ผู้เขียน: lalika69_admin

เช็กรายชื่อจังหวัดเสี่ยงพายุฤดูร้อน 16-20 เม.ย.นี้ เริ่มอีสาน-ตะวันออก ต่อด้วย กทม. และปริมณฑล

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวออนไลน์ที่ชอบติดตามข่าวสารแบบเร้าใจ ไม่ว่าจะเรื่องบันเทิงหรือเทคโนโลยี แต่บางทีสภาพอากาศก็เป็นดราม่าที่พลิกผันได้เหมือนพล็อตหนังเลยนะ! วันนี้ (16 เมษายน 2569) กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศฉบับที่ 4 เรื่องพายุฤดูร้อนบุกประเทศไทยตอนบน ช่วง 16-20 เมษายนนี้ พอดีเลยกับช่วงสงกรานต์ aftermath ที่หลายคนยังเที่ยวไม่หาย เมื่อยกันอยู่ เช็กรายชื่อจังหวัดเสี่ยงพายุฤดูร้อน 16-20 เม.ย.นี้ เริ่มอีสาน-ตะวันออก ต่อด้วย กทม. และปริมณฑล กันหน่อย จะได้เตรียมแผนสำรองทริปหรือ work from home แบบชิลๆ

พายุฤดูร้อนครั้งนี้ ลักษณะเด็ดๆ คือฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บโปรยปรายบางจุด และฟ้าผ่าซ่าๆ เหมือนเอฟเฟกต์ในหนัง sci-fi สาเหตุมาจากมวลอากาศเย็นจากจีนแผ่ลงมาเจอลมใต้พัดแรง ผสมอากาศร้อนจัดของไทยตอนบน เกิดพายุหมุนติ้ว! เริ่มบุกภาคอีสานและตะวันออกก่อน แล้วลามมาภาคกลางรวม กทม. ปริมณฑล และเหนือตามลำดับ ใครอยู่แถวนี้ อย่าชะล่าใจนะครับ

เช็กรายชื่อจังหวัดเสี่ยงพายุฤดูร้อน 16-20 เม.ย.นี้ เริ่มอีสาน-ตะวันออก ต่อด้วย กทม. และปริมณฑล

มาดูรายชื่อจังหวัดเสี่ยงกันแบบละเอียดยิบ แบ่งตามวันและระดับความเสี่ยง จะได้วางแผนหลบภัยได้ทัน ผมรวบรวมจากประกาศกรมอุตุฯ ให้อ่านง่ายๆ

วันที่ 16 เมษายน 2569 (เสี่ยงปานกลาง)

  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: อำนาจเจริญ, สุรินทร์, ศรีสะเกษ, อุบลราชธานี
  • ภาคตะวันออก: ระยอง, จันทบุรี, ตราด

วันที่ 17 เมษายน 2569

เสี่ยงสูง:

  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: ยโสธร, อำนาจเจริญ, สุรินทร์, ศรีสะเกษ, อุบลราชธานี
  • ภาคตะวันออก: สระแก้ว, ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ระยอง, จันทบุรี, ตราด

เสี่ยงปานกลาง:

  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: มุกดาหาร, มหาสารคาม, ร้อยเอ็ด, นครราชสีมา, บุรีรัมย์
  • ภาคตะวันออก: นครนายก, ปราจีนบุรี
  • ภาคกลาง: ลพบุรี, สระบุรี, กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

วันที่ 18 เมษายน 2569

เสี่ยงสูง:

  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: มุกดาหาร, ยโสธร, อำนาจเจริญ, นครราชสีมา, บุรีรัมย์, สุรินทร์, ศรีสะเกษ, อุบลราชธานี
  • ภาคตะวันออก: นครนายก, ปราจีนบุรี, สระแก้ว, ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี

เสี่ยงปานกลาง:

  • ภาคเหนือ: แม่ฮ่องสอน, เชียงใหม่, พิษณุโลก, เพชรบูรณ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: บึงกาฬ, สกลนคร, นครพนม, ชัยภูมิ, ขอนแก่น, กาฬสินธุ์, มหาสารคาม, ร้อยเอ็ด
  • ภาคกลาง: ลพบุรี, สระบุรี, กรุงเทพมหานครและปริมณฑล
  • ภาคตะวันออก: ระยอง, จันทบุรี, ตราด

วันที่ 19 เมษายน 2569

เสี่ยงสูง:

  • ภาคเหนือ: เชียงราย, พะเยา, น่าน, อุตรดิตถ์, พิษณุโลก, เพชรบูรณ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: เลย, หนองคาย, บึงกาฬ, หนองบัวลำภู, อุดรธานี, สกลนคร, นครพนม, ชัยภูมิ, ขอนแก่น, นครราชสีมา, บุรีรัมย์
  • ภาคกลาง: ลพบุรี, สระบุรี, พระนครศรีอยุธยา, กรุงเทพมหานครและปริมณฑล
  • ภาคตะวันออก: นครนายก, ปราจีนบุรี, สระแก้ว

เสี่ยงปานกลาง:

  • ภาคเหนือ: แม่ฮ่องสอน, เชียงใหม่, แพร่
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: กาฬสินธุ์, มุกดาหาร, มหาสารคาม, ร้อยเอ็ด, ยโสธร, อำนาจเจริญ, สุรินทร์, ศรีสะเกษ, อุบลราชธานี
  • ภาคกลาง: นครสวรรค์, สิงห์บุรี, อ่างทอง, นครปฐม, สมุทรสาคร
  • ภาคตะวันออก: ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ระยอง, จันทบุรี, ตราด

วันที่ 20 เมษายน 2569 (เสี่ยงปานกลาง)

  • ภาคเหนือ: พะเยา, น่าน, อุตรดิตถ์, พิษณุโลก, เพชรบูรณ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: เลย, หนองคาย, บึงกาฬ, หนองบัวลำภู, อุดรธานี, ขอนแก่น, ชัยภูมิ, นครราชสีมา, บุรีรัมย์, สุรินทร์, ศรีสะเกษ, อุบลราชธานี
  • ภาคกลาง: ลพบุรี, สระบุรี, พระนครศรีอยุธยา, นครปฐม, สมุทรสาคร, กรุงเทพมหานครและปริมณฑล
  • ภาคตะวันออก: นครนายก, ปราจีนบุรี, ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี

เคล็ดลับป้องกันจากพายุฤดูร้อน จากประสบการณ์นักล่าเมฆ

ในฐานะคนที่ติดตามอากาศมานาน ผมแนะนำเลย หลีกเลี่ยงที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณาเก่าๆ เพราะลมแรงพัดล้มได้ง่าย ถ่ายรูปเซลฟี่กลางพายุไว้โพสต์ IG? หยุดก่อน! เกษตรกรรีบยึดไม้ผล ป้องกันผลผลิตและสัตว์เลี้ยง สุขภาพก็สำคัญ ดื่มน้ำเยอะๆ ช่วงอากาศร้อนสลับเย็น ใช้แอพ weather tech อย่าง Windy หรือกรมอุตุฯ app เช็ค real-time สะดวกสุด

ยุคนี้ climate change ทำให้พายุฤดูร้อนถี่ขึ้น เหมือนเทรนด์ global warming ที่นักวิทยาศาสตร์ forewarn มานาน Trend มาแรงคือ smart home tech อย่างเซ็นเซอร์ฝนอัตโนมัติ ช่วยปิดหน้าต่างเอง ใครสาย tech ลองอัพเกรดบ้านดู! สุดท้าย เช็กรายชื่อจังหวัดเสี่ยงพายุฤดูร้อน 16-20 เม.ย.นี้ เริ่มอีสาน-ตะวันออก ต่อด้วย กทม. และปริมณฑล แล้วเตรียมพร้อมนะครับ อย่าให้พายุมาทำลาย mood วันดีๆ แชร์โพสต์นี้ให้เพื่อนๆ ด้วย ช่วยกันเซฟ!

ที่มา – เช็กรายชื่อจังหวัดเสี่ยงพายุฤดูร้อน 16-20 เม.ย.นี้ เริ่มอีสาน-ตะวันออก ต่อด้วย กทม. และปริมณฑล

ภาพตัวอย่างแรก Clayface น่าขยะแขยงสุดๆ

ภาพตัวอย่างแรกของ Clayface ที่เพิ่งเปิดเผยในงาน CinemaCon 2026 ทำให้แฟนๆ DC ตื่นเต้นสุดๆ เพราะมันน่าขยะแขยงอย่างที่คาดไม่ถึง! ใครจะคิดว่าตัวละครอย่าง Clayface จะได้หนังเดี่ยวก่อน Batman, Wonder Woman หรือ Aquaman เลยล่ะ? แต่หลังจากที่ James Gunn ผู้ร่วมประธาน DC Films อ่านสคริปต์จาก Mike Flanagan ก็ตัดสินใจทันทีว่าต้องทำหนังเรื่องนี้ให้ได้

ภาพตัวอย่างแรกของ Clayface น่าขยะแขยงสุดๆ

ในภาพตัวอย่างแรกของ Clayface ที่ Peter Safran ผู้ร่วมประธาน DC Films นำเสนอบนเวที Warner Bros. panel มันชวนขนลุกและน่าขยะแขยงจริงๆ เริ่มต้นด้วยฉากชายคนหนึ่งนอนบนเตียงโรงพยาบาล แสงสีเหลืองสว่างจ้าพิเศษ ใบหน้าของเขาพันด้วยผ้าพันแผลเปื้อนเลือด แต่ดวงตาเบิกกว้างราวกับเห็นผี! กล้องค่อยๆ zoom เข้าไป พร้อมตัดฉากเร็วๆ ของใบหน้าที่ถูกผ่าตัด การฉีดยา และภาพน่าขยะแขยงอื่นๆ ทำให้เราสงสัยว่านี่คือความทรงจำของเขาเหรอ?

ตัวอย่างภาพตัวอย่างแรก Clayface ที่น่าจดจำ

จากนั้นเข้าสู่ montage ของ Matt Hagen (รับบทโดย Tom Rhys Harries) ชายหนุ่มหล่อที่วิ่งหนีสุดชีวิตผ่านอุโมงค์ไฟนีออนและรถตำรวจ Gotham City คำบรรยาย “Look fear in the face” ปรากฏขึ้นสลับฉาก สร้างบรรยากาศตึงเครียด ก่อนクライแมกซ์สุดช็อก: Hagen วางมือที่หน้าผากแล้วลากลง ใบหน้าของเขาลอกออก เหลือแต่ดินเหนียว! นี่แหละ Clayface จริงๆ

Safran เรียกหนังเรื่องนี้ว่า “riveting horror thriller” และภาพตัวอย่างแรกของ Clayface ก็ส่งมอบความสยองทั้งสามอย่างนั้นได้ครบ ไม่แปลกใจที่ Gunn เลือกให้หนังเรื่องนี้ออกมาก่อนคนอื่นๆ ใน DC Universe

ทำไมภาพตัวอย่างแรกของ Clayface ถึงน่าตื่นเต้นขนาดนี้?

Clayface หรือ Basil Karlo ในคอมิกส์ DC เป็นตัวร้ายที่ร่างกายทำจากดินเหนียว สามารถเปลี่ยนรูปร่างได้อิสระ มักปรากฏในเรื่อง Batman แต่ครั้งนี้ได้หนังเดี่ยวเต็มตัว กำกับโดย James Watkins (ผู้กำกับ Eden Lake สยองขวัญชื่อดัง) เขียนโดย Mike Flanagan (The Haunting of Hill House) และนำแสดงโดย Tom Rhys Harries กับ Naomi Ackie ทำให้คาดหวังได้ว่าหนังจะผสมผสานแอคชั่น ฮอร์เรอร์ และดราม่าได้อย่างลงตัว

ในยุคที่ DC กำลังรีบูตจักรวาลใหม่ภายใต้ Gunn และ Safran การเลือก Clayface เป็นหนังแรกแสดงถึงวิสัยทัศน์ใหม่: ไม่ยึดติดฮีโร่หลัก แต่กล้าเสี่ยงกับตัวร้ายแปลกๆ ที่มีศักยภาพด้านภาพและเรื่องราว ภาพตัวอย่างแรกของ Clayface น่าขยะแขยงสุดๆ ทำให้เราเห็นแล้วว่ามันจะเป็นหนังสยองขวัญที่ ‘messed up’ จริงๆ

  • กำหนดฉาย: 23 ตุลาคม
  • ผู้กำกับ: James Watkins
  • นักแสดงนำ: Tom Rhys Harries (Matt Hagen/Clayface), Naomi Ackie
  • สไตล์: Horror Thriller แบบสมจริงน่าขยะแขยง

เทียบกับ Supergirl หรือหนังฮีโร่อื่นๆ Clayface ดูจะโดดเด่นด้วยความแปลกใหม่ หากคุณชื่นชอบหนังอย่าง The Thing หรือ Venom ที่มีเอฟเฟกต์ร่างกายน่าขนลุก เรื่องนี้ต้องโดนใจแน่!

นอกจากนี้ ยังมีข่าว DC อื่นๆ ที่น่าติดตาม เช่น Superman, Batman Brave and the Bold และ Lanterns ที่กำลังมาแรง ตอนนี้ภาพตัวอย่างแรกของ Clayface ได้จุดประกายความฮือฮาให้แฟนๆ รอคอยแล้ว

คุณคิดยังไงกับภาพตัวอย่างแรกของ Clayface น่าขยะแขยงสุดๆ นี้? คอมเมนต์บอกเราด้วยนะ และอย่าลืมติดตามข่าวหนัง DC ล่าสุดที่นี่เพื่อไม่พลาดอัปเดต!

ที่มา – The First ‘Clayface’ Footage Was Wonderfully Disgusting

ฮัน โซโล่ Galaxy’s Edge แทน Harrison Ford ไม่ได้

เมื่อไม่นานมานี้ Kathleen Kennedy ในบทสัมภาษณ์อำลาจาก Lucasfilm ได้พูดถึงความเสียใจอย่างหนึ่งเกี่ยวกับภาพยนตร์ Solo: A Star Wars Story เธอบอกว่า “เมื่อคุณลองทำอะไรแล้วตระหนักว่าทดแทน Han Solo ได้ยากมากอย่างน้อยในตอนนี้” และดูเหมือนว่า Disney Parks จะพิสูจน์คำพูดนี้ให้ถูกต้องอีกครั้ง!

วันนี้ Disney และ Lucasfilm เปิดตัวตัวละคร Han Solo ตัวใหม่ใน Galaxy’s Edge ที่ Disneyland Park ซึ่งจะเริ่มเดินเล่นตั้งแต่วันที่ 29 เมษายนนี้ ร่วมกับ Luke Skywalker และ Princess Leia ที่ยังไม่เปิดเผยเต็มๆ นี่เป็นส่วนหนึ่งของการปรับปรุงใหญ่ โดยหันไปใช้องค์ประกอบจากไตรภาคดั้งเดิมมากขึ้น แทนที่จะยึดติดกับ worldbuilding เดิมๆ

ฮัน โซโล่ Galaxy’s Edge แทน Harrison Ford ไม่ได้

ตัวละคร Han Solo ตัวนี้สวมชุดจาก Return of the Jedi ดูสะอาดและเป็นระเบียบเกินไปหน่อยสำหรับ Han ที่เราคุ้นเคย ส่วนวิกผมนั้น… เหมือนมีขนวูคกี้ครึ่งตัวมาวางบนหัวแล้วจัดทรงแบบครึ่งๆ กลางๆ ทำให้ดูไม่ค่อยเหมือน Harrison Ford เลยสักนิด แม้ดาราที่เล่นจะหน้าตาคล้าย Nathan Fillion ในชุด Mal Reynolds จาก Firefly ก็ตาม

นี่ไม่ใช่การด่าตัวละครหรอกนะ แต่ปัญหาคือมันทำให้เรารู้สึก uncanny valley – ใกล้เคียงแต่ไม่ถึง จนย้ำว่าฮัน โซโล่ Galaxy’s Edge แทน Harrison Ford ไม่ได้จริงๆ Alden Ehrenreich ที่แสดงในหนังยังส่ายหัวคนดูไม่ได้ แล้วตัวละครพนักงานดิสนีย์จะหวังอะไรล่ะ?

ทำไมตัวละครอย่าง Vader ถึงง่ายกว่า

เหตุผลที่ตัวละครอย่าง Darth Vader หรือ Stormtrooper ดูดีเพราะสวมชุดเต็มตัวและหมวกกันน็อค ทำให้ง่ายต่อการเลียนแบบ ในขณะที่ Han Solo ต้องโชว์หน้าตาและบุคลิก ซึ่งยากมากที่จะ match กับ Harrison Ford ผู้เป็นตำนาน

  • ชุดและผม: สะอาดเกิน ไม่มีความบู๊ชาย Han จริงๆ
  • บุคลิก: ยากที่จะแสดงความเจ้าเล่ห์และ cool แบบ Ford
  • ความทรงจำแฟน: ทุกคนมีภาพ Harrison Ford ในหัวชัดเจน

การเปลี่ยน Galaxy’s Edge ให้ครอบคลุมทุกยุคของ Star Wars เริ่ม 29 เมษายนนี้ คงเห็น Vader เยอะกว่า Han แน่ๆ เพราะปลอดภัยกว่า

Disney อาจได้ประโยชน์จากแฟนที่อยากเจอตัวละครคลาสสิก แต่เสี่ยงทำให้รู้สึกไม่สมจริง นี่คือบทเรียนจาก Solo ว่าบางอย่างแทนที่ไม่ได้จริงๆ Harrison Ford คือ Han Solo ในใจแฟนทุกคน

สำหรับแฟน Star Wars ที่อยากอัพเดท ลองเช็คตารางหนัง Marvel, Star Wars, Star Trek, DC Universe และ Doctor Who ได้ที่ ที่นี่

คุณคิดยังไงกับฮัน โซโล่ Galaxy’s Edge ตัวนี้? แทน Harrison Ford ได้มั้ย? คอมเมนต์บอกเราสิ แล้วอย่าลืมไปเยี่ยม Galaxy’s Edge เองนะ รับรองสนุก!

ที่มา – The ‘Galaxy’s Edge’ Han Solo Proves You Really Can’t Replace Harrison Ford

16 อนิเมะที่ถูกละเลยแต่สมควรได้รับความรัก

ถ้าคุณเป็นสาวกปฏิทินใหญ่ตัวยงที่ชอบฉลองทุกวันเหมือนวันหยุดราชการด้วยเรื่อง niche สุดๆ (แบบไม่มีผลประโยชน์เชิงพาณิชย์แน่นอน) คุณต้องดีใจที่รู้ว่าวันนี้ไม่ใช่แค่วันพุธธรรมดาๆ นะ: มันคือวันอนิเมะแห่งชาติ!

อนิเมะจากงานอดิเรกในฟอรัมออนไลน์ สู่กระแสหลักวัฒนธรรมป๊อปที่ไม่ต้องช่วยอะไรให้ติดตาเราแล้ว เราจึงเลือกหยิบ 16 อนิเมะที่ถูกละเลยแต่สมควรได้รับความรักที่เราหลงใหล (และยังไม่เคยรีวิว) มาบอกเล่าเหตุผลว่าทำไมมันคู่ควรกับความนิยมมากกว่านี้ เรื่องย่อ และที่ดูกัน งั้นข้าม filler เริ่มเลยดีกว่า!

16 อนิเมะที่ถูกละเลยแต่สมควรได้รับความรัก

Ajin

สตูดิโอ: Polygon Pictures

ทำไมเราชอบ: Ajin คืออนิเมะสยองขวัญเหนือธรรมชาติสุดระห่ำ ตามติดกลุ่มมนุษย์อมตะที่เรียกว่า Ajin พวกมันมีพลังพิเศษและอสูรกายเถ้าที่ควบคุมได้เหมือน Stand ใน JoJo’s Bizarre Adventure สิ่งที่ดึงดูดคือเสียงพากย์ Johnny Yong Bosch ในบทวัยรุ่นโกรธเคืองที่โดนรัฐบาลตามล่า แต่ไฮไลต์คือ Pete Sepenuk ในบท Satou ชายชราหล่อเหลาที่วางแผนยึดโลกด้วยการฆ่าอย่างสนุกสนาน

ถ้าชอบ Chainsaw Man และ Death Note คุณต้องรัก Ajin

ดูได้ที่: Netflix

Akiba Maid War

สตูดิโอ: P.A. Works

ทำไมเราชอบ: พล็อตเหมือนซับสตอรี่คาบาเร่ต์ใน Yakuza/Like a Dragon กลายเป็นอนิเมะ! เรื่องราวคอมเมดี้แอคชั่นแจ๊สซี่ในโลกใต้ดินอากิฮาบาระ จากมุมมองเมดร้านใหม่ที่โดนลูกกระสุน ทะเลาะแย่งพื้นที่แบบมีชุดเมด ถือปืนยิ้มแย้ม มันรู้ตัวว่าพล็อตโง่ แต่สะกิดใจด้วยองค์ประกอบฟิล์มโนร์ในเนื้อเรื่องบ้าๆ

ถ้าชอบแอคชั่นแบบ John Wick และไตรภาค Baby Assassins คุณต้องรัก Akiba Maid War

ดูได้ที่: HiDive

Anohana

สตูดิโอ: A-1 Pictures

ทำไมเราชอบ: ไม่ใช่ Your Lie in April หรือ A Silent Voice แต่ Anohana (2011) คืออนิเมะ supernatural slice-of-life ที่ทำให้ร้องไห้หนัก 5 ปีหลังเพื่อนเด็กหญิง Menma ตาย ผองเพื่อนรวมตัวช่วยผีเธอจำสาเหตุการตายและคำขอสุดท้าย: ซ่อมมิตรภาพที่แตกหัก มันคือเรื่องที่ดูครั้งเดียว ร้องไห้ แล้วแนะนำต่อให้คนอื่น ไม่อาจลืมเพื่อนได้

ถ้าชอบ Eternal Sunshine of the Spotless Mind คุณต้องชอบ Anohana

ดูได้ที่: Crunchyroll

Call of the Night

สตูดิโอ: Lidenfilms

ทำไมเราชอบ: Call of the Night คือรักโรแมนติกที่อยากดูสมัยเด็ก นักเรียนมัธยมใกล้โดรปเอาท์หลงใหลการเดินกลางคืน พบвампиร์และอยากเป็นแบบนั้น แต่ต้องตกหลุมรักก่อน! มันสำรวจรักแท้ แวมไพร์ต้องรับมือความเหงาเพราะมนุษย์หลงรักผิวเผิน เรื่องราวรักสองทางที่งดงาม

ถ้าชอบ FLCL และเรื่องแวมไพร์ คุณต้องชอบ Call of the Night

ดูได้ที่: HiDive, Hulu

Durarara!!

สตูดิโอ: Brain’s Base, Shuka

ทำไมเราชอบ: เมืองใหญ่เท่าตัวละคร! มีดูลาฮันขี่มอเตอร์ไซค์ สงครามแก๊งที่ทุกฝ่ายเป็นพระเอก โรแมนติก แอคชั่น เปลี่ยนพันธมิตร 背叛 และ supernatural วุ่นๆ ดูเหมือนส่องกระจกกาแลคโทสคอป มุมมองตัวละครที่รัก เกลียด รักเกลียด ไขปริศนาชีวิต

ถ้าชอบ Paranoia Agent และ Black Lagoon คุณต้องรัก Durarara!!

ดูได้ที่: Hulu

86 Eighty-Six

สตูดิโอ: A-1 Pictures

ทำไมเราชอบ: สงครามเมกะที่เด็กๆ ถือเป็นของเล่น แต่จริงๆ เด็กที่ถูกมองเป็นสัตว์เลี้ยงขับ! Vladilena สร้างพันธะกับหน่วยรบ พยายามช่วยเด็กทหารเหล่านี้รอด

ถ้าชอบ Mobile Suit Gundam คุณต้องชอบ 86 Eighty-Six

ดูได้ที่: Crunchyroll

Elemental Gelade

นี่แหละ 16 อนิเมะที่ถูกละเลยแต่สมควรได้รับความรัก! ลองหยิบมาดูสักเรื่องตามแพลตฟอร์มที่บอก รับรองติดงอมแงมและอยากแชร์ต่อ แนะนำให้ดูแบบ binge กันเลย!

ที่มา – 16 Underrated Anime That Deserve Your Love

เบิร์คลี คอลเลจ เปิดคอร์ส AI นักศึกษาพากันโกรธ

เบิร์คลี คอลเลจ ออฟ มิวสิก สถาบันดนตรีชื่อดังระดับโลก กำลังกลายเป็นข่าวใหญ่เมื่อ เบิร์คลี คอลเลจ เปิดคอร์ส AI ที่ชื่อ “Bots and Beats: AI and the Future of Songwriting” แต่กลับทำให้นักศึกษาพากันโกรธจัด! เดิมทีหลายคนกลัวว่า AI จะมาทำลายการศึกษาเพราะช่วยโกง作业 แต่ที่นี่ นักศึกษากลับเป็นฝ่ายกังวลว่า AI จะทำลายศิลปะดนตรีแท้ๆ ของพวกเขา

เบิร์คลี คอลเลจ เปิดคอร์ส AI นักศึกษาพากันโกรธเพราะอะไร?

คอร์สนี้เป็นวิชาเลือกที่เพิ่งเพิ่มเข้ามาในรายวิชาเทอมหน้า ตามคำอธิบายคอร์ส มันมุ่งสำรวจว่าศิลปินดนตรีจะใช้เครื่องมือ AI ล่าสุดอย่างไรเพื่อขยายทักษะ โดยไม่ให้มันมาทำลายฝีมือเดิมๆ ยังพูดถึงผลกระทบของ AI ต่ออุตสาหกรรมดนตรี ทั้งด้านดีและร้าย รวมถึงอนาคตอาชีพนักดนตรีในยุคที่สร้างเพลงได้ง่ายๆ

ดูเผินๆ คอร์สนี้สมเหตุสมผลนะ เพราะ AI กำลังเข้ามาเปลี่ยนวงการดนตรีจริงๆ Rolling Stone รายงาน ว่า AI ถูกใช้สร้างซาวด์แซมเพิลเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาลิขสิทธิ์กันเยอะขึ้น

นักศึกษาประท้วงหนัก เรียกร้องยกเลิกคอร์ส

แต่ที่นักศึกษาพากันโกรธเพราะคอร์สนี้บังคับให้ “สร้างเนื้อเพลง เมโลดี้ เพลง และ录音ต้นฉบับร่วมกับ AI” ในแคมเปญออนไลน์ ที่มีผู้ลงชื่อกว่า 425 คน พวกเขาบอกว่า “AI อย่าง ChatGPT ที่เบิร์คลีโปรโมท ขโมยงานศิลปินนับหมื่น ทำลายแก่นแท้ของอุตสาหกรรม สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แค่เพื่อเลียนแบบศิลปะมนุษย์” พวกเขาต้องการให้ยกเลิกคอร์สทั้งหมด และย้ำว่า “ไม่มีที่ให้ AI สร้างสรรค์ในโรงเรียนศิลปะ”

เบิร์คลีตอบโต้ผ่าน WBZ News ว่า “ในฐานะสถาบันที่เน้นศิลปิน เราต้องเตรียมนักศึกษาให้พร้อมรับมือเทคโนโลยีที่กระทบอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ เราจะทำต่อไปตามหลักการ”

มีอดีตนักศึกษาคอมเมนต์ในแคมเปญว่า “ถ้าอยากเตรียมพร้อมอนาคต ควรช่วยหางานหลังจบมากกว่า สอนเครื่องมือที่ขโมยงานศิลปินแล้วทำโปรดิวเซอร์ตกงาน”

อาจารย์ผู้สอนมีประเด็นน่าสนใจ

คอร์สนี้สอนโดย Ben Camp นักดนตรีที่ ปรากฏในแคตตาล็อก แต่ที่ LinkedIn เผย ว่าเป็นที่ปรึกษา Suno แพลตฟอร์ม AI สร้างเพลง! แถมเขายังสอนคอร์ส “Stealing from the Masters” อีก น่าขันดีสำหรับคนที่ทำงานให้บริษัทที่ ถูกค่ายเพลงฟ้อง ขโมยเพลงฝึก AI และถูกกล่าวหา “การขโมยครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ดนตรี” จาก KODA

  • AI ช่วยสร้างเพลงเร็ว แต่ขโมยข้อมูลศิลปิน?
  • โรงเรียนศิลปะควรสอนหรือต่อต้าน?
  • อนาคตนักดนตรีในยุค AI จะเป็นยังไง?

เรื่องนี้สะท้อนความขัดแย้งในวงการดนตรียุคใหม่ AI เป็นเครื่องมือที่ทรงพลัง แต่ถ้าใช้ผิดวิธีอาจทำลายความคิดสร้างสรรค์แท้ๆ สถาบันอย่างเบิร์คลีต้อง balance ระหว่างเตรียมนักศึกษาให้พร้อมกับรักษาคุณค่าศิลปะ

คุณคิดยังไงกับ เบิร์คลี คอลเลจ เปิดคอร์ส AI นักศึกษาพากันโกรธ? ควรสอนหรือไม่? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ และติดตามข่าวเทคโนโลยีดนตรีเพิ่มเติมจากเรา!

ที่มา – Berklee College of Music Offers AI Course, Students Are Pissed

Disney ลดพนักงานมหาศาล ส่งผลกระทบหนักต่อ Marvel

ในขณะที่ Disney เตรียมนำเสนอภาพยนตร์สุดยิ่งใหญ่ให้เจ้าของโรงภาพยนตร์และสื่อมวลชนที่งาน CinemaCon วันพฤหัสบดีนี้ CEO คนใหม่ Josh D’Amaro ส่งอีเมลแจ้งพนักงานเกี่ยวกับการ Disney ลดพนักงานมหาศาล ส่งผลกระทบหนักต่อ Marvel ทั่วทุกแผนกของบริษัท หลังจากฝุ่นควันเริ่มจางลง พบว่าหนึ่งในหน่วยงานที่ได้รับผลกระทบหนักคือ Marvel Studios

Disney ลดพนักงานมหาศาล ส่งผลกระทบหนักต่อ Marvel

ตามรายงานจาก Deadline การลดพนักงานครั้งนี้ซึ่งคาดว่าจะตัดงานราว 1,000 ตำแหน่งทั่ว Disney ทำให้ Marvel เสียพนักงานประมาณ 8% การลดครั้งนี้กระทบทุกส่วนของ Marvel ทั้งสำนักงานในนิวยอร์กและเบอร์แบงก์ ตั้งแต่ส่วนการ์ตูน การผลิตภาพยนตร์ ฝ่ายกฎหมาย การเงิน และอื่นๆ แต่หน่วยงานที่โดนหนักสุดคือ ทีมพัฒนาภาพวิชวล (Visual Development Team) ของ Marvel Studios

รายงานแรกจาก Forbes และยืนยันโดย Deadline สมาชิกทีมยืนยันการถูกเลิกจ้างบนโซเชียลมีเดีย เชื่อว่าทีมนี้ถูกตัดเกือบทั้งหมด เหลือแค่ทีมเล็กๆ ที่จะจ้างผู้รับเหมาภายนอกทำโปรเจกต์ต่อไป แหล่งข่าวบอก Forbes ว่าเหตุผลส่วนหนึ่งมาจากการเปลี่ยนแปลง กำหนดการผลิตภาพยนตร์ ของ Marvel และการลดต้นทุนจาก Disney

ทีม Visual Development: หัวใจของ MCU

ทีมนี้นำโดย Ryan Meinerding ศิลปินคอนเซ็ปต์ที่ช่วยกำหนดวิสัยทัศน์ MCU ตั้งแต่ Iron Man เรื่องแรก งานของพวกเขาคือคอนเซ็ปต์อาร์ตและดีไซน์สำหรับภาพยนตร์ Marvel มาเป็นสิบปี งานเหล่านี้ไม่ใช่แค่เบื้องหลัง แต่ถูกนำไปทำเป็นหนังสืออาร์ตบุ๊คมากมาย (Meinerding ยังมีหนังสือส่วนตัว Marvel Studios: The Art of Ryan Meinerding)

ทุกครั้งที่ Marvel เปิดตัวตัวละครใหม่ มักใช้ภาพจากทีมนี้โชว์ในบทความ โปสเตอร์งานอีเวนต์ สินค้า และแม้แต่โลโก้เปิดเรื่องอันเป็นเอกลักษณ์ (ปรับใหม่ใน Captain America: Brave New World) ที่ภาพฮีโร่เบลอผสานกับสคริปต์ก่อนกลายเป็นโลโก้

ในบันทึกถึงพนักงาน สัปดาห์นี้ D’Amaro บอกว่าการลดไม่เกี่ยวกับผลงานพนักงาน แต่เป็นการจัดการทรัพยากรให้มีประสิทธิภาพเพื่อลงทุนในธุรกิจต่อไป แต่การตัดทีมที่ช่วยสร้างจักรวาลภาพยนตร์ใหญ่ที่สุด จะมีประสิทธิภาพจริงหรือไม่ ต้องรอพิสูจน์

  • กระทบทุกแผนก Marvel: การ์ตูน, สตูดิโอ, กฎหมาย, การเงิน
  • ทีม Visual Development เกือบทั้งหมดหายไป
  • เปลี่ยนไปใช้ผู้รับเหมาภายนอก
  • สาเหตุจากปรับ slate ภาพยนตร์และลดต้นทุน

การ Disney ลดพนักงานมหาศาล ส่งผลกระทบหนักต่อ Marvel ครั้งนี้ ทำให้แฟนๆ MCU กังวลอนาคตของภาพยนตร์คุณภาพสูง ทีม Visual Development คือหัวใจที่ทำให้ MCU มีเอกลักษณ์ หากขาดหาย ภาพยนตร์ใหม่อาจไม่น่าตื่นเต้นเท่าเดิม

อยากรู้เพิ่ม? ติดตามกำหนดฉาย Marvel, Star Wars, Star Trek, DC Universe และ Doctor Who ได้ที่นี่! ความเห็นส่วนตัว: Disney ควรลงทุนในทีมครีเอทีฟมากกว่านี้ เพื่อรักษาคุณภาพ MCU ไว้ คุณคิดยังไง ลองคอมเมนต์บอกกันนะ

ที่มา – Disney’s Massive Layoffs Have Seemingly Hit Marvel Hard

แม่เลี้ยงชั่วร้ายของ The Testaments สนุกมากที่จะเกลียด

ตัวละครที่โดดเด่นใน The Handmaid’s Tale คือ เซเรน่า จอย วอเตอร์ฟอร์ด (รับบทโดย Yvonne Strahovski) ในตอนแรก ผู้ชมถูกชักจูงให้เกลียดเธอ เรามองเห็นความโหดร้ายและการสมรู้ร่วมคิดในระบบทาสทางเพศของกิลีแอดผ่านสายตาของจูน ออสบอร์น (Elisabeth Moss) มือช่วยที่ถูกบังคับให้รับใช้เซเรน่าและสามีเฟรด (Joseph Fiennes) ผู้บัญชาการทรงอิทธิพล

แต่เมื่อ The Handmaid’s Tale ดำเนินไปครบ 6 ซีซั่น เราค้นพบความลึกซึ้งที่น่าแปลกใจ หลังหน้ากากสมบูรณ์แบบเย็นชาของเซเรน่า แม้การมีส่วนร่วมอย่างเต็มใจในฝันร้ายสตรีของกิลีแอดจะไม่เคยได้รับการอภัย แต่เรเห็นว่า ความสิ้นหวังที่แท้จริงในการมีลูกของตัวเองทำให้เธอมองข้ามความน่ากลัวที่เธอช่วยสร้างขึ้นอย่างน้อยในช่วงแรก

เรายังได้เห็นพื้นเพของเธอ เธอเคยเป็นนักเขียนและนักการเมืองผู้ทรงอิทธิพล แต่ยอมสละความทะเยอทะยานเพื่อสนับสนุนสามีและขบวนการกิลีแอด สุดท้ายยอมจำนนต่อวัฒนธรรมที่ไม่ยอมให้ผู้หญิงอ่านหนังสือ ไม่ว่าความเห็นหรืออาชีพ แม้เธอรู้ว่ากำลังทำอะไร แต่เซเรน่าก็เรียนรู้อย่างรวดเร็วว่าตัวเองถูกกดขี่จริงๆ แม้แต่งงานกับผู้นำกิลีแอดชั้นสูง

แม้เธอมีเหตุผลทุกอย่างที่จะปฏิเสธกิลีแอด—อย่างการสูญเสียนิ้วเพราะอ่านพระคัมภีร์ในซีซั่น 2 ที่คนส่วนใหญ่คงยอม—แต่ The Handmaid’s Tale ค่อยๆ แสดงให้เห็นว่าความเชื่อมั่นในประเทศที่เธอช่วยสร้างเริ่มพังทลาย การแสดงที่ร้อนแรงของ Strahovski ทำให้ตัวละครที่น่าจะเกลียดขี้ขยะกลายเป็นที่น่าเห็นใจ แม้เธอจะยังลังเลกับทางเลือก

เธอผ่านอะไรมาเยอะ เธอสูญเสียสิทธิเลี้ยงดูเด็กที่จูนควรจะมอบให้ แต่สุดท้ายมีลูกกับเฟรด ซึ่งเป็นปาฏิหาริย์ท่ามกลางวิกฤตภาวะมีบุตรยากที่ขับเคลื่อนเรื่อง จากนั้นเผชิญความตายกะทันหันของเฟรด สถานะอาชญากรสงครามระดับโลก และการปรับตัวในสังคมกิลีแอดที่เข้มงวดในฐานะหญิงม่าย

แม่เลี้ยงชั่วร้ายของ The Testaments สนุกมากที่จะเกลียด

ในภาคต่อ The Testaments ตัวละครแรกที่เราพบคือพอล่า แมคเคนซี่ (Amy Seimetz) เธอกำลังขี่ม้าอยู่รอบคฤหาสน์ใหญ่โตที่อาศัยกับสามีและลูกสาว—ซึ่งคืออากเนส (Chase Infiniti) นางเอกวัยรุ่นของเรื่อง

พลวัตที่นี่ต่างจากเซเรน่ากับจูน แต่ระดับความเป็นศัตรูคล้ายกัน ในไม่กี่ปีหลังเซเรน่าหนีไป บทบาทภรรยาในกิลีแอดเปลี่ยนไป มือช่วยใช้กันน้อยลง ยังไม่เห็นใน The Testaments ชุดเดรสสีน้ำเงินยังเป็นประเพณี บ้านสะอาดสะอ้าน และความหวาดระแวงรุนแรง แต่พอล่าเป็นแม่เลี้ยงของอากเนสในวัฒนธรรมที่เด็กสาวอายุน้อยถูกแต่งงานทันทีที่พร้อมมีลูก การศึกษาทั้งหมดคือการเรียนรู้ให้เป็นภรรยาที่เชื่อฟัง

พอล่าเป็นภรรยาคนที่สองของผู้บัญชาการแมคเคนซี่ ได้ตำแหน่งนี้หลังจากผู้หญิงใจดีที่เลี้ยงอากเนสตายจากโรคไม่ทราบสาเหตุ พอล่าทะนงตัว สูงส่ง ควบคุมเก่ง เชี่ยวชาญการด่าทอแบบเจ้าเล่ห์ การแสดงอำนาจแบบคำนวณ คำเตือนซ่อนเร้น และการดูถูกแบบทำลาย “เด็กสาวที่หลังค่อมได้สามีอ้วน” คือคำแนะนำสร้างสรรค์ของเธอ

พฤติกรรมชั่วร้ายของพอล่าที่ทำให้สนุกที่จะเกลียด

“ฉันคือสิ่งรบกวนของพอล่า” อากเนสเล่าใน voice-over “เธออยากให้ฉันแต่งงานแล้วไป” เมื่ออากเนสมีประจำเดือนในตอนที่ 2—สัญญาณว่ากิลีแอดกำลังแก้ปัญหาภาวะมีบุตรยาก—พอล่าก็ใกล้ได้สิ่งที่ต้องการ มีช่วงอ่อนโยนตอนสอนใช้น้ำยาสำลี “ฉันก็กลัวครั้งแรก” เธอยอมรับ “หน้าที่ผู้หญิงคือถ่ายทอดภูมิปัญญานี้”

แต่เธออดไม่ได้ที่จะพูดถึงตัวเอง “แน่นอนว่าไม่มีใครสอนฉัน” เราอยากรู้เรื่องราวเก่าๆ ของพอล่ามากกว่านี้ แต่แทนที่จะได้ เธอยิ้มเกือบได้ตอนยื่นที่ปกน้ำยาที่ทาบิธา แม่เลี้ยงคนแรกทำ แต่ช่วงนั้นจบเร็ว พอล่าลงมือทันที จัดตารางนัดทุกอย่างเพราะอากเนส “พร้อมแล้ว” “เราต้องทำให้เธอน่าดึงดูดที่สุด”

หนึ่งในนั้นคือหมอฟันสุดหลอนของกิลีแอด มือลวนลามเป็นบทเรียนแรกของอากเนสในการถูกเอาเปรียบโดยไม่พูดอะไร ต่อมาพอล่าบังคับอากเนสเดินโชว์ผ่านห้องที่เต็มไปด้วยเพื่อนร่วมงานผู้บัญชาการ ผู้ชายแก่สไลด์ตามด้วยสายตาเหนียวหนึบ น่าขยะแขยงและย้ำว่าอากเนสไม่มีทางหันไปพึ่งแม่เลี้ยงได้

Io9 2025 Spoiler

ในตอน “Green Tea” สัปดาห์นี้ พาเราดำดิ่งสู่กระบวนการซับซ้อนที่กิลีแอดใช้เลือกสามีให้เด็กสาวที่พร้อมน่าแปลกที่ขั้นนี้ผู้ชายมีส่วนน้อย แต่เป็นลุงลีเดีย (Ann Dowd) และลูกน้องที่จัดชาพาร์ตี้เพื่อเช็คว่าสาวๆ มีของเป็นภรรยาผู้บัญชาการไหม

ลุงๆ ยังจัดแต่งงาน ดังนั้นความเห็นสำคัญมาก “สะดุดทีนึง เธออาจพังไปทั้งชีวิต” เดซี่ (Lucy Halliday) อธิบายใน voice-over เพราะมาร์ธ้าทำอาหาร จัดดอกไม้ ไอซิ่งคุกกี้ สาวๆ แค่ดูเพอร์เฟกต์และไม่หกชา

งานจัดที่คฤหาสน์แมคเคนซี่ พอล่าเจ้าภาพคือหัวโจกภรรยา เพราะสามีสำคัญที่สุด “เธอมีอำนาจ—สะท้อนแต่ก็ยังมี นั่นคือสิ่งที่สาวๆ ต้องการ อำนาจคือการอยู่รอดในกิลีแอด” พอล่ามีแค่นี้และยึดมั่น

งานตึงเครียด สาวๆ เดินถือกาน้ำชาเคลื่อนไหวแม่นยำ ทุกคนเป๊ะ

แล้วพอล่าเห็นมีเรียม (Birva Bandya) เพื่อนร่วมชั้นอากเนสที่ยิ้มเกร็ง ทริกเกอร์สัญชาตญาณแสบของพอล่า (ชื่นชม Seimetz ที่แสดงความโกรธด้วยตากะพริบและขากัดฟัน) พอล่าล้มพรึ่บพรมตอนมีเรียมเดินผ่าน ไม่มีใครเห็น เธอสะดุดหกชา—หายนะ! บาปมหันต์ อาจได้สามีแย่สุดหรือไม่มีเลย

ทำไมพอล่าเลือกมีเรียม? ไม่มีบริบท เธอแค่ชั่ว impulsively บางทีช่วยอากเนสให้แต่งงานเร็ว? หรือแค่ชอบสร้างความวุ่นวายชั่วร้าย

ตอนจบตอน เรารู้ว่าทำไมพอล่ารังเกียจอากเนส หลังอากเนสหักฟันที่งานชา กลับหาหมอฟันซ่อม พอล่าเช็คแล้วอนุมัติ แล้วพูดจี้ใจดำ “โทษแม่เธอที่ฟันอ่อน” ไม่ใช่ทาบิธา แต่แม่แท้

“ไม่ใช่ความผิดเธอที่มียีนอ่อน แววดื้อรั้นมาจากตรงนั้น” หากผู้ชมยังไม่เดา นี่คือ hint ใหญ่ พอล่ารู้ความจริงและใช้ต่อต้านอากเนสตลอด เป็นเรื่องเล็กๆ ที่พอล่าชอบทำ ถามว่าเธอจะทำอะไรต่อ? ไม่มีวี่แววพัฒนาแบบเซเรน่าแน่

ตอนใหม่ของ The Testaments ออกพุธบน Hulu และ Disney+ คุณคิดว่าพอล่าจะชั่วขนาดไหน? มาคุยกันในคอมเมนต์ และอย่าลืมติดตามรีวิวซีรีส์ dystopian สุดเข้มข้นเรื่องนี้เพื่อไม่พลาดดราม่าที่จะทำให้คุณเกลียดแบบสนุกสุดๆ!

ที่มา – The Wicked Stepmother of ‘The Testaments’ Is So Much Fun to Hate

นักดาราศาสตร์เปิดแผนที่ 3D จักรวาลใหญ่ที่สุด

ตั้งแต่เดือนมีนาคม นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกจับตาดู เครื่องมือ DESI (Dark Energy Spectroscopy Instrument) ที่กำลังปิดท้ายแผนที่ 3D จักรวาลใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา ล่าสุด DESI เพิ่งเสร็จสิ้นการบันทึกข้อมูลกว่า 47 ล้านกาแล็กซี คัวซาร์ 20 ล้านดวง และดาวฤกษ์ใกล้เคียงกว่า 20 ล้านดวง ปิดฉากภารกิจ 5 ปีที่ปฏิวัติวงการดาราศาสตร์

แผนที่ 3D จักรวาลใหญ่ที่สุดจาก DESI

ในแถลงการณ์ล่าสุด DESI Collaboration เปิดเผยผลสำรวจครั้งแรกอย่างเป็นทางการ นั่นคือ แผนที่ 3D จักรวาลใหญ่ที่สุด ที่มีความละเอียดสูง ครอบคลุมประวัติศาสตร์จักรวาลย้อนหลังกว่า 11,000 ล้านปี ที่น่าทึ่งคือ ในเวลา 5 ปี DESI ซึ่งตั้งอยู่ที่ Kitt Peak National Observatory ในรัฐแอริโซนา สหรัฐอเมริกา ได้เก็บข้อมูลกาแล็กซีและคัวซาร์ได้มากถึง 6 เท่าของการวัดทั้งหมดในอดีตที่รวมกัน นักดาราศาสตร์จะใช้ข้อมูลชุดนี้ศึกษาอิทธิพลของ พลังงานมืด (Dark Energy) ซึ่งเป็นแรงลึกลับที่ทำให้จักรวาลขยายตัวเร็วขึ้น

"การสำรวจ 5 ปีของ DESI ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่" ดร. Michael Levi ผู้อำนวยการ DESI กล่าว "เราจะฉลองความสำเร็จนี้ แล้วเริ่มวิเคราะห์ข้อมูลทันที เพราะทุกคนอยากรู้ว่ามีเซอร์ไพรส์อะไรรออยู่อีก"

พลังงานมืดเปลี่ยนแปลงตามเวลา?

ก่อนหน้านี้ในปี 2025 DESI สร้างความฮือฮาเมื่อข้อมูล 3 ปีแรกชี้ว่า พลังงานมืดเปลี่ยนแปลงตามเวลา ซึ่งขัดแย้งกับแบบจำลองcosmological แบบดั้งเดิมที่เชื่อว่าพลังงานมืดคงที่ แม้จะน่าตกตะลึง แต่ตอนนั้นยังไม่สมบูรณ์เพราะใช้ข้อมูลไม่ครบ ตอนนี้ แผนที่ 3D จักรวาลใหญ่ที่สุด นี้คือภาพรวมเต็มๆ แล้ว แม้ข้อมูลมหาศาลจะยังไม่วิเคราะห์เสร็จ แต่ทีมงานเริ่มลงมือแล้ว

พลังงานมืดคิดเป็นประมาณ 68.7% ของจักรวาล การเข้าใจว่ามันวิวัฒนาการอย่างไร จะบอกเราได้ว่าจักรวาลจะขยายตัวอย่างไร และจบลงแบบไหน รอฟังข่าวดีเร็วๆ นี้เลย

สรุปสั้นๆ เกี่ยวกับ DESI: มันมี "ตา" ไฟเบอร์ออปติก 5,000 เส้น เก็บภาพวัตถุจักรวาลไกลโพ้นได้ละเอียด เท่ากับข้อมูล 80 กิกะไบต์ต่อคืน แล้วกลับมาสังเกตพื้นที่เดิมเพื่อจับแสงจางๆ ทุกจุดข้อมูลผ่านสเปกโทรกราฟ 10 ตัว เพื่อหาตำแหน่ง ความเร็ว และองค์ประกอบเคมี

"ต้องเฝ้าติดตามและแทรกแซงตลอดเวลาเพื่อให้ทุกอย่างทำงาน" Adam Myers ผู้จัดการปฏิบัติการสำรวจ DESI อธิบาย

DESI เก่งเกินคาด! ทีมเลยเพิ่มโปรเจกต์เสริม "Bright-Time Survey" เพื่อศึกษาผลกระทบของแสงจันทร์ต่อการสังเกตวัตถุไกล ใน 5 ปีครอบคลุมท้องฟ้าเหนือถึง 2 ใน 3

ภารกิจต่อไปหลังแผนที่ 3D จักรวาลใหญ่ที่สุด

DESI จะสำรวจต่อเนื่องถึงปี 2028 โดยเน้นพื้นที่ที่พลาดไป หวังไขปริศนาอื่นๆ เช่น สสารมืด กาแล็กซีคนแคระใกล้เคียง และกระแสดาว (stellar streams) ที่ฉีกจากกาแล็กซีเล็กๆ เข้ามาในทางช้างเผือก "ตอนนี้เราก้าวข้ามแผนเดิมแล้ว" Levi กล่าว "ไม่รู้ว่าจะเจออะไร แต่เชื่อว่าจะน่าตื่นเต้นมาก"

ข้อมูลชุดนี้จะเปลี่ยนความเข้าใจของเราเกี่ยวกับจักรวาลแน่นอน ถ้าคุณหลงใหลในดาราศาสตร์ ติดตามอัพเดทจาก DESI กันต่อไป เพราะอนาคตจักรวาลกำลังรอการเปิดเผย!

ที่มา – Astronomers Just Dropped the Largest High-Res 3D Map of the Universe

ชาวท้องถิ่นใช้ AI ประท้วงศูนย์ข้อมูล

สหรัฐอเมริกากำลังเผชิญกับการก่อสร้างศูนย์ข้อมูลขนาดยักษ์ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในชุมชนชนบทที่มีที่ดินว่างเปล่ามากมาย ซึ่งบริษัทเทคโนโลยีมองว่าเหมาะสมสำหรับการตั้งโครงสร้างขนาดใหญ่เหล่านี้ ชาวท้องถิ่นใช้ AI ประท้วงศูนย์ข้อมูลกำลังกลายเป็นกระแสที่น่าสนใจ โดยเฉพาะในรัฐโอไฮโอ ซึ่งเป็นรัฐที่มีศูนย์ข้อมูลมากเป็นอันดับ 5 ของสหรัฐฯ

ชาวท้องถิ่นใช้ AI ประท้วงศูนย์ข้อมูลอย่างไร

ตามรายงานล่าสุดจาก วอลล์สตรีทเจอร์นัล ชาวโอไฮโอสองคนกำลังใช้เครื่องมือ AI เพื่อต่อสู้กับการบุกรุกของศูนย์ข้อมูล AI ในชุมชนของพวกเขา เจสสิก้า ชาร์ป พนักงานสังคมสงเคราะห์ ใช้ AI สร้างสรรค์เพื่อถอดความบันทึกการประชุมกับนักกิจกรรมด้วยกันและช่วยวิจัยกฎหมาย เพื่อต่อกรกับโครงการศูนย์ข้อมูลยักษ์ใหญ่ที่กำลังสร้างห่างจากบ้านเธอแค่ไม่กี่หลา ซึ่งเธอเลี้ยงลูกสาววัย 18 เดือนอยู่

“ฉันจะใช้ทุกเครื่องมือในคลังแขนงของฉันเพื่อตอบโต้” ชาร์ปบอก WSJ “พวกเขามีเวลานำหน้ากว่าหลายปี และฉันจะพยายามตามให้ทัน”

ในอีกพื้นที่หนึ่งใกล้ภูเขาแอปพาเลเชียน เจสสิก้า เบเกอร์ นายหน้าอสังหาริมทรัพย์ ใช้ ChatGPT เพื่อร่างคำร้องขอเอกสารในการต่อต้านศูนย์ข้อมูลที่วางแผนในชุมชนของเธอ “มันกำลังคุกคามวิถีชีวิตของเรา: เราใช้ชีวิตช้าลงที่นี่ ชื่นชอบวิวสวยงาม และเราไม่อยากให้มันเปลี่ยนไปถ้ามันไม่เป็นประโยชน์ต่อคนที่นี่” เบเกอร์กล่าว

เหตุผลที่ชาวท้องถิ่นใช้ AI ประท้วงศูนย์ข้อมูล

สถานการณ์นี้ดูขัดแย้งในแวบแรก แต่จริงๆ แล้วสมเหตุสมผล สหรัฐฯ กำลังเร่งสร้างศูนย์ข้อมูลเพื่อรองรับความต้องการคำนวณที่พุ่งสูงจาก AI ที่แพร่หลายมากขึ้น ยิ่งใช้ AI chatbot มากเท่าไหร่ โครงสร้างพื้นฐานยิ่งรับภาระหนัก และยิ่งต้องการศูนย์ข้อมูลใหม่มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม รายงานใหม่ๆ ชี้ให้เห็นผลกระทบต่อชุมชนท้องถิ่น เช่น ค่าไฟฟ้าที่พุ่งสูง มลพิษทางอากาศเกินมาตรฐาน และการศึกษาฉบับ preprint ใหม่ ระบุว่า ศูนย์ข้อมูลสร้างเกาะความร้อนในรัศมี 6 ไมล์ คล้ายเมืองใหญ่ ซึ่งเชื่อมโยงกับปัญหาสุขภาพ อุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลง ยังกระทบการเกษตร ซึ่งชุมชนชนบทพึ่งพา เช่น โครงการของ Amazon ในเมืองของชาร์ปที่สร้างบนที่ดินเกษตรเก่า

นอกจากนี้ หลายคนกังวลถึงผลกระทบของ AI ต่อสังคม เช่น ปัญหาสุขภาพจิตจาก AI การเร่งสงครามและการเฝ้าระวังมวลชน หรือการทำลายงานจาก AI

แต่ไม่ใช่การต่อต้าน AI ทั้งหมด ปัญหาสุขภาพและเศรษฐกิจสามารถแก้ได้ด้วยการวิจัยและกฎระเบียบที่เข้มงวด เช่น การปรับปรุงซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์เพื่อลดเกาะความร้อน

ศาสตราจารย์ John McCarthy จาก Cornell บอก Gizmodo ว่า ผลกระทบต่อตลาดแรงงาน แก้ได้ ถ้านโยบาย การศึกษา และการจ้างงานปรับตัวทัน แต่เทคโนโลยีเร็วเกินไป

การรณรงค์หลักเรียกร้อง moratorium หรือการพักโครงการชั่วคราว จนกว่าจะเข้าใจผลกระทบต่อชุมชน เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม บางเมืองอย่าง เดนเวอร์ เริ่มแล้ว และเมนกลายเป็นรัฐแรกที่ ผ่านกฎ moratorium จนถึงปี 2027 รอผู้ว่าฯ อนุมัติ

การที่ชาวท้องถิ่นใช้ AI ประท้วงศูนย์ข้อมูล แสดงให้เห็นถึงพลังของเทคโนโลยีที่สามารถใช้ในทางสร้างสรรค์ได้ คุณลองคิดดูสิว่า AI ช่วยให้เสียงของคนตัวเล็กดังขึ้นได้อย่างไร ในอนาคต เราควรมีกฎระเบียบที่สมดุลเพื่อให้ AI พัฒนาอย่างรับผิดชอบ คุณมีความเห็นอย่างไร? แสดงความคิดเห็นด้านล่างและแชร์บทความนี้เพื่อกระตุ้นการสนทนา!

ที่มา – Some Locals Are Using AI to Protest Against Data Centers