AI ปราบโกงไม่ได้ ถ้ายังไม่เปิดข้อมูลโดยอัตโนมัติ

AI ปราบโกงไม่ได้ ถ้ายังไม่ Open Data by Default

ในช่วง Panel การอภิปรายเชิงลึกในงาน ‘Corruption Disruptors: Empowering AI to Fight Corruption’ ที่จัดขึ้นโดยสำนักงาน ป.ป.ช. ร่วมกับ THE STANDARD ได้มีการรวมผู้เชี่ยวชาญชั้นนำมากมาย นำโดย ดร.มานะ นิมิตรมงคล, ผศ.ดร.ต่อภัสสร์ ยมนาค (KRAC), คุณพันธ์ศักดิ์ เสตเสถียร (PwC), Ms. LEMINI (KPK) และดำเนินการอภิปรายโดย ดร.วิทย์ สิทธิเวคิน ซึ่งทุกท่านต่างลงมติเป็นเสียงเดียวกันว่าแม้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะได้รับการสนับสนุนทั้งด้านศักยภาพและงบประมาณ แต่การปราบโกงด้วย AI ยังมีอุปสรรคที่สำคัญอย่างเช่นข้อมูลเปิดที่ยังไม่ถูกเตรียมไว้ให้พร้อมใช้งานอย่างแท้จริง

AI อาจเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังในการต่อสู้กับการทุจริต แต่จะมีประสิทธิภาพเต็มที่ได้ก็ต่อเมื่อ ข้อมูลถูกเปิดเผยโดยอัตโนมัติ และจัดเตรียมในรูปแบบที่เข้าถึงและใช้งานได้ง่าย โดยเฉพาะในกำกับดูแลของภาครัฐที่มีข้อมูลสำคัญอยู่ในมือ สิ่งที่เรายังติดขัด คือ ความต้องการอย่างแท้จริงจากฝั่งผู้มีอำนาจในการผลักดันนโยบายเหล่านี้ให้ได้ผล

ข้อจำกัดที่ยังเป็นปัญหา

แรงกดดันทางการเมือง กลายเป็นหนึ่งในปัจจัยใหญ่ที่ทำให้การเปิดข้อมูลที่จำเป็นช้า และไม่แล้วเสร็จ อย่างกรณีที่สำนักงาน ปปง. ยกเลิกการตรวจสอบบุคคลที่มีสถานะทางการเมือง (PEPs) ในปี 2563 ย่อมบ่งชี้ชัดเจนว่าการเมืองยังมีบทบาทเหนือเทคโนโลยี แม้มีข้อมูลอยู่ แต่ความโปร่งใสยังถูกบิดเบือนได้ง่าย

AI และการปราบโกง: ติดขัดเพราะข้อมูลไม่พร้อมใช้งาน

  • เข้าถึงยาก: ข้อมูลที่ถูกกล่าวว่าเปิดแล้วนั้น ยังอยู่ในรูปแบบที่ไม่สามารถค้นหาหรือดาวน์โหลดได้สะดวก หลายแห่งมีการตั้งรหัสหรือขั้นตอนยุ่งยาก
  • ข้อมูลไม่ทันสมัย: หลายหน่วยงานยังใช้รูปแบบสแกนกระดาษ หรือไฟล์ PDF ที่ AI ไม่สามารถประมวลผลได้โดยตรง
  • ไม่มีมาตรฐานกลาง: ข้อมูลของไทยที่มีอยู่ ยังไม่มีชุดใดเลยที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากลในการอ่านโดยเครื่องจักร

การจัดการคุณภาพข้อมูลอย่างจริงจัง

คุณภาพของข้อมูลเป็นหลายมิติ การตรวจจับความผิดปกติ จำเป็นต้องอาศัยระบบที่มั่นคงในการควบคุมและบริหารจัดการข้อมูล (Data Governance) ไม่ใช่เพียงแค่เปิดมาแบบผิวเผินเท่านั้น แต่ต้องมีความโปร่งใสในเชิงโครงสร้าง

กฎหมายกับบทบาทสำคัญในการผลักดัน Open Data by Default

  • กฎหมายปัจจุบันยังไม่เอื้อ เช่น พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ ที่ยังเน้นข้อมูลภายในมากกว่าข้อมูลสาธารณะ
  • PDPA ถูกใช้ผิดทาง: กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลถูกหยิบยกเป็นข้ออ้างในการไม่เผยแพร่ข้อมูลที่ควรเปิดเผยเพื่อประโยชน์สาธารณะ
  • การจำกัดเวลาและรูปแบบการเข้าถึง: อย่างที่เห็นในข้อตัดของ ป.ป.ช.ที่กำหนดให้ประชาชนดูบัญชีทรัพย์สินได้เพียง 180 วัน และห้ามถ่ายภาพ ย่อมกลายเป็นการปิดกั้นการตรวจสอบจากประชาชนโดยตรง

หัวใจสำคัญ: เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างชุดข้อมูลหลัก

หนึ่งในข้อเสนอที่ได้อภิปรายคือการเริ่มต้นที่ 7 ชุดข้อมูลสำคัญ เช่น การจัดซื้อจัดจ้าง การลงทุนร่วมระหว่างภาครัฐกับเอกชน (PPPs) งบประมาณ ข้อมูลนิติบุคคล การถือครองที่ดิน และข้อมูลบัญชีทรัพย์สิน เพื่อเชื่อมโยงเป็นภาพรวมสำคัญ เช่น Beneficial Ownership ที่จะช่วยในการตรวจสอบที่โปร่งใสและลดการฟอกเงิน

เคล็ดลับสำหรับการเดินหน้าด้วย Open Data by Default

มีข้อเสนอที่น่าสนใจ 8 ประการ ที่ได้รับการกล่าวถึงในการแก้ไขจุดอ่อนปัจจุบัน ดังนี้:

  • ความซื่อสัตย์สุจริตเชิงออกแบบ (Integrity by Design) ต้องเปลี่ยนความคิดจากการจับโกงเป็นสร้างระบบที่ป้องกันโกงตั้งแต่ต้น
  • Open Data by Default ต้องเป็นค่านิยมใหม่ เผยแพร่ข้อมูลโดยค่าเริ่มต้น พร้อมยกเว้นข้อมูลสำคัญน้อยที่สุด
  • มาตรฐานดิจิทัล จะต้องกำหนดให้ข้อมูลสาธารณะทุกชุดอยู่ในรูปแบบที่ AI อ่านเข้าใจได้
  • ลงทุนล้างข้อมูล แค่มี AI ไม่พอ ต้องลงมือทำความสะอาดข้อมูลอย่างจริงจังเพื่อให้ทำงานได้
  • ผลักดันให้ทำงานร่วมกัน ระหว่างหน่วยงานป้องกันทุจริต รัฐ และภาคประชาชน
  • จับตาช่องทางภาคประชาชน เช่น ACT Ai ที่แสดงให้เห็นพลังแห่งการร่วมมือ
  • เปิดโอกาสจาก OECD ไทยดูเหมือนมีโอกาสที่ดีในการปรับตัวตามมาตรฐานสากล
  • เริ่มเลย ไม่ต้องรอ Perfect ปัจจัยสำคัญคือการเริ่มต้นลงมือ

หากไม่มีการกำหนดกลไก ‘Open Data by Default’ อย่างจริงจัง การใช้ AI ในการปราบโกงอาจยังติดกับรอคอยอยู่เสมอ โลกกำลังเปลี่ยนและเทคโนโลยีก็ไม่ควรต้องหยุดเพื่อรอความกล้าของการเมือง

ที่มา – AI ปราบโกงไม่ได้ ถ้ายังไม่ Open Data by Default

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *