อุณหภูมิ ‘วัดบัลบ์’ อันตรายกำลังถล่มภาคตะวันออกของสหรัฐ กระทบสุขภาพอย่างรุนแรง
อุณหภูมิ ‘วัดบัลบ์’ อันตรายกำลังถล่มภาคตะวันออกของสหรัฐ
ช่วงนี้ ประชาชนกว่า 170 ล้านคนในสหรัฐฯ ต้องเผชิญกับภาวะอากาศร้อนจัดที่กินพื้นที่กว้างขวาง โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกที่ถูกครอบคลุมด้วย “โดมความร้อน” ที่ทำให้อุณหภูมิพุ่งสูงติดต่อกันหลายวัน ขณะที่ความชื้นก็สูงเกินระดับปกติ ส่งผลให้ร่างกายรู้สึกร้อนจัดกว่าที่จริงหลายองศา จนถึงขั้นเสี่ยงอันตรายต่อชีวิตได้ โดย อุณหภูมิ ‘วัดบัลบ์’ หรือที่เรียกว่า Wet-Bulb Temperature ได้กลายเป็นดัชนีสำคัญที่นักอุตุนิยมวิทยาและนักวิทยาศาสตร์ใช้ประเมินความเสี่ยงต่อชีวิตมนุษย์ในสภาพอากาศร้อนชื้นแบบนี้
อุณหภูมิ ‘วัดบัลบ์’ คืออะไร และทำไมถึงอันตราย?
อธิบายง่ายๆ ก็คือ อุณหภูมิ ‘วัดบัลบ์’ คือการวัดอุณหภูมิจากเทอร์โมมิเตอร์ที่มีผ้าชุบน้ำหุ้มปลาย คล้ายร่างกายคนที่กำลังเหงื่อออก การระเหยของน้ำในผ้าจะช่วยดูดซับความร้อน ทำให้อุณหภูมิลดลง ซึ่งเปรียบเสมือนกับเหงื่อที่ระเหยออกจากผิวหนังเพื่อระบายความร้อนร่างกาย
“แต่ร่างกายคนเรามีการผลิตความร้อนจากกิจกรรมทางชีวภาพอยู่ตลอด ทำให้เมื่ออุณหภูมิ ‘วัดบัลบ์’ เข้าใกล้ 37 องศาเซลเซียส (98.6°F) ร่างกายจะไม่สามารถระบายความร้อนออกได้เลย” ดร.เดวิด รอมป์ส ศาสตราจารย์ด้านวิทยาศาสตร์โลกและดาวเคราะก์จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ระบุ
เกณฑ์ที่เคยคิดว่าปลอดภัย อาจไม่ปลอดภัยอีกต่อไป
เคยเชื่อกันว่า อุณหภูมิ ‘วัดบัลบ์’ ที่ 35 องศาเซลเซียส (95°F ที่ความชื้น 100%) คือจุดที่มนุษย์ไม่สามารถอยู่รอดได้นาน แต่การวิจัยล่าสุดชี้ว่า ขีดจำกัดที่แท้จริงอาจต่ำกว่านั้นมาก โดยแค่ 30.6 องศาเซลเซียส (87°F ที่ความชื้น 100%) ก็อาจเพียงพอที่จะทำให้ร่างกายไม่สามารถควบคุมอุณหภูมิแกนกลางได้
- ความร้อน+ความชื้นสูง = การระเหยเหงื่อช้าลง
- ร่างกายระบายความร้อนไม่ทัน = ความร้อนสะสม = เสี่ยงฮีทสโตรก
- ผู้สูงอายุ เด็ก และผู้มีโรคประจำตัว เสี่ยงสูงสุด
นอกจากนี้ ยังมี Wet-Bulb Globe Temperature (WBGT) ซึ่งคำนวณจากรวมอุณหภูมิ ความชื้น ลม แสงแดด และมุมของดวงอาทิตย์ ซึ่งในวันที่ 29 กรกฎาคม หลายพื้นที่ทางตะวันออกและกลางสหรัฐฯ มีค่า WBGT สูงถึง 35-37 องศาเซลเซียส ถือว่าเป็นระดับ “เสี่ยงสูงมาก”
เมื่อ WBGT เกิน 32 องศาเซลเซียส (90°F) การทำกิจกรรมกลางแจ้งเพียง 15 นาทีก็อาจทำให้เกิดอาการช็อกจากความร้อนได้
แนวโน้มในอนาคต: อุณหภูมิ ‘วัดบัลบ์’ อาจกลายเป็นเรื่องปกติ
ปัญหานี้ไม่ใช่แค่เหตุการณ์ชั่วคราว แต่เป็นผลโดยตรงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ยิ่งอุณหภูมิโลกสูงขึ้น ชั้นบรรยากาศก็ยิ่งกักเก็บความชื้นได้มากขึ้น NASA ชี้ว่าภายใน 30-50 ปี บางพื้นที่ทั่วโลกอาจมี อุณหภูมิ ‘วัดบัลบ์’ เกิน 35 องศาตลอดเวลาเลยก็เป็นไปได้
แม้แต่รัฐอย่างอาร์คันซอ มิสซูรี ไอโอวา ก็คาดว่าจะเข้าสู่จุดวิกฤตภายในครึ่งศตวรรษนี้ นั่นหมายถึงโครงสร้างพื้นฐาน พลังงาน ระบบสุขภาพ และการเตรียมรับมือภัยพิบัติของประเทศต้องปรับตัวอย่างเร่งด่วน
ในสหรัฐฯ ความร้อนจัดเป็นภัยธรรมชาติที่คร่าชีวิตคนมากที่สุด โดย CDC ระบุว่ามีคนเสียชีวิตจากความร้อนประมาณ 2,000 คนต่อปี แต่หลายฝ่ายเชื่อว่าตัวเลขจริงอาจสูงกว่านั้น เพราะหลายกรณีไม่ได้ถูกรายงาน หรือไม่ได้ระบุว่าเกิดจากความร้อนโดยตรง
เราต้องเริ่มตระหนักว่าในโลกที่เปลี่ยนแปลงเร็วกว่าเดิม การอยู่รอดไม่ใช่แค่เรื่องของความทนทาน แต่คือวิทยาศาสตร์บริสุทธิ์ การวางแผนเมือง การออกแบบเครื่องปรับอากาศ และการสร้างนโยบายสุขภาพต้องอิงข้อมูลเชิงวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่แค่ความคาดเดา
อุณหภูมิ ‘วัดบัลบ์’ อันตรายกำลังกลายเป็นเรื่องปกติในโลกที่ร้อนขึ้นทุกวัน คำถามคือ เราจะปรับตัวทันไหม?
ที่มา – Deadly ‘Wet-Bulb’ Temperatures Are Smothering the Eastern U.S.That’s bad news for human health.
