‘อนุชา’ ประกาศรื้อระบบปราบคอร์รัปชัน กทม. ชี้ 90% ของโครงการจัดซื้อจัดจ้างใช้วิธีเฉพาะเจาะจง พร้อมดันปฏิรูปใบอนุญาตก่อสร้างให้โปร่งใส
สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามาคุยเรื่องเมืองหลวงของเรากันหน่อย เชื่อว่าหลายคนที่ติดตามข่าวการเมืองท้องถิ่นคงได้เห็นความเคลื่อนไหวล่าสุดจากเวทีดีเบตผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. 2569 ที่ร้อนแรงไม่เบา โดยเฉพาะประเด็นที่คุณอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ ได้หยิบยกเรื่องที่ประชาชนให้ความสนใจมากที่สุดนั่นคือเรื่องความโปร่งใสครับ
‘อนุชา’ ประกาศรื้อระบบปราบคอร์รัปชัน กทม. ชี้ 90% ของโครงการจัดซื้อจัดจ้างใช้วิธีเฉพาะเจาะจง พร้อมดันปฏิรูปใบอนุญาตก่อสร้างให้โปร่งใส
ประเด็นที่น่าจับตามองอย่างมากคือการที่คุณอนุชาเปิดตัวเลขชวนสงสัยจากการตรวจสอบข้อมูลผ่านแพลตฟอร์มส่องรัฐ โดยระบุว่าในรอบ 2 ปีที่ผ่านมา โครงการจัดซื้อจัดจ้างของกรุงเทพมหานครกว่า 40,000 โครงการ มีมูลค่ามหาศาลรวมกว่า 50,000 ล้านบาทนั้น 90% เป็นการใช้วิธีเฉพาะเจาะจง ซึ่งเป็นช่องโหว่สำคัญที่อาจนำไปสู่ความไม่โปร่งใสได้ หากเราปล่อยให้เรื่องนี้ดำเนินต่อไปโดยไม่มีการตรวจสอบที่เข้มข้น ความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อหน่วยงานรัฐก็จะลดน้อยลงไปเรื่อยๆ ครับ
ปฏิรูปใบอนุญาตก่อสร้างให้เป็นเรื่องง่ายและใสสะอาด
นอกจากเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างแล้ว คุณอนุชายังชูประเด็นเรื่อง ‘อนุชา’ ประกาศรื้อระบบปราบคอร์รัปชัน กทม. ชี้ 90% ของโครงการจัดซื้อจัดจ้างใช้วิธีเฉพาะเจาะจง พร้อมดันปฏิรูปใบอนุญาตก่อสร้างให้โปร่งใส ในส่วนของการขอใบอนุญาตก่อสร้าง ซึ่งเป็นปัญหาที่สะสมมานาน สิ่งที่น่ายินดีคือเขามีมาสเตอร์แพลนที่ร่วมมือกับสถาบันวิจัยอย่าง TDRI และองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน เพื่อนำเทคโนโลยีและระเบียบที่ตรวจสอบได้มาใช้เปลี่ยนกระบวนการทำงานแบบเดิมๆ
ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ? ลองจินตนาการดูนะครับว่า หากขั้นตอนการขอใบอนุญาตมีความชัดเจน ทุกอย่างทำผ่านระบบดิจิทัลที่ใครก็ตรวจสอบได้ การเรียกรับผลประโยชน์หรือการทุจริตจะทำได้ยากขึ้น นี่คือหัวใจสำคัญของการพัฒนาเมืองให้เป็น Smart City ที่ไม่ใช่แค่เรื่องเทคโนโลยี แต่คือวิถีแห่งความซื่อสัตย์
- ตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างผ่านระบบเปิด
- ลดขั้นตอนเฉพาะเจาะจง เปลี่ยนเป็นการประมูลที่โปร่งใส
- ใช้ระบบมาสเตอร์แพลนร่วมกับภาคประชาสังคม
- ปฏิรูปใบอนุญาตก่อสร้างให้ตรวจสอบได้ 100%
ในมุมมองของผม การที่ผู้สมัครออกมากล้าชนกับปัญหาโครงสร้างเป็นสัญญาณที่ดีครับ สำหรับเพื่อนๆ ที่ติดตามข่าวนี้ ผมมองว่าเราควรเกาะติดว่าใครจะมีนโยบายที่ทำได้จริงและวัดผลได้ชัดเจน เพราะการที่คุณ ‘อนุชา’ ประกาศรื้อระบบปราบคอร์รัปชัน กทม. ชี้ 90% ของโครงการจัดซื้อจัดจ้างใช้วิธีเฉพาะเจาะจง พร้อมดันปฏิรูปใบอนุญาตก่อสร้างให้โปร่งใส นั้น หากทำได้จริง กรุงเทพฯ จะกลายเป็นเมืองที่มีระบบตรวจสอบที่ดีขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว และเป็นแบบอย่างให้เมืองอื่นๆ ในไทยปฏิบัติตามครับ
สุดท้ายแล้ว อำนาจการตัดสินใจอยู่ที่ประชาชนทุกคนครับ การเลือกผู้ว่าฯ รอบนี้ ไม่ใช่แค่เลือกคนที่เก่งงาน แต่ต้องเลือกคนที่กล้า “รื้อ” สิ่งที่ผุพังเพื่อสร้างสิ่งใหม่ที่ดีกว่าร่วมกันครับ
