ลำพูน สุขก๋าย สบายใจ๋: ผลลัพธ์ 3 ปีแห่งการสร้างเมืองสุขภาพ โดยความร่วมมือของ GSK ลำพูน ซิตี้ แลป และชุมชน

ลำพูน สุขก๋าย สบายใจ๋: ผลลัพธ์ 3 ปีแห่งการสร้างเมืองสุขภาพ โดยความร่วมมือของ GSK ลำพูน ซิตี้ แลป และชุมชน คือเรื่องราวของการเปลี่ยนเมืองเก่าให้กลายเป็นพื้นที่ที่ผู้คนดูแลสุขภาพ ดูแลสิ่งแวดล้อม และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจไปพร้อมกัน โครงการนี้เริ่มต้นจากความร่วมมือของเทศบาลเมืองลำพูน ลำพูน ซิตี้ แลป บริษัท แกล็กโซสมิทไคล์น (ประเทศไทย) จำกัด หรือ GSK รวมถึงประชาชนในพื้นที่ โดยใช้ถนนรถแก้วเป็นพื้นที่นำร่อง

ตลอดระยะเวลา 3 ปี โครงการไม่ได้มองเรื่องสุขภาพแยกออกจากชีวิตประจำวัน แต่เชื่อมโยงสุขภาวะกับเมือง ชุมชน และเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างเป็นระบบ เป้าหมายสำคัญคือทำให้คนลำพูนเข้าถึงการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุและประชาชนที่มีความเสี่ยงจากโรคระบบทางเดินหายใจ รวมถึงผลกระทบจากฝุ่น PM2.5

ลำพูน สุขก๋าย สบายใจ๋: ผลลัพธ์ 3 ปีแห่งการสร้างเมืองสุขภาพ โดยความร่วมมือของ GSK ลำพูน ซิตี้ แลป และชุมชน

ลำพูนกำลังเผชิญความท้าทายหลายด้าน ทั้งการเข้าสู่สังคมสูงวัย ปัญหามลพิษทางอากาศ และพื้นที่สีเขียวที่มีจำกัด เมื่อปัจจัยเหล่านี้เกิดขึ้นพร้อมกัน การสร้างเมืองสุขภาพจึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มบริการทางการแพทย์ แต่ต้องออกแบบสภาพแวดล้อมให้คนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัย มีความสุข และมีส่วนร่วมกับชุมชน

ถนนรถแก้วเหมาะกับการเป็นจุดเริ่มต้น เพราะเป็นย่านเมืองเก่าที่มีคุณค่าทางวัฒนธรรม มีผู้สูงอายุอาศัยอยู่จำนวนมาก และมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นพื้นที่เศรษฐกิจชุมชน การปรับพื้นที่ให้เดินสะดวก มีร่มเงา และมีจุดทำกิจกรรม จึงช่วยให้คนออกจากบ้านมาพบปะกันมากขึ้น ขณะเดียวกันยังสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยให้มีพื้นที่ขายสินค้าและอาหารท้องถิ่น

สุขศาลา พื้นที่สุขภาพที่เริ่มต้นจากคนในชุมชน

หนึ่งในผลลัพธ์ที่โดดเด่นคือการจัดตั้ง “สุขศาลา” ศูนย์สุขภาพชุมชนแบบ One-Stop Service ซึ่งเปิดให้ประชาชนเข้ามารับความรู้ ตรวจคัดกรองสมรรถภาพปอดเบื้องต้น และรับคำแนะนำในการดูแลตนเอง ผู้ที่พบความเสี่ยงจะได้รับการส่งต่อเข้าสู่ระบบการรักษาที่เหมาะสม ช่วยให้ประชาชนไม่ต้องรอจนมีอาการรุนแรงก่อนจึงไปพบแพทย์

เบื้องหลังของสุขศาลาคือกิจกรรม “ชาวหละปูนฮักปอด” ที่ช่วยอบรมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ อสม. ให้มีความรู้เกี่ยวกับโรคระบบทางเดินหายใจ การป้องกันฝุ่น PM2.5 และการใช้เครื่อง Peak Flow Meter สำหรับตรวจสมรรถภาพปอดเบื้องต้น เมื่อ อสม. มีทักษะมากขึ้น ชุมชนก็สามารถดูแลสุขภาพของตนเองได้อย่างต่อเนื่องและเข้าถึงง่าย

ตลอดโครงการ มีการพัฒนาศักยภาพ อสม. และบุคลากรสาธารณสุขรวม 39 คน พร้อมมีประชาชนเข้ารับการคัดกรองสมรรถภาพปอดแล้ว 914 คน ในจำนวนนี้พบผู้มีความผิดปกติ 16 คน และได้รับการส่งต่อเข้าสู่ระบบการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าการป้องกันเชิงรุกสามารถช่วยค้นหาความเสี่ยงได้เร็ว และอาจลดภาระโรคในระยะยาว

