แหล่งกักเก็บคาร์บอนบนบกใหญ่สุดของโลก รั่วไหลน่าตกใจ

เรียกได้ว่าเป็นข่าวร้ายสำหรับโลกใบนี้เลยทีเดียว เมื่อแหล่งกักเก็บคาร์บอนบนบกใหญ่สุดของโลก รั่วไหลน่าตกใจ โดยเฉพาะในลุ่มน้ำคองโกที่ถูกขนานนามว่า “ปอดของแอฟริกา” ลุ่มน้ำคองโกนี้เป็นแหล่งดูดซับคาร์บอนที่ใหญ่ที่สุดบนพื้นดินของโลก ทำหน้าที่ควบคุมสภาพภูมิอากาศโลกมานับพันปี แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะมีปัญหาใหญ่หลุดรอดออกมา

แหล่งกักเก็บคาร์บอนบนบกใหญ่สุดของโลก รั่วไหลน่าตกใจ

งานวิจัยล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nature Geoscience เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา พบว่าทะเลสาบสองแห่งในลุ่มน้ำคองโก คือ Lac Mai Ndombe และ Lac Tumba กำลังปล่อยคาร์บอนในรูปของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ที่ทำให้โลกร้อนขึ้น บางส่วนมาจากพืชที่เพิ่งตายใหม่ๆ แต่ที่น่าตกใจคือสูงถึง 40% มาจาก peat หรือดินตะกอนโคลนโบราณที่สะสมมานาน!

แม้พื้นที่หนองบึงและ peat ในลุ่มน้ำคองโกจะครอบคลุมเพียง 0.3% ของพื้นผิวโลก แต่กลับกักเก็บคาร์บอนถึง 30 พันล้านตันเมตริก ซึ่งเท่ากับหนึ่งในสามของ peat เขตร้อนทั้งหมด นักวิทยาศาสตร์เคยคิดว่าคาร์บอนนี้จะถูกเก็บไว้อย่างมั่นคงเป็นพันปี แต่ผลวิจัยใหม่นี้ชี้ให้เห็นว่าอาจไม่เป็นเช่นนั้น

สาเหตุของการรั่วไหลจากแหล่งกักเก็บคาร์บอนบนบกใหญ่สุดของโลก

Travis Drake นักวิจัยนำจาก ETH Zürich กล่าวว่า “นี่คือคำถามมูลค่า 30 พันล้านตัน! อาจเป็นวงจรธรรมชาติที่สมดุล คือปล่อยคาร์บอนจากด้านล่างเท่ากับดูดซับจากด้านบน แต่ที่น่ากลัวกว่าคือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหรือการใช้ที่ดินที่กำลังทำให้ระบบนี้ไม่มั่นคง”

นักวิจัยต้องลำบากมากเพราะพื้นที่กลางลุ่มน้ำคองโกเข้าถึงยาก ไม่มีถนน พวกเขาจึงใช้เรือใหญ่เป็นที่พักและห้องแล็บลอยน้ำ แล่นไปตามแม่น้ำ Fimi เพื่อเก็บตัวอย่างน้ำจากทะเลสาบทั้งสองซึ่งเป็นทะเลสาบน้ำดำตื้นๆ ล้อมรอบด้วยป่าหนองบึง น้ำสีน้ำตาลเข้มเหมือนชาเข้มข้นจากสารอินทรีย์ละลายน้ำ

ผลตรวจวิเคราะห์พบว่าคาร์บอน 39% ใน Lac Mai Ndombe และ 40% ใน Lac Tumba มาจาก peat โบราณ แสดงว่าการย่อยสลาย peat กำลังปล่อย CO2 จำนวนมาก ทะเลสาบ Lac Mai Ndombe อย่างเดียวอาจปล่อยคาร์บอนโบราณกว่า 150 กิกะตันต่อปี!

กลไกที่คาร์บอนหลุดออกมายังไม่ชัดเจน แต่คาดว่าเป็นจุลินทรีย์ใต้ดินที่กินคาร์บอนแล้วผลิตมีเทน (methanogenesis) มีเทนลอยขึ้นมาผ่านช่องดินเข้าไปในทะเลสาบ ผสมกับออกซิเจนกลายเป็น CO2 นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทำให้แห้งแล้งบ่อยขึ้น อาจทำให้ peat แห้ง สัมผัสออกซิเจนมากขึ้น ย่อยสลายเร็ว มีหลักฐานจากแกนดินโบราณว่ามันเคยเกิดขึ้นมาก่อน

  • Peat ในคองโกกักเก็บคาร์บอน 30 พันล้านตัน
  • ทะเลสาบปล่อย CO2 จาก peat 40%
  • อาจเป็น feedback loop ที่ทำให้โลกร้อนยิ่งขึ้น
  • นักวิจัยจะศึกษาต่อ 12,000 ปีที่ผ่านมา

หากอุณหภูมิโลกสูงขึ้นและการบุกรุกที่ดินต่อเนื่อง ทะเลสาบน้ำดำเหล่านี้อาจกลายเป็นแหล่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกแทนที่จะเป็นตัวดูดซับ สิ่งนี้ชี้ให้เห็นว่าแหล่งกักเก็บคาร์บอนบนบกใหญ่สุดของโลกกำลังเสี่ยงต่อ tipping point ที่อาจเปลี่ยนแปลงวงจรคาร์บอนโลก

เป็นเรื่องน่ากังวลจริงๆ หากเราไม่ดำเนินการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและปกป้องป่าดิบชื้นเหล่านี้ อนาคตอาจเลวร้ายยิ่งขึ้น คุณคิดว่าอะไรคือทางออกที่ดีที่สุด? ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์และช่วยกันสร้างความตระหนักรู้เรื่อง climate change วันนี้เพื่อโลกพรุ่งนี้ที่ดีกว่า!

ที่มา – Earth’s Largest Land-Based Carbon Sink Has Sprung a Disturbing Leak

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *