โพลชี้ รีพับลิกันลดภาษีให้บิ๊กเทคมากกว่าเดโมแครต

ประเด็นการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่กำลังกลายเป็นหัวข้อสำคัญในการเมืองสหรัฐฯ โดยเฉพาะเมื่อการสร้างศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI data center เริ่มส่งผลกระทบต่อชุมชนในหลายรัฐ ผลสำรวจใหม่จาก Politico ระบุว่า ชาวอเมริกันจำนวนมากมองว่า รีพับลิกันลดภาษีให้บิ๊กเทคมากกว่าเดโมแครต ซึ่งอาจสร้างแรงกดดันให้พรรครีพับลิกันก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม

ผลสำรวจระบุว่า ผู้ตอบแบบสอบถาม 47% เชื่อว่าพรรครีพับลิกันเป็นฝ่ายสนับสนุนการลดภาษีให้บริษัทเทคโนโลยี ขณะที่มีเพียง 21% ที่มองว่าพรรคเดโมแครตต้องการมอบสิทธิประโยชน์ในลักษณะเดียวกัน ตัวเลขนี้สะท้อนว่าภาพลักษณ์ของบิ๊กเทคในสายตาประชาชนกำลังเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน จากเดิมที่บริษัทเทคโนโลยีมักถูกมองว่าใกล้ชิดกับฝ่ายเสรีนิยม กลายเป็นอุตสาหกรรมที่มีความสัมพันธ์กับฝ่ายอนุรักษนิยมมากขึ้น

รีพับลิกันลดภาษีให้บิ๊กเทคมากกว่าเดโมแครต

ความไม่พอใจของประชาชนไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องภาษีเท่านั้น แต่ยังรวมถึงผลกระทบจากการก่อสร้างศูนย์ข้อมูล AI ด้วย ศูนย์ข้อมูลเหล่านี้ต้องใช้ไฟฟ้าและน้ำในปริมาณมาก รวมถึงอาจทำให้โครงสร้างพื้นฐานของท้องถิ่นต้องรับภาระเพิ่มขึ้น แม้บริษัทจะอ้างว่าสามารถสร้างงานและกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ชาวบ้านจำนวนไม่น้อยกังวลเรื่องเสียงรบกวน ค่าไฟฟ้า การใช้น้ำ และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ผลสำรวจยังพบว่า ชาวอเมริกันประมาณหนึ่งในห้าคนมองว่าการยุติสิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่บริษัทเทคโนโลยีเป็นประเด็นสำคัญที่สุดในการเลือกตั้งเดือนพฤศจิกายน ตัวเลขนี้น่าสนใจอย่างมาก เพราะช่วงเวลาดังกล่าวประเด็นค่าครองชีพและราคาสินค้ายังคงเป็นหัวข้อหลักของการเมืองสหรัฐฯ การที่เรื่องภาษีของบิ๊กเทคได้รับความสนใจในระดับเดียวกัน แสดงให้เห็นว่าประชาชนเริ่มตั้งคำถามว่าบริษัทขนาดใหญ่ควรได้รับการสนับสนุนจากรัฐมากเพียงใด

เหตุใดภาพลักษณ์ของบิ๊กเทคจึงเปลี่ยนขั้ว

ส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงนี้เกิดจากนักการเมืองเดโมแครตบางคนปรับจุดยืนเกี่ยวกับศูนย์ข้อมูล AI อย่างชัดเจน ตัวอย่างหนึ่งคือ จอช ชาพิโร ผู้ว่าการรัฐเพนซิลเวเนีย ก่อนหน้านี้เขาเคยสนับสนุนการดึงดูดการลงทุนและการสร้างศูนย์ข้อมูลในรัฐ แต่ต่อมาเริ่มพูดถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับชุมชนมากขึ้น ในเดือนสิงหาคม เขาได้ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารเพื่อกำหนดให้ผู้พัฒนาศูนย์ข้อมูลปฏิบัติตามกฎระเบียบที่เข้มงวดกว่าเดิม

ในอีกด้านหนึ่ง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แสดงจุดยืนสนับสนุนการก่อสร้างศูนย์ข้อมูล AI อย่างต่อเนื่อง เขาเคยโพสต์บน Truth Social ว่า ชุมชนต่าง ๆ ไม่ควรต่อต้านศูนย์ข้อมูล หากไม่ต้องการกลายเป็นพื้นที่ล้าหลังและยากจน อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ก็ยอมรับในภายหลังว่า แม้เขาจะเชื่อว่าศูนย์ข้อมูลช่วยทำให้ชุมชนร่ำรวยขึ้น แต่เขาเองก็ไม่อยากอาศัยอยู่ติดกับศูนย์ข้อมูล

ทัศนคติดังกล่าวสอดคล้องกับผลสำรวจจาก Gallup ที่พบว่า ชาวอเมริกันจำนวนมากไม่ต้องการให้มีศูนย์ข้อมูล AI ในชุมชนของตนเอง โดย 71% ระบุว่าไม่ต้องการอาศัยอยู่ใกล้สถานที่ประเภทนี้ และบางส่วนยังบอกว่าพวกเขายอมให้สร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ใกล้บ้านมากกว่าศูนย์ข้อมูล AI ซึ่งสะท้อนระดับความกังวลที่สูงกว่าที่หลายฝ่ายคาดไว้

  • การใช้ไฟฟ้า: ศูนย์ข้อมูล AI ต้องใช้พลังงานมหาศาลและอาจเพิ่มแรงกดดันต่อระบบไฟฟ้าในท้องถิ่น
  • การใช้น้ำ: ระบบระบายความร้อนของศูนย์ข้อมูลอาจต้องใช้น้ำจำนวนมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ประสบปัญหาภัยแล้ง
  • ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ: บริษัทมักอ้างว่าการลงทุนจะสร้างงานและรายได้ แต่ประชาชนต้องการเห็นตัวเลขที่ชัดเจนว่าผลประโยชน์ตกอยู่กับชุมชนมากน้อยเพียงใด
  • สิทธิประโยชน์ทางภาษี: ประชาชนตั้งคำถามว่าการลดภาษีให้บริษัทขนาดใหญ่คุ้มค่ากับต้นทุนสาธารณะที่รัฐต้องแบกรับหรือไม่

การเมืองของบิ๊กเทคยังเชื่อมโยงกับบทบาทของอีลอน มัสก์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ผลสำรวจอีกฉบับของ Politico พบว่าชาวอเมริกัน 14% เชื่อว่ามัสก์เป็นเดโมแครต ขณะที่ 59% ระบุว่าเขาเป็นรีพับลิกัน และ 12% มองว่าเขาเป็นอิสระ ทั้งที่มัสก์บริจาคเงินเกือบ 300 ล้านดอลลาร์ในปี 2024 เพื่อช่วยโดนัลด์ ทรัมป์และผู้สมัครรีพับลิกันคนอื่น ๆ รวมถึงบริจาคเงินมากกว่า 250 ล้านดอลลาร์เพื่อสนับสนุนพรรคในการเลือกตั้งกลางเทอม

มัสก์ยังถูกมองว่าเป็นบุคคลที่มีอิทธิพลอย่างมากภายในพรรครีพับลิกัน รองจากทรัมป์ หรืออาจมีอิทธิพลในระยะยาวมากกว่าด้วยซ้ำ เพราะเขามีอายุน้อยกว่าและมีทรัพย์สินมหาศาล นอกจากนี้ เงินบริจาคทางการเมืองบางส่วนอาจผ่านองค์กรที่ไม่จำเป็นต้องเปิดเผยรายชื่อผู้บริจาค ทำให้สังคมยังไม่สามารถประเมินอิทธิพลทางการเมืองของเขาได้อย่างครบถ้วน

เมื่อมองย้อนกลับไปในช่วงก่อนยุคทรัมป์ บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่เคยถูกเชื่อมโยงกับพรรคเดโมแครตอย่างชัดเจน ผู้บริหารอย่างมาร์ก ซักเคอร์เบิร์กและอีลอน มัสก์เคยปรากฏตัวร่วมกับประธานาธิบดีบารัก โอบามา และบุคคลสำคัญฝ่ายเดโมแครตหลายครั้ง แต่ในปัจจุบัน บริษัทและผู้บริหารเหล่านี้ดูเหมือนจะสนับสนุนฝ่ายการเมืองที่สามารถรักษาผลประโยชน์ทางธุรกิจและเพิ่มอำนาจของตนเองได้มากที่สุด

ดังนั้น ประเด็น รีพับลิกันลดภาษีให้บิ๊กเทคมากกว่าเดโมแครต จึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของตัวเลขในผลสำรวจ แต่สะท้อนการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของความสัมพันธ์ระหว่างธุรกิจเทคโนโลยีกับการเมืองสหรัฐฯ บริษัทเหล่านี้เคยได้รับประโยชน์จากนโยบายในยุคโอบามา และปัจจุบันก็ยังขยายความมั่งคั่งได้ภายใต้รัฐบาลทรัมป์ ขณะเดียวกัน การเติบโตของอุตสาหกรรม AI อาจทำให้ผู้ก่อตั้งและนักลงทุนจำนวนมากมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล

สำหรับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สิ่งสำคัญคือการพิจารณานโยบายอย่างรอบด้าน ไม่ควรตัดสินจากคำโฆษณาว่าศูนย์ข้อมูลจะสร้างงานเท่านั้น แต่ควรถามถึงต้นทุนด้านพลังงาน น้ำ ภาษี และคุณภาพชีวิตของชุมชนด้วย ไม่ว่าผลการเลือกตั้งจะเป็นอย่างไร ผู้กำหนดนโยบายควรทำให้ข้อตกลงกับบิ๊กเทคโปร่งใส และรับประกันว่าประชาชนจะได้รับประโยชน์อย่างเป็นธรรม

ในมุมมองของผู้เขียน การถกเถียงเรื่องศูนย์ข้อมูล AI ควรเปลี่ยนจากการแบ่งฝ่ายทางการเมืองไปสู่การตรวจสอบข้อเท็จจริง หากบริษัทต้องการสิทธิประโยชน์จากรัฐ บริษัทก็ควรแสดงความรับผิดชอบต่อชุมชนอย่างชัดเจน นี่คือช่วงเวลาที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งควรติดตามนโยบาย เปรียบเทียบข้อมูล และใช้เสียงของตนเองเพื่อเรียกร้องเงื่อนไขที่เป็นธรรมมากขึ้น

ที่มา – Voters Believe Republicans Want to Give Tax Breaks to Big Tech More Than Democrats

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *