ออสติน อับรามส์ได้แรงบันดาลใจจาก Shaun of the Dead

ภาพยนตร์สยองขวัญที่ดีไม่ได้มีเพียงฉากต่อสู้สุดระทึกหรือสัตว์ประหลาดที่น่ากลัวเท่านั้น แต่ยังต้องทำให้ผู้ชมรู้สึกเชื่อมโยงกับตัวละครได้ด้วย นี่คือแนวคิดสำคัญที่ทำให้การแสดงของออสติน อับรามส์ในภาพยนตร์ Resident Evil มีความน่าสนใจเป็นพิเศษ เขาไม่ได้พยายามทำให้ไบรอันดูเป็นฮีโร่นักบู๊ที่เก่งกาจหรือเท่ตลอดเวลา แต่เลือกถ่ายทอดชายธรรมดาที่ต้องเผชิญกับเหตุการณ์เหนือความเข้าใจท่ามกลางความโกลาหลของเหล่าซอมบี้

แนวทางดังกล่าวทำให้ผู้ชมได้เห็นปฏิกิริยาที่เป็นธรรมชาติ ทั้งความตกใจ ความสับสน ความกลัว และเสียงกรีดร้องที่ดูไม่ผ่านการปรุงแต่งมากเกินไป ออสติน อับรามส์อธิบายว่า เขาต้องการให้ตัวละครเป็นขั้วตรงข้ามของพระเอกแอ็กชันสุดเท่ เพราะรู้สึกว่าการตอบสนองแบบคนธรรมดานั้นน่าสนใจและสร้างความบันเทิงได้มากกว่า

ออสติน อับรามส์ได้แรงบันดาลใจจาก Shaun of the Dead

ในการให้สัมภาษณ์กับ The Hollywood Reporter ออสติน อับรามส์พูดถึงเสียงกรีดร้องของไบรอัน ซึ่งเกิดขึ้นเป็นระยะระหว่างที่ตัวละครต้องรับมือกับความวุ่นวายจากซอมบี้ เขาเปิดเผยว่าแรงบันดาลใจส่วนหนึ่งมาจากภาพยนตร์เรื่อง Shaun of the Dead ผลงานสยองขวัญปนตลกที่ขึ้นชื่อเรื่องการนำเสนอคนธรรมดาซึ่งต้องเข้าไปอยู่ในสถานการณ์สุดอันตราย

เสน่ห์ของ Shaun of the Dead อยู่ที่ตัวละครไม่ได้มีความพร้อมสำหรับการต่อสู้กับฝูงซอมบี้ตั้งแต่แรก พวกเขายังมีความลังเล ทำอะไรผิดพลาด และพยายามทำความเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นแบบคนทั่วไป ออสตินมองว่าองค์ประกอบนี้ช่วยทำให้ผู้ชมรู้สึกสนุก เพราะทุกปฏิกิริยาดูเป็นสิ่งที่อาจเกิดขึ้นจริง หากคนธรรมดาต้องเจอกับเหตุการณ์ที่ไม่เคยพบมาก่อน

ออสติน อับรามส์เลือกความเป็นมนุษย์มากกว่าความเท่

ไบรอันจึงไม่ได้ถูกวางให้เป็นตัวละครที่รู้ทุกอย่างหรือสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ตลอดเวลา ตรงกันข้าม เขาเป็นคนที่ต้องพยายามเอาตัวรอดไปพร้อมกับตั้งคำถามว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ การแสดงลักษณะนี้ช่วยเพิ่มมิติให้กับเรื่อง เพราะผู้ชมสามารถมองเห็นความกลัวของตัวเองผ่านสายตาของไบรอันได้

ออสตินกล่าวว่า เขามักคิดระหว่างการแสดงว่า หากชายคนนี้ต้องเจอเหตุการณ์แบบนี้จริง ๆ เขาจะมีปฏิกิริยาอย่างไร คำถามดังกล่าวทำให้การแสดงมีพื้นฐานจากความสมจริงมากกว่าการแสดงท่าทางเกินจริง ตัวละครจึงอาจร้องเสียงดัง ตื่นตระหนก หรือไม่รู้ว่าจะต้องวิ่งไปทางไหน ซึ่งเป็นการตอบสนองที่หลายคนอาจมีเหมือนกัน

  • ไบรอันไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการต่อสู้กับซอมบี้
  • เขาต้องเรียนรู้สถานการณ์ไปพร้อมกับผู้ชม
  • ความสับสนช่วยให้บรรยากาศของเรื่องดูใกล้ตัวมากขึ้น
  • เสียงกรีดร้องกลายเป็นส่วนหนึ่งของเสน่ห์และอารมณ์ขันในเรื่อง
  • ความไม่สมบูรณ์แบบทำให้ตัวละครมีความน่าเชื่อถือ

การมองโลกผ่านตัวละครที่ไม่รู้จัก Resident Evil

ผู้ชมจำนวนมากอาจคุ้นเคยกับจักรวาล Resident Evil จากเกมและภาพยนตร์ภาคก่อน ๆ พวกเขาอาจรู้จักภัยคุกคาม รูปแบบของสัตว์ประหลาด และสัญญาณเตือนบางอย่างอยู่แล้ว แต่ไบรอันไม่มีข้อมูลเหล่านั้น เขาจึงต้องเผชิญกับทุกสิ่งโดยไม่รู้ว่าควรคาดหวังอะไร ความแตกต่างนี้เปิดโอกาสให้ภาพยนตร์เล่าเรื่องผ่านมุมมองของคนที่ไม่รู้อะไรเลย

หนึ่งในฉากที่ออสตินพูดถึงคือเหตุการณ์เกี่ยวกับสุนัขในช่วงต้นเรื่อง เขาตั้งคำถามว่าคนธรรมดาจะประมวลผลภาพที่เห็นอย่างไร หากไม่รู้มาก่อนว่าสิ่งมีชีวิตดังกล่าวเกี่ยวข้องกับโลกของ Resident Evil เขาเคยจินตนาการด้วยซ้ำว่าไบรอันอาจคิดว่าสิ่งนั้นเป็นมนุษย์ต่างดาว แม้แนวคิดนี้อาจทำให้ผู้ชมที่รู้จักเกมอยู่แล้วสับสน แต่การลองสำรวจความเป็นไปได้เหล่านี้ก็ช่วยให้นักแสดงเข้าใจจิตใจของตัวละครมากขึ้น

ความคิดเรื่องมนุษย์ต่างดาวสะท้อนให้เห็นว่าไบรอันพยายามหาคำอธิบายที่สมเหตุสมผลที่สุดให้กับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า เขาไม่ได้มีข้อมูลลับหรือความรู้พิเศษมาช่วยตัดสินใจ ทุกอย่างจึงกลายเป็นกระบวนการเดาและเอาตัวรอด การวางตัวละครแบบนี้ทำให้ผู้ชมที่ไม่เคยเล่นเกมสามารถเข้าถึงเรื่องราวได้ง่าย ขณะเดียวกันแฟนเกมก็อาจสนุกกับการเห็นโลกอันคุ้นเคยผ่านสายตาของคนนอก

ทำไมปฏิกิริยาธรรมดาจึงทำให้หนังน่าติดตาม

ในภาพยนตร์แอ็กชันหลายเรื่อง ตัวละครหลักมักตอบโต้เหตุการณ์อันตรายได้อย่างรวดเร็ว พวกเขารู้วิธีใช้อาวุธ มีแผนสำรอง และมักสามารถรักษาความสุขุมได้แม้กำลังถูกไล่ล่า แต่แนวทางของ Resident Evil ในส่วนของไบรอันเลือกเดินไปอีกทาง เมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิด เขาอาจหยุดชะงัก ร้องออกมา หรือหันไปขอความช่วยเหลือแทนที่จะพุ่งเข้าใส่ศัตรูทันที

การตอบสนองเช่นนี้ไม่ได้หมายความว่าตัวละครอ่อนแอ แต่แสดงให้เห็นว่าเขายังมีความเป็นมนุษย์อยู่ครบถ้วน ผู้ชมจึงมีโอกาสเอาใจช่วยมากขึ้น เพราะการเอาชีวิตรอดของเขาดูเหมือนเป็นเรื่องยากจริง ๆ ทุกครั้งที่ไบรอันผ่านอุปสรรคไปได้ ชัยชนะนั้นจึงมีความหมายมากกว่าการที่ฮีโร่เก่งอยู่แล้วสามารถกำจัดศัตรูได้อย่างง่ายดาย

นอกจากนี้ การผสมผสานระหว่างความสยองขวัญกับอารมณ์ขันยังช่วยลดความหนักหน่วงของเรื่องโดยไม่ทำลายบรรยากาศ ความกังวลของไบรอันอาจทำให้ผู้ชมหัวเราะในจังหวะที่ไม่คาดคิด แต่ในเวลาเดียวกันก็เตือนให้เห็นว่าเขาไม่ใช่คนที่เตรียมพร้อมสำหรับฝันร้ายนี้เลย แนวคิดนี้ทำให้ภาพยนตร์มีบุคลิกที่แตกต่าง และช่วยให้ตัวละครจดจำได้ง่าย

มุมมองต่อบทบาทของไบรอันใน Resident Evil

จากคำอธิบายของออสติน บทบาทของไบรอันน่าจะทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างผู้ชมกับโลกของภาพยนตร์ เขาไม่รู้เรื่องราวทั้งหมด จึงสามารถตั้งคำถามแทนผู้ชมที่เพิ่งเข้ามาทำความรู้จักจักรวาลนี้ ขณะเดียวกันคำถามของเขายังทำให้แฟนเดิมได้มองเหตุการณ์บางอย่างในมุมใหม่

การสร้างตัวละครที่ไม่รู้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นอาจดูเป็นวิธีที่เรียบง่าย แต่ต้องอาศัยการแสดงที่ละเอียดอ่อน นักแสดงต้องทำให้ความกลัวดูจริงโดยไม่กลายเป็นการแสดงเกินพอดี ต้องสร้างเสียงหัวเราะโดยไม่ทำให้ความอันตรายหายไป และต้องทำให้ผู้ชมเชื่อว่าตัวละครกำลังพยายามเอาตัวรอดอย่างเต็มที่ ออสตินจึงเลือกใช้ความเป็นธรรมชาติเป็นหัวใจหลักของการแสดง

โดยรวมแล้ว ออสติน อับรามส์ได้แรงบันดาลใจจาก Shaun of the Dead เพื่อทำให้ไบรอันแตกต่างจากฮีโร่แอ็กชันทั่วไป เขาเลือกถ่ายทอดตัวละครที่หวาดกลัว สับสน และมีปฏิกิริยาแบบคนจริง ๆ มากกว่าจะพยายามทำให้ดูเท่ตลอดเวลา แนวทางนี้อาจเป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่ทำให้ Resident Evil มีรสชาติใหม่ และช่วยให้ผู้ชมรู้สึกผูกพันกับเรื่องราวมากขึ้น

สำหรับผู้ชมที่ชื่นชอบหนังสยองขวัญซึ่งมีทั้งความตื่นเต้นและอารมณ์ขัน การแสดงของออสตินถือเป็นสิ่งที่น่าจับตา เพราะบางครั้งตัวละครที่น่าจดจำที่สุดไม่ใช่คนที่เก่งที่สุด แต่คือคนที่แสดงความกลัวออกมาได้เหมือนเรา หากคุณกำลังมองหาหนังที่นำเสนอโลกซอมบี้ผ่านสายตาของคนธรรมดา Resident Evil อาจเป็นผลงานที่ควรเพิ่มไว้ในรายการรับชม และเสียงกรีดร้องของไบรอันอาจทำให้คุณหัวเราะพร้อมกับลุ้นไปตลอดทาง

ที่มา – ‘Resident Evil’ Star Austin Abrams Looked to ‘Shaun of the Dead’ for Inspiration

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *