เอลนีโญซูเปอร์มาแล้ว กริดไฟฟ้าสหรัฐฯ รับมือไหวไหม?

ปรากฏการณ์เอลนีโญกำลังกลับมาในรูปแบบที่รุนแรงมากกว่าที่หลายคนคาดคิด จนอาจเรียกได้ว่าเป็นเอลนีโญระดับซูเปอร์ อุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และมีแนวโน้มทำสถิติสูงกว่าช่วงสูงสุดของเหตุการณ์เอลนีโญในปี 2015–2016 ความเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้ส่งผลเฉพาะต่อสภาพอากาศเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องโดยตรงกับความต้องการใช้ไฟฟ้า แหล่งพลังงาน และความมั่นคงของโครงข่ายไฟฟ้าในสหรัฐอเมริกา

คำถามสำคัญคือ เอลนีโญซูเปอร์มาแล้ว กริดไฟฟ้าสหรัฐฯ รับมือไหวไหม? คำตอบยังไม่สามารถฟันธงได้อย่างชัดเจน เพราะเอลนีโญไม่ได้กำหนดสภาพอากาศแบบเดียวกันทั่วประเทศ ผลกระทบจะแตกต่างกันไปตามภูมิภาค สภาพโครงสร้างพื้นฐาน ระบบทำความร้อน และชนิดของแหล่งพลังงานที่แต่ละรัฐพึ่งพา อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์เอลนีโญที่รุนแรงมักเพิ่มโอกาสให้รูปแบบอากาศบางอย่างเกิดขึ้น ทำให้นักพยากรณ์และผู้ดูแลระบบไฟฟ้าสามารถเตรียมตัวล่วงหน้าได้ดีขึ้น

เอลนีโญซูเปอร์มาแล้ว กริดไฟฟ้าสหรัฐฯ รับมือไหวไหม?

เอลนีโญเป็นช่วงอบอุ่นของวัฏจักรเอลนีโญ–ลานีญา หรือ ENSO ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้สภาพภูมิอากาศทั่วโลกเปลี่ยนแปลงในแต่ละปี เมื่อกระแสลมสินค้าบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกอ่อนกำลังลง น้ำอุ่นจากฝั่งตะวันตกจะเคลื่อนเข้าสู่บริเวณตอนกลางและตะวันออกของมหาสมุทร อุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้นจะปล่อยความร้อนและความชื้นจำนวนมากสู่ชั้นบรรยากาศ จากนั้นจึงกระทบต่อเส้นทางพายุ กระแสลม และอุณหภูมิในหลายทวีป

สำหรับสหรัฐฯ เอลนีโญมักทำให้พื้นที่ทางตอนเหนือมีฤดูหนาวที่อุ่นและแห้งกว่าค่าเฉลี่ย ขณะที่พื้นที่ทางตอนใต้และชายฝั่งตะวันตกมีโอกาสพบอากาศเย็นและฝนตกมากขึ้น สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากกระแสลมเจ็ตสตรีมที่เคลื่อนตัวลงมาทางใต้และทอดยาวไปทางตะวันออกผ่านพื้นที่ตอนใต้ รูปแบบดังกล่าวอาจเปลี่ยนแปลงได้ในแต่ละปี ดังนั้นเอลนีโญจึงเป็นเพียงตัวเพิ่มหรือลดความน่าจะเป็น ไม่ใช่คำรับรองว่าจะเกิดเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งอย่างแน่นอน

เอลนีโญซูเปอร์มาแล้ว กริดไฟฟ้าสหรัฐฯ รับมือไหวไหม?

ในอดีต เหตุการณ์เอลนีโญที่มีลักษณะคล้ายกันเคยทำให้หลายพื้นที่ของสหรัฐฯ มีฝนมากผิดปกติ เกิดน้ำท่วม พายุฝนฟ้าคะนอง พายุทอร์นาโด และพายุน้ำแข็ง แม้เหตุการณ์ครั้งใหม่จะไม่จำเป็นต้องเกิดซ้ำเหมือนเดิม แต่ข้อมูลจากอดีตช่วยให้หน่วยงานไฟฟ้าประเมินความเสี่ยงได้ โดยเฉพาะบริเวณชายฝั่งตะวันตก ภาคใต้ และพื้นที่ที่มีโครงข่ายสายส่งเก่า

ผลกระทบต่อระบบไฟฟ้ามีทั้งด้านความต้องการใช้พลังงานและด้านการผลิตไฟฟ้า ในช่วงฤดูหนาว อุณหภูมิที่ลดลงมักทำให้ครัวเรือนเปิดเครื่องทำความร้อนมากขึ้น หากพื้นที่ทางตอนใต้มีอากาศเย็นกว่าปกติ ความต้องการใช้ไฟฟ้าเพื่อทำความร้อนอาจเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในบ้านที่ใช้ฮีตปั๊มหรือเครื่องทำความร้อนไฟฟ้า ต่างจากพื้นที่มิดเวสต์และภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่บ้านจำนวนมากใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงหลัก

ในทางกลับกัน ฤดูหนาวที่อุ่นขึ้นในภาคเหนืออาจช่วยลดจำนวนวันที่ต้องทำความร้อน หรือที่เรียกว่า Heating Degree Days ได้ เมื่อความต้องการทำความร้อนลดลง ระบบไฟฟ้าจะรับภาระน้อยลง และครัวเรือนบางส่วนอาจประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน อย่างไรก็ตาม ประโยชน์ดังกล่าวอาจไม่กระจายเท่ากันทั่วประเทศ เพราะบางครอบครัวในภาคใต้ยังอาจต้องใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเพื่อทำความร้อนในช่วงที่มีอากาศเย็นจัด

ผู้เชี่ยวชาญมองว่าในภาพรวม ความต้องการพลังงานเพื่อทำความร้อนของประเทศอาจลดลงในปีที่เกิดเอลนีโญ เนื่องจากพื้นที่ทางตอนเหนือซึ่งมีประชากรจำนวนมากและมีความต้องการทำความร้อนสูง มักมีอากาศอุ่นกว่าปกติ แต่ความเสี่ยงจากช่วงอากาศสุดขั้วที่เกิดขึ้นแบบฉับพลันยังคงมีอยู่ ระบบไฟฟ้าจึงไม่สามารถวางแผนจากค่าเฉลี่ยของทั้งฤดูกาลเพียงอย่างเดียวได้

ความเสี่ยงต่อแหล่งผลิตและโครงสร้างพื้นฐาน

แหล่งพลังงานที่อาจได้รับผลกระทบอย่างชัดเจนคือพลังงานน้ำ เอลนีโญมักทำให้หิมะสะสมและปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำของแปซิฟิกตะวันตกเฉียงเหนือลดลง พื้นที่ดังกล่าวมีบทบาทสำคัญต่อการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำของสหรัฐฯ แม้พลังน้ำจะคิดเป็นสัดส่วนไม่ถึงหนึ่งในสิบของพลังงานทั้งหมดของประเทศ แต่บางรัฐพึ่งพาพลังน้ำในระดับสูง หากน้ำในเขื่อนลดลง ก็อาจต้องหันไปใช้ก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน หรือพลังงานจากตลาดซื้อขายไฟฟ้ามากขึ้น

นอกจากปริมาณน้ำแล้ว สภาพอากาศที่มีฝนตกหนักและพายุรุนแรงยังสร้างความเสียหายให้กับระบบส่งและระบบจำหน่ายไฟฟ้าได้ ลมแรงอาจทำให้เสาไฟฟ้าหัก สายไฟขาด หรือกิ่งไม้ล้มทับอุปกรณ์สำคัญ ฝนตกหนักอาจทำให้เกิดน้ำท่วมและกัดกร่อนโครงสร้าง ส่วนในแคลิฟอร์เนีย ดินถล่มจากฝนที่ตกต่อเนื่องอาจทำลายเสาไฟฟ้า หอส่งไฟฟ้า และสายไฟใต้ดิน

พื้นที่ทางตอนใต้ก็มีความเสี่ยงจากพายุน้ำแข็งเช่นกัน เมื่อน้ำฝนแข็งตัวและเกาะบนสายไฟ น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นอาจทำให้สายไฟหย่อนหรือขาดได้ เหตุการณ์ลักษณะนี้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง เพราะทีมซ่อมบำรุงอาจเข้าถึงพื้นที่ได้ยากในช่วงพายุ และประชาชนจำนวนมากอาจต้องอยู่โดยไม่มีไฟฟ้าเป็นเวลานาน

  • ความต้องการใช้ไฟฟ้า: อากาศเย็นในภาคใต้อาจเพิ่มการใช้เครื่องทำความร้อนอย่างรวดเร็ว
  • พลังงานน้ำ: หิมะและน้ำในอ่างเก็บน้ำที่ลดลงอาจทำให้การผลิตไฟฟ้าพลังน้ำลดลง
  • สายส่งไฟฟ้า: ลมแรง ฝนหนัก น้ำท่วม และน้ำแข็งอาจสร้างความเสียหายต่อเสาและสายไฟ
  • การจัดหาเชื้อเพลิง: ผู้ให้บริการอาจต้องสำรองก๊าซธรรมชาติและเชื้อเพลิงเพิ่มเพื่อรองรับช่วงพีก
  • ความแตกต่างระหว่างภูมิภาค: แต่ละรัฐมีโครงสร้างพื้นฐานและสัดส่วนพลังงานที่ไม่เหมือนกัน

ผู้ให้บริการไฟฟ้าควรเตรียมตัวอย่างไร

ผู้ให้บริการไฟฟ้าสามารถใช้ข้อมูลสภาพอากาศในอดีตประกอบกับแบบจำลองพยากรณ์ฤดูกาล เพื่อประเมินว่าพื้นที่ใดอาจมีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงหรือมีความเสี่ยงต่อความเสียหายมากขึ้น หากคาดว่าฤดูหนาวจะหนาวกว่าปกติในบางภูมิภาค บริษัทไฟฟ้าอาจเพิ่มปริมาณก๊าซธรรมชาติและเชื้อเพลิงสำหรับโรงไฟฟ้า รวมถึงตรวจสอบคลังสำรอง ระบบส่ง และอุปกรณ์ฉุกเฉินให้พร้อมใช้งาน

การเตรียมความพร้อมยังรวมถึงการตัดแต่งต้นไม้ใกล้สายไฟ การตรวจสอบเสาไฟฟ้า การวางทีมซ่อมบำรุงในจุดยุทธศาสตร์ และการประสานงานระหว่างรัฐต่าง ๆ หากเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้โรงไฟฟ้าหรือสายส่งบางส่วนหยุดทำงาน การมีแผนสำรองและสามารถซื้อขายไฟฟ้าระหว่างภูมิภาคจะช่วยลดโอกาสเกิดไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง

สำหรับประชาชน การเตรียมตัวก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ควรตรวจสอบเครื่องทำความร้อนให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้ เตรียมแบตเตอรี่สำรอง ไฟฉาย อาหาร น้ำดื่ม และติดตามประกาศเตือนภัยจากหน่วยงานท้องถิ่น หากมีโอกาสเกิดพายุหรือน้ำแข็ง ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางที่ไม่จำเป็นและไม่เข้าใกล้สายไฟที่ขาด เพราะอาจยังมีกระแสไฟฟ้าอยู่

ท้ายที่สุด คำถามว่า เอลนีโญซูเปอร์มาแล้ว กริดไฟฟ้าสหรัฐฯ รับมือไหวไหม? จะขึ้นอยู่กับการเตรียมพร้อมมากกว่าความรุนแรงของเอลนีโญเพียงอย่างเดียว ระบบไฟฟ้าที่มีความหลากหลาย ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน และใช้ข้อมูลพยากรณ์อย่างมีประสิทธิภาพย่อมรับมือกับความผันผวนได้ดีกว่า แม้ไม่มีใครควบคุมสภาพอากาศได้ แต่การวางแผนล่วงหน้าและความร่วมมือระหว่างผู้ให้บริการกับประชาชนจะช่วยลดผลกระทบได้มากที่สุด

มุมมองที่น่าสนใจคือ เหตุการณ์เอลนีโญครั้งนี้อาจเป็นบททดสอบสำคัญของระบบพลังงานสหรัฐฯ และเป็นโอกาสให้ทุกฝ่ายเร่งพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าที่แข็งแรง ยืดหยุ่น และรองรับสภาพอากาศสุดขั้วในอนาคต

ที่มา – A ‘Super’ El Niño Is Here. Can the US Power Grid Handle It This Winter?

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *