AI Agents กินไฟดุ ทำเอา Chatbot กลายเป็นของเล่นเด็ก

ในยุคที่ Generative AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน เรามักได้ยินข่าวเรื่องการใช้พลังงานไฟฟ้ามหาศาลจากการประมวลผลโมเดลเหล่านี้ แต่รู้หรือไม่ว่า AI Agents กินไฟดุ ทำเอา Chatbot กลายเป็นของเล่นเด็ก เมื่อเทียบกับเทคโนโลยีที่กำลังจะตามมาในอนาคตอันใกล้

AI Agents กินไฟดุ ทำเอา Chatbot กลายเป็นของเล่นเด็ก

งานวิจัยล่าสุดจากสถาบัน KAIST ได้เปิดเผยข้อมูลที่น่าตกใจเกี่ยวกับ “ต้นทุนแฝง” ของ AI Agents โดยพบว่าพวกมันอาจใช้พลังงานมากกว่า Generative AI แบบปกติถึง 136.5 เท่าต่อหนึ่งคำสั่ง! ฟังดูแล้วอาจจะดูเกินจริง แต่ถ้ามาดูเบื้องหลังการทำงาน เราจะเข้าใจถึงเหตุผลทางเทคนิคครับ

เหตุผลที่ AI Agents กินไฟดุ ทำเอา Chatbot กลายเป็นของเล่นเด็ก

ความแตกต่างที่สำคัญคือวิธีการทำงานครับ ถ้าเป็น Chatbot ทั่วไปที่เราใช้งานกัน จะเป็นระบบ “ถาม-ตอบ” (Call-and-Response) แบบครั้งเดียวจบ แต่ AI Agents นั้นมีความซับซ้อนกว่ามาก:

  • การทำงานหลายขั้นตอน: Agents ต้องมีการคิดและวางแผนเป็นลำดับขั้นก่อนตอบ
  • การปิงโมเดลซ้ำๆ: ในแต่ละขั้นตอนของงาน Agents จะต้องส่งคำสั่งกลับไปหาโมเดลต้นทางซ้ำๆ เพื่อประมวลผลต่อ
  • การสูญเสียพลังงาน: กระบวนการนี้ทำให้เกิด “ตัวคูณ” ของพลังงานที่ใช้ไปอย่างมหาศาล

จากการคำนวณพบว่า AI Agents หนึ่งชุดอาจใช้พลังงานถึง 348.41 วัตต์-ชั่วโมงต่อการสอบถามหนึ่งครั้ง ซึ่งเทียบเท่ากับการเปิดหลอดไฟ LED ทิ้งไว้ตลอดทั้งวันเลยทีเดียวครับ นี่คือเหตุผลว่าทำไม AI Agents กินไฟดุ ทำเอา Chatbot กลายเป็นของเล่นเด็ก ในแง่ของการใช้ทรัพยากรพลังงาน

นอกจากเรื่องพลังงานแล้ว ปัญหาเรื่อง Latency หรือความล่าช้าในการตอบสนองก็เป็นเรื่องใหญ่ครับ ผลการวิจัยระบุว่า Agents ใช้เวลาในการตอบสนองช้ากว่า Chatbot ปกติถึง 153.7 เท่า ซึ่งส่งผลให้ GPU ต้องทำงานรอ (Idle) มากถึง 54.5% ของเวลาประมวลผลทั้งหมด ถือเป็นความไม่มีประสิทธิภาพที่น่ากังวลอย่างยิ่ง

ท่ามกลางการเติบโตอย่างก้าวกระโดดที่มีการลงทะเบียน AI Agents มากกว่าหลายแสนตัวทั่วโลก หากในอนาคตเรามีจำนวนการร้องขอผ่าน Agents เท่ากับ Google Search ในปัจจุบัน เราอาจต้องใช้พลังงานรวมถึง 198.9 กิกะวัตต์ ซึ่งเทียบเท่ากับครึ่งหนึ่งของไฟฟ้าทั้งประเทศสหรัฐอเมริกาเลยทีเดียว

ในความเห็นส่วนตัว แม้เทคโนโลยี Agentic AI จะดูน่าทึ่งและเปลี่ยนวิถีการทำงานของเราไปอย่างสิ้นเชิง แต่เราต้องเริ่มตั้งคำถามเกี่ยวกับความยั่งยืน ก่อนที่นวัตกรรมล้ำสมัยจะกลายเป็นภาระหนักอึ้งต่อทรัพยากรพลังงานของโลกในอนาคตครับ

ที่มา – When It Comes to Energy Use, AI Agents Could Make Chatbots Look Like Pocket Calculators

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *