แก้กฎหมายไทยพีบีเอส คุ้มครองอิสระสื่อสาธารณะ

ประเด็น แก้กฎหมายไทยพีบีเอส กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง หลังองค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน 6 องค์กรออกแถลงการณ์ร่วม เรียกร้องให้การเปลี่ยนแหล่งรายได้ขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือไทยพีบีเอส ดำเนินไปอย่างรอบคอบ โปร่งใส และเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง

เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องเฉพาะกับโครงสร้างงบประมาณขององค์กรเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับสิทธิของประชาชนในการเข้าถึงข่าวสารที่ถูกต้อง รอบด้าน และปราศจากการครอบงำจากอำนาจรัฐ การเมือง หรือผลประโยชน์ทางธุรกิจ สำหรับคนที่ติดตามทั้งข่าว สื่อดิจิทัล และเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้อาจส่งผลต่อรูปแบบการผลิตเนื้อหาและความหลากหลายของข้อมูลในอนาคตโดยตรง

6 องค์กรวิชาชีพสื่อเสนอแก้กฎหมายไทยพีบีเอสอย่างรอบคอบ

องค์กรที่ร่วมลงนามประกอบด้วย สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ และสหภาพแรงงานกลางสื่อมวลชนไทย โดยทั้งหมดเห็นร่วมกันว่า การทบทวนกฎหมายไทยพีบีเอสเป็นเรื่องที่ทำได้ แต่ควรพิจารณาให้ครอบคลุมมากกว่าการเปลี่ยนแหล่งเงินทุน

ข้อเสนอเกิดขึ้นภายหลังมีการเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2551 ซึ่งมีแนวคิดเปลี่ยนระบบรายได้จากเงินบำรุงที่จัดเก็บตามกฎหมายว่าด้วยสุราและยาสูบ มาเป็นการจัดสรรจากงบประมาณรายจ่ายประจำปี โดยให้เหตุผลเรื่องวินัยการเงินการคลังและความเป็นเอกภาพในการบริหารเงินสาธารณะ

อิสระทางการเงินคือหัวใจของสื่อสาธารณะ

จุดสำคัญที่องค์กรวิชาชีพสื่อเน้นย้ำคือ ความเป็นอิสระทางการเงินมีความสัมพันธ์โดยตรงกับความเป็นอิสระในการทำงาน หากไทยพีบีเอสต้องพึ่งพางบประมาณรายปีจากกระบวนการจัดสรรของรัฐ ก็จำเป็นต้องมีหลักประกันที่ชัดเจน เพื่อไม่ให้การเพิ่ม ลด หรือระงับงบประมาณกลายเป็นเครื่องมือกดดันการทำงานของสื่อ

การมีงบประมาณจากภาครัฐไม่ได้หมายความว่าสื่อจะต้องขาดความเป็นอิสระเสมอไป หลายประเทศมีระบบสนับสนุนสื่อสาธารณะจากเงินภาษีหรือเงินกองทุน แต่สิ่งที่ต้องมีควบคู่กันคือกติกาที่ป้องกันการแทรกแซง กลไกตรวจสอบที่โปร่งใส และวิธีจัดสรรงบประมาณที่ไม่ขึ้นอยู่กับดุลพินิจทางการเมืองเพียงฝ่ายเดียว

ดังนั้น หากเดินหน้า แก้กฎหมายไทยพีบีเอส รัฐสภาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรศึกษาผลกระทบอย่างรอบด้าน เปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ และพิจารณาทางเลือกด้านเงินทุนหลายรูปแบบ โดยต้องรักษาความมั่นคงทางการเงิน พร้อมกับคุ้มครองเสรีภาพในการกำหนดนโยบายและการทำงานข่าว

เปิดพื้นที่ให้ประชาชนร่วมออกแบบอนาคตไทยพีบีเอส

องค์กรวิชาชีพสื่อยังเสนอให้การทบทวนกฎหมายเปิดโอกาสแก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหลากหลายกลุ่ม ทั้งนักวิชาการ ผู้ปฏิบัติงานสื่อ ภาคประชาสังคม ผู้ชม ผู้ฟัง และประชาชนทั่วไป เพราะไทยพีบีเอสถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อประโยชน์สาธารณะ เสียงของผู้ใช้งานจริงจึงควรเป็นส่วนหนึ่งของการกำหนดทิศทางองค์กร

