แหวนสลักประภาคารอเล็กซานเดรียวงเดียวในโลก

การค้นพบทางโบราณคดีครั้งล่าสุดกำลังสร้างความตื่นเต้นให้กับวงการประวัติศาสตร์โลก เมื่อทีมนักโบราณคดีใต้น้ำจากสถาบันโบราณคดีใต้น้ำแห่งยุโรป หรือ IEASM ร่วมกับกระทรวงการท่องเที่ยวและโบราณวัตถุของอียิปต์ ค้นพบ แหวนสลักประภาคารอเล็กซานเดรียวงเดียวในโลก จากซากพระราชวังโบราณที่จมอยู่ใต้ทะเลบริเวณเกาะแอนติร์โรดอส ใกล้เมืองอเล็กซานเดรีย ประเทศอียิปต์

แหวนวงนี้ทำจากสำริดและมีภาพสลักประภาคารฟารอส หรือประภาคารอเล็กซานเดรีย สิ่งก่อสร้างสำคัญที่เคยได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณ แม้ลวดลายบนแหวนจะเลือนรางและมีลักษณะค่อนข้างเป็นนามธรรม แต่นักวิจัยเชื่ออย่างมั่นใจว่าภาพดังกล่าวเป็นตัวแทนของประภาคารชื่อดังแห่งนี้

แหวนสลักประภาคารอเล็กซานเดรียวงเดียวในโลก

นักโบราณคดีเชื่อว่าแหวนชนิดนี้อาจเป็นแหวนตราประทับ ซึ่งใช้กดลงบนขี้ผึ้งหรือดินเหนียวเพื่อสร้างรอยประทับอย่างเป็นทางการในเอกสารต่าง ๆ การค้นพบจึงไม่ได้มีคุณค่าเพียงด้านความงดงามหรือความหายากเท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงระบบการบริหารราชการ การค้า และการสื่อสารของผู้คนในเมืองท่าโบราณแห่งอเล็กซานเดรียด้วย

สิ่งที่ทำให้ แหวนสลักประภาคารอเล็กซานเดรียวงเดียวในโลก มีความสำคัญเป็นพิเศษ คือสถานที่ค้นพบ แหวนถูกพบในพื้นที่พระราชวังบนเกาะแอนติร์โรดอส ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นศูนย์กลางอำนาจของเมืองท่า Portus Magnus หรือ “ท่าเรือใหญ่” พระราชวังแห่งนี้น่าจะเป็นสถานที่ทำงานของเจ้าหน้าที่ระดับสูง รวมถึงหน่วยงานที่ดูแลและบริหารประภาคารอเล็กซานเดรีย

เบาะแสจากเหรียญโบราณช่วยยืนยันภาพสลัก

แม้ภาพบนแหวนจะไม่คมชัดเหมือนวัตถุสมัยใหม่ แต่นักวิจัยสามารถเปรียบเทียบรูปแบบของประภาคารกับหลักฐานทางโบราณคดีประเภทอื่นได้ โดยเฉพาะเหรียญจำนวนมากที่ค้นพบในเมืองอเล็กซานเดรีย เหรียญเหล่านี้มีภาพประภาคารที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน และส่วนใหญ่มีอายุอยู่ในช่วงราชวงศ์ปโตเลมีหรือยุคโรมัน ระหว่างประมาณ 331 ปีก่อนคริสตกาลถึง ค.ศ. 395

นักประวัติศาสตร์ศิลป์ Doris Behrens-Abouseif ระบุว่า มีการค้นพบเหรียญจากอเล็กซานเดรียหลายพันเหรียญที่แสดงภาพประภาคารในรูปแบบคล้ายกัน ข้อมูลดังกล่าวช่วยเสริมข้อสรุปว่า ลวดลายบนแหวนไม่ได้เป็นภาพอาคารทั่วไป แต่มีความเกี่ยวข้องกับประภาคารฟารอสโดยตรง

เกาะที่จมหายไปใต้ทะเลนานกว่า 1,600 ปี

เกาะแอนติร์โรดอสและพื้นที่ท่าเรือโดยรอบจมหายลงสู่ทะเลจากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นบนเกาะครีต เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม ค.ศ. 365 แรงสั่นสะเทือนก่อให้เกิดคลื่นสึนามิที่พัดถล่มบริเวณชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ส่งผลให้พื้นที่สำคัญของอเล็กซานเดรียจมอยู่ใต้น้ำเป็นเวลานานกว่า 1,630 ปี

นักโบราณคดีใต้น้ำชาวฝรั่งเศส Franck Goddio ค้นพบเกาะแห่งนี้อีกครั้งในปี 1996 นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ทีมสำรวจได้ค้นพบหลักฐานจำนวนมาก ทั้งประติมากรรมหินอ่อน เครื่องปั้นดินเผา เครื่องแก้ว เครื่องประดับ ซากเรือ และชิ้นส่วนอาคารที่ช่วยเติมเต็มภาพชีวิตของเมืองท่าโบราณ

หนึ่งในการค้นพบก่อนหน้านี้คือสฟิงซ์หินแกรนิตน้ำหนักประมาณ 250 กิโลกรัม ซึ่งเชื่อว่าเป็นพระเศียรของบิดาแห่งคลีโอพัตรา นอกจากนี้ยังมีประติมากรรมเทพเฮอร์มีสและซากเรือยาวประมาณ 30 เมตรที่พบในเขตท่าเรือส่วนพระองค์ หลักฐานเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่า Portus Magnus เคยเป็นพื้นที่สำคัญทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ และพิธีกรรม

ความหมายของแหวนต่อการศึกษาประวัติศาสตร์

แหวนตราประทับมักทำหน้าที่คล้ายลายเซ็นของบุคคลหรือหน่วยงานในโลกโบราณ การมีสัญลักษณ์ประภาคารอยู่บนแหวนอาจบ่งชี้ถึงตำแหน่ง หน้าที่ หรือความเกี่ยวข้องกับการบริหารท่าเรือและเส้นทางเดินเรือ ประภาคารฟารอสไม่ได้เป็นเพียงอาคารสูงสำหรับส่งสัญญาณให้เรือเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของอำนาจ ความมั่งคั่ง และความก้าวหน้าทางวิศวกรรมของอเล็กซานเดรีย

การค้นพบ แหวนสลักประภาคารอเล็กซานเดรียวงเดียวในโลก จึงเปิดมุมมองใหม่ให้นักวิจัยได้ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างสัญลักษณ์บนวัตถุส่วนตัวกับโครงสร้างการปกครองของเมืองโบราณ แหวนขนาดเล็กเพียงวงเดียวอาจบอกเล่าเรื่องราวของเจ้าหน้าที่ ระบบเอกสาร และบทบาทของประภาคารในสังคมได้มากกว่าที่คาดคิด

  • แหวนทำจากสำริดและพบในซากพระราชวังใต้น้ำ
  • ลวดลายเชื่อมโยงกับประภาคารฟารอสแห่งอเล็กซานเดรีย
  • อาจใช้เป็นตราประทับบนขี้ผึ้งหรือดินเหนียว
  • เป็นแหวนชนิดเดียวที่ค้นพบและได้รับการระบุว่าเกี่ยวข้องกับประภาคารแห่งนี้
  • การค้นพบช่วยอธิบายบทบาทของพระราชวังและท่าเรือโบราณ

ปัจจุบันการสำรวจของทีม Franck Goddio ยังดำเนินต่อไป โดยมุ่งเน้นพื้นที่สำคัญทางฝั่งตะวันออกของท่าเรือ เช่น วิหารที่อุทิศให้เทพีไอซิส ซากพระราชวังเพิ่มเติม และโลงศพที่พบในบริเวณเกาะจมใต้ทะเล การค้นพบในอนาคตอาจช่วยเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับชีวิตของผู้คนที่เคยอาศัยอยู่ในศูนย์กลางอำนาจแห่งนี้

ในมุมมองของผู้เขียน วัตถุขนาดเล็กอย่างแหวนวงนี้มีเสน่ห์ไม่แพ้อนุสรณ์สถานขนาดใหญ่ เพราะมันเชื่อมโยงประวัติศาสตร์ระดับโลกเข้ากับการใช้งานในชีวิตจริง หากมีการอนุรักษ์และศึกษาต่ออย่างละเอียด แหวนสลักประภาคารอเล็กซานเดรียวงเดียวในโลก อาจกลายเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้เราเข้าใจอเล็กซานเดรียในยุครุ่งเรืองได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

ที่มา – Undersea Archaeologists Recover the Only Known Ring Engraved With the Lighthouse of Alexandria

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *