อังคณา-สุณัย ร้อง ผบ.ตร. คุ้มครองชีวิต หลังถูกขู่ฆ่า-โจมตี
สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้มีข่าวที่น่าสนใจและน่าติดตามมากๆ เกี่ยวกับประเด็นสิทธิมนุษยชนและความปลอดภัยของผู้ที่ออกมาแสดงความคิดเห็นในสังคมครับ เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับคุณอังคณา นีละไพจิตร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) และอดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) และคุณสุณัย ผาสุข นักวิจัยอาวุโสจากองค์การฮิวแมนไรตส์วอทช์ (Human Rights Watch) ที่ได้ยื่นคำร้องต่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เพื่อขอความคุ้มครองชีวิต หลังถูกขู่ฆ่าและโจมตีอย่างหนักจากการวิพากษ์วิจารณ์ประเด็นชายแดน
เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อคุณอังคณาและคุณสุณัยใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต เรียกร้องให้รัฐเคารพและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน กรณีที่มีอินฟลูเอนเซอร์ใช้เครื่องเสียงส่งเสียงรบกวนชาวบ้านในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา การกระทำนี้กลับนำมาซึ่งการถูกคุกคามและข่มขู่เอาชีวิต ทั้งทางออนไลน์และอาจลามไปถึงชีวิตจริง
ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ?
เรื่องนี้ไม่ได้เป็นแค่เรื่องส่วนตัวของคุณอังคณาและคุณสุณัยเท่านั้น แต่มันสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาใหญ่ในสังคมไทย นั่นคือการที่นักปกป้องสิทธิมนุษยชนต้องเผชิญกับความเสี่ยงและความไม่ปลอดภัยในการทำงาน การแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์เพื่อสังคมกลับกลายเป็นการเปิดช่องให้ถูกคุกคามและข่มขู่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้น
หนังสือร้องเรียนที่ยื่นต่อ ผบ.ตร. ระบุชัดเจนถึงความจำเป็นในการคุ้มครองนักปกป้องสิทธิและครอบครัวจากการคุกคามและข่มขู่เอาชีวิต โดยอ้างอิงถึงรัฐธรรมนูญและพันธกรณีระหว่างประเทศต่างๆ ที่ประเทศไทยมีส่วนร่วม เช่น ICCPR และ UN Declaration on Human Rights Defenders
อังคณา-สุณัย ร้อง ผบ.ตร. คุ้มครองชีวิต
ถึงแม้จะมีการสั่งการให้เจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยแล้ว แต่ทั้งสองท่านก็ยังคงถูกข่มขู่และคุกคามออนไลน์อย่างต่อเนื่อง ด้วยถ้อยคำที่สร้างความเกลียดชัง บิดเบือน และลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ซึ่งเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายหลายมาตรา ทั้งประมวลกฎหมายอาญาและ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ
สิ่งที่ต้องจับตาดูต่อไป
ทางคุณอังคณาและคุณสุณัยได้ขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเร่งดำเนินการตรวจสอบและสืบสวนข้อเท็จจริง ระบุตัวผู้กระทำผิด และดำเนินคดีอย่างโปร่งใส เป็นธรรม นอกจากนี้ยังขอให้จัดมาตรการคุ้มครองความปลอดภัยเชิงป้องกันสำหรับคุณอังคณา ครอบครัว และผู้เกี่ยวข้องกับงานสิทธิมนุษยชน โดยให้มีการหารือร่วมกันเพื่อกำหนดรายละเอียดมาตรการที่เหมาะสม
ผลกระทบต่อสังคม
เหตุการณ์นี้ไม่ได้ส่งผลกระทบแค่ต่อตัวผู้ร้องและครอบครัวเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อบรรยากาศในการทำงานของนักปกป้องสิทธิมนุษยชนทั้งในระดับชุมชนและประเทศ ทำให้เกิดความหวาดกลัวและไม่กล้าออกมาแสดงความคิดเห็น ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาสังคมที่เปิดกว้างและเคารพสิทธิมนุษยชน
ปรานม สมวงศ์ จาก Protection International Thailand กล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกับคุณอังคณาและคุณสุณัย ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่คือภาพสะท้อนความล้มเหลวของรัฐในการปกป้องผู้ที่ยืนหยัดเพื่อสิทธิมนุษยชน ความจริง และความยุติธรรม รัฐและเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเร่งคุ้มครอง และยุติการคุกคามนักปกป้องสิทธิมนุษยชน เพราะเมื่อผู้ปกป้องสิทธิฯ ไม่ปลอดภัย ความยุติธรรมของทั้งสังคมก็จะไม่อาจเกิดขึ้นได้
โดยสรุปแล้ว เรื่องนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่า การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และการปกป้องนักปกป้องสิทธิมนุษยชน เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อการสร้างสังคมที่ยุติธรรมและเคารพซึ่งกันและกัน เราทุกคนมีหน้าที่ที่จะต้องร่วมกันส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดบรรยากาศที่ปลอดภัยและเอื้อต่อการแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ เพื่อให้สังคมไทยเป็นสังคมที่น่าอยู่สำหรับทุกคน
แล้วเราจะทำอะไรได้บ้าง?
- ติดตามข่าวสาร: รับรู้และเข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
- สนับสนุน: แสดงความเห็นอกเห็นใจและให้กำลังใจผู้ที่ถูกคุกคาม
- รณรงค์: ร่วมกันเรียกร้องให้มีการคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชนอย่างจริงจัง
เรื่องนี้เป็นอีกหนึ่งบทเรียนสำคัญที่ทำให้เราต้องหันกลับมามองและทบทวนว่า เราจะสร้างสังคมที่ปลอดภัยและเคารพสิทธิซึ่งกันและกันได้อย่างไร เพราะท้ายที่สุดแล้ว สังคมที่เข้มแข็งคือสังคมที่ทุกคนมีสิทธิที่จะแสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระและปลอดภัย
อย่าลืมว่าการปกป้องสิทธิมนุษยชนเป็นหน้าที่ของทุกคนในสังคม มาร่วมกันสร้างสังคมที่ยุติธรรมและปลอดภัยสำหรับทุกคนกันนะครับ
ที่มา – ‘อังคณา-สุณัย’ ร้อง ผบ.ตร. คุ้มครองชีวิต หลังถูกขู่ฆ่า-โจมตีหนักเหตุวิจารณ์ปมชายแดน