ลมซานตาแอนากระพือฤดูไฟป่าในแคลิฟอร์เนียตอนใต้
ลมซานตาแอนากระพือฤดูไฟป่าในแคลิฟอร์เนียตอนใต้ หลังเกิดไฟป่าขนาดใหญ่สองจุดใกล้มาลิบูและซานดิเอโก ท่ามกลางสภาพอากาศร้อน แห้ง และมีลมกระโชกแรง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องเร่งทำงานแข่งกับเวลา เพราะลมที่มีกำลังเพิ่มขึ้นสามารถผลักแนวไฟให้ลุกลามได้อย่างรวดเร็ว และทำให้การควบคุมเพลิงมีความซับซ้อนมากขึ้น
ไฟป่าเฮนเดอร์สันเกิดขึ้นที่แคมป์เพนเดิลตัน ฐานทัพนาวิกโยธินซึ่งอยู่ห่างจากซานดิเอโกไปทางเหนือประมาณ 40 ไมล์ หรือราว 64 กิโลเมตร เมื่อเวลาประมาณ 14.35 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันพฤหัสบดี ข้อมูลจากกรมป่าไม้และป้องกันอัคคีภัยแห่งแคลิฟอร์เนีย หรือ CAL Fire ระบุว่า ไฟลุกลามอย่างรวดเร็วภายในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง
หน่วยดับเพลิงแคมป์เพนเดิลตันและหน่วยงานพันธมิตรส่งกำลังทั้งภาคพื้นดินและอากาศเข้าควบคุมสถานการณ์ อย่างไรก็ตาม สภาพอากาศในช่วงกลางคืนยังเป็นอุปสรรคสำคัญ รายงานล่าสุดระบุว่า ไฟเฮนเดอร์สันเผาพื้นที่ไปแล้วประมาณ 2,080 เอเคอร์ และยังควบคุมเพลิงไม่ได้เลย หรือมีระดับการควบคุมอยู่ที่ 0 เปอร์เซ็นต์
ลมซานตาแอนากระพือฤดูไฟป่าในแคลิฟอร์เนียตอนใต้
แพลตฟอร์มติดตามภัยพิบัติ Watch Duty รายงานว่า ในช่วงเที่ยงวันศุกร์ ลมซานตาอานาผลักไฟเฮนเดอร์สันไปทางตะวันตก สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลต่อการเดินทางบนทางหลวงระหว่างรัฐหมายเลข 5 โดยสำนักงานตำรวจทางหลวงแคลิฟอร์เนียในโอเชียนไซด์ประกาศปิดช่องทางขาขึ้นบริเวณแวนเดอร์กริฟต์บูเลอวาร์ด ก่อนหน้านั้น เจ้าหน้าที่เคยปิดถนนสายนี้ทั้งสองทิศทางชั่วคราว เนื่องจากไฟป่ารุกเข้าใกล้ ส่งผลให้การจราจรติดขัดอย่างหนัก
ขณะเดียวกัน ไฟป่าไบรสันเริ่มต้นขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. ใกล้ถนนเอนซินัลแคนยอนในพื้นที่ภูเขาซึ่งมีพุ่มไม้แห้งหนาแน่นของมาลิบู ตามข้อมูลของ CAL Fire ไฟลุกลามจนกินพื้นที่ 100 เอเคอร์ภายในเวลาไม่ถึงสองชั่วโมง เจ้าหน้าที่จึงต้องใช้เฮลิคอปเตอร์ รถปราบดิน และทีมดับเพลิงภาคพื้นดินเพื่อสกัดไม่ให้เปลวไฟเคลื่อนตัวลงไปทางใต้ของถนนเอนซินัลแคนยอน
ความพยายามตลอดคืนช่วยชะลอการลุกลามได้บางส่วน เมื่อถึงเช้าวันศุกร์ ไฟไบรสันเผาพื้นที่ไปประมาณ 147 เอเคอร์ และสามารถควบคุมเพลิงได้ 17 เปอร์เซ็นต์ แม้ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนความคืบหน้า แต่เจ้าหน้าที่ยังคงเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เพราะลมแรงและเชื้อเพลิงแห้งอาจทำให้แนวไฟเปลี่ยนทิศได้ตลอดเวลา
ลมซานตาแอนากระพือฤดูไฟป่าในแคลิฟอร์เนียตอนใต้รุนแรงขึ้นอย่างไร
ลมซานตาแอนามักเกิดขึ้นระหว่างเดือนกันยายนถึงพฤษภาคม โดยมีจุดเริ่มต้นจากอากาศความกดอากาศสูงเหนือพื้นที่ทะเลทรายทางตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐฯ อากาศจะแผ่ตัวไปทางตะวันตกเข้าสู่บริเวณความกดอากาศต่ำเหนือชายฝั่งแคลิฟอร์เนีย เมื่อไหลผ่านช่องเขาและภูเขาทางตอนใต้ของรัฐ อากาศจะเคลื่อนที่เร็วขึ้นและมีความชื้นต่ำ ส่งผลให้เกิดลมร้อนและแห้งที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดไฟป่า
ปีนี้ลมซานตาอานามาตามช่วงเวลาที่คาดไว้ แต่ความเร็วกลับรุนแรงกว่าที่หลายฝ่ายประเมินไว้ สำนักงานพยากรณ์อากาศแห่งชาติในลอสแอนเจลิสระบุว่า ช่วงเวลาที่มีลมแรงและยาวนานที่สุดจะเกิดขึ้นในวันศุกร์ โดยเฉพาะพื้นที่ระดับต่ำตั้งแต่หุบเขาชายฝั่งไปจนถึงแนวชายฝั่ง และคาดว่าแนวลมแรงจะขยับไปทางเหนือมากขึ้น
- พื้นที่เวนทูราและลอสแอนเจลิสอาจเผชิญความเร็วลมสูงสุดประมาณ 50-70 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือราว 80-113 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
- พื้นที่ซานดิเอโกอาจมีลมกระโชกแรงประมาณ 50-65 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือราว 80-105 กิโลเมตรต่อชั่วโมงจนถึงวันเสาร์
- ลมแรงอาจทำให้ต้นไม้หัก โครงสร้างอาคารเสียหาย และสายไฟฟ้าขัดข้อง
- สภาพอากาศระดับธงแดงอาจดำเนินต่อไปจนถึงเวลา 20.00 น. ของวันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่น
นอกจากทำให้ไฟป่าลุกลามแล้ว ลมซานตาอานายังเพิ่มความเสี่ยงต่อระบบไฟฟ้าและชุมชนโดยรอบ บริษัท Pacific Gas & Electric หรือ PG&E จึงดำเนินมาตรการตัดไฟเพื่อความปลอดภัยในหลายพื้นที่ เพื่อป้องกันไม่ให้อุปกรณ์ไฟฟ้ากลายเป็นต้นเหตุของไฟป่าเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม มาตรการนี้ทำให้ลูกค้ามากกว่า 86,000 รายยังไม่มีไฟฟ้าใช้ในช่วงบ่ายวันศุกร์
ผลกระทบต่อประชาชนและการรับมือไฟป่า
เควิน แมคโกแวน ผู้อำนวยการสำนักงานจัดการเหตุฉุกเฉินของเทศมณฑลลอสแอนเจลิส กล่าวว่า ช่วงเวลาที่ต้องเฝ้าระวังมากที่สุดคือบ่ายวันศุกร์ ซึ่งเป็นช่วงที่คาดว่าจะมีลมแรงและต่อเนื่องยาวนานที่สุด เขาเตือนว่าสภาพอากาศที่แห้งจัดและลมแรงสามารถทำให้ไฟที่เพิ่งเริ่มต้นขยายตัวอย่างรวดเร็ว จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากทางการ เตรียมพร้อมอพยพ และอย่าประเมินความรุนแรงของไฟป่าต่ำเกินไป
ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรเตรียมกระเป๋าฉุกเฉิน เอกสารสำคัญ ยาประจำตัว น้ำดื่ม และอุปกรณ์จำเป็นสำหรับสมาชิกทุกคนในครอบครัว รวมถึงสัตว์เลี้ยง หากได้รับคำสั่งอพยพ ควรออกจากพื้นที่ทันทีตามเส้นทางที่เจ้าหน้าที่กำหนด ไม่ควรรอจนเห็นเปลวไฟใกล้บ้าน เพราะถนนอาจถูกปิดหรือการจราจรอาจติดขัดจากผู้คนที่เดินทางพร้อมกัน
ผู้ขับขี่ควรตรวจสอบสภาพถนนและประกาศปิดเส้นทางก่อนออกเดินทาง โดยเฉพาะบริเวณใกล้ทางหลวงหมายเลข 5 และถนนในเขตมาลิบู หากพบควันหนาทึบ ควรลดความเร็ว เปิดไฟหน้า และหลีกเลี่ยงการจอดรถบนไหล่ทาง การจุดไฟกลางแจ้ง การใช้เครื่องมือที่ก่อประกายไฟ และกิจกรรมที่อาจทำให้เกิดไฟควรงดเว้นในช่วงประกาศเตือนภัย
ผู้เชี่ยวชาญมองว่าไฟป่าขนาดใหญ่ในแคลิฟอร์เนียตอนใต้ไม่ได้เป็นเพียงเหตุการณ์ตามฤดูกาลเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในช่วงศตวรรษที่ผ่านมา พื้นที่ดังกล่าวมีแนวโน้มเกิดไฟป่าที่เผาผลาญพื้นที่กว้างขึ้น ไฟมีความรุนแรงมากขึ้น ลุกลามได้เร็วขึ้น และฤดูไฟป่ายาวนานกว่าเดิม เมื่อสภาพอากาศอุ่นขึ้น พืชพรรณจะแห้งเร็วและกลายเป็นเชื้อเพลิงจำนวนมากสำหรับไฟป่า
ลมซานตาแอนากลายเป็นปัจจัยที่ทำให้สถานการณ์รุนแรงขึ้น เพราะสามารถพาเศษเถ้าและสะเก็ดไฟข้ามแนวกันไฟไปยังพื้นที่ใหม่ได้ในเวลาไม่นาน นักดับเพลิงจึงต้องวางแผนแบบยืดหยุ่น ใช้ข้อมูลลมแบบเรียลไทม์ และจัดลำดับความสำคัญระหว่างการปกป้องชุมชน โครงสร้างพื้นฐาน และพื้นที่ธรรมชาติ การทำงานของเครื่องบินดับเพลิงยังขึ้นอยู่กับทัศนวิสัยและความเร็วลม หากลมแรงเกินไป อากาศยานอาจไม่สามารถปฏิบัติภารกิจได้อย่างปลอดภัย
สรุปแล้ว ลมซานตาแอนากระพือฤดูไฟป่าในแคลิฟอร์เนียตอนใต้ และทำให้ไฟเฮนเดอร์สันกับไฟไบรสันกลายเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด เหตุการณ์นี้สะท้อนว่าการเตรียมพร้อมล่วงหน้า การแจ้งเตือนที่รวดเร็ว และความร่วมมือของประชาชนมีความสำคัญอย่างมาก หากคุณอยู่ในพื้นที่เสี่ยง ควรติดตามข้อมูลจาก CAL Fire หน่วยงานท้องถิ่น และบริการฉุกเฉินอย่างต่อเนื่อง พร้อมเตรียมแผนอพยพตั้งแต่วันนี้ เพราะการตัดสินใจที่รวดเร็วอาจช่วยปกป้องชีวิตและทรัพย์สินได้
ที่มา – Santa Ana Winds Reignite Wildfire Season in Southern California