GSK กับบทบาทการสร้างสุขภาพที่ยั่งยืน

GSK เข้ามาสนับสนุนโครงการด้วยองค์ความรู้ด้านสุขภาพเชิงป้องกัน เครือข่ายผู้เชี่ยวชาญ และแนวคิด Healthier People, Healthier Planet ซึ่งให้ความสำคัญทั้งกับสุขภาพของผู้คนและสุขภาพของโลก การทำงานจึงไม่ได้หยุดอยู่ที่การตรวจปอด แต่ครอบคลุมถึงการสร้างความตระหนักเรื่องมลพิษ การเพิ่มพื้นที่สีเขียว และการส่งเสริมให้คนในชุมชนมีส่วนร่วมในการดูแลเมือง

  • มิติสุขภาพ: เพิ่มความรู้เรื่องโรคทางเดินหายใจและการคัดกรองความเสี่ยง
  • มิติสิ่งแวดล้อม: สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับ PM2.5 และเพิ่มพื้นที่สีเขียวในย่านเมืองเก่า
  • มิติสังคม: พัฒนาศักยภาพ อสม. บุคลากรสาธารณสุข และคนในชุมชน
  • มิติเศรษฐกิจ: สร้างพื้นที่ขายสินค้าและอาหารท้องถิ่น เพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อย

ถนนคนเดินที่ทำให้สุขภาพกายและใจดีขึ้น

การพัฒนาถนนรถแก้วยังทำให้เกิดถนนคนเดินในช่วงเช้าวันเสาร์ ผู้สูงอายุสามารถนำผัก ผลไม้ และอาหารสูตรประจำบ้านมาจำหน่าย ขณะเดียวกันผู้คนก็ได้ออกมาพบปะ พูดคุย และทำกิจกรรมร่วมกัน พื้นที่สาธารณะรูปแบบนี้มีคุณค่าเกินกว่าการเป็นตลาด เพราะช่วยลดความรู้สึกโดดเดี่ยว เพิ่มความเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวัน และส่งเสริมสุขภาพจิตของคนในชุมชน

การปรับผิวทางให้เดินง่าย การปลูกต้นไม้พันธุ์ดั้งเดิม และการฟื้นฟูภูมิทัศน์เมืองเก่า ล้วนเป็นการลงทุนที่เห็นผลในชีวิตประจำวัน ผู้สูงอายุสามารถออกมาเดินเล่นหรือออกกำลังกายได้สะดวกขึ้น ส่วนคนรุ่นใหม่ก็มีพื้นที่เรียนรู้เรื่องประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และสินค้าท้องถิ่น

จากโครงการสู่ความเป็นเจ้าของของชุมชน

ความสำเร็จที่สำคัญของโครงการคือการทำให้ประชาชนเปลี่ยนจากผู้รับประโยชน์มาเป็นผู้ร่วมขับเคลื่อน อสม. สามารถตรวจคัดกรองปอดเบื้องต้นได้ เทศบาลสามารถต่อยอดการปรับปรุงพื้นที่ และชุมชนเข้ามาช่วยดูแลถนนรถแก้วด้วยตัวเอง นี่คือหัวใจของการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน เพราะเมื่อโครงการเริ่มต้นจากความต้องการจริงของคนในพื้นที่ ผลลัพธ์ก็มีโอกาสอยู่ต่อได้แม้ช่วงเวลาความร่วมมือจะสิ้นสุดลง

ในอนาคต ลำพูนมีแนวคิดขยายรูปแบบการพัฒนาไปยังถนนที่เชื่อมศาลากลางเก่ากับตลาดหนองดอก เพื่อเพิ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจและทำให้เมืองมีชีวิตชีวามากขึ้น หากทำได้สำเร็จ ลำพูนอาจกลายเป็นต้นแบบให้เมืองขนาดเล็กอื่น ๆ นำแนวคิดไปปรับใช้ตามบริบทของตนเอง

โดยสรุป ลำพูน สุขก๋าย สบายใจ๋: ผลลัพธ์ 3 ปีแห่งการสร้างเมืองสุขภาพ โดยความร่วมมือของ GSK ลำพูน ซิตี้ แลป และชุมชน แสดงให้เห็นว่าเมืองสุขภาพไม่จำเป็นต้องเริ่มจากโครงการขนาดใหญ่เสมอไป แต่อาจเริ่มจากถนนหนึ่งสาย อาสาสมัครไม่กี่คน และความร่วมมือที่จริงใจ แนวโน้มสำคัญในอนาคตคือการพัฒนาเมืองที่ใช้เทคโนโลยีและข้อมูลมาช่วยวางแผน ควบคู่กับพลังของคนในพื้นที่ ดังนั้น หากชุมชนอื่นต้องการเริ่มต้น ควรเริ่มจากการฟังเสียงประชาชน สำรวจปัญหาจริง และสร้างทีมร่วมมือที่ทำให้ทุกคนรู้สึกเป็นเจ้าของเมืองไปด้วยกัน

ที่มา – ลำพูน สุขก๋าย สบายใจ๋: ผลลัพธ์ 3 ปีแห่งการสร้างเมืองสุขภาพ โดยความร่วมมือของ GSK ลำพูน ซิตี้ แลป และชุมชน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *