รีวิว Onslaught: เมื่อหนังของ Adam Wingard ดับเพราะตัวเอง
ถ้าคุณเป็นแฟนหนังแนวแอ็กชันทริลเลอร์ที่ชอบความดิบเถื่อนและงานภาพสวยๆ จากฝีมือของผู้กำกับ Adam Wingard (จากผลงานอย่าง The Guest และ Godzilla vs. Kong) คุณอาจจะคาดหวังไว้สูงกับผลงานล่าสุดอย่าง Onslaught แต่เชื่อไหมว่าหลังจากดูจบ ความรู้สึกแรกที่แวบเข้ามาในหัวคือคำว่า “เสียของ” ครับ
ในบทความนี้เราจะมาเจาะลึกกันว่าทำไม รีวิว Onslaught: เมื่อหนังของ Adam Wingard ดับเพราะตัวเอง ถึงกลายเป็นหัวข้อที่นักวิจารณ์หลายคนต้องพูดถึง เพราะนี่คือหนังที่มีองค์ประกอบดีทุกอย่าง ทั้งนักแสดงมากฝีมืออย่าง Adria Arjona, งานภาพที่เท่สุดๆ และไอเดียที่ฟังดูสนุก แต่พอมารวมกันกลับไม่ส่งเสริมกันอย่างที่ควรจะเป็น
รีวิว Onslaught: เมื่อหนังของ Adam Wingard ดับเพราะตัวเอง
เนื้อเรื่องเล่าถึง Celeste อดีตทหารสาวที่ต้องเผชิญหน้ากับเหล่าซูเปอร์โซลเยอร์ 3 ตนที่หลุดออกมาจากห้องแล็บ มันคือพล็อตแบบ "สาม Jason Voorhees ถือปืนไล่ล่าคน" ซึ่งฟังดูน่าสนุกใช่ไหมครับ? ในด้านงานภาพ Wingard ทำออกมาได้ดีเยี่ยม ฉากแอ็กชันมีความดิบและดุดัน แต่ปัญหาใหญ่คือการดำเนินเรื่องที่ดูเหมือนจะพยายามใส่ลูกเล่นมากเกินไปจนเสียสมดุล
จุดอ่อนที่ทำให้ Onslaught ไปไม่ถึงฝั่งฝัน
- การนับถอยหลังที่ไร้ความหมาย: หนังมีการใส่ตัวเลขเคาท์ดาวน์บนจอที่ดูจริงจัง แต่พอถึงเวลาจริงๆ กลับไม่มีอะไรเกิดขึ้นตามที่ผู้ชมหวังไว้
- การลดทอนความสามารถตัวเอก: เราเห็น Celeste เตรียมตัวมาอย่างดีด้วยคลังแสงอาวุธ แต่เมื่อถึงเวลาสู้ หนังกลับจงใจให้เธอไม่ได้ใช้อาวุธเหล่านั้น ซึ่งดูเหมือนการจงใจสร้างเงื่อนไขให้ยากเกินความจำเป็น
- ปมความสัมพันธ์ที่ยัดเยียด: ในช่วงท้าย หนังพยายามใส่เรื่องราวความเชื่อมโยงระหว่างตัวเอกกับตัวร้ายเข้ามาจนดูหลุดโฟกัสไปจากความสนุกหลัก
ถึงแม้ว่า รีวิว Onslaught: เมื่อหนังของ Adam Wingard ดับเพราะตัวเอง จะชี้ให้เห็นถึงข้อผิดพลาดมากมาย แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าการเห็นตัวละครธรรมดาๆ พยายามเอาตัวรอดจากเหล่านักฆ่าในสไตล์ Wingard ยังคงมีเสน่ห์อยู่บ้าง นักแสดงสมทบอย่าง Drew Starkey ที่รับบทสายลับก็ทำหน้าที่ได้น่าสนใจจนเราอยากเห็นหนังแยกของเขาเองสักเรื่องหนึ่ง
สรุปแล้ว Onslaught คือหนังที่หยิบจับเอาวัตถุดิบชั้นดีมาปรุง แต่ดันใส่เครื่องปรุงมากเกินไปจนรสชาติเพี้ยน หากคุณชอบความสวยงามของภาพและฉากต่อสู้ที่ดุดัน หนังเรื่องนี้อาจพอให้ความเพลิดเพลินได้บ้าง แต่ถ้าคุณคาดหวังเนื้อเรื่องที่ร้อยเรียงมาอย่างสมบูรณ์แบบ คุณอาจจะต้องผิดหวังครับ สำหรับผมแล้ว นี่คือตัวอย่างที่ชัดเจนของหนังที่มีดีแค่ไอเดียแต่ไปไม่สุดทาง หากได้บทที่กระชับและไม่พยายามเล่นกับความคาดหวังผู้ชมมากเกินไป ผลลัพธ์อาจจะออกมาดีกว่านี้มาก
