เจาะลึกรายงาน ‘The Widening AI Value Gap’ จาก BCG: ทำไมองค์กรแค่ 5% เพิ่มรายได้ 5 เท่า ลดต้นทุน 3 เท่าได้จาก AI?
ใครว่า AI เข้ามาแล้วจะปังปุริเย่กันทุกราย? ขอบอกเลยว่าไม่จริง! เพราะล่าสุดมีรายงานจาก Boston Consulting Group (BCG) เค้าออกมาแฉ เอ้ย! เผยว่า มีบริษัททั่วโลกแค่ 5% เท่านั้นแหละ ที่ใช้ AI แล้วเห็นผลจริงจัง เพิ่มรายได้ 5 เท่า ลดต้นทุน 3 เท่าได้! ที่เหลืออีก 60% น่ะเหรอ… ลงทุนไปก็แทบไม่ได้อะไรกลับมา 😱
เรื่องนี้ไม่ได้มาเล่นๆ นะครับ เพราะ BCG เค้าสำรวจบริษัทกว่า 1,250 แห่งในทุกอุตสาหกรรมทั่วโลกที่ลงทุนใน AI เลยนะ แล้วเค้าก็เรียกไอ้ 5% ที่ว่าเนี่ยว่า ‘Future-built companies’ ซึ่งไม่ได้แค่ประสบความสำเร็จธรรมดาๆ แต่ยังสร้างช่องว่าง (AI Value Gap) ให้กว้างขึ้นเรื่อยๆ อีกด้วย
![เจาะลึกรายงาน ‘The Widening AI Value Gap’ จาก **BCG** ทำไมมีองค์กรแค่ 5% ที่เพิ่มรายได้ 5 เท่า ลดต้นทุน 3 เท่า จากการนำ **AI** มาใช้ [Advertorial] 1](https://i0.wp.com/thestandard.co/wp-content/uploads/2025/11/bcg-ai-widening-value-gap-1.jpg?resize=1133%2C733&ssl=1)
อิษฎา หิรัญวิวัฒน์กุล Managing Director & Senior Partner Head of BCG Thailand เค้าก็ออกมาบอกเคล็ดลับเลยว่า 3 สิ่งที่ทำให้ไอ้ 5% เนี่ยเค้าปังกว่าชาวบ้านเค้า:
- Continue to Reinvest: เห็นผลลัพธ์แล้วต้องลงทุนซ้ำ!
- Compounding Advantage: ลงทุนให้ถูกจุดแล้วมันจะต่อยอดไปเรื่อยๆ
- Execution, Not Experimentation: เน้นทำให้สำเร็จ ไม่ใช่แค่ลองๆ ไปวันๆ
เค้าบอกว่า “บริษัท 60% ที่ไม่ได้อะไรจากการลงทุน AI เพราะส่วนใหญ่ทำแค่ Pilot แล้วก็จบตรงนั้น ไม่ได้ขยายผลต่อ” แต่ไอ้ 5% ที่ว่าเนี่ย เค้าชัดเจนว่าเค้าอยากได้อะไร อยากให้ธุรกิจมี Value ตรงไหน “ส่วนใหญ่ 70% ของ Value มันอยู่ที่ Core Function อย่าง R&D, Sales and Marketing, Pricing, Manufacturing พวกนี้แหละที่จะทำให้รายได้เพิ่ม หรือเห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจน”
คลี่กลยุทธ์ลงทุน AI ให้เกิดคุณค่าจริง: ต้องเจาะลึกรายงาน ‘The Widening AI Value Gap’ จาก BCG
แล้วทำยังไงถึงจะลงทุน AI แล้วได้ผลจริง? อิษฎาบอกว่าต้องเปลี่ยนวิธีคิด! อย่ามองแค่ว่า AI เป็นเครื่องมือ แต่ให้มองว่า AI จะมาช่วยเปลี่ยนวิธีการทำงานของเรายังไง “เค้าจะคิดก่อนว่า ถ้าต้องเริ่มบริษัทจากศูนย์ หรืออยากบรรลุเป้าหมาย ควรทำงานยังไง แล้วค่อยถามว่า AI จะมาช่วยได้ยังไง อาจจะใช้กฎ 10-20-70 โดย 70% โฟกัสที่คนและกระบวนการ 20% เป็นเรื่องเทคโนโลยี และ 10% คือเครื่องมือ”
![เจาะลึกรายงาน ‘The Widening AI Value Gap’ จาก **BCG** ทำไมมีองค์กรแค่ 5% ที่เพิ่มรายได้ 5 เท่า ลดต้นทุน 3 เท่า จากการนำ **AI** มาใช้ [Advertorial] 2](https://i0.wp.com/thestandard.co/wp-content/uploads/2025/11/bcg-ai-widening-value-gap-2.jpg?resize=1133%2C733&ssl=1)
เค้ายังย้ำอีกว่า “ผู้นำคือหัวใจของการสร้างคุณค่าจากการใช้ AI ในองค์กร” ต้องกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจน โฟกัสที่ Use Case ที่สร้างผลลัพธ์จริง อย่าปล่อยให้แต่ละแผนกทำอะไรตามใจชอบ เพราะจะทำให้ทรัพยากรกระจัดกระจาย แล้วก็อย่าลืมคิดแบบ AI First! มองหา AI Agent ที่จะมาช่วยทำงานแทนคน แล้วให้คนไปโฟกัสที่การวางแผนและควบคุม
ข้อผิดพลาดอีกอย่างที่คนมองข้ามคือ ‘การไม่โฟกัส’ หลายบริษัทพยายามทำ AI Transformation แบบหว่านแห มี Use Case เป็นร้อยๆ อัน ซึ่งอิษฎาบอกว่า “นี่คือปัญหาหลัก! ต้องโฟกัสจุดที่สำคัญจริงๆ อย่าลืมว่าเทคโนโลยีเปลี่ยนไว เลือกลงทุนวันนี้ ปีหน้าอาจจะเปลี่ยนแล้วก็ได้”
BCG เค้าช่วยอะไรได้บ้าง?
สำหรับบริษัทที่ยังหลงทาง BCG เค้าจะเข้าไปช่วย CEO เพื่อระบุสิ่งที่ควรโฟกัส ช่วย Reimagine Process แล้วถึงจะระบุเครื่องมือและ Use Case ที่เหมาะสม พร้อมกับทีม BCGX ที่จะมาช่วยสร้างและพัฒนาเทคโนโลยี ไปจนถึง Implement และติดตามผลลัพธ์
ตัวอย่างที่เค้ายกมาก็คือ L’Oréal ที่ใช้ AI มาช่วยสร้างแอปฯ Beauty Genius ที่ช่วยวิเคราะห์สภาพผิวลูกค้าแบบเรียลไทม์ พร้อมแนะนำผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม ทำให้การซื้อเครื่องสำอางสะดวกและรวดเร็วขึ้น
อีกตัวอย่างคือ โรงกลั่นน้ำมันที่ใช้ AI มาช่วยปรับปรุงกระบวนการทำงาน ทำให้เห็นผลลัพธ์แบบเรียลไทม์ว่า การ Operate ที่อุณหภูมิเท่านี้ จะทำให้ได้กำไรหรือขาดทุนเท่าไหร่ ซึ่ง AI ก็จะทำหน้าที่ปรับระดับที่เหมาะสมที่สุดตลอดเวลา
![เจาะลึกรายงาน ‘The Widening AI Value Gap’ จาก **BCG** ทำไมมีองค์กรแค่ 5% ที่เพิ่มรายได้ 5 เท่า ลดต้นทุน 3 เท่า จากการนำ **AI** มาใช้ [Advertorial] 3](https://i0.wp.com/thestandard.co/wp-content/uploads/2025/11/bcg-ai-widening-value-gap-3.jpg?resize=1133%2C733&ssl=1)
ที่สำคัญคือ AI ไม่ได้ช่วยแค่เรื่องกำไร แต่ยังช่วยเรื่อง ESG ได้ด้วย! อย่างโรงกลั่นน้ำมันที่ใช้ AI มาช่วยลดการปล่อยก๊าซ ก็จะช่วยให้บริษัทบรรลุเป้าหมาย ESG และสร้างข้อได้เปรียบในการส่งออกไปยังยุโรปที่มีกฎระเบียบภาษี CBAM
กฎหมายก็มีผลนะ!
ความท้าทายในการใช้ AI ให้เกิดประโยชน์จริง ก็คือกฎหมายและนโยบายภาครัฐ ที่อาจทำให้เทคโนโลยีเกิดยาก อิษฎายกตัวอย่าง Self-Driving Car ที่อังกฤษ ที่มีกฎหมายกำหนดความรับผิดชอบสำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้นขณะรถอยู่ในโหมดขับเคลื่อนอัตโนมัติอยู่ที่บริษัท AI เลย
![เจาะลึกรายงาน ‘The Widening AI Value Gap’ จาก **BCG** ทำไมมีองค์กรแค่ 5% ที่เพิ่มรายได้ 5 เท่า ลดต้นทุน 3 เท่า จากการนำ **AI** มาใช้ [Advertorial] 4](https://i0.wp.com/thestandard.co/wp-content/uploads/2025/11/bcg-ai-widening-value-gap-4.jpg?resize=1133%2C733&ssl=1)
สรุปแล้ว การลงทุนใน AI ไม่ได้มีสูตรสำเร็จตายตัว แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การมีเป้าหมายที่ชัดเจน, การโฟกัสที่ Use Case ที่สร้างผลลัพธ์จริง, การปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงาน, และการมีผู้นำที่เข้าใจเทคโนโลยี ถ้าทำได้ตามนี้ ผมเชื่อว่าทุกคนก็สามารถ เจาะลึกรายงาน ‘The Widening AI Value Gap’ จาก BCG และกลายเป็น 5% ที่ประสบความสำเร็จได้แน่นอน!
แต่ก็อย่าลืมว่าเทคโนโลยีมันเปลี่ยนเร็วมากกกก การเรียนรู้และปรับตัวอยู่เสมอเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดนะครับ ไม่งั้นอาจจะตามโลกไม่ทันเอานะ!