 13 พฤษภาคม

อยากอัพเดทข่าว io9 เพิ่ม? เช็คตาราง Marvel, Star Wars, Star Trek, DC Universe และ Doctor Who

Absolute Robin หุ่นยนต์ยักษ์นี่จะเปลี่ยนเกมจักรวาล Absolute ไปเลย คุณคิดว่ามันจะโหดแค่ไหน? แสดงความเห็นด้านล่างและติดตามข่าวคอมิกส์ DC สุดมันส์!

ที่มา – Absolute Robin Is a Giant Goddamn Robot

วิกฤตปุ๋ยเคมี เขย่าเศรษฐกิจฐานราก จับตาราคาอาหารพุ่ง จุดเปลี่ยนสำคัญของระบบอาหารไทย

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคน! ในยุคที่โลกเต็มไปด้วยความผันผวนแบบนี้ ไม่ว่าจะเป็นสงครามหรือปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ คุณเคยคิดมั้ยว่ามันจะกระทบถึงจานข้าวบนโต๊ะอาหารเราด้วย? วันนี้เราจะมาคุยกันแบบเป็นกันเองเกี่ยวกับ วิกฤตปุ๋ยเคมี เขย่าเศรษฐกิจฐานราก จับตาราคาอาหารพุ่ง จุดเปลี่ยนสำคัญของระบบอาหารไทย ซึ่งกำลังกลายเป็นประเด็นร้อนที่นักวิชาการและเกษตรกรกำลังจับตาแบบเครียดๆ เลยทีเดียว เหมือนกับวิกฤตชิปในวงการเทคที่ทำให้ราคา gadget พุ่งนั่นแหละ แต่คราวนี้กระทบตรงท้องเลย!

ประเด็นสำคัญ

 
  • ช่องแคบฮอร์มุซ: คอขวดปุ๋ยนำเข้าไทยกว่า 40%
  • ราคาปุ๋ยพุ่ง 3 เท่า อาหารจานละ 120 บาทใกล้เข้ามา
  • มาตรการรัฐยังไม่พอ สต็อกและคุณภาพน่าเป็นห่วง
  • 3 มาตรการเร่งด่วน: ทูต การค้า สำรอง
  • ทางรอดเกษตรกร: เกษตรเชิงนิเวศ ลดพึ่งปุ๋ยเคมี
  • สร้างอธิปไตยปุ๋ยระยะยาว
  • จุดอ่อนโครงสร้างเศรษฐกิจไทย
  • ทางแยกอนาคตระบบอาหารไทย

ท่ามกลางความตึงเครียดโลก โดยเฉพาะช่องแคบฮอร์มุซที่อาจปิด ไทยนำเข้าปุ๋ยเคมีจากตะวันออกกลางกว่า 40% เลยนะ รศ. ดร.วรภัทร วชิรยากรณ์ จากธรรมศาสตร์ บอกว่ามันไม่ใช่แค่ขาดปุ๋ย แต่เป็นโดมิโนเอฟเฟกต์ที่ลามไปถึงพลังงาน ขนส่ง และราคาอาหาร เหมือน supply chain crisis ใน tech ที่ทำให้ทุกอย่างแพงขึ้น!

ช่องแคบฮอร์มุซ: คอขวดสำคัญของปุ๋ยนำเข้าไทยกว่า 40%

ไทยพึ่งพาปุ๋ยจากเส้นทางนี้หนักมาก ถ้าปิดคือเดือดร้อนเต็มๆ ยิ่งสงครามยุโรปทำให้ราคาผันผวนก่อนแล้ว เกษตรกรไทยต้องเจอพายุซ้อนพายุเลย

ราคาปุ๋ยพุ่ง 3 เท่า สัญญาณเตือน ‘อาหารจานละ 120 บาท’

จากกระสอบละ 600 บาท กลายเป็น 2,000 บาท! ต้นทุนพุ่งส่งผลถึงผัก ข้าว น้ำมันปาล์ม ดีเซล คาดพฤษภาคม 2569 เริ่มชัด กันยายนหนักสุด เงินในกระเป๋าเราจะร้อนผ่าวแน่ๆ

วิกฤตปุ๋ยเคมี เขย่าเศรษฐกิจฐานราก จับตาราคาอาหารพุ่ง จุดเปลี่ยนสำคัญของระบบอาหารไทย

นี่แหละหัวใจของเรื่อง! วิกฤตนี้กำลังเขย่าเศรษฐกิจฐานรากไทยแบบรุนแรง ราคาอาหารพุ่งอาจเป็นจุดเปลี่ยนใหญ่ ถ้าไม่แก้ไขทัน ระบบอาหารไทยจะพลิกผันไปเลย

มาตรการรัฐยังไม่ตอบโจทย์ เมื่อ ‘สต็อก’ และ ‘คุณภาพ’ คือคำถามใหญ่

ปุ๋ยคนละครึ่ง ปุ๋ยธงเขียว บัตรดินดี ดีแล้ว แต่สต็อกเหลือถึงเมษา 2569 และปุ๋ยเก่าเสื่อมคุณภาพ มาตรการสั้นๆ ยังไม่คลายวิกฤตเชิงโครงสร้าง

3 มาตรการเร่งด่วน: การทูต การค้า และการสำรอง

1. ยืนกลางในเวทีโลก 2. เจรจารัสเซีย-จีน 3. กระจายแหล่งนำเข้า+สำรอง ปุ๋ยกลายเป็นสินค้าความมั่นคง เหมือนน้ำมันในอดีตเลย

ทางรอดของเกษตรกร: ลดพึ่งพาปุ๋ยเคมี สู่เกษตรเชิงนิเวศ

ใช้จุลินทรีย์ตรึงไนโตรเจน ฟอสฟอรัส ลดต้นทุน ฟื้นดินยั่งยืน เหมือนเทรนด์ sustainable tech ที่กำลังมาแรง เกษตรกรปรับตัวได้ ลุยเลย!

ปรับโครงสร้างระยะกลาง-ยาว สร้าง ‘อธิปไตยปุ๋ย’ ของประเทศ

  • โรงงานผสมปุ๋ย
  • สูตรดินเฉพาะ
  • สหกรณ์รวมซื้อ
  • ยกระดับ ปุ๋ยแห่งชาติ

ให้ชุมชนมีส่วนร่วม สร้างระบบปุ๋ยไทยเป็นของตัวเอง

วิกฤตนี้สะท้อนจุดอ่อนเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจไทย

1. พึ่งนำเข้าสูง 2. พลังงาน-อาหารเชื่อมโยง 3. นโยบายไม่แยกประเภทปุ๋ย ลามทั้งระบบเศรษฐกิจได้

ทางแยกระบบอาหารไทย อยู่ที่การตัดสินใจเชิงนโยบายวันนี้

วิกฤตปุ๋ยไม่ใช่เรื่องเล็ก ถ้าปล่อยไว้ อาหารแพง ขาดแคลน แต่ถ้าปฏิรูป ลดพึ่งต่างชาติ จะเข้มแข็งยั่งยืน

ในมุมมองผมที่ติดตามเทรนด์โลกมานาน วิกฤตนี้เหมือนโอกาส gold สำหรับไทย เหมือนที่ tech giants ใช้ crisis สร้าง innovation ใหม่ๆ สิ่งที่เราควรทำคือสนับสนุนเกษตรกร ลองหันมาใช้เกษตรออร์แกนิกดูสิ ราคาอาหารอาจไม่พุ่งขนาดนั้น แชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ และติดตาม update กันนะ! คุณคิดยังไง ลองคอมเมนต์บอกหน่อย

ที่มา – วิกฤตปุ๋ยเคมี เขย่าเศรษฐกิจฐานราก จับตาราคาอาหารพุ่ง จุดเปลี่ยนสำคัญของระบบอาหารไทย

Nothing Phone (4a) Series และ Headphone (a) ขายในไทยแล้ว ชูดีไซน์โปร่งใส กล้องเทเลโฟโต และ AI เคาะราคาเริ่มต้น 5,999 บาท

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวเทคและแกดเจ็ต! วันนี้มีข่าวร้อนๆ มาอัปเดตกัน Nothing Phone (4a) Series เปิดตัวแบบเต็มสูบในไทยแล้วนะครับ มาพร้อมหูฟังสุดคูล Headphone (a) ด้วย ชูจุดเด่นดีไซน์โปร่งใสสุดเป็นเอกลักษณ์ กล้องเทเลโฟโต Periscope ซูมโหด และ AI อัจฉริยะที่ฝังในเครื่อง ราคาเริ่มต้นแค่ 5,999 บาทสำหรับหูฟังเท่านั้น! Nothing แบรนด์จากลอนดอนที่เรารู้จักในความแปลกใหม่ ภายใต้คอนเซปต์ ‘Built Different’ นำฟีเจอร์ระดับพรีเมียมมาลงราคาหมื่นต้นๆ ได้ยังไง? มาดูกันเลย

Nothing Phone (4a) Series และ Headphone (a) ขายในไทยแล้ว ชูดีไซน์โปร่งใสสุดล้ำ

Nothing Phone (4a) Series ยังคงสานต่อดีไซน์โปร่งใสที่เป็นซิกเนเจอร์ แต่คราวนี้เพิ่มสีสันหลากหลายขึ้น Phone (4a) Pro ใช้โครง Aluminium Unibody บางเฉียบ 7.95 มม. น้ำหนักแค่ 210 กรัม สัมผัสพรีเมียมสุดๆ ส่วน Phone (4a) ใช้กระจกด้านหลังกับเฟรม Polycarbonate หนา 8.5 มม. น้ำหนัก 205 กรัม พกพาสบายมือ

ไฮไลต์คือ Glyph Matrix 137 จุด LED ด้านหลัง ใหญ่กว่า Phone (3) ถึง 57% สว่างเท่าตัว 3,000 นิต! ไม่ใช่แค่ไฟแจ้งเตือน แต่แสดงสถานะสายเข้า เพลงที่เล่น สถานะถ่ายวิดีโอ แถมปรับแพทเทิร์นได้ตามใจ ผมว่าเจ้าพวกนี้ทำให้ Nothing Phone (4a) Series แตกต่างจากสมาร์ตโฟนทั่วไปจริงๆ ในยุคที่ทุกคนอยากได้ personalization

Pro รุ่นใหญ่กันน้ำ IP65 กระจก Gorilla Glass 7i ระบายความร้อน VC Cooling 5,300 ตร.มม. – ใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ Nothing เลยทีเดียว

กล้องเทเลโฟโต Periscope ใน Nothing Phone (4a) Pro ซูม 140x สุดโหด

Phone (4a) Pro กล้องหลัง 4 ตัว: หลัก 50MP Sony 1/1.56″ + OIS, Periscope 50MP ซูมออปติคัล 3.5x ดิจิทัล 140x, Ultra-wide 8MP 120°, หน้า 32MP โฟกัสเร็วขึ้น 20% กินแบตน้อยลง 3% ด้วย All-Pixel PDAF + TrueLens Engine 4 และ Ultra XDR ผมลองคิดดู ในราคา 18,999 บาท ได้ Periscope นี่หายากมาก ปกติสงวนไว้ให้ flagship อย่าง Samsung Ultra หรือ iPhone Pro Max เท่านั้น Nothing Phone (4a) Series จึงเป็นตัวเลือกเจ๋งสำหรับสายถ่ายรูป

ชิป Snapdragon 7 Gen 4, RAM 12GB/256GB, จอ AMOLED 1.5K 144Hz ขอบบาง 1.85 มม. สว่าง 5,000 นิต ลำโพงคู่ Adaptive Dual Speakers สุดมันส์

Nothing Phone (4a) สเปกเทพ ราคาน่าใจ

รุ่นเล็ก Phone (4a) ไม่แพ้กัน กล้องคล้าย Pro แต่ Periscope ซูม 70x ชิป Snapdragon 7s Gen 4, เลือก RAM 8/12GB + 256GB, จอ 6.78″ AMOLED 1.5K 120Hz สว่าง 4,500 นิต แบต 5,080mAh ชาร์จ 50W คุ้มสุด!

AI สุดล้ำตั้งแต่กล้องยัน OS ใน Nothing Phone (4a) Series

Nothing Phone (4a) Series เน้น AI on-device เพื่อความเร็วและ privacy AI Preset เลือกโทนก่อนถ่าย, AI Best Shot คัดรูปดีสุด, AI Erase ลบวัตถุรบกวน, AI Cutout ตัดตัวแบบ, AI Tone Sync ปรับแสงเรียลไทม์ แชร์ preset ผ่าน Community สุดชิค

Nothing OS 4.1 บน Android มี Essential AI: Space จัดข้อมูล, Memory จดจำพฤติกรรม, Search ค้นเครื่อง+ออนไลน์, Recorder สรุปเสียงอัตโนมัติ อัปเดต Android 3 ปี Security 6 ปี แน่นอน!

Headphone (a) หูฟังครอบหูโปร่งใส แบตโหด 135 ชม.

Headphone (a) Over-ear โครง Aluminium, Memory Foam หุ้ม PU Hi-Res Audio, LDAC, USB-C Lossless, ช่อง 3.5mm Adaptive ANC, Transparency Mode ไมค์ 3 ตัวแยกเสียงชัด Camera Shutter Mode ใช้เป็นรีโมตถ่ายรูปได้! เชื่อม 2 เครื่อง iOS/Android กันได้หมด

ราคาเปิดตัว:

  • Phone (4a) Pro (12+256GB): 18,999 บาท (ขาว, ดำ, ชมพู)
  • Phone (4a) 12+256GB: 16,999 บาท / 8+256GB: 14,999 บาท (ขาว, ดำ, ชมพู, น้ำเงิน)
  • Headphone (a): 5,999 บาท (ขาว, ดำ, ชมพู; เหลือง Limited ตามหลัง)

ในมุมมองผม Nothing Phone (4a) Series กำลังเซ็ตเทรนด์ใหม่ให้สมาร์ตโฟนกลางๆ ที่มี AI และกล้องโปร ราคาเข้าถึงได้ แบรนด์ใหญ่อาจต้องเร่งตาม ถ้าคุณเบื่อดีไซน์เดิมๆ อยากได้ gadget สนุกๆ ลุยช้อปเลยครับ ไปลอง Glyph และ AI กันที่ร้านตัวแทน!

ที่มา – Nothing Phone (4a) Series และ Headphone (a) ขายในไทยแล้ว ชูดีไซน์โปร่งใส กล้องเทเลโฟโต และ AI เคาะราคาเริ่มต้น 5,999 บาท

รมว.ยุติธรรม แถลงผลตรวจคลังน้ำมัน 4 แห่งพบพิรุธ สั่งจับตาเข้มขบวนการประวิงเวลาขนส่งทางทะเล

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! ในช่วงที่ราคาน้ำมันผันผวนและมีข่าวขาดแคลนกันบ่อยๆ ทำให้เราทุกคนเริ่มกังวลกับเรื่องพลังงานในชีวิตประจำวันใช่มั้ยล่ะ? วันนี้ผมมีข่าวสำคัญมาอัปเดตให้ฟัง จากการแถลงของ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่เพิ่งออกมาเปิดเผยผลการตรวจสอบคลังน้ำมันแบบเข้มข้น เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงตามนโยบายรัฐบาล เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ข่าวการเมืองนะครับ แต่กระทบตรงถึงกระเป๋าเงินและการเดินทางของเราทุกคนเลย!

รมว.ยุติธรรม แถลงผลตรวจคลังน้ำมัน 4 แห่งพบพิรุธ สั่งจับตาเข้มขบวนการประวิงเวลาขนส่งทางทะเล

เมื่อวันที่ 8 เมษายน ที่ผ่านมา คณะทำงานจากหลายหน่วยงานชั้นนำอย่าง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI), กระทรวงมหาดไทย, กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงพลังงาน ได้บุกตรวจคลังน้ำมันและผู้ประกอบการเป้าหมายถึง 4 แห่งทั่วประเทศ โดยพบความผิดปกติบางประการ เช่น การดำเนินงานที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ตักเตือนและกำชับให้ปฏิบัติถูกต้องทันที สถานที่ที่ถูกตรวจคือ:

  • คลังน้ำมัน ชื่นกอบชัยลัคกี้ ออยล์ จำกัด และสถานีบริการน้ำมัน ชื่นกอบชัย ปิโตรเคมี อำเภอนิคมพัฒนา จังหวัดระยอง
  • บริษัท ท่อส่งปิโตรเลียมไทย จำกัด (สำนักงานใหญ่) อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี
  • บริษัท วีระสุวรรณ จำกัด อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร
  • บริษัท น้ำมันศรีพลัง จำกัด อำเภออุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น

จากการตรวจสอบเบื้องต้นนี้ แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลจริงจังมากกับปัญหาน้ำมันที่กำลังเป็นประเด็นร้อน รมว.ยุติธรรม แถลงผลตรวจคลังน้ำมัน 4 แห่งพบพิรุธ สั่งจับตาเข้มขบวนการประวิงเวลาขนส่งทางทะเล โดยเน้นย้ำว่าจะไม่ยอมให้มีขบวนการกักตุนหรือเก็งกำไรเด็ดขาด

3 มาตรการหลักที่เข้มงวดสุดๆ

นอกจากผลตรวจแล้ว รมว.ยุติธรรมยังประกาศมาตรการเร่งด่วน 3 ประเด็น เพื่อป้องกันปัญหาซ้ำรอย โดยมุ่งเป้าไปที่:

  • กวดขันการขนส่งทางทะเล: ตรวจเข้มกรณีประวิงเวลาจากโรงกลั่นในกรุงเทพฯ, แหลมฉบัง, มาบตาพุด ไปคลังใหญ่ริมทะเล เช่น สมุทรปราการ, สมุทรสาคร, เพชรบุรี, ชุมพร, สุราษฎร์ธานี, สงขลา
  • กวดขันการกระจายน้ำมัน: ป้องกันคลังใหญ่ประวิงหรือปฏิเสธจ่ายให้สถานีบริการและลูกค้าปลายทาง
  • กวดขันเส้นทางขนส่ง: เฝ้าระวังการหลบเส้นทางเพื่อกักตุนเก็งกำไร

ในฐานะคนที่ติดตามข่าวพลังงานมานาน ผมมองว่ามาตรการเหล่านี้เป็นก้าวสำคัญ โดยเฉพาะในยุคที่เทคโนโลยีอย่าง GPS tracking และ AI สามารถช่วยตรวจจับความผิดปกติได้แบบเรียลไทม์ ลองนึกภาพนะครับ ถ้าคลังน้ำมันใช้ drone หรือ sensor IoT ตรวจสต็อก จะช่วยลดปัญหาได้มากแค่ไหน! แต่ตอนนี้ การร่วมมือระหว่างหน่วยงานแบบนี้คือจุดเริ่มต้นที่ดี สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนได้เยอะเลย

ปัญหาขาดแคลนน้ำมันไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ครั้งนี้รัฐบาลแสดงความเด็ดขาดชัดเจน กระทรวงยุติธรรมจะเดินหน้าต่อเนื่อง เพื่อผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ช่วยให้ราคาน้ำมันเสถียรและการขนส่งราบรื่น ผมเชื่อว่าถ้าประชาชนเราร่วมแจ้งเบาะแสผ่านแอปพลิเคชันของ DSI หรือตำรวจ จะยิ่งเร่งแก้ปัญหาได้เร็วขึ้น

สุดท้าย ผมขอให้ opinion เล็กๆ ว่า ในอนาคต เทรนด์พลังงานสะอาดอย่าง EV และไฮโดรเจนกำลังมาแรง ถ้ารัฐเร่ง transition ควบคู่กับกวดขันน้ำมันดั้งเดิม จะทำให้ไทยเป็นผู้นำด้าน energy security ในอาเซียนได้เลยนะครับ! ฝากติดตามข่าวอัปเดต และแชร์บทความนี้ถ้าคิดว่ามีประโยชน์ ร่วมกันสร้างสังคมที่โปร่งใสกันเถอะ!

ที่มา – รมว.ยุติธรรม แถลงผลตรวจคลังน้ำมัน 4 แห่งพบพิรุธ สั่งจับตาเข้มขบวนการประวิงเวลาขนส่งทางทะเล