4 แคนดิเดตตั้งแถวรับ ‘อนุทิน’ ก่อนประชุม ก.ตร. ชี้ชะตาเก้าอี้พิทักษ์ 1

เชื่อว่าหลายคนกำลังจับตามองสถานการณ์ในแวดวงสีกากีอย่างใกล้ชิด เพราะเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคมที่ผ่านมา บรรยากาศที่สำนักงานตำรวจแห่งชาตินั้นเต็มไปด้วยความคึกคัก เมื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะนายกรัฐมนตรีและประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ได้เดินทางมาเป็นประธานการประชุมครั้งสำคัญ เพื่อพิจารณาตำแหน่ง ผบ.ตร. คนใหม่ ซึ่งบทความนี้เราจะมาเจาะลึกที่มาของประเด็น 4 แคนดิเดตตั้งแถวรับ ‘อนุทิน’ ก่อนประชุม ก.ตร. ชี้ชะตาเก้าอี้พิทักษ์ 1 ว่ามีนัยสำคัญอย่างไรบ้าง

4 แคนดิเดตตั้งแถวรับ ‘อนุทิน’ ก่อนประชุม ก.ตร. ชี้ชะตาเก้าอี้พิทักษ์ 1

ก่อนที่การประชุมจะเริ่มขึ้น ภาพที่ปรากฏต่อสื่อมวลชนคือแคนดิเดตทั้ง 4 ท่าน ได้แก่ พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี, พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร, พล.ต.อ.สำราญ นวลมา และ พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ต่างลงมาเตรียมพร้อมต้อนรับท่านนายกฯ ด้วยท่าทีที่เป็นกันเอง โดยเฉพาะภาพการเดินเคียงคู่และพูดคุยกันอย่างเป็นมิตรของเหล่าแคนดิเดต ทำให้บรรยากาศดูผ่อนคลาย ต่างจากข่าวลือเรื่องความขัดแย้งที่หลายคนอาจเคยได้ยินกันมา

ความสำคัญของการประชุมครั้งนี้อยู่ที่วาระการคัดเลือกผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนใหม่ที่จะมาแทนที่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ซึ่งกำลังจะเกษียณอายุราชการในเดือนกันยายนนี้ การตัดสินใจในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการเลือกผู้นำหน่วย แต่ยังเป็นการกำหนดทิศทางขององค์กรตำรวจในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าอีกด้วย การที่นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับการประชุมนี้ด้วยตัวเอง ยิ่งตอกย้ำให้เห็นว่าเก้าอี้พิทักษ์ 1 นั้นมีความสำคัญต่อโครงสร้างความมั่นคงของประเทศเพียงใด

เบื้องลึกจากการประชุมและการวิเคราะห์โดยรวม

นอกจากบรรยากาศหน้าห้องประชุมที่ดูชื่นมื่น การหารือนอกรอบของคณะกรรมการ ก.ตร. ผู้ทรงคุณวุฒิที่กินเวลาไปกว่า 30 นาที สะท้อนให้เห็นถึงความละเอียดรอบคอบในการพิจารณาบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งนี้ แม้นายกรัฐมนตรีจะไม่ได้ตอบคำถามสื่อมวลชนเกี่ยวกับประเด็น ‘เซอร์ไพรส์’ แต่สีหน้ายิ้มแย้มที่ปรากฏตลอดการประชุม ทำให้สังคมคาดการณ์ไปต่างๆ นานาถึงความราบรื่นในการคัดเลือกครั้งนี้

หากวิเคราะห์ตามเทรนด์การเมืองและนโยบายในยุคปัจจุบัน เราจะเห็นได้ว่า:

  • การสรรหาผู้นำองค์กรความมั่นคงมีความยืดหยุ่นและเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายในสภาวะปัจจุบัน
  • ทิศทางของสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเน้นการทำงานร่วมกับฝ่ายปกครองมากยิ่งขึ้น
  • ความสามัคคีในเนื้อหาการทำงานของระดับสูงเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างขวัญกำลังใจให้ตำรวจชั้นผู้น้อย

ท้ายที่สุดนี้ ไม่ว่าผลการคัดเลือกจะออกมาเป็นอย่างไร สิ่งที่ประชาชนอย่างเราต้องการเห็นคือ ‘ประสิทธิภาพ’ และ ‘ความโปร่งใส’ ในการทำงานของผู้นำองค์กรที่จะได้รับตำแหน่งนี้ การติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและใช้ข้อมูลรอบด้านเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เราเข้าใจกลไกการเมืองและหน่วยงานรัฐได้ดียิ่งขึ้น หวังว่าในอนาคตเราจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในแวดวงสีกากีอย่างเป็นรูปธรรมครับ

ที่มา – 4 แคนดิเดตตั้งแถวรับ ‘อนุทิน’ ก่อนประชุม ก.ตร. ชี้ชะตาเก้าอี้พิทักษ์ 1

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *