ศาลอาญายกฟ้อง ‘เจ๋ง ดอกจิก’ คดีกรรโชกทรัพย์
ศาลอาญามีคำพิพากษาที่ได้รับความสนใจจากสังคม กรณี ศาลอาญายกฟ้อง ‘เจ๋ง ดอกจิก’ คดีกรรโชกทรัพย์ หลังพิจารณาแล้วเห็นว่าพยานหลักฐานของฝ่ายโจทก์ยังมีข้อพิรุธและไม่เพียงพอที่จะยืนยันความผิดได้อย่างปราศจากข้อสงสัย ขณะเดียวกัน ศาลมีคำพิพากษาลงโทษ เอกลักษณ์ วารีชล หรือ ‘เอก ปากน้ำ’ จำคุก 1 ปี 4 เดือน พร้อมให้ชดใช้เงินแก่โจทก์ร่วม
คดีนี้ถูกจับตามองอย่างมาก เพราะเกี่ยวข้องกับบุคคลที่เคยมีบทบาทในแวดวงการเมืองและข่าวสังคม อีกทั้งยังมีประเด็นเรื่องการข่มขู่เรียกทรัพย์และการนำข้อมูลไปใช้ร้องเรียนต่อหน่วยงานรัฐหรือสื่อมวลชน เหตุการณ์ดังกล่าวจึงไม่ได้สะท้อนเฉพาะผลคดีเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวอย่างสำคัญเกี่ยวกับมาตรฐานการพิสูจน์ความผิดในชั้นศาลด้วย
ศาลอาญายกฟ้อง ‘เจ๋ง ดอกจิก’ คดีกรรโชกทรัพย์ เพราะพยานยังมีข้อสงสัย
ศาลนัดอ่านคำพิพากษาที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก โดยเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์นำตัวยศวริศ ชูกล่อม หรือ ‘เจ๋ง ดอกจิก’ อดีตแกนนำ นปช. มารับฟังคำพิพากษา ส่วนเอกลักษณ์ได้รับการประกันตัวมาก่อนหน้านี้ คดีดังกล่าวมีพนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ และมีเสกสกล อัตถาวงศ์ หรือ ‘แรมโบ้ อีสาน’ เป็นโจทก์ร่วม
อัยการกล่าวหาว่า ระหว่างวันที่ 5–7 เมษายน 2565 จำเลยทั้งสองร่วมกันข่มขู่เรียกเงินจำนวน 800,000 บาทจากเสกสกล โดยอ้างว่าเป็นเงินเพื่อแลกกับการช่วยเหลือเกี่ยวกับการประมูลงานของกรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ยังมีการกล่าวหาว่าจำเลยขู่ว่าจะนำเรื่องไปร้องเรียนต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ บุคคลอื่น รวมถึงสื่อมวลชน หากไม่ยอมจ่ายเงิน ซึ่งอาจทำให้ผู้ถูกกล่าวหาเสื่อมเสียชื่อเสียง
อย่างไรก็ตาม จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม ศาลจึงต้องพิจารณาพยานบุคคล เอกสาร และรายละเอียดแวดล้อมทั้งหมดอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะประเด็นว่าหลักฐานสามารถชี้ชัดได้หรือไม่ว่าใครเป็นผู้ข่มขู่หรือเรียกรับทรัพย์โดยตรง
เหตุผลที่ศาลยกฟ้อง ‘เจ๋ง ดอกจิก’
สำหรับยศวริศ ศาลพิเคราะห์ว่าจำเลยที่ 1 และเสกสกลเคยเป็นเพื่อนที่มีความสนิทสนมกันมาตั้งแต่ช่วงที่ร่วมชุมนุมกับกลุ่ม นปช. ขณะเดียวกัน คำเบิกความของพยานโจทก์ยังไม่มีหลักฐานยืนยันอย่างแน่ชัดว่ายศวริศเป็นผู้ข่มขู่หรือเรียกรับเงินด้วยตนเอง
ศาลยังพบว่าพยานหลักฐานบางส่วนมีข้อพิรุธและประเด็นที่ทำให้เกิดความสงสัย เมื่อคดีอาญาต้องพิสูจน์ความผิดให้ปราศจากข้อสงสัย ศาลจึงใช้หลักยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย และมีคำพิพากษายกฟ้องยศวริศ หรือ ‘เจ๋ง ดอกจิก’ ในคดีนี้ ผลคำตัดสินดังกล่าวหมายความว่า โจทก์ยังไม่สามารถนำสืบให้ศาลเชื่อได้อย่างมั่นคงว่าจำเลยที่ 1 กระทำผิดตามฟ้อง
ประเด็นนี้เป็นสิ่งที่คนทั่วไปควรทำความเข้าใจ เพราะการถูกกล่าวหาหรือมีชื่ออยู่ในคดีไม่ได้แปลว่าบุคคลนั้นมีความผิดโดยอัตโนมัติ ศาลจะตัดสินจากพยานหลักฐานที่นำเสนอในกระบวนการพิจารณา และต้องยึดหลักว่าจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่ามีความผิด
เอก ปากน้ำ ถูกลงโทษจำคุก 1 ปี 4 เดือน
ส่วนกรณีของเอกลักษณ์ วารีชล หรือ ‘เอก ปากน้ำ’ ศาลเห็นว่าพยานโจทก์หลายปากให้การสอดคล้องกันในสาระสำคัญว่า มีการข่มขู่เรียกเงินจากเสกสกลจำนวน 800,000 บาท เพื่อแลกกับการไม่นำเรื่องไปร้องเรียนจนทำให้เกิดความเสียหาย ต่อมามีการเจรจาลดจำนวนเงินลงเหลือ 700,000 บาท
เมื่อพิจารณาภาพรวม ศาลเห็นว่าพยานหลักฐานในส่วนของจำเลยที่ 2 มีน้ำหนักน่าเชื่อถือ และไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะเชื่อว่าโจทก์หรือพยานโจทก์ร่วมกันกลั่นแกล้งใส่ร้าย ศาลจึงพิพากษาว่าเอกลักษณ์มีความผิดตามฟ้อง ลงโทษจำคุก 2 ปี
อย่างไรก็ตาม คำเบิกความของจำเลยมีประโยชน์ต่อการพิจารณาคดีอยู่บ้าง ศาลจึงลดโทษให้หนึ่งในสาม เหลือจำคุก 1 ปี 4 เดือน พร้อมสั่งให้ชดใช้เงินจำนวน 700,000 บาทแก่โจทก์ร่วม และให้คิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 5 ต่อปี การลดโทษดังกล่าวสะท้อนว่าศาลพิจารณาพฤติการณ์ของจำเลยและประโยชน์จากคำให้การประกอบกัน ไม่ได้พิจารณาเฉพาะข้อกล่าวหาเพียงด้านเดียว
- จำเลยที่ 1: ยศวริศ ชูกล่อม หรือ ‘เจ๋ง ดอกจิก’ ศาลยกฟ้อง
- จำเลยที่ 2: เอกลักษณ์ วารีชล หรือ ‘เอก ปากน้ำ’ จำคุก 1 ปี 4 เดือน
- ค่าเสียหาย: ให้ชดใช้เงิน 700,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อปี
คดีอื่นที่เกี่ยวข้องกับเจ๋ง ดอกจิก
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันยศวริศยังอยู่ระหว่างรับโทษในเรือนจำจากคดีอื่น โดยศาลฎีกาเคยพิพากษาจำคุก 5 ปี 4 เดือนโดยไม่รอลงอาญา จากกรณีทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ทหารในเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองปี 2553
นอกจากนี้ ยังมีคดีที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางพิพากษาจำคุก 6 ปี ในข้อหาร่วมกับศรีสุวรรณ จรรยา ข่มขู่กรรโชกทรัพย์และเรียกรับเงินจำนวน 1.5 ล้านบาทจากณัฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว จึงต้องติดตามว่ากระบวนการทางกฎหมายในคดีอื่นจะมีความคืบหน้าอย่างไรต่อไป
โดยสรุป ข่าว ศาลอาญายกฟ้อง ‘เจ๋ง ดอกจิก’ คดีกรรโชกทรัพย์ เป็นกรณีที่ชี้ให้เห็นความสำคัญของพยานหลักฐานและหลักการยกประโยชน์แห่งความสงสัย ขณะเดียวกัน คำพิพากษาของ ‘เอก ปากน้ำ’ แสดงให้เห็นว่าศาลสามารถแยกพิจารณาความรับผิดของจำเลยแต่ละคนตามหลักฐานเฉพาะรายได้อย่างชัดเจน สำหรับผู้อ่าน การติดตามข่าวคดีควรยึดข้อมูลจากคำพิพากษาและแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ ไม่ด่วนตัดสินบุคคลจากกระแสบนโลกออนไลน์ และควรรอความชัดเจนจากกระบวนการยุติธรรมเป็นสำคัญ