ในยุคที่ผู้คนรับข่าวสารผ่านโทรศัพท์มือถือ แพลตฟอร์มวิดีโอ และโซเชียลมีเดีย บทบาทของสื่อสาธารณะก็ต้องปรับตัวให้ทันพฤติกรรมผู้ชมที่เปลี่ยนไป เนื้อหาควรเข้าถึงง่าย น่าเชื่อถือ และตอบโจทย์คนหลายช่วงวัย ขณะเดียวกันยังต้องรักษามาตรฐานด้านจริยธรรม ความถูกต้อง และการตรวจสอบอำนาจรัฐ

เรียกร้องให้ไทยพีบีเอสปฏิรูปองค์กรอย่างจริงจัง

นอกจากประเด็นกฎหมายและงบประมาณแล้ว แถลงการณ์ยังเรียกร้องให้คณะกรรมการนโยบายและฝ่ายบริหารไทยพีบีเอสทบทวนบทบาทขององค์กรอย่างจริงจัง การปฏิรูปควรครอบคลุมนโยบาย โครงสร้างการบริหาร การจัดสรรทรัพยากร คุณภาพเนื้อหา ประสิทธิภาพการทำงาน และการเข้าถึงประชาชนทุกกลุ่ม

ไทยพีบีเอสจำเป็นต้องแสดงให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมว่า สื่อสาธารณะแตกต่างจากสื่อของรัฐและสื่อเชิงพาณิชย์อย่างไร จุดเด่นควรอยู่ที่การนำเสนอข้อมูลที่ไม่ถูกกำหนดด้วยเรตติ้งเพียงอย่างเดียว การเปิดพื้นที่ให้เสียงของคนตัวเล็ก การรายงานประเด็นที่ตลาดอาจมองข้าม และการทำหน้าที่ตรวจสอบผู้มีอำนาจอย่างมีความรับผิดชอบ

การกำหนดตัวชี้วัดที่ชัดเจนก็เป็นเรื่องสำคัญ ประชาชนควรตรวจสอบได้ว่าเงินสาธารณะที่สนับสนุนองค์กรถูกใช้เพื่อสร้างประโยชน์มากน้อยเพียงใด ทั้งในด้านคุณภาพข่าว การเข้าถึงผู้ชม การพัฒนาความรู้ และการสร้างพื้นที่สื่อที่หลากหลาย การตรวจสอบเช่นนี้ไม่ควรถูกมองว่าเป็นการคุกคามความเป็นอิสระ แต่เป็นส่วนหนึ่งของความรับผิดชอบต่อสังคม

โดยสรุป การ แก้กฎหมายไทยพีบีเอส ควรเดินหน้าบนพื้นฐานของข้อมูล การมีส่วนร่วม และหลักประกันความเป็นอิสระ ไม่ใช่ตัดสินใจจากเรื่องรายได้เพียงมิติเดียว ขณะเดียวกัน ไทยพีบีเอสเองต้องเร่งพิสูจน์คุณค่า ปรับตัวให้เข้ากับโลกดิจิทัล และทำให้ประชาชนเห็นว่าสื่อสาธารณะยังมีความจำเป็นต่อสังคมประชาธิปไตย

มุมมองที่น่าจับตาคือ ในอนาคตผู้ชมจะไม่ได้วัดคุณค่าของสื่อจากจำนวนผู้ติดตามเท่านั้น แต่จะให้ความสำคัญกับความน่าเชื่อถือ ความโปร่งใส และความสามารถในการนำเสนอข้อมูลที่แตกต่าง หากทุกฝ่ายร่วมกันออกแบบระบบที่สมดุล ไทยพีบีเอสก็มีโอกาสยกระดับเป็นสื่อสาธารณะที่เข้าถึงคนรุ่นใหม่และสร้างประโยชน์ต่อประชาชนได้มากขึ้น

ที่มา – 6 องค์กรวิชาชีพสื่อออกแถลงการณ์แก้กฎหมายไทยพีบีเอส ต้องคุ้มครองอิสระทางการเงิน พร้อมเรียกร้องปฏิรูปองค์กร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *