เจาะลึกการอ่านม้วนคัมภีร์เฮอร์คิวลาเนียมโดยไม่เปิด

เมื่อเกือบ 2,000 ปีก่อน ภูเขาไฟวิสุเวียสนับเป็นหายนะครั้งใหญ่ที่ทำลายเมืองปอมเปอีและเมืองใกล้เคียงอย่างเฮอร์คิวลาเนียมไปจนสิ้น อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เหลือรอดมาได้อย่างน่าอัศจรรย์คือคลังม้วนคัมภีร์โบราณที่อยู่ในสภาพไหม้เกรียมจนเปราะบางเกินกว่าที่นักวิชาการจะกล้าแตะต้อง แต่ในวันนี้ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ทำให้นักวิทยาศาสตร์สามารถทำการ เจาะลึกการอ่านม้วนคัมภีร์เฮอร์คิวลาเนียมโดยไม่เปิด ได้สำเร็จเป็นครั้งแรก

การปฏิวัติครั้งสำคัญ: เจาะลึกการอ่านม้วนคัมภีร์เฮอร์คิวลาเนียมโดยไม่เปิด

นักวิจัยจากโครงการ Vesuvius Challenge ประสบความสำเร็จในการถอดรหัสคัมภีร์ที่ชื่อว่า “PHerc. 1667” ซึ่งยาวประมาณ 1.4 เมตร โดยการใช้เทคนิคทางวิทยาศาสตร์ที่ซับซ้อน ทั้งการสแกนด้วยรังสีเอกซ์ (X-ray tomography) ร่วมกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อทำสิ่งที่คนสมัยก่อนคิดว่าเป็นไปไม่ได้ นั่นคือการเข้าไปอ่านเนื้อหาภายในโดยไม่ต้องคลี่กระดาษปาปิรัสที่พร้อมจะแตกสลายได้แทบทุกเมื่อ

เบื้องหลังเทคโนโลยีและการเจาะลึกการอ่านม้วนคัมภีร์เฮอร์คิวลาเนียมโดยไม่เปิด

กระบวนการทำงานไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด ทีมวิจัยเลือกใช้หลายขั้นตอนเพื่อไขปริศนาประวัติศาสตร์นี้:

  • การสแกนความละเอียดสูง: ใช้ European Synchrotron Radiation Facility ในการสแกนด้วยรังสีเอกซ์
  • คอมพิวเตอร์วิทัศน์: จำลองแผ่นปาปิรัสให้กลับมาอยู่ในรูปแบบแผ่นเรียบที่เราสามารถอ่านได้
  • AI และ Machine Learning: นำมาเป็นเครื่องมือช่วยเร่งการมองเห็นคราบหมึกโบราณที่จางหายไปตามกาลเวลา

ผลลัพธ์ที่ได้จากการถอดรหัสเผยให้เห็นเนื้อหาที่เป็นปรัชญาสโตอิก (Stoicism) เกี่ยวกับธรรมชาติของมนุษย์ แรงผลักดัน และการพัฒนาทางศีลธรรม ซึ่งถือเป็นขุมทรัพย์ทางปัญญาที่ถูกปิดตายมาสองพันปี

การที่ทีมนักวิจัยสามารถทำให้บรรดาคัมภีร์ที่ดูเหมือนไร้ชีวิตเหล่านี้กลับมา “พูด” ได้อีกครั้ง เป็นเครื่องพิสูจน์ว่านวัตกรรมยุคใหม่สามารถประสานกับประวัติศาสตร์ได้อย่างไร้รอยต่อ แม้หลายคนจะเคยมองว่านี่คือภารกิจที่เป็นไปไม่ได้ แต่การแข่งขัน Vesuvius Challenge ได้พิสูจน์แล้วว่าความร่วมมือระหว่างนักวิทยาศาสตร์และนักภาษาโบราณคดีคือหัวใจสำคัญของการค้นพบ

ในอนาคตอันใกล้ เราอาจได้อ่านรหัสลับในคัมภีร์ม้วนอื่นๆ อีกมากมายที่ยังคงถูกเก็บรักษาไว้ ซึ่งการค้นพบนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของคนรักประวัติศาสตร์เท่านั้น แต่ยังเป็นการขยายขอบเขตความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับวิถีชีวิตและปรัชญาของบรรพบุรุษที่ส่งต่อมาถึงคนรุ่นเราได้อย่างลึกซึ้ง

ที่มา – In a First, Scientists Fully Read a Charred Herculaneum Scroll—Without Ever Opening It

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *