ไมโครซอฟท์ แมคโดนัลด์ เวอไรซอนค้านโทเคนหุ้น
กระแสหุ้นโทเคนกำลังถูกจับตามองอย่างมากในวงการคริปโตและการเงินทั่วโลก เพราะบริษัทแพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัลหลายแห่งมองว่าเทคโนโลยีบล็อกเชนสามารถทำให้หุ้นซื้อขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง เปิดโอกาสให้นักลงทุนเข้าถึงหุ้นสหรัฐฯ ได้ง่ายขึ้น และเพิ่มสภาพคล่องให้ตลาด อย่างไรก็ตาม บริษัทจดทะเบียนจำนวนมากกลับไม่ได้เห็นด้วยกับแนวคิดนี้ โดย ไมโครซอฟท์ แมคโดนัลด์ เวอไรซอนค้านโทเคนหุ้น รวมถึงบริษัทขนาดใหญ่อื่น ๆ ที่ออกมาแจ้งคัดค้านการนำหุ้นของตนไปสร้างเป็นโทเคนโดยไม่ได้รับอนุญาตอย่างชัดเจน
รายงานล่าสุดระบุว่า มีบริษัทอย่างน้อย 22 แห่งยื่นคัดค้านแผนการสร้างหุ้นโทเคนของ OKXICE ซึ่งเป็นกิจการร่วมทุนระหว่างตลาดคริปโต OKX และ Intercontinental Exchange บริษัทแม่ของตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก หรือ NYSE ประเด็นนี้สะท้อนให้เห็นว่า แม้หุ้นโทเคนจะถูกนำเสนอว่าเป็นนวัตกรรมที่จะเปลี่ยนแปลงตลาดทุน แต่บริษัทเจ้าของหุ้นยังมีความกังวลเกี่ยวกับสิทธิของผู้ถือหุ้น การกำกับดูแล ความผันผวน และความเข้าใจผิดของนักลงทุน
ไมโครซอฟท์ แมคโดนัลด์ เวอไรซอนค้านโทเคนหุ้น เพราะอะไร
ไมโครซอฟท์และอัลฟาเบท ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Google เข้าร่วมกับ Goldman Sachs, Caterpillar, Qualcomm, Western Digital และแมคโดนัลด์ในการคัดค้านรอบล่าสุด ขณะที่เวอไรซอนและบริษัทอื่น ๆ ได้แสดงจุดยืนคัดค้านไปก่อนหน้านี้ นอกจากนี้ยังมี Intuit และ Wells Fargo ที่แจ้งคัดค้านเพิ่มเติม ทำให้รายชื่อบริษัทที่ไม่ต้องการให้แพลตฟอร์มนำหุ้นไปแปลงเป็นโทเคนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
หนึ่งในเหตุผลสำคัญคือบริษัทเหล่านี้ยังไม่เห็นประโยชน์ที่ชัดเจนเมื่อเทียบกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น Applied Optoelectronics หรือ AOI ระบุว่า กรอบการดำเนินงานดังกล่าวยังใหม่ ผลกระทบต่อราคา สภาพคล่อง และความผันผวนยังประเมินได้ยาก บริษัทจึงไม่พบประโยชน์ที่ชัดเจนต่อองค์กรหรือผู้ถือหุ้นมากพอที่จะชดเชยความไม่แน่นอนเหล่านี้
ไมโครซอฟท์ แมคโดนัลด์ เวอไรซอนค้านโทเคนหุ้น และกังวลเรื่องภาพลักษณ์
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ ความเสี่ยงที่นักลงทุนอาจเข้าใจผิดว่าบริษัทเจ้าของหุ้นเป็นผู้สนับสนุนหรือรับรองผลิตภัณฑ์โทเคนดังกล่าว หากแพลตฟอร์มคริปโตนำชื่อหุ้น โลโก้ หรือข้อมูลบริษัทไปใช้โดยไม่ได้รับความยินยอม นักลงทุนบางรายอาจคิดว่าการเสนอขายนั้นมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับบริษัท ทั้งที่ในความเป็นจริง บริษัทอาจไม่ได้มีส่วนร่วม ไม่ได้รับรายได้ หรือไม่ได้รับรองความถูกต้องของระบบเลย
ก่อนหน้านี้ Adam Aron ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ AMC Entertainment เคยวิจารณ์ Robinhood อย่างรุนแรง หลังพบว่าแพลตฟอร์มนำหุ้นของ AMC ไปสร้างเป็นโทเคนโดยไม่ได้รับอนุญาต เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ข้อพิพาทเรื่องสิทธิในการใช้ชื่อหุ้นและการนำเสนอสินทรัพย์ที่เชื่อมโยงกับหุ้นจริงได้รับความสนใจมากขึ้น
กฎของ SEC เปิดทางให้หุ้นโทเคนเกิดขึ้นได้อย่างไร
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ หรือ SEC ได้ออกข้อยกเว้นชั่วคราวภายใต้โครงการ Innovation Exemption ซึ่งเปิดทางให้แพลตฟอร์ม Tokenized Securities Venues ซื้อขายโทเคนที่อ้างอิงหุ้นในตลาด National Market System ได้เป็นระยะเวลาสูงสุด 5 ปี หากโทเคนเหล่านั้นมีสิทธิและคุณสมบัติเหมือนหุ้นต้นฉบับ เช่น สิทธิรับเงินปันผลและสิทธิออกเสียง
ภายใต้แนวทางนี้ แพลตฟอร์มไม่จำเป็นต้องขออนุญาตล่วงหน้าจากทุกบริษัทก่อนเริ่มกระบวนการ แต่ต้องส่งหนังสือแจ้งให้บริษัททราบ จากนั้นบริษัทมีเวลา 30 วันในการยื่นคัดค้าน หากไม่ดำเนินการภายในกำหนด แพลตฟอร์มอาจเดินหน้าสร้างและนำโทเคนไปจดทะเบียนซื้อขายได้
กระบวนการดังกล่าวสร้างคำถามในทางปฏิบัติ เพราะหนังสือแจ้งอาจถูกส่งไปยังสำนักงานผู้บริหารและไม่ได้ถึงฝ่ายกฎหมายทันเวลา หากบริษัทไม่ทราบเรื่องหรือดำเนินการล่าช้า การไม่ตอบกลับอาจถูกตีความว่าไม่มีการคัดค้าน นอกจากนี้ กฎยังไม่ได้ระบุไว้อย่างชัดเจนว่าบริษัทสามารถกลับคำตัดสินได้หรือไม่หลังพ้นกำหนด 30 วัน
- บริษัทมีเวลาจำกัดในการตรวจสอบหนังสือแจ้ง
- การไม่คัดค้านภายในกำหนดอาจทำให้แพลตฟอร์มเดินหน้าต่อได้
- การคัดค้านมีผลเฉพาะแพลตฟอร์มที่ส่งหนังสือแจ้ง
- โทเคนควรมีสิทธิใกล้เคียงหรือเทียบเท่ากับหุ้นอ้างอิง
- การซื้อขายตลอด 24 ชั่วโมงไม่ได้หมายความว่าต้องใช้บล็อกเชนเสมอไป
หุ้นโทเคนคืออนาคตของตลาดทุนจริงหรือไม่
ผู้สนับสนุนหุ้นโทเคน ซึ่งรวมถึงบริษัทการเงินรายใหญ่และตลาดคริปโต มองว่าเทคโนโลยีนี้ช่วยลดข้อจำกัดของตลาดแบบเดิม นักลงทุนอาจซื้อขายได้ตลอดเวลา สามารถเข้าถึงสินทรัพย์สหรัฐฯ จากต่างประเทศ และอาจซื้อหน่วยลงทุนในสัดส่วนที่ยืดหยุ่นมากขึ้น นอกจากนี้ บล็อกเชนอาจช่วยให้การบันทึกธุรกรรมและการโอนสิทธิทำได้รวดเร็วขึ้น
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายคัดค้านมองว่าคุณสมบัติเหล่านี้ไม่ได้จำเป็นต้องพึ่งบล็อกเชนทั้งหมด ตลาดหลักทรัพย์แบบเดิมสามารถพัฒนาระบบซื้อขายนอกเวลาหรือเพิ่มประสิทธิภาพการชำระราคาได้อยู่แล้ว จึงเกิดคำถามว่า หุ้นโทเคนเป็นนวัตกรรมที่ช่วยนักลงทุนจริง หรือเป็นเพียงช่องทางให้แพลตฟอร์มคริปโตสร้างรายได้เพิ่มและใช้ประโยชน์จากช่องว่างทางกฎระเบียบ
นอกจากนี้ นักลงทุนยังต้องพิจารณาว่าโทเคนที่ซื้อมีสิทธิในหุ้นจริงหรือเป็นเพียงสินทรัพย์ที่ติดตามราคาหุ้นเท่านั้น หากโทเคนไม่ได้ให้สิทธิรับเงินปันผลหรือสิทธิออกเสียง ผู้ถืออาจไม่ได้มีสถานะเทียบเท่าผู้ถือหุ้น แม้ราคาจะเคลื่อนไหวใกล้เคียงกับหุ้นต้นแบบก็ตาม ความแตกต่างนี้ควรได้รับการเปิดเผยอย่างชัดเจนก่อนการลงทุน
นักลงทุนควรตรวจสอบอะไรบ้างก่อนซื้อหุ้นโทเคน
นักลงทุนไม่ควรพิจารณาเพียงคำโฆษณาว่าสามารถซื้อขายหุ้นได้ตลอด 24 ชั่วโมง แต่ควรตรวจสอบโครงสร้างทางกฎหมายของโทเคน แหล่งสินทรัพย์อ้างอิง ผู้ดูแลสินทรัพย์ สิทธิของผู้ถือ และเงื่อนไขการไถ่ถอน รวมถึงตรวจสอบว่าแพลตฟอร์มมีใบอนุญาตหรืออยู่ภายใต้ข้อยกเว้นประเภทใด
- โทเคนมีหุ้นจริงรองรับหรืออ้างอิงเพียงราคาหุ้น
- ผู้ถือได้รับสิทธิเงินปันผลและสิทธิออกเสียงหรือไม่
- บริษัทเจ้าของหุ้นรับทราบหรือคัดค้านการเสนอขายหรือไม่
- แพลตฟอร์มมีมาตรการคุ้มครองทรัพย์สินและข้อมูลลูกค้าอย่างไร
- สามารถขายหรือไถ่ถอนโทเคนได้ในกรณีตลาดผันผวนหรือระบบหยุดทำงานหรือไม่
กรณีที่ ไมโครซอฟท์ แมคโดนัลด์ เวอไรซอนค้านโทเคนหุ้น จึงไม่ได้เป็นเพียงข่าวความขัดแย้งระหว่างบริษัทกับแพลตฟอร์มคริปโต แต่เป็นสัญญาณว่าตลาดทุนกำลังเผชิญคำถามใหญ่เกี่ยวกับสิทธิในหุ้น ความโปร่งใส และขอบเขตของนวัตกรรม นักลงทุนควรมองหุ้นโทเคนด้วยความระมัดระวัง ศึกษาเอกสารทางกฎหมาย และอย่าตัดสินใจจากคำโฆษณาเรื่องการซื้อขายตลอด 24 ชั่วโมงเพียงอย่างเดียว
ในมุมมองของเรา หุ้นโทเคนอาจมีศักยภาพ แต่จะเติบโตอย่างยั่งยืนได้ก็ต่อเมื่อบริษัทเจ้าของหุ้น นักลงทุน และหน่วยงานกำกับดูแลมีความเข้าใจตรงกัน หากกฎเกณฑ์ยังคลุมเครือ การตรวจสอบสิทธิยังทำได้ยาก และบริษัทจำนวนมากยังคัดค้าน ตลาดนี้ก็อาจต้องใช้เวลาอีกมากกว่าจะได้รับความไว้วางใจอย่างแท้จริง
ที่มา – Microsoft, McDonald’s, Verizon, and Others Tell Crypto Platform Not to Tokenize Their Stocks
