‘เก่ง’ อย่างเดียวอาจไม่พอ: โรงพยาบาลกรุงเทพกับ Creative Marketing ที่ชวนคนมาหาก่อนป่วย

ในวันที่โรงพยาบาลเอกชนจำนวนมากสื่อสารด้วยคำว่าแพทย์เก่ง เครื่องมือทันสมัย และมาตรฐานระดับสากล การจะทำให้คนจดจำแบรนด์ได้จึงไม่ใช่เรื่องของการพูดให้ดังกว่าเดิม แต่คือการหาวิธีสื่อสารที่ทำให้ผู้คนรู้สึกว่าโรงพยาบาลเข้าถึงง่ายและเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันมากขึ้น แนวคิดนี้สะท้อนผ่านกรณีศึกษาของโรงพยาบาลกรุงเทพ ซึ่งเลือกใช้ Creative Marketing เพื่อชวนให้คนเริ่มดูแลสุขภาพก่อนที่จะเจ็บป่วย

หัวใจสำคัญของแนวคิด เก่งอย่างเดียวอาจไม่พอ คือความเป็นเลิศทางการแพทย์ยังคงเป็นพื้นฐานที่จำเป็น แต่ไม่ใช่สิ่งที่สร้างความแตกต่างได้เสมอไป เพราะโรงพยาบาลหลายแห่งต่างก็สื่อสารจุดแข็งในลักษณะใกล้เคียงกัน สิ่งที่ทำให้คนเปิดใจอาจเป็นประสบการณ์ตั้งแต่การเห็นคอนเทนต์ การค้นหาข้อมูล ไปจนถึงการตัดสินใจเข้ารับบริการ

‘เก่ง’ อย่างเดียวอาจไม่พอ: เมื่อโรงพยาบาลต้องเข้าหาคนให้มากขึ้น

คนส่วนใหญ่มักนึกถึงโรงพยาบาลเมื่อมีอาการป่วยหรือจำเป็นต้องรักษาเท่านั้น ขณะที่เรื่องสุขภาพเชิงป้องกันมักถูกเลื่อนออกไปด้วยเหตุผลว่าไม่มีเวลา เรื่องยุ่งยาก หรือยังไม่จำเป็น การตลาดของโรงพยาบาลจึงต้องทำหน้าที่มากกว่าการบอกว่าองค์กรมีความเชี่ยวชาญ แต่ต้องลดความรู้สึกห่างไกลและทำให้การดูแลสุขภาพเป็นเรื่องที่เริ่มต้นได้ง่าย

โรงพยาบาลกรุงเทพจึงวางแนวคิดให้ทุกจุดสัมผัสมีความเป็นมิตร ตั้งแต่คอนเทนต์บนโซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ เครื่องมือดิจิทัล ไปจนถึงกิจกรรมออฟไลน์ เป้าหมายคือการไปพบผู้คนในพื้นที่ที่พวกเขาใช้ชีวิตอยู่ และพูดด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย ไม่ทำให้ข้อมูลสุขภาพดูเคร่งเครียดหรือเป็นบทเรียนที่เข้าถึงยาก

คอนเทนต์สุขภาพต้องแข่งขันกับความบันเทิง

ข้อสังเกตที่น่าสนใจคือ คู่แข่งของคอนเทนต์สุขภาพอาจไม่ใช่โรงพยาบาลอื่น แต่เป็นซีรีส์ เพลง เกม และวิดีโอความบันเทิงที่อยู่ในฟีดเดียวกัน เมื่อผู้ชมมีเวลาจำกัด คอนเทนต์จากโรงพยาบาลจึงต้องมีทั้งประโยชน์และความน่าติดตาม

ตัวอย่างชัดเจนคือซีรีส์โรแมนติกคอมเมดี้ ยัยสมองวุ่นวายกับเจ้าชายกระดูก ที่เล่าเรื่องสมองและกระดูกผ่านวิดีโอแนวตั้งจำนวน 4 ตอน รูปแบบนี้สอดคล้องกับพฤติกรรมการรับชมบนโซเชียลมีเดีย และช่วยสอดแทรกข้อมูลอาการกับแนวทางการรักษาเข้าไปในเนื้อเรื่องโดยไม่ทำให้ผู้ชมรู้สึกว่ากำลังถูกขายบริการ ผลลัพธ์คือมียอดรับชมมากกว่า 10 ล้านวิว และสามารถเข้าถึงกลุ่มคนที่ไม่เคยติดตามคอนเทนต์โรงพยาบาลมาก่อน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่

เปลี่ยนเรื่องยากและน่าเขินให้กลายเป็นเรื่องที่คุยได้

งานสุขภาพบางประเภทมีข้อจำกัดเรื่องความรู้สึกส่วนตัว เช่น ภาวะต่อมลูกหมากโตหรือปัญหาการมีบุตร หากใช้ภาษาทางการแพทย์โดยตรง ผู้ชมอาจรู้สึกเขินและเลือกที่จะเลื่อนผ่าน โรงพยาบาลกรุงเทพจึงใช้วัฒนธรรมป๊อปและการเล่าเรื่องมาเป็นสะพานเชื่อมความเข้าใจ

แคมเปญ Mission Possible หยิบภาพจำจากภาพยนตร์แอ็กชันอย่างเจมส์ บอนด์และ Mission: Impossible มาตีความใหม่ เพื่อสื่อสารอาการและการดูแลต่อมลูกหมากในรูปแบบที่จำง่ายและนำไปพูดคุยต่อได้ ส่วนแคมเปญ Mangu Mango ใช้การเล่นเสียงพ้องในภาษาจีนระหว่างคำว่า ‘กรุงเทพฯ’ กับ ‘มะม่วง’ เพื่อสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายชาวจีนเกี่ยวกับบริการรักษาภาวะมีบุตรยาก โดยไม่จำเป็นต้องใช้ข้อความโฆษณาที่ตรงเกินไป

การออกแบบแคมเปญให้มีทั้งภาพจำและประสบการณ์บนท้องถนน เช่น รถตุ๊กตุ๊กสีเหลืองมะม่วง ยังช่วยให้ผู้คนอยากถ่ายภาพและแชร์ต่อ นี่คือตัวอย่างของการสร้างการรับรู้ผ่านประสบการณ์จริง แทนการพึ่งพาพื้นที่โฆษณาเพียงอย่างเดียว

เทคโนโลยีช่วยให้การดูแลสุขภาพต่อเนื่องขึ้น

นอกจากคอนเทนต์แล้ว โรงพยาบาลกรุงเทพยังพัฒนาเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้คนกลับมาดูแลสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ Better Club ทำให้กิจกรรมเล็ก ๆ เช่น การตอบควิซ อ่านบทความ หรือเช็กอินบนเว็บไซต์ กลายเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตร พร้อมระบบคะแนนที่นำไปแลกสิทธิประโยชน์ เช่น การปรึกษาแพทย์ออนไลน์หรือส่วนลดแพ็กเกจสุขภาพ

ขณะเดียวกัน Better AI ช่วยให้ผู้ใช้เริ่มต้นจากการเล่าอาการ แล้วรับข้อมูลเบื้องต้น รายชื่อแพทย์เฉพาะทาง และช่องทางจองคิวได้ง่ายขึ้น จุดเด่นไม่ได้อยู่ที่การแทนที่แพทย์ แต่เป็นการลดความสับสนในช่วงแรกที่ผู้ใช้ยังไม่รู้ว่าควรเริ่มต้นจากตรงไหน อีกทั้งการแชร์ผลสรุปเป็นลิงก์ยังตอบโจทย์ลูกหลานที่ค้นหาข้อมูลสุขภาพให้พ่อแม่

บทสรุป: ‘เก่ง’ อย่างเดียวอาจไม่พอ หากยังเข้าไม่ถึงใจคน

จากกรณีนี้จะเห็นว่าโรงพยาบาลยุคใหม่ไม่ได้แข่งขันกันเฉพาะด้านความเชี่ยวชาญ แต่แข่งขันกันที่ความเข้าใจผู้บริโภคด้วย การทำให้คนรู้สึกว่าโรงพยาบาลคุยง่าย เข้าถึงง่าย และอยู่ในชีวิตประจำวันได้ คือการสร้างความสัมพันธ์ก่อนวันที่ต้องเข้ารับการรักษา

เก่งอย่างเดียวอาจไม่พอ แต่ถ้าความเก่งถูกนำเสนอผ่านเรื่องเล่าที่สนุก เทคโนโลยีที่ใช้งานสะดวก และกิจกรรมที่ชวนให้ลงมือทำจริง ก็มีโอกาสเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้คนได้ ในอนาคต แบรนด์สุขภาพที่โดดเด่นน่าจะไม่ใช่แบรนด์ที่พูดเรื่องการแพทย์มากที่สุด แต่เป็นแบรนด์ที่ช่วยให้คนดูแลตัวเองได้ง่ายขึ้นทุกวัน ดังนั้นผู้บริโภคควรเริ่มจากเรื่องเล็ก ๆ เช่น ตรวจสุขภาพตามความเหมาะสม สังเกตอาการผิดปกติ และเลือกใช้ข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ ก่อนที่ปัญหาจะกลายเป็นเรื่องใหญ่

ที่มา – ‘เก่ง’ อย่างเดียวอาจไม่พอ: โรงพยาบาลกรุงเทพกับ Creative Marketing ที่ชวนคนมาหาก่อนป่วย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *