ส.ก. รุมจี้ฝ่ายบริหารสางปมน้ำท่วมกรุง-เยียวยาล่าช้า เสนอจัดงบซื้อเครื่องสูบน้ำประจำเขต ‘ชัชชาติ’ รับพื้นที่ตะวันออกยังเปราะบาง เร่งระบายน้ำเต็มกำลัง
สถานการณ์ น้ำท่วมกรุงเทพฯ เยียวยาล่าช้า กลายเป็นประเด็นสำคัญในการประชุมสภากรุงเทพมหานคร หลังสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร หรือ ส.ก. จากหลายพื้นที่ร่วมกันเสนอญัตติด้วยวาจา ขอให้ฝ่ายบริหารเร่งแก้ไขปัญหาน้ำท่วม การเดินทาง การดูแลผู้ประสบภัย และการจ่ายเงินเยียวยาให้ประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม
การประชุมจัดขึ้นเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ณ อาคารไอราวัตพัฒนา โดยมีนริสสร แสงแก้ว รองประธานสภากรุงเทพมหานคร คนที่สอง ทำหน้าที่ประธานการประชุม ขณะที่ ส.ก. จากหลายเขตได้สะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในระดับชุมชน โดยเฉพาะพื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ ซึ่งยังมีน้ำสะสมและต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
น้ำท่วมกรุงเทพฯ เยียวยาล่าช้า สะท้อนปัญหาหน้างานที่ต้องเร่งแก้
สุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา หรือ ดร.จอห์น ส.ก. เขตลาดกระบัง ระบุว่า พื้นที่ยังเผชิญปัญหาหลักหลายด้าน ได้แก่ น้ำท่วมขังที่เริ่มเน่าเสีย ขยะตกค้างตามซอยและชุมชน ความล่าช้าในการจ่ายเงินเยียวยา ความยากลำบากในการสัญจร และการขาดแคลนถุงยังชีพ โดยบางจุดการเดินทางมีความเสี่ยงจนมีรายงานผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับสภาพน้ำท่วม
สำหรับน้ำที่ท่วมขังเป็นเวลานาน ประชาชนต้องการให้หน่วยงานนำสาร EM หรือผลิตภัณฑ์บำบัดน้ำเสียเข้ามาช่วยลดกลิ่นและดูแลสุขอนามัย ขณะเดียวกัน ขยะจำนวนมากที่ถูกทิ้งค้างอยู่ในชุมชนก็เพิ่มความเสี่ยงต่อการอุดตันของท่อระบายน้ำและทำให้คุณภาพชีวิตของประชาชนแย่ลง
ปมเยียวยาบ้านไม่มีโฉนดและบ้านริมคลอง
อีกหนึ่งประเด็นที่ประชาชนตั้งคำถามมากที่สุดคือหลักเกณฑ์การเยียวยาสำหรับผู้ที่ไม่มีโฉนดที่ดิน หรืออาศัยอยู่ในบ้านริมคลอง สมชาย เวสารัชตระกูล ส.ก. เขตสายไหม กล่าวว่า ประชาชนจำนวนมากยังไม่เข้าใจว่าต้องใช้เอกสารใดและมีขั้นตอนอย่างไร จึงอาจทำให้การยื่นขอรับสิทธิ์ล่าช้า
หยกพรชัย อิสระเสรีพงษ์ ส.ก. เขตคลองสามวา เสนอให้เพิ่มมาตรการช่วยเหลือผู้ที่ต้องอยู่กับน้ำท่วมนานเกิน 14 วัน หรืออาจยืดเยื้อถึงหนึ่งเดือน ขณะที่ ณพวิทย์ วงศ์อารีย์ ส.ก. เขตหลักสี่ และปิยะวรรณ จระกา ส.ก. เขตสวนหลวง ขอให้กรุงเทพมหานครลดขั้นตอนการขอสำเนาเอกสารซ้ำซ้อน เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการช่วยเหลือได้เร็วขึ้น
ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชี้แจงว่า การลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐจำเป็นต้องตรวจสอบเลขทะเบียนบ้าน เพื่อป้องกันการรับสิทธิ์ซ้ำซ้อน อย่างไรก็ตาม ผู้ไม่มีโฉนดสามารถใช้หลักฐานประเภทอื่นประกอบการพิจารณาได้ โดยสำนักงานเขตจะตรวจสอบข้อมูลเป็นรายกรณี
กรุงเทพมหานครยังได้ระดมเจ้าหน้าที่จากเขตที่ไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเข้ามาช่วยตรวจสอบเอกสาร ส่วนศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าฯ กทม. ยืนยันว่าอยู่ระหว่างปรับปรุงระบบ เพื่อลดหรือยกเลิกการเรียกสำเนาเอกสารที่ไม่จำเป็น ถือเป็นแนวทางที่ช่วยให้การบริการภาครัฐคล่องตัวขึ้น
เสนอจัดงบซื้อเครื่องสูบน้ำประจำเขต
ด้านการบริหารจัดการน้ำ วิรัตน์ มีนชัยนันท์ ส.ก. เขตมีนบุรี เตือนให้ กทม. เตรียมรับมวลน้ำจากคลองหกวาสายล่าง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเขตดอนเมือง สายไหม คลองสามวา และหนองจอก พร้อมเสนอให้ชุมชนใช้เงินจากโครงการชุมชนเข้มแข็งจัดซื้อเครื่องสูบน้ำ เพื่อให้สามารถรับมือสถานการณ์เฉพาะหน้าได้ด้วยตัวเอง
สุทธิชัย วีรกุลสุนทร ส.ก. เขตจอมทอง และอดิสร ฤกษ์ลักษณี ส.ก. เขตดอนเมือง เสนอให้ กทม. จัดสรรงบประมาณซื้อเครื่องสูบน้ำและรถดูดเลนประจำสำนักงานเขต แนวคิดนี้มีความสำคัญ เพราะการรออุปกรณ์จากส่วนกลางอาจทำให้การแก้ปัญหาล่าช้า โดยเฉพาะในช่วงที่หลายพื้นที่ประสบภัยพร้อมกัน
มธุรส เบนท์ ส.ก. เขตสะพานสูง ยังเรียกร้องให้ กทม. ตรวจสอบโครงการหมู่บ้านขนาดใหญ่ที่อาจรุกล้ำลำรางสาธารณะ เพราะสิ่งกีดขวางเหล่านี้อาจลดประสิทธิภาพการระบายน้ำและทำให้บางพื้นที่กลายเป็นจุดเสี่ยงน้ำท่วมซ้ำซาก
ชัชชาติยอมรับพื้นที่ฝั่งตะวันออกยังเปราะบาง
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ขณะนี้พื้นที่ฝั่งตะวันออกมีปริมาณน้ำสะสมมากกว่า 350 ล้านลูกบาศก์เมตร แม้คลองสายหลักจะเริ่มระบายน้ำได้ดีขึ้น แต่คลองประเวศบุรีรมย์ยังระบายได้ช้า เนื่องจากต้องรับน้ำจากพื้นที่ปริมณฑลอย่างต่อเนื่อง
ผู้ว่าฯ กทม. ยอมรับว่า ในช่วงแรกยังมีข้อจำกัดด้านการประสานงาน โดยเฉพาะพื้นที่ลักษณะแอ่งกระทะ เช่น เคหะร่มเกล้าและคลองจั่น ปัจจุบันจึงจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์และแบ่งโซนรับผิดชอบอย่างเป็นระบบมากขึ้น อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ยังถือว่าเปราะบาง เพราะมีน้ำจากจังหวัดข้างเคียงไหลเข้ามาเพิ่มเติม และยังต้องเตรียมรับมือพายุลูกใหม่
ในส่วนของศูนย์พักพิง กันตพงศ์ ดีชัยยะ ส.ก. เขตตลิ่งชัน ตั้งข้อสังเกตว่าศูนย์พักพิงที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง หรือ สจล. มีผู้พักพิงมากกว่า 700 คน แต่ยังขาดการสนับสนุนจาก กทม. และมีความล่าช้าในการจ่ายยาให้ผู้ป่วย
นพ.เกรียงไกร ตั้งจิตรมณีศักดา ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ ชี้แจงว่า จำเป็นต้องใช้ สจล. เป็นศูนย์พักพิงหลัก เพราะโรงพยาบาลนคราภิบาลถูกน้ำท่วมจนไม่สามารถเดินทางเข้าออกได้ แม้ช่วงแรกจะมีปัญหาการประสานงาน แต่ปัจจุบันทีมแพทย์จากหลายหน่วยงานได้เข้าไปดูแลผู้พักพิง รวมถึงกลุ่มเปราะบางอย่างเต็มรูปแบบแล้ว
ภาพรวมของการประชุมสะท้อนว่า น้ำท่วมกรุงเทพฯ เยียวยาล่าช้า ไม่ใช่เพียงปัญหาด้านการระบายน้ำ แต่เกี่ยวข้องกับระบบเอกสาร งบประมาณ อุปกรณ์ฉุกเฉิน การสื่อสาร และการดูแลประชาชนในศูนย์พักพิงด้วย การมีเครื่องสูบน้ำและรถดูดเลนประจำเขตอาจช่วยลดเวลารอคอยได้มาก ขณะเดียวกัน ระบบเยียวยาควรออกแบบให้เข้าถึงคนที่มีรูปแบบการอยู่อาศัยหลากหลาย ไม่ใช่ยึดเฉพาะผู้ที่มีเอกสารสิทธิ์ครบถ้วน
ในมุมมองของประชาชน สิ่งที่ควรติดตามต่อจากนี้คือความเร็วในการจ่ายเงินเยียวยา แผนระบายน้ำในพื้นที่ฝั่งตะวันออก การจัดการขยะและน้ำเสีย รวมถึงความพร้อมของศูนย์พักพิง หากทุกหน่วยงานสามารถใช้ข้อมูลแบบเรียลไทม์และสื่อสารกับชุมชนได้อย่างต่อเนื่อง การรับมือวิกฤตน้ำท่วมในอนาคตจะมีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ประชาชนควรติดตามประกาศจากสำนักงานเขตและช่องทางทางการของ กทม. เตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้องกับที่อยู่อาศัย และแจ้งจุดเสี่ยงหรือปัญหาที่พบให้เจ้าหน้าที่ทราบโดยเร็ว เพราะข้อมูลจากคนในพื้นที่จะช่วยให้การแก้ไขปัญหาเกิดขึ้นตรงจุดและลดผลกระทบต่อชุมชนได้มากที่สุด
