AI จะเร่งประสิทธิภาพการผลิตของมนุษย์ได้ไม่ง่ายนัก ตามรายงานจากธนาคารกลางสหรัฐ
AI จะเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตของมนุษย์ได้ไม่ง่าย
แม้ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะถูกคาดหวังว่าเป็นเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก แต่รายงานใหม่จาก Federal Reserve ชี้ให้เห็นว่าลมฮือฮาเกี่ยวกับ AI อาจไม่ส่งผลเร็ววูบวาบเหมือนหุ้นฟองสบู่ ด้วยระบุว่าความสำเร็จของ AI ในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานมนุษย์จะเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป พร้อมเตือนถึงความเสี่ยงแฝงที่ตามมา
เหตุผลหลักที่ AI จะเปลี่ยนแปลงไม่เร็วอย่างคิด
รายงานจากธนาคารกลางสหรัฐ แบ่งการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีออกเป็น 3 รูปแบบ โดยอธิบายว่ามีเทคโนโลยีบางประเภทที่สร้างผลลัพธ์การผลิตทันที เช่น หลอดไฟที่ขยายเวลาทำงานได้ แต่สุดท้ายจะถึงจุดอิ่มตัว ในขณะที่ AI ถูกจัดอยู่ในกลุ่มเทคโนโลยีที่อาจสร้างผลกระทบยาวนานหากได้รับการพัฒนาต่อเนื่อง
AI คือเทคโนโลยีแบบก้าวกระโดด
เทคโนโลยีสำคัญอย่าง AI จะเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตของมนุษย์ได้ไม่ง่าย ต้องอาศัยการปรับใช้แบบบูรณาการ เช่น LegalGPT สำหรับงานกฎหมาย หรือ Microsoft Copilot ที่ช่วยขับเคลื่อนการทำงานในออฟฟิศ นอกจากนี้ AI ยังเริ่มถูกนำใช้ในการวิจัยคณิตศาสตร์และชีววิทยาเพื่อออกแบบยาต้านไวรัสรูปแบบใหม่ ๆ
ความเสี่ยงที่ต้องจับตา
- การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเกินจริง เช่น ศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่
- ความล่าช้าในการฝึกบุคลากรให้ใช้ AI ได้เต็มศักยภาพ
- ความเหลื่อมล้ำระหว่างองค์กรขนาดใหญ่และ SMEs
ทาง Fed ระบุว่าแม่แบบถัดไปของ AI ที่เรียกว่า Agentic AI กำลังเป็นเอกสารขายที่ระดับองค์กร แต่การเติบโตที่แท้จริงจะเกิดต่อเมื่อ AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทำงานประจำวันแบบไร้รอยต่อ ซึ่งอาจต้องรอกว่าจะถึงปี 2030
มุมมองเชิงลึก
แม้การคาดการณ์ของ Federal Reserve จะดูมีความระมัดระวัง แต่รายงานยังย้ำว่า AI ต่างจาก trend ทั่วไป เพราะมีศักยภาพเป็น เทคโนโลยีทั่วไป (General Purpose Technology) ที่กระตุ้นนวัตกรรมต่อเนื่อง ดังนั้น ความสำเร็จในระยะยาวจึงเกิดจาก
- ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ-เอกชนในการวิจัย
- การพัฒนาระบบ AI ที่ใช้งานง่ายผ่าน UI/UX
- การฟื้นฟูระบบนิเวศพลังงานเพื่อรองรับ demand สูง
Goldman Sachs ให้ทัศนคติว่า AI จะเพิ่ม GDP ของสหรัฐฯ เริ่มปี 2027 และระดับสูงสุดในยุค 2030s อย่างไรก็ตามหน่วงการเติบโตที่สำคัญคือ
- ต้นทุนการปรับใช้งานที่สูงลิ่ว
- ปัญหาความปลอดภัยของระบบทั่วไป
- การต่อต้านการใช้จากกลุ่มแรงงานบางกลุ่ม
นี่คือเหตุผลที่ทำให้ AI ไม่ใช่แค่เครื่องมืออัตโนมัติ แต่กลายเป็นหลักชัยสำคัญที่ต้องอาศัยการวางรากฐานสร้างความเข้าใจในห่วงโซ่อุตสาหกรรมครบทุกระดับ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยการขยายตัวรถไฟฟองสบู่ในยุค 1800s อีกครั้ง
หากคุณกำลังจับตาถึงจุดเปลี่ยนในการทำงาน อาจต้องเตรียมตัวปรับตัวอย่างชาญฉลาด เพราะ AI จะเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตของมนุษย์ได้ไม่ง่าย แต่เมื่อถึงเวลาจะเปลี่ยนเกมให้เศรษฐกิจต้อง restructure ทั้งหมด