อธิบดีสั่งเด้ง! ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เอื้อ ‘จีนเทา’ จริงหรือ?
วงการสีกากีสะเทือน! ข่าวใหญ่สะพัดวงการยุติธรรม เมื่ออธิบดีกรมราชทัณฑ์สั่งย้ายด่วน ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ พร้อมเจ้าหน้าที่อีก 20 ราย เซ่นปมฉาวเอื้อประโยชน์กลุ่ม ‘จีนเทา’ งานนี้มีเงื้อง่าราคาแพง เพราะเรื่องราวการค้นเจอสิ่งของต้องห้ามในเรือนจำ ไม่ใช่แค่เรื่องเล็กๆ แต่มันสั่นคลอนความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมของประเทศเลยทีเดียว
เรื่องราวเริ่มต้นจากการเข้าตรวจค้นเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครแบบสายฟ้าแลบ เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา ผลการตรวจค้นทำเอาหลายคนอึ้ง เพราะพบพิรุธหลายอย่างที่ส่อเค้าถึงการทุจริต โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเด็นการเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มผู้ต้องขัง ‘จีนเทา’ ที่กำลังเป็นข่าวครึกโครมอยู่ในขณะนี้
เท่านั้นยังไม่พอ ยังมีการตรวจพบสิ่งของต้องห้าม และสิ่งของที่ไม่ได้รับอนุญาตให้มีไว้ในเรือนจำ ซึ่งถือเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 มาตรา 72 และมาตรา 73 อย่างชัดเจน งานนี้ พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมราชทัณฑ์ จึงไม่อาจนิ่งเฉยได้
ย้ายด่วน! เซ่นปมเอื้อ ‘จีนเทา’ ในเรือนจำ
เพื่อเป็นการแสดงความโปร่งใส และป้องกันการยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน พ.ต.ท.ประวุธ จึงลงนามในคำสั่งกรมราชทัณฑ์ที่ 1510/2568 ลงวันที่ 17 พฤศจิกายน 2568 สั่งย้ายเจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร จำนวน 20 ราย ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์อื้อฉาวนี้ ออกจากพื้นที่ทันที เพื่อรอผลการสอบสวน
รายชื่อเจ้าหน้าที่ที่ถูกสั่งย้าย มีดังนี้:
- มานพ ชมชื่น ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร (ตำแหน่งใหญ่สุดไปก่อนเลย!)
- กลุ่มผู้บริหารระดับสูงและหัวหน้าแดน:
- ผอ.ส่วนควบคุมผู้ต้องขัง: ย้ายไป เรือนจำจังหวัดตราด
- ผอ.ส่วนสวัสดิการผู้ต้องขัง: ย้ายไป เรือนจำอำเภอกบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี
- ผอ.ส่วนยุทธศาสตร์: ย้ายไป เรือนจำจังหวัดชัยนาท
- ผบ.แดน 8: ย้ายไป เรือนจำกลางนครปฐม
- ผบ.แดน 6: ย้ายไป เรือนจำกลางชลบุรี
- ผบ.แดน 4: ย้ายไป เรือนจำจังหวัดสระแก้ว
นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ที่เหลือเป็นทีมงานหน้าห้องคนสนิทของ ผบ.เรือนจำมานพ และเจ้าหน้าที่ผู้คุมที่ปฏิบัติหน้าที่ในแดน 2, 4, 6 และ 8 ซึ่งเป็นแดนคุมขังกลุ่มผู้ต้องขังคดีเอื้อ ‘จีนเทา’ โดยเฉพาะ งานนี้บอกเลยว่าไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่นอน
คำสั่งย้ายมีผลบังคับใช้ทันที จนกว่ากระบวนการสอบสวนข้อเท็จจริงจะเสร็จสิ้นและได้ข้อยุติ เพื่อความโปร่งใสและป้องกันการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม
ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ?
การที่ผู้บัญชาการเรือนจำถูกสั่งย้ายด่วนจากเหตุการณ์เอื้อ ‘จีนเทา’ นั้น ไม่ใช่แค่เรื่องของการทุจริตคอร์รัปชัน แต่มันเป็นการทำลายความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อกระบวนการยุติธรรม และระบบราชทัณฑ์ของประเทศอย่างร้ายแรง การที่เจ้าหน้าที่รัฐซึ่งมีหน้าที่รักษากฎหมาย กลับกลายเป็นผู้ที่ละเมิดกฎหมายเสียเอง ย่อมสร้างความรู้สึกผิดหวังและสิ้นหวังให้กับประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ยิ่งไปกว่านั้น ประเด็นเรื่อง ‘จีนเทา’ ที่กำลังเป็นที่จับตาของสังคมอยู่ในขณะนี้ ทำให้เรื่องนี้ยิ่งทวีความสำคัญและซับซ้อนมากยิ่งขึ้น เพราะมันอาจเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์และอำนาจมืดที่อยู่เบื้องหลัง ซึ่งอาจมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของเจ้าหน้าที่รัฐบางคน
งานนี้ต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิดว่า ผลการสอบสวนจะออกมาอย่างไร และจะมีการลงโทษผู้กระทำผิดอย่างจริงจังหรือไม่ เพราะนี่คือบทพิสูจน์สำคัญว่า กระบวนการยุติธรรมของไทยยังคงมีความศักดิ์สิทธิ์ และสามารถลงโทษผู้กระทำผิดได้อย่างเสมอภาค ไม่ว่าผู้นั้นจะมีอำนาจหรืออิทธิพลมากเพียงใด
เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ต่อให้คุณอยู่ในตำแหน่งสูงแค่ไหน มีอำนาจล้นฟ้าเพียงใด หากคิดจะกระทำการทุจริตคอร์รัปชัน สุดท้ายก็หนีไม่พ้นเงื้อมมือของกฎหมายไปได้
อนาคตของราชทัณฑ์ไทยจะเป็นอย่างไรต่อไป ต้องติดตามดูกันยาวๆ แต่ที่แน่ๆ เรื่องนี้เป็นสัญญาณเตือนให้เจ้าหน้าที่รัฐทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของจริยธรรมและคุณธรรมในการปฏิบัติหน้าที่ อย่าให้ผลประโยชน์ส่วนตัวมาบดบังความถูกต้อง และอย่าให้ความเชื่อมั่นของประชาชนต้องมลายหายไป