ไขปริศนาการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ของโลกกับคำเตือนถึงอนาคต
เมื่อประมาณ 252 ล้านปีก่อน โลกเผชิญกับเหตุการณ์ที่เรียกกันว่า การสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ (The Great Dying) ซึ่งถือเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยสิ่งมีชีวิตในทะเลกว่า 96% และบนบก 70% ได้หายไปจากโลกในระยะเวลาไม่นานทางธรณีวิทยา วันนี้เราจะมาไขปริศนาการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ของโลกกับคำเตือนถึงอนาคตที่นักวิทยาศาสตร์เพิ่งค้นพบคำตอบล่าสุด
ไขปริศนาการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ของโลกกับคำเตือนถึงอนาคต
นักวิทยาศาสตร์ทราบดีว่าสาเหตุของการสูญพันธุ์ครั้งนั้นเกิดจากกิจกรรมของภูเขาไฟในไซบีเรียที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศอย่างมหาศาล จนอุณหภูมิโลกพุ่งสูงขึ้น แต่คำถามที่ค้างคาใจคืออะไรคือ “กลไกการฆ่า” ที่แท้จริง? งานวิจัยจากวารสาร PNAS เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาได้ให้คำตอบที่น่าตกใจว่า ความร้อนที่เพิ่มสูงขึ้นส่งผลโดยตรงต่อการลดลงของออกซิเจนในมหาสมุทร ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้สิ่งมีชีวิตส่วนใหญ่ไม่สามารถปรับตัวได้ทัน
บทเรียนจากอดีตและการไขปริศนาการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ของโลกกับคำเตือนถึงอนาคต
นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดได้ทำการศึกษาความแตกต่างระหว่างสิ่งมีชีวิตที่รอดและที่สูญพันธุ์ โดยพบว่ากลุ่มที่หายไปมีกระบวนการเผาผลาญที่ไม่สามารถรับมือกับน้ำอุ่นและการขาดออกซิเจนได้ ซึ่งนี่คือจุดที่สำคัญมาก เพราะในปัจจุบันเรากำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโดยฝีมือมนุษย์ที่คล้ายคลึงกัน
- อุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้นทำให้ออกซิเจนในน้ำละลายได้น้อยลง
- สปีชีส์ที่มีเมตาบอลิซึมไม่สามารถปรับตัวในน้ำที่ร้อนและขาดออกซิเจนจะตายก่อน
- หากเราไม่ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน เราอาจเดินตามรอยหายนะครั้งนั้น
ความน่ากังวลที่สุดคือ อัตราการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิในปัจจุบันเกิดขึ้นเร็วกว่าในอดีตหลายเท่าตัว การศึกษาเรื่องการไขปริศนาการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ของโลกกับคำเตือนถึงอนาคตจึงไม่ได้เป็นเพียงบทเรียนทางประวัติศาสตร์ แต่เป็นสัญญาณเตือนภัยที่มนุษยชาติไม่อาจละเลยได้ อย่างไรก็ตาม ข่าวดีคือเรายังมีโอกาสแก้ไข เพราะการลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นปัจจัยที่เราควบคุมได้เอง โดยการหันมาใช้พลังงานสะอาดและปรับพฤติกรรมการบริโภค จะช่วยชะลอวิกฤตนี้ไว้ได้ก่อนที่จะสายเกินไป
ที่มา – Scientists Finally Solved the Mystery of Earth’s ‘Great Dying.’ It’s Bad News for Our Future
