Amazon อัปเดต Kindle ด้วยหน้าจอเรียบเสมอขอบ

Amazon เปิดตัวการปรับโฉมครั้งใหม่ให้กับเครื่องอ่านอีบุ๊กรุ่นยอดนิยม ก่อนที่ Kindle รุ่นแรกจะมีอายุครบ 20 ปีในปีหน้า โดยการอัปเดตครั้งนี้ครอบคลุมทั้ง Kindle รุ่นมาตรฐาน, Kindle Paperwhite และ Kindle Colorsoft จุดเด่นสำคัญคือการเปลี่ยนมาใช้หน้าจอที่เรียบเสมอกับขอบตัวเครื่อง หรือ flush screen ทำให้ดีไซน์ดูทันสมัย สะอาดตา และให้ความรู้สึกใกล้เคียงอุปกรณ์พรีเมียมมากขึ้น

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาเครื่องอ่านหนังสือดิจิทัลรุ่นใหม่ ข่าวนี้ถือว่าน่าสนใจ เพราะ Amazon ยังคงตั้งราคาเท่าเดิมกับรุ่นก่อนหน้า แม้จะมีการปรับวัสดุ รูปทรง และรายละเอียดการใช้งานหลายอย่าง อย่างไรก็ตาม ราคาปัจจุบันเป็นราคาหลังจากที่บริษัทปรับขึ้นไปแล้วในเดือนสิงหาคม ดังนั้นผู้ซื้อไม่ควรคาดหวังว่ารุ่นใหม่นี้จะมีราคาถูกลงกว่ารุ่นเดิม

Amazon อัปเดต Kindle ด้วยหน้าจอเรียบเสมอขอบ

การออกแบบใหม่ทำให้ขอบหน้าจอและจออีเปเปอร์เป็นพื้นผิวต่อเนื่องกันมากขึ้น Kindle รุ่นมาตรฐานยังคงใช้ตัวเครื่องพลาสติก แต่ให้สัมผัสเหมือนเป็นชิ้นเดียวกันมากกว่าเดิม นอกจากความสวยงามแล้ว การลดส่วนต่างระหว่างขอบกับหน้าจอยังช่วยให้การปัดหน้ากระดาษรู้สึกเป็นธรรมชาติ และทำความสะอาดฝุ่นบริเวณขอบได้ง่ายขึ้น

Amazon อัปเดต Kindle ด้วยหน้าจอเรียบเสมอขอบ รุ่นมาตรฐาน

Kindle รุ่นพื้นฐานเริ่มต้นที่ราคา 149.99 ดอลลาร์สหรัฐ มีสี Ube และ Graphite โดยสี Ube เป็นสีม่วงสดที่เข้ามาแทนสีเขียว Matcha จากรุ่นปี 2024 เหมาะกับคนที่อยากได้เครื่องอ่านอีบุ๊กที่มีสีสันและโดดเด่น ส่วนสี Graphite เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการดีไซน์เรียบและดูเป็นอุปกรณ์ไอทีทั่วไป

ตัวเครื่องรุ่นพลาสติกมีน้ำหนักเพียง 140 กรัม ลดลงจากรุ่นก่อนที่หนัก 158 กรัม และบางลงเหลือ 6.8 มิลลิเมตร จากเดิมที่หนากว่าเล็กน้อย การลดน้ำหนักนี้ช่วยให้ถืออ่านหนังสือเป็นเวลานานได้สบายขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่ชอบอ่านบนเตียงหรือพก Kindle ติดกระเป๋าเดินทาง นอกจากนี้ Amazon ยังย้ายปุ่มเปิดปิดจากด้านล่างไปไว้บริเวณด้านขวาด้านบน ซึ่งเป็นตำแหน่งเดียวกับ Kindle รุ่นใหม่ทั้งหมด

ผู้ที่ต้องการวัสดุพรีเมียมสามารถเลือก Kindle รุ่นตัวเครื่องอะลูมิเนียม ราคา 189.99 ดอลลาร์สหรัฐ รุ่นนี้มีความจุ 32GB หรือมากกว่ารุ่นพลาสติกสองเท่า และมีสี Alpine Sky กับ Seaglass Green ดีไซน์แบบยูนิบอดีให้ความรู้สึกแข็งแรงคล้ายแท็บเล็ตขนาดเล็ก โดยรุ่นดังกล่าวเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม

Kindle Paperwhite ยังคงเด่นเรื่องการอ่านสบายตา

Kindle Paperwhite รุ่นใหม่ยังคงใช้หน้าจอขนาด 7 นิ้ว และรักษาฟีเจอร์สำคัญที่ทำให้รุ่นนี้ได้รับความนิยม ไม่ว่าจะเป็นไฟหน้าแบบปรับโทนสีจากขาวเป็นอำพัน ช่วยลดความล้าของสายตาในช่วงกลางคืน อัตราคอนทราสต์ที่สูงกว่า Kindle รุ่นพื้นฐาน รวมถึงการป้องกันน้ำที่เหมาะกับการอ่านริมสระน้ำหรือระหว่างการเดินทาง

แบตเตอรี่ของ Paperwhite ใช้งานได้นานสูงสุดประมาณ 12 สัปดาห์ ขณะที่ Kindle รุ่นมาตรฐานใช้งานได้ประมาณ 6 สัปดาห์ จึงเหมาะกับคนที่ไม่อยากชาร์จเครื่องบ่อย ตัวเครื่องพลาสติกใหม่มีน้ำหนัก 204 กรัม ลดลงจากเดิมที่ 211 กรัม และบางลงประมาณ 1 มิลลิเมตร พร้อมหน้าจอแบบเรียบเสมอขอบและปุ่มเปิดปิดที่ย้ายตำแหน่งเหมือนกับ Kindle รุ่นอื่น

Kindle Paperwhite รุ่นพลาสติกมีพื้นที่เก็บข้อมูล 16GB และวางจำหน่ายในสี Graphite ราคา 199.99 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนรุ่น Paperwhite Signature Edition ใช้ตัวเครื่องอะลูมิเนียม มีพื้นที่เก็บข้อมูล 32GB และเพิ่มไฟหน้าแบบปรับความสว่างอัตโนมัติตามสภาพแวดล้อม นอกจากนี้ยังมีขั้วต่อ pogo pins สำหรับชาร์จไร้สายผ่านแท่นชาร์จที่จำหน่ายแยก รุ่น Signature Edition มีสี Graphite และ Seaglass Green ราคา 249.99 ดอลลาร์สหรัฐ และเริ่มวางจำหน่ายวันที่ 28 ตุลาคม

Kindle Colorsoft เพิ่มทางเลือกสำหรับคนชอบหนังสือสี

Kindle Colorsoft รุ่นใหม่ยังคงใช้ชิป พื้นที่เก็บข้อมูล และเทคโนโลยีหน้าจอสีแบบเดิม จุดเปลี่ยนหลักอยู่ที่ดีไซน์ภายนอก ซึ่งได้รับหน้าจอเรียบเสมอขอบ ตัวเครื่องพลาสติกที่เป็นชิ้นเดียวกันมากขึ้น และปุ่มเปิดปิดตำแหน่งใหม่ ผู้ที่ชอบอ่านการ์ตูน หนังสือภาพ ตำรา หรือเนื้อหาที่มีไฮไลต์สีจึงยังมีเหตุผลที่จะเลือก Colorsoft เหนือ Kindle รุ่นขาวดำ

