โทน บางแค ปฏิเสธให้การชั้นสอบสวน ตร.ชี้คดีกล้องส่องพระมีผู้เสียหายทะลุ 40 ราย ไม่เกี่ยวคดีมาดามเก่ง
เชื่อว่าใครที่อยู่ในแวดวงพระเครื่องหรือชอบติดตามข่าวสารโซเชียลมีเดีย คงไม่มีใครไม่รู้จักชื่อของ ‘โทน บางแค’ เซียนพระชื่อดังที่เป็นกระแสร้อนแรงอยู่ในขณะนี้ครับ ล่าสุดกลายเป็นประเด็นใหญ่เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจค้นและจับกุมตัวจากกรณีคดีฉ้อโกงประชาชนจากการขายกล้องส่องพระที่มีมูลค่าความเสียหายไม่น้อยเลยทีเดียว
สรุปสถานการณ์ โทน บางแค ปฏิเสธให้การชั้นสอบสวน ตร.ชี้คดีกล้องส่องพระมีผู้เสียหายทะลุ 40 ราย ไม่เกี่ยวคดีมาดามเก่ง
เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อทาง บก.ปอศ. ได้นำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านพักและบริษัทในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี โดยยึดของกลางเป็นกล้องส่องพระจำนวน 10 ตัว รวมถึงเอกสารโฆษณาต่างๆ สิ่งที่น่าสนใจคือพฤติการณ์ที่นำมาสู่การจับกุมครั้งนี้คือการโฆษณาเกินจริง โดยอ้างว่ากล้องส่องพระเป็นรุ่นลิมิเต็ด แต่จากการตรวจสอบพบว่ามีคุณภาพเทียบเท่ากล้องราคาหลักพันต้นๆ เท่านั้น แต่กลับถูกนำมาจำหน่ายในราคาสูงถึงหลักหมื่นบาท
เปิดประเด็นความเสียหายจากคดีกล้องส่องพระ
สำหรับประเด็นที่หลายคนสงสัยคือจำนวนผู้เสียหาย ซึ่งในขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า โทน บางแค ปฏิเสธให้การชั้นสอบสวน ตร.ชี้คดีกล้องส่องพระมีผู้เสียหายทะลุ 40 ราย ไม่เกี่ยวคดีมาดามเก่ง โดยมีมูลค่าความเสียหายรวมกันพุ่งสูงถึง 40 ล้านบาทเลยทีเดียวครับ นี่ถือเป็นอุทาหรณ์ชิ้นสำคัญสำหรับนักสะสมพระเครื่องหรือคนที่ชอบซื้อสินค้าผ่านไลฟ์สดออนไลน์ เพราะหากเราไม่ตรวจสอบข้อมูลให้ดีก่อนโอนเงิน อาจกลายเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพได้ง่ายๆ
ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้ยืนยันชัดเจนว่า คดีนี้แยกส่วนกับกรณีของ ‘มาดามเก่ง’ ที่ทางกองปราบปรามกำลังดำเนินการอยู่ ดังนั้นขอให้พี่น้องประชาชนแยกแยะประเด็นให้ชัดเจนครับ สำหรับตัวโทนทองเอง ตอนนี้ในชั้นสอบสวนได้ปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และขอใช้สิทธิไม่ให้การใดๆ ต่อพนักงานสอบสวน ซึ่งถือเป็นสิทธิที่ผู้ต้องหาสามารถกระทำได้ตามกฎหมาย
- ข้อหาหลักที่โดน: ฉ้อโกงประชาชน และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ
- ความเสียหาย: ประมาณ 40 ล้านบาท จากผู้เสียหายที่เข้าแจ้งความและยังไม่ประสงค์ดำเนินคดี
- สถานะคดี: อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบเส้นทางการเงินเพิ่มเติม
ในมุมมองของผู้ติดตามข่าวสาร ผมมองว่าเหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงในการซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ที่มีชื่อเสียงของบุคคลสาธารณะเป็นตัวการันตี ซึ่งบางครั้ง ‘ความเชื่อใจ’ อาจถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการแสวงหาผลประโยชน์อย่างไม่ถูกต้อง คำแนะนำที่ดีที่สุดสำหรับนักสะสมในยุคนี้คือ ‘ความรอบคอบ’ หากสินค้าตัวไหนที่ดูราคาแพงเกินจริงหรือมีการเคลมสรรพคุณที่เกินความจำเป็น ให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนและหาข้อมูลเปรียบเทียบจากหลายๆ แหล่งครับ
ท้ายที่สุดนี้ เราคงต้องติดตามความคืบหน้าของคดีกันต่อไปว่าบทสรุปจะเป็นอย่างไร และเงินมูลค่า 40 ล้านบาทนั้นจะสามารถติดตามคืนให้แก่ผู้เสียหายได้มากน้อยแค่ไหน หวังว่าเรื่องนี้จะเป็นบทเรียนให้วงการพระเครื่องและนักช้อปออนไลน์ได้ระมัดระวังตัวกันมากขึ้นครับ
ที่มา – โทน บางแค ปฏิเสธให้การชั้นสอบสวน ตร.ชี้คดีกล้องส่องพระมีผู้เสียหายทะลุ 40 ราย ไม่เกี่ยวคดีมาดามเก่ง
