สุรเชษฐ์ส่งทนายความฟ้อง รอง ผบช.ก. ฐานหมิ่นประมาทฯออกสื่อ ปมทำร้ายลูกน้อง ทนายยันไร้หลักฐาน ขณะศาลนัดไต่สวน 20 ก.ค.นี้

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อก! วันนี้เรามีดราม่าร้อนๆ ในวงการตำรวจมาอัพเดทกันอีกแล้วนะครับ สำหรับคนที่ชอบติดตามข่าวบันเทิงและดราม่า celeb ตำรวจชั้นนำเนี่ย ก็ไม่แพ้กันเลย โดยเฉพาะคดีที่ สุรเชษฐ์ส่งทนายความฟ้อง รอง ผบช.ก. ฐานหมิ่นประมาทฯออกสื่อ ปมทำร้ายลูกน้อง ทนายยันไร้หลักฐาน ขณะศาลนัดไต่สวน 20 ก.ค.นี้ ซึ่งเป็นข่าวใหญ่ที่หลายคนกำลังจับตา ผมในฐานะคนติดตามข่าวมานาน จะเล่าให้ฟังแบบละเอียดยิบ พร้อมวิเคราะห์ให้เข้าใจง่ายๆ กันเลย

สุรเชษฐ์ส่งทนายความฟ้อง รอง ผบช.ก. ฐานหมิ่นประมาทฯออกสื่อ ปมทำร้ายลูกน้อง ทนายยันไร้หลักฐาน ขณะศาลนัดไต่สวน 20 ก.ค.นี้

เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2569 ที่ศาลอาญา พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ “บิ๊กโจ๊ก” อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ส่งทนายความคู่ใจ สัญญาภัชระ สามารถ ไปยื่นฟ้อง พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328, 332 และ 91 นั่นเองครับ

ศาลรับคำร้องเป็นคดี อ 1025/2569 และนัดไต่สวนมูลฟ้องในวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.00 น. เรียกได้ว่าต้องรอไม่นานนัก แต่ดราม่านี้มันจุดพลุจากไหน? ทนายของบิ๊กโจ๊กเล่าว่า จำเลยให้สัมภาษณ์ผ่าน YouTube และรายการทีวีเมื่อ 20 และ 30 มกราคม 2569 โดยอ้างว่าพล.ต.อ. สุรเชษฐ์ “ตบลูกน้อง พ.ต.ท.” และทำให้ลูกน้องบางคนซึมเศร้า มีหลายคนด้วยซ้ำ! แต่ทนายยืนยันชัดๆ ว่า ไร้หลักฐาน จากรายงานแพทย์หรือเอกสารใดๆ

ประเด็นสำคัญที่ทนายโต้แย้ง

  • ไม่มีหลักฐานทางการแพทย์: ตรวจสอบแล้ว ไม่พบรายงานยืนยันว่าลูกน้องซึมเศร้าจากเหตุการณ์นี้
  • ลำดับเวลาไม่ตรง: เหตุอ้างเกิด 21 ก.พ. 2560 ตอนนั้นบิ๊กโจ๊กเป็น ผบก.สปพ. ส่วน พ.ต.ท. อยู่ สน.พญาไท สายงานต่างกันสุดๆ ไม่มีทางเจอกันได้
  • แจ้งความช้าเกิน: ปล่อยยาว 9 ปี แถมลูกน้องยังเลื่อนตำแหน่งได้ปกติ ทำงานร่วมกันต่อเนื่อง
  • ลูกน้อง 17 คน? ยังไม่มีใครแจ้งความจริงจัง ทนายบอกถ้ามีจริง บิ๊กโจ๊กพร้อมสู้ แต่ถ้าเท็จ จะฟ้องกลับทุกคน!

ฟังดูแล้วน่าสนใจใช่มั้ยครับ? ในมุมของผมที่ติดตามคดีกฎหมายมานาน การหมิ่นประมาทผ่านสื่อ โดยเฉพาะ YouTube ที่แพร่กระจายไวมากในยุค tech สมัยนี้ มันอันตรายสุดๆ เพราะแม้จะลบคลิปทีหลัง แต่ความเสียหายเกิดไปแล้ว ชื่อเสียงของนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่แบบบิ๊กโจ๊กที่เคยปราบปรามมาเฟียออนไลน์และข่าวดังๆ มากมาย โดนแบบนี้คงเจ็บปวดไม่น้อย

วิเคราะห์กฎหมายหมิ่นประมาทในยุคดิจิทัล

ตามมาตรา 326 ผู้ใดใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สามโดยมุ่งให้ผู้นั้นเสียชื่อเสียง โดนจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 แสน หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่ถ้าโฆษณาผ่านสื่ออย่างทีวีหรือ YouTube ตามมาตรา 328 โทษหนักขึ้น 2 เท่า! คดีนี้เน้นมาตรา 332 ที่เป็นหมิ่นประมาทเจ้าพนักงานด้วย ผมมองว่าศาลจะไต่สวนมูลฟ้องเพื่อดูว่ามีความผิดจริงหรือไม่ ถ้ามูลฟ้องชัด อาจเข้าสู่การพิจารณาคดีเต็มรูปแบบ

จากประสบการณ์ดูคดีคล้ายๆ กัน เช่น ดราม่าตำรวจกับ celeb ในข่าวบันเทิง บ่อยครั้งที่ปากเปล่าขาดหลักฐาน สุดท้ายผู้กล่าวหาแพ้ แถมโดนฟ้องกลับ อย่างกรณี fake news ในโซเชียลที่แพร่ผ่าน AI tech สมัยนี้ ยิ่งต้องระวัง เพราะแค่คลิกแชร์ก็ผิดกฎหมายได้

สำหรับเพื่อนๆ ที่ชอบข่าวแบบนี้ ผมแนะนำให้ติดตามการไต่สวนวันที่ 20 ก.ค. นี้เลยครับ เพราะอาจพลิกผันได้ทุกเมื่อ! ในมุมมองของผม คดีนี้สะท้อน trend ว่าตำรวจไทยต้องรักษาภาพลักษณ์ในยุคสื่อดิจิทัลให้ดี การมีหลักฐานชัดเจนคือกุญแจสำคัญ ถ้าคุณเจอข่าวลือๆ แบบนี้ อย่าเพิ่งเชื่อ ตรวจสอบก่อนแชร์นะครับ จะได้ไม่กลายเป็นจำเลยโดยไม่รู้ตัว

CTA: คิดเห็นยังไงกับคดีนี้? คอมเมนต์บอกผมได้เลย แล้วอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ที่ชื่นชอบดราม่าข่าวบันเทิงและ tech law กันด้วยนะ!

ที่มา – สุรเชษฐ์ส่งทนายความฟ้อง รอง ผบช.ก. ฐานหมิ่นประมาทฯออกสื่อ ปมทำร้ายลูกน้อง ทนายยันไร้หลักฐาน ขณะศาลนัดไต่สวน 20 ก.ค.นี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *