ราคา iPhone รุ่นเก่าปรับตัวสูงขึ้นด้วย มาเช็กกันเลย!
ในสัปดาห์นี้ เราต้องยอมรับความจริงที่ว่าทุกอย่างรอบตัวเรามีราคาแพงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะกับสินค้ากลุ่มสมาร์ทโฟน ล่าสุด Apple ได้จัดงานเปิดตัวสุดเซอร์ไพรส์อย่างงาน “Surprise and Shine” โดยมีการเปิดตัว iPhone Duo รุ่นพับได้เครื่องแรกของค่าย รวมถึง iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max ที่หลายคนเฝ้ารอ แต่สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าสเปกเครื่องก็คือเรื่องของราคาครับ
ราคา iPhone รุ่นเก่าปรับตัวสูงขึ้นด้วย
เป็นที่ทราบกันดีว่าในปีนี้ Apple ได้ปรับราคาสินค้ากลุ่ม Pro และ Pro Max ขึ้นไปอีก 100 ดอลลาร์ ทำให้ราคาเริ่มต้นพุ่งไปแตะที่ 1,199 และ 1,299 ดอลลาร์ตามลำดับ แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นที่น่าปวดหัวที่สุด เพราะนอกจากรุ่นใหม่จะแพงแล้ว ราคา iPhone รุ่นเก่าปรับตัวสูงขึ้นด้วย ทำให้ผู้บริโภคอย่างเราต้องคิดหนักกว่าเดิมหากคิดจะเปลี่ยนเครื่องใหม่
ทำไมราคา iPhone รุ่นเก่าปรับตัวสูงขึ้นด้วย ถึงเป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้?
หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมรุ่นที่ออกมานานแล้วถึงยังมีการปรับราคาขึ้น? คำตอบคือปัญหาการขาดแคลนหน่วยความจำ (Memory Shortages) ที่ได้รับผลกระทบจากความต้องการของศูนย์ข้อมูลและเทคโนโลยี AI ทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งอดีต CEO อย่าง Tim Cook ก็เคยออกมาให้สัมภาษณ์กับ The Wall Street Journal ไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่าสถานการณ์นี้เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยากจริงๆ
โดยรุ่นที่ได้รับผลกระทบจากการปรับราคาขึ้นในครั้งนี้ ได้แก่:
- iPhone 16
- iPhone 17e
- iPhone 17
- iPhone Air
สถานการณ์นี้ถือว่าน่ากังวลใจเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาว่าปีนี้ Apple ไม่ได้ปล่อย iPhone รุ่นมาตรฐานรุ่นใหม่ล่าสุดออกมา ทำให้ iPhone 17 กลายเป็นรุ่นเริ่มต้นที่คุณหาซื้อได้ในขณะนี้ การที่ ราคา iPhone รุ่นเก่าปรับตัวสูงขึ้นด้วย จึงกลายเป็นประเด็นที่สร้างความลำบากใจให้กับผู้ใช้งานที่หวังจะซื้อรุ่นที่คุ้มค่าราคาประหยัดมากกว่าการไปเล่นรุ่นท็อปที่มีราคาสูงถึง 3,200 ดอลลาร์สำหรับรุ่น 2TB
ในมุมมองของผม แม้เราจะเข้าใจในเรื่องของเศรษฐกิจและต้นทุนการผลิต แต่การปรับราคาขึ้นในกลุ่มสมาร์ทโฟนที่ไม่ได้เป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดถือเป็นเรื่องที่ค่อนข้างทำใจยอมรับได้ยาก ผู้ใช้งานควรพิจารณาความคุ้มค่าให้รอบคอบก่อนตัดสินใจซื้อในช่วงเวลานี้ครับ
