สรุปสถานการณ์น้ำประเทศ 1 ต.ค. ภาพรวมอ่างเก็บน้ำพุ่ง 80% เตือน 6 จังหวัด

สรุปสถานการณ์น้ำประเทศ 1 ต.ค. อ่างเก็บน้ำทั่วประเทศมีน้ำ 80%

สรุปสถานการณ์น้ำประเทศ 1 ต.ค. พบภาพรวมอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศมีปริมาณน้ำรวม 64,427 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 80% ของความจุเก็บกักทั้งหมด ขณะที่ปริมาณน้ำที่สามารถนำไปใช้การได้อยู่ที่ 40,304 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 71% ของปริมาณน้ำรวม ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าหลายพื้นที่มีน้ำสำรองค่อนข้างมาก แต่ประชาชนยังควรติดตามการระบายน้ำและประกาศเตือนอย่างใกล้ชิด เพราะฝนที่ตกเพิ่มในบางภูมิภาคอาจทำให้ระดับน้ำเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็ว

ข้อมูลฝนสูงสุดในช่วงเช้าวันนี้ระบุว่า ภาคเหนือมีฝนสูงสุดที่จังหวัดอุทัยธานี 48 มิลลิเมตร ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่จังหวัดร้อยเอ็ด 38 มิลลิเมตร ภาคกลางที่จังหวัดสุพรรณบุรี 52 มิลลิเมตร ภาคตะวันออกที่จังหวัดจันทบุรี 133 มิลลิเมตร ภาคตะวันตกที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 77 มิลลิเมตร และภาคใต้ที่จังหวัดชุมพร 154 มิลลิเมตร โดยภาคใต้และภาคตะวันออกมีฝนตกในระดับที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ

สภาพอากาศวันที่ 1 ตุลาคม และแนวโน้มฝนช่วงถัดไป

วันนี้ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังอ่อนพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ขณะเดียวกันยังมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมอ่าวไทย ส่งผลให้หลายจังหวัดยังมีโอกาสพบฝนเป็นระยะ โดยเฉพาะพื้นที่ใกล้ชายฝั่งและพื้นที่ที่มีเมฆฝนสะสม

ในช่วงวันที่ 2-3 ตุลาคม 2569 ภาคใต้มีแนวโน้มฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนประเทศไทยตอนบนอาจมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ จากอิทธิพลของมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่ปกคลุมภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ แม้มรสุมจะมีกำลังอ่อนลงก็ตาม ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือใกล้ทางน้ำควรวางแผนการเดินทาง ตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกจากบ้าน และเตรียมรับมือกับน้ำท่วมขังระยะสั้น

ปริมาณน้ำแยกตามภูมิภาค

เมื่อพิจารณาปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำแยกตามภูมิภาค ภาคตะวันตกมีน้ำมากที่สุดในสัดส่วน 94% หรือ 26,564 ล้านลูกบาศก์เมตร รองลงมาคือภาคตะวันออก 90% หรือ 2,858 ล้านลูกบาศก์เมตร ภาคกลาง 76% หรือ 1,430 ล้านลูกบาศก์เมตร ภาคเหนือ 73% หรือ 20,048 ล้านลูกบาศก์เมตร ภาคใต้ 70% หรือ 5,335 ล้านลูกบาศก์เมตร และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 68% หรือ 8,192 ล้านลูกบาศก์เมตร

ตัวเลขน้ำ 80% ไม่ได้หมายความว่าทุกพื้นที่มีความเสี่ยงเท่ากัน เพราะแต่ละภูมิภาคมีขนาดอ่างเก็บน้ำ สภาพภูมิประเทศ และปริมาณฝนแตกต่างกัน การบริหารจัดการน้ำจึงต้องดูทั้งปริมาณน้ำในอ่าง น้ำที่ไหลเข้า ระดับน้ำท้ายเขื่อน และความสามารถในการระบายน้ำของลำน้ำโดยรวม

สถานการณ์ลุ่มน้ำเจ้าพระยาและการระบายน้ำจากเขื่อน

สถานีตรวจวัด P.17 อำเภอบรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค์ มีระดับน้ำ 37.78 เมตรเทียบกับระดับน้ำทะเลปานกลาง ต่ำกว่าตลิ่ง 0.47 เมตร และมีแนวโน้มลดลง ส่วนสถานี N.67 อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ มีระดับน้ำ 26.41 เมตรเทียบกับระดับน้ำทะเลปานกลาง ต่ำกว่าตลิ่ง 1.80 เมตร แต่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

สำหรับสถานี C.2 อำเภอเมืองนครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,610 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำอยู่ที่ 24.10 เมตรเทียบกับระดับน้ำทะเลปานกลาง ต่ำกว่าตลิ่ง 1.60 เมตร ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำในอัตรา 2,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที มีระดับน้ำเหนือเขื่อน 17.79 เมตร และระดับน้ำท้ายเขื่อน 15.46 เมตร

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สทนช. แจ้งเตือนให้เฝ้าระวังผลกระทบจากการปรับเพิ่มปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาในอัตราไม่เกิน 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที การปรับระบายดังกล่าวอาจทำให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันประมาณ 0.20-0.60 เมตร แม้ยังไม่ใช่สถานการณ์ที่หมายความว่าทุกพื้นที่จะเกิดน้ำท่วม แต่ผู้ที่อยู่ริมแม่น้ำและพื้นที่ลุ่มต่ำควรติดตามประกาศจากหน่วยงานท้องถิ่น

6 จังหวัดท้ายเขื่อนเจ้าพระยาที่ควรเฝ้าระวัง

พื้นที่เสี่ยงที่ สทนช. ขอให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดครอบคลุม 6 จังหวัด ได้แก่

  • ชัยนาท: อำเภอสรรพยา
  • สิงห์บุรี: อำเภอพรหมบุรี เมืองสิงห์บุรี และอินทร์บุรี
  • อ่างทอง: อำเภอเมืองอ่างทอง วิเศษชัยชาญ ไชโย และป่าโมก
  • พระนครศรีอยุธยา: อำเภอบางซ้าย เสนา ผักไห่ บางบาล พระนครศรีอยุธยา บางปะอิน บางไทร และลาดบัวหลวง
  • ปทุมธานี: อำเภอสามโคก และเมืองปทุมธานี
  • นนทบุรี: อำเภอเมืองนนทบุรี บางกรวย และปากเกร็ด

สำหรับประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว ควรยกสิ่งของและเครื่องใช้ไฟฟ้าขึ้นที่สูง ตรวจสอบเส้นทางเข้าออกบ้าน เตรียมเอกสารสำคัญใส่ถุงกันน้ำ และติดตามข้อมูลจากหน่วยงานราชการเป็นระยะ หากอาศัยอยู่ติดแม่น้ำหรือมีพื้นที่ทำการเกษตรริมตลิ่ง ควรเตรียมแผนขนย้ายสิ่งของและสัตว์เลี้ยงล่วงหน้า เพื่อลดความเสียหายหากระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

สรุปสถานการณ์น้ำประเทศ 1 ต.ค. ภาพรวมยังมีน้ำในอ่างเก็บน้ำอยู่ในระดับสูง ขณะเดียวกันความเสี่ยงสำคัญอยู่ที่ฝนตกหนักบางพื้นที่และการเพิ่มการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา มุมมองที่ควรจับตาต่อจากนี้คือการเปลี่ยนแปลงของฝนและระดับน้ำแบบรายวัน เพราะข้อมูลเรียลไทม์จะช่วยให้ชุมชนวางแผนรับมือได้แม่นยำกว่าการดูตัวเลขภาพรวมเพียงอย่างเดียว ประชาชนใน 6 จังหวัดควรเปิดรับการแจ้งเตือนและเตรียมพร้อมตั้งแต่วันนี้

ที่มา – สรุปสถานการณ์น้ำประเทศ 1 ต.ค. ภาพรวมอ่างเก็บน้ำพุ่ง 80% สทนช. เตือน 6 จังหวัดท้ายเขื่อนเจ้าพระยาเฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่ม 60 ซม.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *