เปิด 2 แผนสำรองกู้อุโมงค์รถไฟฟ้าวงเวียนใหญ่ นายกสมาคมวิศวกรฯ แนะวิธีหยุดน้ำใต้ดิน หลังพบถนนประชาธิปกยุบแล้ว 20 ซม.
สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามาอัปเดตสถานการณ์ที่หลายคนกำลังเป็นห่วงกันอยู่ นั่นคือกรณีโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ บริเวณแยกวงเวียนใหญ่ครับ หลังจากที่มีรายงานเรื่องน้ำใต้ดินรั่วซึมเข้าอุโมงค์จนทำให้พื้นถนนทรุดตัว เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เลยนะครับ เพราะมันกระทบต่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่โดยรอบ
เปิด 2 แผนสำรองกู้อุโมงค์รถไฟฟ้าวงเวียนใหญ่ นายกสมาคมวิศวกรฯ แนะวิธีหยุดน้ำใต้ดิน หลังพบถนนประชาธิปกยุบแล้ว 20 ซม.
ล่าสุด ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและให้ข้อมูลที่น่าสนใจมากครับ ท่านระบุว่าสาเหตุสำคัญคือการรั่วซึมบริเวณบ่อรองรับน้ำ (Sump) ซึ่งเป็นจุดลึกที่สุดของอุโมงค์ โดยทางสมาคมฯ ได้เสนอให้ทางผู้รับเหมาพิจารณาใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดหากวิธีปัจจุบันไม่ได้ผล ซึ่งนั่นก็คือการใช้เทคโนโลยีแช่แข็งดินเพื่อหยุดยั้งกระแสน้ำและการเคลื่อนตัวของทรายใต้ดิน หรือแม้กระทั่งการอัดน้ำเพื่อสร้างแรงดันต้าน ซึ่งถือเป็นแผนสำรองที่วิศวกรต้องตระเตรียมไว้ครับ
สำหรับประเด็นที่ว่าเหตุใดจึงเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น นายกสมาคมฯ ตั้งข้อสังเกตว่าต้องมีการตรวจสอบมาตรฐานการปรับปรุงดินก่อนเริ่มงานอย่างละเอียด เพราะหากดินหายไปจากใต้รากฐานอาคาร ไม่ว่าจะเป็นตึกแถวเก่าหรือบ้านเรือนโดยรอบ ย่อมมีความเสี่ยงต่อการทรุดตัวแน่นอนครับ เปิด 2 แผนสำรองกู้อุโมงค์รถไฟฟ้าวงเวียนใหญ่ นายกสมาคมวิศวกรฯ แนะวิธีหยุดน้ำใต้ดิน หลังพบถนนประชาธิปกยุบแล้ว 20 ซม. ทั้งนี้เราต้องคอยเฝ้าระวังตัวเลขการทรุดตัวกันแบบวันต่อวัน เพื่อที่จะประเมินความปลอดภัยร่วมกับทางวิศวกรรมครับ
แนวทางการเฝ้าระวังและข้อควรปฏิบัติสำหรับประชาชน
ในฐานะที่เราเป็นผู้ใช้งานพื้นที่หรืออยู่อาศัยใกล้จุดก่อสร้าง สิ่งที่อยากแนะนำให้ทุกคนช่วยกันสังเกตคือ:
- ตรวจสอบรอยร้าวตามผนังหรือพื้นบ้านว่ามีขนาดใหญ่ขึ้นหรือผิดปกติหรือไม่
- หากมีการทรุดตัวของพื้นผิวถนนที่ผิดปกติให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทันที
- ระวังการใช้งานในจุดที่ใกล้เคียงกับบ่อก่อสร้างในช่วงที่ฝนตกหนัก
ดร.อมร ได้ย้ำว่าสภาพอากาศเป็นปัจจัยวิกฤตครับ ฝนที่ตกลงมาจะยิ่งเพิ่มแรงดันน้ำใต้ดิน การตรวจวัดพฤติกรรมโครงสร้างทุกชั่วโมงจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพื่อความมั่นใจของคนที่อยู่โซนวงเวียนใหญ่ ทั้งนี้ ในส่วนของกระบวนการตรวจสอบนั้น คณะกรรมาธิการการคมนาคมเตรียมเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจงเพื่อถอดบทเรียนและหามาตรการป้องกันระยะยาวครับ
มุมมองในอนาคต: การขยายตัวของเทคโนโลยีรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ นั้นเป็นเรื่องดี แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ “ความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินประชาชน” การนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาตรวจสอบงานใต้ดินให้เข้มข้นขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของระบบเซนเซอร์หรือเทคโนโลยีแช่แข็งดินแบบที่กล่าวถึง น่าจะเป็นเทรนด์ใหม่ของการก่อสร้างในเมืองใหญ่ที่ต้องให้ความสำคัญมากกว่าแค่เรื่องของความเร็วในการก่อสร้างครับ หากเรามีมาตรฐานที่รัดกุม เหตุการณ์แบบนี้จะกลายเป็นกรณีศึกษาที่ทำให้ประเทศไทยก้าวข้ามผ่านปัญหาเรื่องการก่อสร้างใต้ดินได้อย่างมืออาชีพมากขึ้นครับ