รุ่นปกติของ Kindle Colorsoft มีความจุ 16GB สี Graphite ราคา 289.99 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วน Colorsoft Signature Edition เพิ่มพื้นที่เก็บข้อมูลเป็น 32GB เปลี่ยนเป็นตัวเครื่องอะลูมิเนียม และมีไฟหน้าแบบปรับอัตโนมัติ รวมถึงขั้วต่อสำหรับชาร์จบนแท่น รุ่น Signature Edition ยังรองรับการแตะสองครั้งเพื่อเปลี่ยนหน้า เพิ่มความสะดวกสำหรับผู้ที่อ่านหนังสือด้วยมือเดียว

Kindle Colorsoft Signature Edition มีสี Graphite และ Fig ซึ่งเป็นสีแดงเบอร์กันดี ราคา 319.99 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วน Kindle Colorsoft ทั้งรุ่นปกติและรุ่น Signature Edition จะเริ่มวางจำหน่ายวันที่ 7 ตุลาคม ดังนั้นผู้สนใจควรตรวจสอบกำหนดส่งสินค้าและราคาในประเทศของตนเองอีกครั้ง เพราะราคาและวันวางจำหน่ายอาจแตกต่างกันตามตลาด

อุปกรณ์เสริมใหม่ช่วยเปลี่ยนหน้าได้สะดวกขึ้น

นอกจากตัวเครื่องรุ่นใหม่ Amazon ยังเปิดตัว Kindle Click รีโมต Bluetooth สำหรับเปลี่ยนหน้าอีบุ๊ก ราคา 34.99 ดอลลาร์สหรัฐ อุปกรณ์นี้มีปุ่มขนาดใหญ่สำหรับย้อนกลับและเลื่อนไปหน้าถัดไป รวมถึงปุ่มด้านข้างสำหรับปรับความสว่าง เหมาะกับผู้ที่ชอบอ่านหนังสือโดยวาง Kindle ไว้บนขาตั้ง หรืออยากอ่านโดยไม่ต้องยกมือไปแตะหน้าจอ

อีกหนึ่งอุปกรณ์ที่น่าสนใจคือ Page-Turn Cover ราคา 79.99 ดอลลาร์สหรัฐ เคสรุ่นนี้เพิ่มปุ่มเปลี่ยนหน้าแบบกดจริงให้กับ Kindle Paperwhite Signature Edition และ Kindle Colorsoft Signature Edition โดยเชื่อมต่อผ่าน pogo pins จึงไม่รองรับ Kindle รุ่นมาตรฐานหรือรุ่นพลาสติก แนวทางนี้น่าสนใจเพราะ Amazon สามารถเพิ่มปุ่มให้กับคนที่ต้องการใช้งาน โดยไม่จำเป็นต้องทำให้เครื่องอ่านทุกรุ่นมีปุ่มถาวร

โดยสรุป การอัปเดตครั้งนี้ไม่ได้เปลี่ยนประสบการณ์การอ่านของ Kindle แบบพลิกโฉมทั้งหมด แต่เน้นปรับปรุงดีไซน์ น้ำหนัก วัสดุ และความสะดวกในการใช้งานให้ดีขึ้น หากต้องการเครื่องราคาประหยัด Kindle รุ่นมาตรฐานเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่า ขณะที่ Paperwhite เหมาะกับคนที่ต้องการไฟโทนอุ่น แบตเตอรี่ยาวนาน และการกันน้ำ ส่วน Colorsoft เหมาะกับผู้ที่ต้องการหน้าจอสี สำหรับความเห็นส่วนตัว ดีไซน์หน้าจอเรียบเสมอขอบและอุปกรณ์เสริมแบบปุ่มกดทำให้ Kindle รุ่นใหม่ใช้งานได้ยืดหยุ่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หากกำลังวางแผนซื้อเครื่องอ่านอีบุ๊ก ลองเปรียบเทียบความจุ ฟีเจอร์ และราคาแต่ละรุ่นก่อนตัดสินใจ

ที่มา – Amazon Refreshes Kindle, Kindle Paperwhite, and Kindle Colorsoft E-Readers With Flush Screens

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *