อาหารฟรีจากบริษัทยามีอิทธิพลต่อแพทย์จริง
ความสัมพันธ์ระหว่างแพทย์กับบริษัทยาเป็นประเด็นที่สังคมควรจับตามอง เพราะของกำนัล อาหารฟรี การเดินทางที่มีผู้สนับสนุน และตัวอย่างยาอาจดูเหมือนสิทธิประโยชน์เล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ผลการทบทวนงานวิจัยครั้งใหม่ชี้ว่า สิ่งเหล่านี้ส่งผลต่อพฤติกรรมการสั่งยาได้จริง โดยเฉพาะเมื่อแพทย์ได้รับการดูแลหรือสิ่งตอบแทนจากบริษัทยาอย่างต่อเนื่อง
งานทบทวนดังกล่าวรวบรวมการศึกษาแบบผ่านการประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญจำนวน 93 เรื่อง ซึ่งตรวจสอบพฤติกรรมของบุคลากรทางการแพทย์หลายล้านคนที่มีหน้าที่สั่งยาให้ผู้ป่วย ผลลัพธ์โดยรวมพบความสัมพันธ์ที่น่าสนใจระหว่างสิทธิประโยชน์จากบริษัทกับจำนวนครั้งที่แพทย์สั่งยาของบริษัทนั้น แม้แพทย์จำนวนมากจะเชื่อว่าตนเองสามารถแยกเรื่องส่วนตัวออกจากการตัดสินใจทางการแพทย์ได้ก็ตาม
อาหารฟรีจากบริษัทยามีอิทธิพลต่อแพทย์จริง
ประเด็นสำคัญจากงานวิจัยคือ อาหารฟรีจากบริษัทยามีอิทธิพลต่อแพทย์จริง และความสัมพันธ์นี้มีลักษณะคล้ายการตอบสนองตามปริมาณ ยิ่งแพทย์ได้รับอาหารฟรีมากขึ้น ก็มีแนวโน้มสั่งยาของบริษัทนั้นบ่อยขึ้น นักวิจัยระบุว่าแพทย์บางคนอาจมองว่าอาหารหนึ่งมื้อมีมูลค่าไม่มากพอที่จะเปลี่ยนแนวทางการรักษา แต่ข้อมูลจากหลายการศึกษากลับแสดงให้เห็นว่า การตลาดรูปแบบนี้สามารถส่งผลต่อการตัดสินใจได้
ศาสตราจารย์บาร์บารา มินต์เซส หัวหน้าทีมวิจัย อธิบายว่า แพทย์มักคิดว่าตนเองไม่สามารถถูกโน้มน้าวได้ด้วยแซนด์วิชหรืออาหารมื้อเล็ก ๆ อย่างไรก็ตาม การมอบอาหารและสิทธิประโยชน์เป็นกลยุทธ์การตลาดที่พบได้ทั่วไปในวงการยา และอาจสร้างความคุ้นเคย ความรู้สึกเป็นมิตร หรือความไว้วางใจต่อแบรนด์โดยไม่รู้ตัว
อาหารฟรีจากบริษัทยามีอิทธิพลต่อแพทย์จริงอย่างไร
ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่ที่ยาประเภทใดประเภทหนึ่ง งานวิจัยที่นำมาทบทวนพบแนวโน้มดังกล่าวในยาหลายกลุ่ม เช่น ยาแก้ปวดกลุ่มโอปิออยด์ ยาต้านเศร้า รวมถึงยารักษาความดันโลหิตสูงและยาลดคอเลสเตอรอล เมื่อแพทย์ได้รับอาหารหรือผลประโยชน์จากผู้ผลิตรายหนึ่ง จำนวนการสั่งยาของผู้ผลิตรายนั้นมักเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
สิ่งที่น่ากังวลคือ ยาที่ถูกสั่งอาจไม่ใช่ทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ป่วยเสมอไป ยาบางชนิดอาจมีราคาแพงกว่า มีประโยชน์น้อยกว่า หรือทำให้เกิดผลข้างเคียงมากกว่ายาทางเลือก นอกจากนี้ ผู้ป่วยบางรายอาจได้รับยาที่ไม่จำเป็นต่อบริบททางคลินิก เพียงเพราะอิทธิพลจากการส่งเสริมการขายสะสมทีละเล็กทีละน้อย
ผลกระทบต่อผู้ป่วยและค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ
การเลือกใช้ยาไม่เหมาะสมไม่ได้กระทบเฉพาะค่าใช้จ่ายของผู้ป่วยเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยและผลลัพธ์ของการรักษา หากผู้ป่วยได้รับยาที่มีผลข้างเคียงมากเกินความจำเป็น ก็อาจต้องเข้ารับการตรวจเพิ่มเติม เปลี่ยนยา หรือรักษาอาการแทรกซ้อนในภายหลัง ระบบสาธารณสุขเองก็ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากการใช้ยาราคาแพงโดยไม่มีเหตุผลทางการแพทย์ที่เพียงพอ
นักวิจัย ลิซา เบโร ระบุว่า เรื่องนี้สำคัญเพราะเกี่ยวข้องโดยตรงกับการดูแลผู้ป่วย แพทย์ควรพิจารณาหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ความเหมาะสมกับอาการ และความคุ้มค่าของยาเป็นหลัก ไม่ใช่ความสัมพันธ์กับผู้แทนบริษัทยาหรือสิ่งตอบแทนที่ได้รับก่อนหน้านั้น
งานวิจัยนี้มีข้อจำกัดอะไรบ้าง
แม้การทบทวนครั้งนี้จะรวบรวมข้อมูลจากงานวิจัยจำนวนมาก แต่ทีมวิจัยยอมรับว่ายังไม่สามารถสรุปผลในระดับการวิเคราะห์อภิมานที่มีความแข็งแกร่งทางสถิติสูงสุดได้ เนื่องจากการศึกษาทั้ง 93 เรื่องมีรูปแบบ กลุ่มตัวอย่าง และวิธีวัดผลแตกต่างกัน งานวิจัยบางเรื่องเน้นการจ่ายเงินหรือของขวัญ บางเรื่องศึกษาอาหารฟรี กิจกรรมทางการศึกษา การโฆษณา หรือการแจกตัวอย่างยา
นอกจากนี้ ประมาณ 88 เปอร์เซ็นต์ของการศึกษามุ่งเน้นแพทย์ในสหรัฐอเมริกา ส่วนหนึ่งเป็นเพราะกฎหมาย Physician Payments Sunshine Act ปี 2010 กำหนดให้บริษัทเภสัชกรรมเปิดเผยรายละเอียดการจ่ายเงินและผลประโยชน์ที่มอบให้แพทย์ ข้อมูลเหล่านี้ถูกจัดเก็บในฐานข้อมูลสาธารณะที่ประชาชนสามารถค้นหาได้ จึงทำให้นักวิจัยเข้าถึงข้อมูลได้มากกว่าประเทศอื่น
นโยบายป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อนช่วยได้
ข่าวดีจากการทบทวนคือ นโยบายป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อนอาจช่วยลดปัญหานี้ได้ งานวิจัยสองเรื่องที่ศึกษาผู้สั่งยาจำนวน 3,065 คนพบว่า สถาบันที่มีมาตรการชัดเจนสามารถทำให้การสั่งยามีความเหมาะสมมากขึ้น แม้ยังไม่มีข้อสรุปแน่ชัดว่านโยบายเหล่านี้ช่วยลดค่าใช้จ่ายได้โดยตรงหรือไม่
- โรงพยาบาลควรกำหนดกติกาเกี่ยวกับอาหาร ของขวัญ และการสนับสนุนจากบริษัทยาอย่างโปร่งใส
- แพทย์ควรเปิดเผยความสัมพันธ์ทางการเงินหรือผลประโยชน์ที่อาจทำให้เกิดข้อสงสัย
- ผู้ป่วยควรถามถึงเหตุผลในการเลือกยา ทางเลือกอื่น และความแตกต่างด้านราคา
- หน่วยงานกำกับดูแลควรพัฒนาฐานข้อมูลการจ่ายผลประโยชน์ที่ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย
โดยสรุป อาหารฟรีจากบริษัทยามีอิทธิพลต่อแพทย์จริง และเรื่องนี้ไม่ควรถูกมองว่าเป็นเพียงมื้ออาหารธรรมดา เพราะอาจเชื่อมโยงกับการสั่งยา ราคา และความปลอดภัยของผู้ป่วย การสร้างระบบที่โปร่งใสจะช่วยให้การตัดสินใจรักษายึดหลักประโยชน์ของผู้ป่วยมากกว่าการตลาด หากคุณกำลังรับการรักษา อย่าลังเลที่จะสอบถามแพทย์ถึงเหตุผล ทางเลือก และค่าใช้จ่ายของยาทุกครั้ง เพราะคำถามของคุณคือส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพที่ดี
ที่มา – Free Meals and Other Perks From Big Pharma Really Do Sway Doctors, Review Finds
